เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 56 สโมสรซลัก (อ่านฟรี)

ตอนที่ 56 สโมสรซลัก (อ่านฟรี)

ตอนที่ 56 สโมสรซลัก (อ่านฟรี)


แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ สายเลือดแห่งมังกร

ตอนที่ 56 สโมสรซลัก

[ย้อนความเดิมตอนที่แล้ว เผื่อใครไม่ได้กลับไปอ่าน]

“เซฟ นายนี่แต่งตัวอย่างกับเป็นแดร็กคูล่า เพื่อนเปิดกระดุมบนเสื้อหน่อยสิ นายต้องหายใจด้วย” แม็กนัสแสดงความคิดเห็น

รักนาร์หัวเราะเบา

ๆ "ฮิฮิ ฉันได้ยินมาว่าลิลลี่จะไปที่นั่นด้วย"

แม็กนัสกระพริบตาแล้วหันกลับมามองที่สเนป

"ไงก็เหอะ สาวๆ ก็ไม่ชอบผู้ชายที่เคร่งขรึมอย่างนายหรอก...

ฉันว่านะ ผ่อนคลายหน่อยทำตัวเป็นธรรมชาติซะ"

สเนปเพียงแค่ไม่สนใจคำพูดของเขา

แต่สุดท้ายเขาก็ปลดกระดุมเม็ดบนออก หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปที่ห้องของซลักฮอร์น

เสียงมาจากข้างในแล้ว

*ก๊อกก๊อก*

ไม่นานศ.ซลักฮอร์นก็เปิดประตูออกมา

ดวงตาของเขาเป็นประกายทันทีที่เขาเห็นแม็กนัส

"โอ้ คุณเพนดราก้อน... คุณโอโรบอส คุณสเนป เชิญๆ เข้ามาเลย คนอื่นๆ

มาถึงแล้ว" ซลักฮอร์นทักทายอย่างกระตือรือร้น

แต่ทันทีที่แม็กนัสเข้ามา

เขาก็พูดไม่ออกเมื่อเห็นใครบางคน “เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย

เธอไม่ได้เก่งอะไรเลย”

“หึ แต่ฉันเป็นนักควิดดิชที่น่าทึ่ง

ฉันได้รับเลือกให้อยู่ในทีมสลิธีรินในฐานบีทเตอร์แล้ว

และพ่อของฉันก็เป็นเจ้าของบริษัท Nimbus Racing Broom Company” เอ็มม่าพูดอย่างภาคภูมิใจ

-_-

แม็กนัสอ้าปากค้าง “แต่เธอชื่อเอ็มม่า วานิตี้ไม่ใช่เหรอ เจ้าของบริษัท Nimbus Racing

Broom คือเดฟลิน ไวท์ฮอร์น”

“ฉันใช้นามสกุลแม่ของฉัน” เธอตอบ

"เอาน่า! ฉันเพิ่งซื้อนิมบัสใหม่

เธอช่วยฉันลดราคาหน่อยไม่ได้เหรอ" แม็กนัสบ่น

ตอนนี้ถึงตาของเอ็มม่าและคนอื่นๆ

ที่ต้องอ้าปากค้างติดพื้น

[สิ้นสุดความเดิมตอนที่แล้ว]

....

ซลักฮอร์นแนะนำทุกคนที่นั่นทีละคน มีเด็กจากทุกบ้าน แต่ส่วนใหญ่มาจากบ้านสลิธีริน เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เพราะสลิธีรินส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีฐานะดี

หลังจากนั้นอาหารมื้อค่ำก็เริ่มขึ้น ตอนนี้แม็กนัสเข้าใจสิ่งหนึ่งแล้ว ว่าชายชราคนนี้ไม่ได้สนใจอะไรนอกจากเพิ่มจำนวนเครือข่ายของเขา

วิธีดำเนินการของเขานั้นเรียบง่าย ก็คือเขาจัดตั้งสโมสรซลักมากมายหลายรุ่นจนมีนักเรียนอยู่ทั่วโลก บางคนร่ำรวย บางคนมีอำนาจ และบางคนอยู่ในตำแหน่งสำคัญๆ

ในแต่ละปีที่เพิ่มขึ้น เขาจะมีอิทธิพลมากขึ้น จากนั้นเขาจะใช้อิทธิพลเดียวกันนี้เพื่อช่วยสมาชิกใหม่สโมสรซลักในการบรรลุความยิ่งใหญ่ แล้วพวกนั้นก็อาจกลับมาตอนแทนได้ในภายหลัง

เขาได้สร้างวงจรแห่งความชื่นชม แล้วสุดท้ายตัวเขาจะได้ประโยชน์สูงสุด เขาจะได้ที่นั่งที่ดีที่สุดในการแข่งขันควิดดิชเพราะเขามีนักเรียนในทีมต่างๆ เขามีนักเรียนที่ทำงานกระทรวงฯ ยังมีนักเรียนที่เป็นเจ้าของธุรกิจและส่งของฟรีให้เขา

แม็กนัสคุยกับลิลลี่ซึ่งหน้าแดงทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา เขาค่อนข้างเข้าใจปฏิกิริยานี้ของเธอ เธอดูเหมือนจะสนใจเขา แต่เขาไม่ชอบเธอหรือแม้แต่จะมองเธอแบบนั้น

“คุณเพนดรากอน แบล็คบอกให้ฉันส่งสิ่งนี้ให้นาย” เธอยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เขา

แม็กนัสหยับมาดู ยืนยันว่าเป็นที่อยู่ของเท็ด ท็องส์

“ขอบใจ เรียกฉันว่าแม็กนัสก็ได้ พอได้ยินคุณเพนดราก้อนครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่ค่อยสบายใจนัก” เขาพูดว่า.

ในขณะเดียวกัน รักนาร์กับเซเวรัส กำลังคุยกับซลักฮอร์นเกี่ยวกับการขายยา

“พวกเธอสองคนปรุงยาตัวใหม่งั้นหรอ?” ซลักฮอร์นถามด้วยความประหลาดใจ

รักนาร์พยักหน้าขณะที่สเนปส่ายหัว รักนาร์เปิดเผยยาของเขาก่อน "นี่คือยาที่เพิ่มความอดทนต่อความเจ็บปวดของบุคคล"

ซลักฮอร์นหยิบขวดยามาตรวจสอบ “อืม มีการพัฒนายาสำหรับโรงพยาบาลที่ทำให้อวัยวะชานะ แต่ไม่เคยเห็นแบบที่เพิ่มความอดทนของร่างกาย มันมีประโยชน์ในการดวลกันด้วย ฉันต้องทำการทดสอบบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อน ถ้ามันปลอดภัย ฉันจะแนะนำให้คนรู้จักกับคนในกระทรวง พวกเขาจะจัดการเรื่องใบอนุญาตและการจดสิทธิบัตรของสิ่งนี้”

ต่อมาก็เป็นตาของสเนปเปิดเผยเรื่องพัฒนาสูตรยาของเขา "ผมได้สร้างสูตรที่ดีกว่าสำหรับยาที่มีอยู่เป็นหลักครับ ผมคิดว่าจะสามารถจดสิทธิบัตรแล้วขายในตลาดได้”

“วิเศษมาก เธอสองคนประสบความสำเร็จในสิ่งที่พ่อมดส่วนใหญ่ไม่สามารถทำได้ทั้งชีวิต ฉันจะช่วยเธอทั้งสองคนอย่างแน่นอน ตอนนี้มากินข้าวกันเถอะ เราจะมีการโต้วาทีกันในภายหลัง” ซลักฮอร์นตัวแทบจะลอยแล้ว

อาหารเหมือนกับในห้องโถงใหญ่ ยกเว้นไอศกรีม

หลังอาหารค่ำ ซลักฮอร์นเสนอการโต้วาที "พวกเธอสามารถเสนอหัวข้อแล้วเราจะพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นนั้นกัน"

ทุกคนให้คำแนะนำที่น่าเบื่อ แต่แม็กนัสมีคำแนะนำที่น่าสนใจที่สุด “ฉมมีคำถามอยู่ข้อหนึ่งตั้งแต่มาอยู่โรงเรียนนี้ ฉันสังเกตเห็นว่านักเรียนที่นี่กินอาหารกันมากแค่ไหน แม้แต่ตัวฉันเองก็กินเยอะกว่าปกติด้วยซ้ำ

“แต่ฉันไม่เคยเห็นนักเรียนอ้วนสักคนเดียวที่นี่แน่นอนว่าเราอาจมีคนอวบๆ อยู่บ้าง แต่ไม่มีเลยซักคนที่จะเรียกว่าอ้วนได้อย่างเต็มปาก หัวข้อของฉันก็ง่ายๆ ทำไมถึงไม่มีเด็กอ้วนในฮอกวอตส์เลย”

คำถามของเขาแปลก แต่ก็กระตุ้นความคิด รักนาร์ก็พยักหน้ากับคำถามของเขา “จะว่าไปก็ ใช่เลย ไม่มีเด็กอ้วนในโรงเรียน แม้แต่แฮกริดก็จัดได้ว่า...ตัวใหญ่...แต่ไม่อ้วน”

ซลักฮอร์นก็ครุ่นคิดเช่นกัน"ใช่เธอพูดถูก.ฉันเจอพ่อมดอ้วนในช่วงชีวิตของฉันน้อยกว่าที่ฉันจำได้”

“แล้วมีเหตุผลอะไรหรอครับ? ทำไมในชุมชนพ่อมดแม่มดถึงมีคนอ้วนน้อยกว่ามักเกิ้ล” แม็กนัสถาม?

ลูเซียสเป็นสมาชิกของสโมสรด้วย แต่เขาเงียบไปพักหนึ่งแล้ว ตอนนั้นเขาก็พูดขึ้น “ง่ายจะตาย เพราะพ่อมดมีระบบร่างกายที่บริสุทธิ์กว่ามักเกิ้ล”

“ไม่ ไม่ใช่ทุกอย่างจะเกี่ยวข้องกับความบริสุทธิ์ของเลือดนะคุณมัลฟอย แล้วฉันเพิ่งได้ยินเนี่ย? นายเพิ่งบอกว่าพ่อมดทั้งหมดเป็นคนดีงั้นหรอ? พวกมักเกิ้ลเกิดด้วยงั้นดิ?” แม็กนัสถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน นี่ทำให้ลูเซียสหุบปากเงียบสนิทเพราะเขาไม่มีแก๊งค์เขาอยู่นี่ด้วย เพื่อสนับสนุนคำพูดทั้งหมดของเขา

สเนปโต้แย้งว่า “เป็นเพราะเวทมนตร์ของพ่อมดทำให้ไขมันในร่างกายเป็นโมฆะหรือเปล่า”

"บางทีเราอาจมีกายวิภาคที่แตกต่างกัน" เอ็มม่าเดา

“หรือเราอาจมีเวทมนตร์ที่คอยจัดการเรื่องนี้” ลิลลี่กล่าวเสริม

แม็กนัสพยักหน้าให้เธอ “ลิลลี่พูดถูกต้อง มีเวทมนตร์คอยจัดการเรื่องนี้โดยตรง ตอนนี้ สิ่งที่ฉันจะแบ่งปันกับพวกนายเป็นเพียงทฤษฎี เพราะฉันไม่มีอำนาจหรือประสบการณ์ที่จะตัดตัวช่วยในการทำการทดสอบ

"เนื่องจากฉันมีคำถามนี้อยู่ในใจ ฉันจึงตัดสินใจทดลองดู วันปกติฉันจะกินเยอะแต่น้ำหนักไม่ขึ้น มันเป็นเรื่องปกติ ฉันมักจะรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง วันหนึ่งฉันลองไม่กินอย่างตั้งใจ วันต่อมารู้สึกเหนื่อยมาก หิวมากด้วย

“แต่แล้วฉันก็พบสิ่งที่แปลกมาก ผ่านไปสองสามวันฉันก็ไม่กินอีกเลย แต่ครั้งนี้ ฉันลองตั้งใจที่จะไม่ใช้เวทมนตร์ใดๆ เป็นเวลาสองวัน

“ลองเดากันดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันไม่รู้สึกเหนื่อยเลย อาหารจำนวนเล็กน้อยนั้นเพียงพอสำหรับฉันแล้ว”

“งั้นมันเป็นเวทมนตร์ที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นงั้นเหรอ?” รักนาร์ถามด้วยสีหน้าไม่ตกใจนัก

แม็กนัสพยักหน้า “ใช่ แต่การศึกษาของฉันไม่ได้จบเพียงแค่นั้น ของจริงกำลังจะเริ่ม ตั้งแต่ฉันรู้เรื่องโลกเวทมนตร์ ฉันก็ได้ศึกษาหนังสือทุกเล่มที่หาได้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เวทมนตร์ แต่ในทั้งหมดนั้น ไม่ทราบที่มาของเวทมนตร์ ทุกครั้งมันช่างคลุมเครือ”

"ทำไมน่ะเหรอ ตอนนี้ฉันมีทฤษฎีแล้ว จากข้อเท็จจริงที่ว่าการใช้เวทมนตร์และการกินน้อยลงทำให้ฉันเหนื่อย เราจึงเข้าใจได้ว่าเวทมนตร์ที่เราแสดงเกี่ยวข้องโดยตรงกับร่างกายของเรา เวทมนตร์นั้นอาจถูกแปลงมาจากพลังงานของร่างกายของเรา

เพราะอย่างที่พวกเธอบางคนรู้ พลังงานไม่สามารถสร้างหรือทำลายได้ มันสามารถเปลี่ยนแปลงได้เท่านั้น ในระยะสั้น เวทมนตร์เป็นเพียงพลังงานของร่างกายของเราเท่านั้น

แต่แล้วทำไมมักเกิ้ลใช้เวทมนตร์ไม่ได้ล่ะ? ฉันมีคำตอบสำหรับสิ่งนั้นด้วย พวกนายทุกคนรู้หรือไม่ว่าเวทมนตร์ถูกพบครั้งแรกในแอฟริกา แล้วแพร่กระจายจากที่นั่น"

ทุกคนพยักหน้าจึงพูดต่อ “ดี ตอนนี้แหละที่มนุษย์/มักเกิ้ลพบกับบรรพบุรุษของพวกเขาที่แอฟริกาด้วย มนุษย์ทุกคนวิวัฒนาการมาจากวานรหลายชั่วอายุคนอย่างช้า ๆ ในช่วงหลายแสนปีที่ผ่านมา

เดิมทีฉันเชื่อว่าไม่มีเวทมนตร์ในโลกของเรา แต่แล้วมีบางอย่างเกิดขึ้นที่ก่อให้เกิดสองส่วนของการวิวัฒนาการที่แตกต่างกันของสายพันธุ์เดียวกัน จากจุดนั้น มนุษย์มีวิวัฒนาการเหมือนกันในแง่ของรูปลักษณ์ แต่ภายในนั้นแตกต่างกัน ต่อมาส่วนหนึ่งได้เพิ่มพูนทักษะเวทย์มนต์

คนเหล่านี้มักถูกเรียกว่าหมอผีหรือนักบวชในเผ่าของพวกเขาก็เพราะพลังของพวกเขา แต่บุคคลที่มีเวทมนตร์นั้นมีมาอย่างช้าๆ เหตุผลที่คู่หูมักเกิ้ลสองคนสามารถมีลูกเป็นผู้วิเศษได้ก็เพราะการผสมกันในสมัยโบราณของทั้งสองสายพันธุ์ย่อยที่แตกต่างกันนั่นเอง

แค่มองว่ามันเป็นอวัยวะที่ไร้ประโยชน์บางส่วนที่เราไม่ต้องการ เหมือนกับไส้ติ่ง มันเคยช่วยบรรพบุรุษของเราในการย่อยพวกพืช คุณรู้หรือไม่ว่าตัวสเปิร์มของมนุษย์พัฒนาหางระหว่างห้าถึงแปดสัปดาห์หลังจากการปฏิสนธิ? หางจะหายไปตามเวลาที่มนุษย์เกิด และกระดูกสันหลังที่เหลือจะรวมกันเป็นก้นกบหรือกระดูกก้นกบ กล้ามเนื้อใบหูควบคุมส่วนที่มองเห็นได้ของหู แต่มนุษย์สูญเสียความสามารถในการใช้มัน แต่บรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นใช้กล้ามเนื้อเหล่านี้เพื่อตรวจจับเหยื่อและผู้ล่า

มีตัวอย่างมากมายนับไม่ถ้วน ฉันคิดว่าเวทมนตร์ก็เป็นเช่นนั้น และในกรณีของมักเกิ้ลส่วนใหญ่ มันจะอยู่เฉยๆ แต่ในบางกรณี มันก็โผล่ขึ้นมาอีก ฉันเรียกสิ่งนี้ว่า ทฤษฎีวิวัฒนาการเวทมนตร์

วันนี้เขาพูดมากเกินไปจริงๆ และเขารู้สึกว่าคอของเขาแห้งผาก แต่เมื่อเขาพูดจบ ทุกคนยกเว้นลูเซียสก็เริ่มปรบมือ

“เป็นทฤษฎีที่น่าเชื่อถือ คุณเพนดราก้อน ฉันคิดว่าทฤษฎีของเธออาจมีความน่าเชื่อถืออยู่บ้าง และตราบใดที่มีการวิจัย เราอาจพบต้นกำเนิดของเวทมนตร์ได้” ซลักฮอร์นชมเขา

“หึ ทฤษฎีนี้จะไม่มีคุณค่าใดๆ ในโลกพ่อมดแม่มด เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าพ่อมดไม่ได้วิวัฒนาการมาจากลิงเหมือนพวกมักเกิ้ล” ลูเซียสเถียง

“ไม่หรอก น่าจะเป็นโลกพ่อมดอังกฤษ ฉันเพิ่งคุยกับศาสตราจารย์แฮร์ริสันและเขาเล่าให้ฟังว่าคนอเมริกันเปิดใจกว้างกันแค่ไหนในเรื่องนี้ พวกเขาไม่ได้ถูกกดดันจากพวกผู้มีอำนาจที่คลั่งเลือดบริสุทธิ์มากนัก” แม็กนัสโต้กลับ

เมื่อเห็นสถานการณ์เลวร้ายลง ซลักฮอร์นจึงตัดสินใจยุติการประชุมชมรม

"อ๊าาา...นี่มันดึกแล้ว พวกเธอทุกคนควรกลับหอนอนได้แล้ว อีกไม่นานก็ได้เวลาเข้านอนแล้ว” ซลักฮอร์นกล่าว

ทุกคนค่อยๆ ทยอยออกไป รักนาร์และสเนปพอใจกับข้อตกลงที่ได้รับจากศาสตราจารย์

อย่างไรก็ตาม แม็กนัสไปที่โต๊ะของเขาในหอพักและเขียนจดหมายถึง เท็ด ท็องส์ เพื่อขอพบเขา

[จดหมาย]

เรียนคุณท็องส์ ผมแม็กนัส แกรนท์ เอมริส เพนดราก้อนจากฮอกวอตส์ ผมคิดว่าชื่อนี้น่าจะเพียงพอที่จะบอกคุณได้ว่าผมเป็นใคร

ผมได้ยินมาว่าคุณเป็นทนายความในโลกมักเกิ้ล ผมต้องการจ้างคุณในเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านที่ปราศจากเวทมนตร์ในสหรัฐอเมริกา

ผมต้องการนำเงินของผมไปลงทุน แต่แหล่งที่มาของเงินคือทองคำ ดังนั้นผมจึงไม่สามารถจ้างทนายความของมักเกิ้ลได้โดยไม่ละเมิดกฎหมายของกระทรวง

ดังนั้นผมหวังว่าจะได้รับการตอบกลับจากคุณและพบคุณเร็วๆ นี้ถ้าเป็นไปได้

ขอแสดงความนับถือ,

แม็กนัส แกรนท์ เอมริส เพนดราก้อน

[สิ้นสุดจดหมาย]

วันฮัลโลวีนกำลังจะมาถึงแล้ว และเขาหวังว่าจะได้พบคุณท็องส์ที่ฮอกส์มี้ดในสุดสัปดาห์นี้ แม้ว่าปีหนึ่งจะไม่ได้รับอนุญาต แต่เขาจะพยายามทำให้ดัมเบิลดอร์เห็นด้วย

_____________________________

เพจแปลถ้าเช่นนั้นข้าขอลา

จบบทที่ ตอนที่ 56 สโมสรซลัก (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว