เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 การแก้แค้นของซูหม่า

บทที่ 12 การแก้แค้นของซูหม่า

บทที่ 12 การแก้แค้นของซูหม่า


บทที่ 12 การแก้แค้นของซูหม่า

ในช่วงบ่าย จี้เฟิงอ่านหนังสืออย่างจริงจัง จนถึงตอนเย็นจี้เฟิงรู้สึกมึนหัว อาจเป็นเพราะการใช้พลังจากสมองในการจำมากเกินไป

จี้เฟิงลูบขมับตัวเองเบาๆและพูดในใจ “ถึงจะมีความสามารถของสมองอัจฉริยะในการจำแต่หากใช้มากเกินไปคงทำให้สมองเกิดอาการล้า”

ยังเหลือบทเรียนอีกมากที่จี้เฟิงต้องทำความเข้าใจ เขายังไม่สามารถจำมันทั้งหมดได้ในคราวเดียว จี้เฟิงอยากถามจางเล่ยเกี่ยวกับบทเรียนที่เขาไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นท่าทางอันเกียจคร้านของเพื่อนแล้ว จี้เฟิงทำได้แค่เพียงถอนหายใจ และตัดสินใจที่จะไม่ถามจางเล่ย เพราะอาจโดนหมอนี่อธิบายแบบส่งๆก็เป็นได้

เมื่อตัดสินใจดังนั้น จี้เฟิงจึงทบทวนบทเรียนด้วยการทำแบบฝึกหัด ด้วยวิธีนี้จึงทำให้เขาเข้าใจในเนื้อหาบทเรียนเพิ่มมากขึ้น

เมื่อเวลาเรียนในช่วงเย็นหมดลง จี้เฟิงเข้าถึงเนื้อหาของบทเรียนได้มากพอสมควร จนเกือบจะทั้งหมดของเนื้อหาใหม่ในปัจจุบัน สิ่งที่ขาดในตอนนี้เหลือเพียงนำสิ่งที่เรียนไปใช้งานจริง หลังจากเก็บกระเป๋านักเรียน จี้เฟิงกำลังจะกลับบ้าน เวลานี้นักเรียนในห้องเริ่มทยอยกันกลับบ้านเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงไม่กี่คนที่อยู่กันอย่างกระจัดกระจาย

“จี้เฟิง!”

ทันทีที่จี้เฟิงกำลังเดินออกจากห้องเรียน เขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนเรียก เขาหันไปตามเสียงเรียก นั่นคือถงเล่ยผู้ที่ได้รับฉายาให้เป็นดอกไม้ประจำโรงเรียน

จี้เฟิงเดินกลับมาด้วยความประหลาดใจและถามด้วยรอยยิ้ม “คุณผู้หญิงยังไม่กลับหรือขอรับ มีอะไรให้รับใช้หรือไม่”

เหตุการณ์เมื่อสองวันก่อนทำให้จี้เฟิง มีความกล้าที่จะพูดคุยอย่างเป็นกันเองมากขึ้น หากเป็นเมื่อก่อน คงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะคุยเล่นกับถงเล่ยแบบนี้

ถงเล่ยไม่ได้หัวเราะแต่ถามว่า “จี้เฟิงนายบอกฉันมาตามตรง ที่ซูหม่ามาหานายเมื่อเช้า เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับฉันหรือเปล่า?”

จี้เฟิงส่ายหัวเล็กน้อยเขาพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอก เขาแค่คุยกันฉันเฉยๆ”

“นายดูเป็นคนซื่อสัตย์นะ เพราะฉะนั้นมันคงไม่ดีถ้านายคิดจะโกหก!”

ถงเล่ยจ้องมองจี้เฟิงด้วยความโกรธเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันจี้เฟิงเหลือบมองที่ใบหน้าอันงดงามของถงเล่ยโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วเขาก็รู้สึกผิดทันที

“นายกำลังมองอะไรอยู่!” เมื่อเห็นจี้เฟิงเหม่อมองด้วยท่าทีค่อนข้างหดหู่ ถงเล่ยก็รู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะแววตาที่ชัดเจนแต่ลึกล้ำของจี้เฟิง ทำให้หัวใจของถงเล่ยเต้นไม่เป็นจังหวะ

“อะแฮ่ม!!” จี้เฟิงกระแอมไอแก้เขิน เขาไม่กล้าที่จะมองหน้าถงเล่ยต่อ  หากเขายังมองใบหน้าที่สวยงามของถงเล่ยต่อไปเขาคงจะไม่สามารถทนได้อย่างแน่นอน มันคงเป็นเรื่องที่แย่หากเขาทำอะไรโดยขาดสติ

“มันไม่มีอะไรจริงๆ เธออย่าได้ใส่ใจเรื่องนี้เลย” จี้เฟิงพูดพร้อมส่ายหัว เขารู้ดีว่า หากพูดความจริง ถงเล่ยจะต้องไปหาซูหม่าอย่างแน่นอน และถ้าเป็นอย่างนั้นบางทีซูหม่าคงจะไม่กล้ามาหาเรื่องเขาแต่ไม่ว่ายังไง จี้เฟิงก็ไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนั้น มันควรเป็นเรื่องระหว่างลูกผู้ชาย เขาไม่ต้องการให้ผู้หญิงเข้ามาแทรกแซง

ที่สำคัญไปกว่านั้นประโยคของซูหม่าที่ดูถูกเขา “นายเป็นแค่เด็กยากจนที่ไร้พลังความสามารถ” นั่นทำให้จี้เฟิงตัดสินใจแล้วว่า วันหนึ่งเขาจะคืนประโยคนี้ให้กับซูหม่า!

“ถงเล่ยถ้าเธอไม่มีอะไรแล้วฉันขอกลับบ้านก่อนแล้วกัน!” จี้เฟิงยิ้มและหันหลังไป

“จี้เฟิง!” ถงเล่ยเรียกเพื่อหยุดจี้เฟิง เธอลังเลและพูดว่า “ตอนนี้มันเย็นมากแล้ว ฉันกลัวที่จะกลับคนเดียว นายไปส่งฉันหน่อยได้ไหม?”

จี้เฟิงลังเล เพราะเวลานี้แม่ของเขาคงทำอาหารเสร็จแล้วและกำลังรอเขาอยู่ ถ้าเขากลับดึกเกินไปแม่คงต้องเป็นห่วงพอดู

“ฉันว่าฉันกลับคนเดียวดีกว่า!” เมื่อเห็นท่าทางลังเลของจี้เฟิง ถงเล่ยจึงรีบเปลี่ยนคำพูด

จี้เฟิงยิ้มออกมาทันที “คุณพูดอะไรของคุณ ผมจะปล่อยให้คุณผู้หญิงแสนสวยเดินกลับบ้านคนเดียวในเวลาเย็นจนเกือบจะค่ำแบบนี้ได้อย่างไร ผมจะไปส่งคุณผู้หญิงเองขอรับ”

“นายนี่มันกะล่อนจริงๆ นายมันไม่ใช่คนดี!” ถงเล่ยยิ้มแยกเขี้ยวขาว ทั้งสองคุยและหัวเราะเดินออกจากประตูโรงเรียนไปด้วยกัน

“จี้เฟิงถ้าในอนาคตซูหม่าทำให้นายลำบาก นายต้องบอกฉันนะ!” ถงเล่ยกระซิบบอกขณะกำลังเดินบนถนน “ถ้าเป็นเพราะฉันที่ทำให้นายเดือดร้อนโดยไม่จำเป็น ฉันต้องขอโทษด้วย!”

จี้เฟิงส่ายหัวและยิ้ม “พูดอะไรแบบนั้น เราเป็นเพื่อนกัน อย่าคิดเล็กคิดน้อยเลย” ถงเล่ยยิ้มอย่างสดใสเธอมองไปที่ใบหน้าด้านข้างของจี้เฟิง “นายจะเป็นเพื่อนกับฉันจริงๆใช่ไหม?”

“แน่นอน!” จี้เฟิงพูดพร้อมพยักหน้าอย่างจริงจัง “ปกติฉันมีเพื่อนเพียงคนเดียวคือจางเล่ย แต่ตอนนี้ฉันมีเพิ่มอีกคนคือเธอ ดีจะตาย!”

“ฉันก็รู้สึกดีที่ได้เป็นเพื่อนกับนาย!” ถงเล่ยหัวเราะเบาๆ

ถงเล่ยอาศัยอยู่ในพื้นที่ของครอบครัวคณะกรรมการเขต ที่อยู่ทางตอนเหนือของเขตหมางซือ ไม่ไกลจากโรงเรียนที่พวกเขาเรียนมากนัก เมื่อทั้งสองเดินคุยกันมาด้วยเสียงหัวเราะพวกเขาก็มาถึงประตูในเขตพื้นที่ของครอบครัวถงเล่ยในเวลาอันรวดเร็ว

“จี้เฟิงขอบคุณมากนะที่มาส่งฉัน” ถงเล่ยยืนตรงหน้าประตูและยิ้ม “เจอกันพรุ่งนี้นะ!”

“เจอกันพรุ่งนี้!” จี้เฟิงพยักหน้าและยิ้มให้ก่อนที่จะหันไป ถงเล่ยมองตามไปที่ด้านหลังของจี้เฟิง แววตาของเธอไม่สามารถปกปิดร่องรอยของความรู้สึกผิดได้

ทันใดนั้นก็มีร่างผู้ชายมายืนข้างๆถงเล่ย หากจี้เฟิงยังอยู่ที่นี่เขาจะจำได้ในทันที ผู้ชายคนนี้คือเพื่อนเพียงคนเดียวของเขา จางเล่ย!

“เหมือนที่พี่บอกไหม เขาไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ” จางเล่ยยิ้ม

แต่สิ่งที่เขาพูดนั้นน่าแปลกใจ เขากับถงเล่ยเป็นพี่น้องกัน?

ถงเล่ยจ้องมองเขาที่กำลังฮัมเพลง “มีพี่ชายแบบพี่เนี่ย ถ้าพ่อรู้ว่าพี่แนะนำเพื่อนให้มาเป็นแฟนน้องสาว เขาต้องไม่ไว้ชีวิตพี่แน่นอน”

“เฮ้! ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ?” จางเล่ยยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ฟังนะถงเล่ยน้องรักตอนนี้ชีวิตครอบครัวของเรา เงินทองก็ไม่ได้ขาด แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาคนที่รักน้องอย่างแท้จริง ดูรอบๆตัวเธอสิ ไม่ว่าจะเพื่อความสวยความงามของเธอหรือฐานะทางครอบครัวเรามันคือเหตุผลที่ทุกคนเข้าหามีแต่คนหวังผลประโยชน์ทั้งนั้น ในฐานะที่เป็นพี่ชาย พี่ไม่อยากให้เธอเป็นเหยื่อของการแต่งงานทางการเมืองในอนาคต!”

ถงเล่ยถอนหายใจแล้วพูดว่า “แต่พวกเราเติบโตมาในครอบครัวแบบนี้ เราเลือกได้ด้วยเหรอ?”

“แน่นอน!” จางเล่ยพูดอย่างจริงจัง “ถ้าเธออยู่กับจี้เฟิง ด้วยฐานะของครอบครัวเราเธอก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน แน่นอนว่าหากเธอจะคบกับจี้เฟิงจริงๆ เรื่องพ่อพี่จะรับผิดชอบเอง!”

ถงเล่ยส่ายหัวแล้วพูดว่า “ลืมมันไปได้เลยพี่ใหญ่ ฉันไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้ในตอนนี้ รอจนกว่าฉันจะเรียนจบมหาวิทยาลัยนั่นแหละฉันถึงจะคิดเรื่องนี้!”

จางเล่ยถามอย่างสงสัย “ถ้าอย่างนั้น ทำไมเธอถึงให้จี้เฟิงมาส่งถึงที่บ้านล่ะ?” ถงเล่ยพูดอย่างเย็นชา “ก็เพราะซูหม่าเรียกจี้เฟิงไปคุยเมื่อเช้านี้ ดูเหมือนเขาจะข่มขู่จี้เฟิง ส่วนจี้เฟิงดูท่าไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่นิสัยแบบซูหม่าต้องไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ  ฉันคิดว่าเขาอาจดักทำร้ายจี้เฟิงที่ถนนตอนกลับบ้านก็เป็นได้ ฉันเลยขอให้เขาส่งฉันกลับบ้าน ฉันไม่อยากเห็นเขาเป็นอันตรายเพราะฉัน!”

“ซูหม่า!!!”

จางเล่ยตะคอกอย่างเย็นชา “เป็นลูกชายของรองผู้บริหารเขตนี่มันยิ่งใหญ่จริงๆ ได้เวลาแก้ไขเรื่องนี้แล้ว!”

“พี่ใหญ่อย่าไปยุ่งเลย พ่อไม่ชอบให้พี่มีปัญหากับคนข้างนอกมากที่สุด” ถงเล่ยใจคอไม่ดี รีบพูดห้ามอย่างรีบร้อน

“ไม่ต้องห่วง ตราบใดที่เขายังไม่ทำอะไรจี้เฟิง พี่ก็จะไม่เข้าไปยุ่งหรอก” จางเล่ยพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

…………

จี้เฟิงที่กำลังเดินกลับบ้าน ไม่ทราบถึงบทสนทนาระหว่างสองพี่น้องจางเล่ยและถงเล่ยเลยแม้แต่น้อย  และตอนนี้มีผู้ชายสามคนที่ดูลุกลี้ลุกลนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

......จบบทที่ 12~❤️

จบบทที่ บทที่ 12 การแก้แค้นของซูหม่า

คัดลอกลิงก์แล้ว