- หน้าแรก
- ก็ผมมีระบบผู้ช่วยไอดอลสายบันเทิง ผมจะดังแค่ไหนก็ได้
- บทที่ 495 - จิตวิญญาณหัวเซี่ย!
บทที่ 495 - จิตวิญญาณหัวเซี่ย!
บทที่ 495 - จิตวิญญาณหัวเซี่ย!
บทที่ 495 - จิตวิญญาณหัวเซี่ย!
เหลียงกั๋วดงไอแห้งๆ สองทีแล้วกล่าวปรามกัวหมิงว่า “คุณอย่าพูดซี้ซั้วสิ ใครบอกว่าเหวินเซวียนร้องเป็นแต่เพลงรัก 《ชาวหัวเซี่ย》, 《พ่อ》, 《แม่ในแสงเทียน》 ล้วนเป็นเพลงที่เย่เหวินเซวียนแต่งขึ้นมาทั้งนั้น แต่ละเพลงล้วนเรียกน้ำตาและปลุกใจผู้คนได้ทั้งสิ้น!”
เหลียงกั๋วดงพูดจบก็หันมาถามเย่เหวินเซวียนว่า “เหวินเซวียน คืนนี้คุณวางแผนจะร้องเพลงอะไรเหรอ ถึงแม้เหล่ากัวเขาจะพูดจาขวานผ่าซากไปบ้าง แต่ที่เขาพูดก็มีส่วนถูกนะ ถ้าคุณร้องเพลงรักในสถานที่แบบนี้มันคงจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ ผมว่าเพลง 《ชาวหัวเซี่ย》 ของคุณก็น่าจะดีนะ!”
เมื่อได้ยินข้อเสนอของเหลียงกั๋วดง เย่เหวินเซวียนก็คลี่ยิ้มออกมา
“อาจารย์เหลียงครับ วันนี้ผมเตรียมเพลงทหารเพลงหนึ่งที่เป็นผลงานออริจินัลมาครับ ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ประเดี๋ยวผมตั้งใจจะร้องเพลงนั้นครับ”
คำตอบของเย่เหวินเซวียนทำให้เหลียงกั๋วดงถึงกับตะลึง
“เพลงทหาร?! เหวินเซวียน คุณแต่งเพลงทหารเป็นด้วยเหรอ?”
เหลียงกั๋วดงรู้ดีว่าเย่เหวินเซวียนมีความสามารถมาก แต่เพลงทหารกับดนตรีป๊อปทั่วไปนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การกำเนิดของเพลงทหารแต่ละเพลงล้วนต้องผ่านการกลั่นกรองและตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนถึงจะออกมาเป็นรูปธรรมได้
“ฮ่าฮ่า คุณเย่ครับ ผมชักอยากจะรู้แล้วว่าเพลงที่คุณแต่งน่ะชื่ออะไร” กัวหมิงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความดูแคลนจางๆ
กัวหมิงรู้ว่าเย่เหวินเซวียนเก่ง แต่เพลงทหารแต่ละเพลงล้วนมาจากนักดนตรีรุ่นเก่าที่ใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์นานนับปีกว่าจะรังสรรค์ออกมาให้กลายเป็นเพลงที่ติดหูและทรงพลังได้
ทว่าตอนนี้เย่เหวินเซวียนกลับบอกว่าเขาแต่งเพลงทหารขึ้นมาเอง นั่นทำให้กัวหมิงแปะป้ายคำว่าโอ้อวดเกินตัวลงบนตัวของเย่เหวินเซวียนในใจทันที
ไม่ใช่แค่กัวหมิงเท่านั้น แม้แต่เหล่านักร้องจากกองดุริยางค์ทหารที่อยู่รอบๆ ทั้งสามคนก็มีความคิดแบบเดียวกัน พวกเขาต่างรู้สึกว่าเย่เหวินเซวียนดูจะเหลาะแหละและหยิ่งพยองจนเกินไป
ความดูแคลนจางๆ ที่มุมปากของกัวหมิงย่อมไม่อาจเล็ดลอดสายตาของเย่เหวินเซวียนไปได้ ทว่าเขาก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะสุดท้ายแล้วผลลัพธ์ย่อมตัดสินกันที่ความสามารถจริง
“เพลงนี้ของผมชื่อว่า 《ภักดีต่อชาติ》 ครับ ผมแต่งขึ้นเพื่อบรรยายถึงความจงรักภักดีและเลือดรักชาติที่พลุ่งพล่านจากการออกศึกตลอดชีวิตของงักฮุย โดยขอมอบเพลงนี้ให้กับเหล่าทหารหาญทุกคนครับ!” เย่เหวินเซวียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ภักดีต่อชาติ?” กัวหมิงทวนชื่อเพลงเบาๆ ก่อนจะมองเย่เหวินเซวียนด้วยสายตาที่ลึกซึ้งแล้วกล่าวว่า “เป็นชื่อที่ดี หวังว่าบทเพลงของคุณจะคู่ควรกับชื่อนี้นะ!”
“แน่นอนครับ!” เย่เหวินเซวียนตอบรับสั้นๆ อย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
กัวหมิงไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเดินเลี่ยงไปเตรียมการแสดงของตัวเอง
เหลียงกั๋วดงเห็นกัวหมิงเดินไปแล้วจึงเดินเข้ามาหาและกระซิบว่า “เหวินเซวียน อย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะ สังคมทหารก็เป็นแบบนี้แหละ ตรงไปตรงมา เหล่ากัวเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรหรอก”
เย่เหวินเซวียนยิ้มตอบ “อาจารย์เหลียงครับ ผมเข้าใจครับ”
เหลียงกั๋วดงตบบ่าเย่เหวินเซวียนเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม “เอาล่ะ ไปเปลี่ยนชุดเถอะ ผมเตรียมชุดเครื่องแบบทหารไว้ให้คุณแล้ว เป็นชุดเต็มยศน่ะ ข้างนอกอากาศค่อนข้างหนาว คุณก็ใส่เสื้อข้างในให้อุ่นหน่อยนะ”
เย่เหวินเซวียนพยักหน้าแล้วเดินไปเปลี่ยนชุดเครื่องแบบทหารที่เหลียงกั๋วดงเตรียมไว้ให้
ทันทีที่เย่เหวินเซวียนสวมเครื่องแบบทหาร บุคลิกของเขาก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้แต่กิริยาท่าทางก็เต็มไปด้วยความระเบียบวินัยและความเคร่งขรึมตามแบบฉับทหาร
นี่คือความเคยชินที่เย่เหวินเซวียนติดมาจากการถ่ายทำเรื่อง 《ภารกิจพิเศษ》 เมื่อสวมเครื่องแบบทหารก็เหมือนเป็นสัญญาณว่าต้องเริ่มการแสดง เขาจึงเข้าถึงบทบาทของทหารโดยสัญชาตญาณทันที
เมื่อเย่เหวินเซวียนเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดในสภาพเครื่องแบบเต็มยศ ทุกคนที่พบเห็นต่างก็ต้องตาค้าง
เครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าถูกขับเน้นให้ดูสง่างามด้วยรูปร่างที่กำยำและสมส่วนของเย่เหวินเซวียน แผ่นหลังที่เหยียดตรงและช่วงไหล่ที่กว้างขวางแบกรับอินทรธนูไว้อย่างมั่นคง
เหล่านักร้องรุ่นอาวุโสจากกองดุริยางค์ทหารที่เห็นเย่เหวินเซวียนในตอนนี้ ต่างก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาในใจ
ช่างเป็นชายหนุ่มที่ดูองอาจงดงามเสียนี่กระไร!
เย่เหวินเซวียนถูกจับตามองด้วยสายตาชื่นชมปนสงสัยจนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เขาจึงเดินเลี่ยงไปหามุมที่ค่อนข้างลับตาคนและนั่งลงเพียงลำพัง
...
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งถึงเวลาหนึ่งทุ่มตรง
ที่หน้าเวที เหล่าทหารหาญต่างนั่งเข้าที่กันเป็นระเบียบเรียบร้อย แม้ข้างนอกจะหนาวเย็นเพียงใด แต่ทหารแต่ละนายล้วนสวมเสื้อผ้าหนาแน่นจึงไม่ได้รู้สึกถึงความหนาวเหน็บ
การจัดแถวเป็นไปอย่างเป็นระเบียบวินัย นอกจากทหารที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ยืนยามแล้ว ทหารนายอื่นล้วนรวมตัวกันอยู่ที่นี่ รวมถึงเหล่าผู้บริหารและผู้นำของเขตทหารก็เดินทางมาถึงแล้วเช่นกัน
เย่เหวินเซวียนยืนอยู่ที่หน้าประตูอาคารสี่ชั้น สวมเสื้อคลุมทหารตัวหนาไว้ชั้นนอก เมื่อมองไปแต่ไกล เขาก็มองเห็นกลุ่มผู้นำที่นั่งอยู่ด้านหน้าสุด
ผู้นำที่อยู่ตรงกลางนั้นเป็นนายทหารระดับมหาสมุทรที่มีอำนาจเต็มยศ ครองยศพันเอกพิเศษ เป็นเสนาธิการ!
ส่วนคนอื่นๆ ก็ล้วนเป็นนายทหารระดับสัญญาบัตรที่มีอำนาจคุมกำลังพล บุคลิกของแต่ละท่านล้วนองอาจห้าวหาญ
ไม่นานงานเลี้ยงก็เริ่มต้นขึ้น พิธีกรเดินขึ้นมากล่าวเปิดงาน
การจัดงานเลี้ยงในค่ายทหารย่อมเน้นความกระชับฉะฉาน ไม่มีการเยิ่นเย้อ เข้าสู่ประเด็นสำคัญทันที ในเวลาไม่นาน เสียงเพลงก็เริ่มดังขึ้นทั่วลานสนามฝึก
ผู้แสดงคนแรกคือกัวหมิงที่เพิ่งคุยกับเย่เหวินเซวียนไปเมื่อครู่
เสียงของกัวหมิงนั้นทรงพลังและหนักแน่นเหมือนรูปลักษณ์ของเขา ราวกับลำโพงซับวูฟเฟอร์ที่ส่งพลังออกมาอย่างมหาศาล
บทเพลง 《พี่น้องทหาร》 ที่เขาร้องนั้นปลุกเลือดในกายให้เดือดพล่าน ถ่ายทอดมิตรภาพระหว่างเพื่อนทหารออกมาได้อย่างซาบซึ้งใจ เรียกเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องยินดีจากด้านล่างได้ไม่ขาดสาย
จากนั้นบทเพลงแล้วบทเพลงเล่า นักร้องคนแล้วคนเล่าก็ทยอยขึ้นเวที จนกระทั่งบรรยากาศของงานพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด
ในตอนนั้นเอง พิธีกรก็เดินขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง
“นักร้องท่านต่อไปที่กำลังจะขึ้นมาบนเวทีนี้ เราได้รับเกียรติอย่างสูงยิ่งที่เขาสละเวลาจากภารกิจอันรัดตัวมาร่วมงานเลี้ยงปลอบขวัญในเขตทหารของเรา”
“เขาคือเย่เหวินเซวียน สหายผู้เป็นนักร้องชายที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบันของหัวเซี่ย ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้เขายังได้แต่งเพลงใหม่ขึ้นมาเพื่อมอบให้กับเหล่าทหารหาญทุกคนในที่นี้โดยเฉพาะ ตอนนี้ขอเสียงปรบมือดังๆ ต้อนรับเย่เหวินเซวียนขึ้นสู่เวทีด้วยครับ!”
เสียงของพิธีกรดังกังวานขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพูดจบเขาก็ค่อยๆ เดินลงจากเวทีไป
เหล่าทหารที่อยู่เบื้องล่างเมื่อได้ยินชื่อผู้ที่จะขึ้นแสดง ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความตื่นเต้น
“เย่เหวินเซวียนจริงเหรอ?! เชิญเขามาได้เนี่ย งานเลี้ยงครั้งนี้ระดับความพรีเมียมพุ่งปรี๊ดเลยนะ!”
“เขตทหารเรานี่สุดยอดจริงๆ ขนาดเย่เหวินเซวียนยังเชิญมาได้ เพลงของเขาน่ะเพราะสุดๆ เลยนะจะบอกให้!”
“เย่เหวินเซวียนเหรอ? เขาเป็นนักร้องป๊อปจะไปร้องเพลงทหารได้ยังไง แค่คิดก็ดูขัดๆ แล้ว ผมล่ะไม่ค่อยจะคาดหวังเท่าไหร่เลย...”
“คุณไม่ได้ยินที่พิธีกรบอกเหรอ เขาเตรียมเพลงทหารออริจินัลมาให้เรานะ ความสามารถของเย่เหวินเซวียนน่ะทุกคนก็เห็นกันอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าครั้งนี้เขาก็คงไม่ทำให้เราผิดหวังเหมือนกัน”
...
เหล่าทหารต่างกระซิบกระซาบกัน แม้แต่เหล่านายทหารที่นั่งอยู่ข้างหน้าก็ยังมีการพูดคุยกันเบาๆ
เย่เหวินเซวียนจัดระเบียบเครื่องแบบให้เข้าที่ จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นและก้าวขึ้นสู่เวทีด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและองอาจ
เมื่อยืนอยู่บนเวที สัมผัสกับลมหนาวที่พัดผ่าน และมองไปยังเหล่าทหารที่สวมเครื่องแบบเรียงรายอยู่เบื้องล่าง ความฮึกเหิมก็พลันบังเกิดขึ้นในใจโดยอัตโนมัติ
“บทเพลงต่อไปนี้มีชื่อว่า 《ภักดีต่อชาติ》 ผมขอมอบเพลงนี้ให้กับพี่น้องทหารทุกคน หวังว่าพี่น้องทุกคนจะมีหัวใจที่ภักดีต่อชาติเหมือนดั่งงักฮุย และมีจิตวิญญาณหัวเซี่ยสถิตอยู่ในใจ บทเพลงนี้เป็นผลงานออริจินัลของผม หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบครับ!”
(จบแล้ว)
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
📢 ประกาศเล็กน้อยจากผู้แปลครับ" ตั้งแต่บทที่ 473 เป็นต้นไป ทางผู้แปลได้ทำการตรวจสอบและแปลใหม่ทั้งหมด เนื่องจากพบว่าต้นฉบับเดิมมีเนื้อหาบางส่วนที่ตกหล่นไป เพื่ออรรถรสที่ครบถ้วนและไม่ให้พลาดประเด็นสำคัญของเนื้อเรื่อง อยากรบกวนให้นักอ่านทุกท่านย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่บทที่ 473 อีกครั้งนะครับ รับรองว่าเนื้อหาเข้มข้นและเข้าใจง่ายกว่าเดิมแน่นอนครับ!