เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 45 เมื่อฝุ่นจางหาย ความวุ่นวายสงบลง (อ่านฟรี)

ตอนที่ 45 เมื่อฝุ่นจางหาย ความวุ่นวายสงบลง (อ่านฟรี)

ตอนที่ 45 เมื่อฝุ่นจางหาย ความวุ่นวายสงบลง (อ่านฟรี)


แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ สายเลือดแห่งมังกร

ตอนที่ 45 เมื่อฝุ่นจางหาย ความวุ่นวายสงบลง

*ชี่…………*

แม็กนัสรู้สึกว่าดาบดิสเพียร์รู้สึกเย็นลงและดาบโฮปรู้สึกอุ่นขึ้น ขณะเดียวกันมันก็ส่งเสียงดังชี่ด้วยเหตุผลบางอย่าง จากนั้น ดาบโฮปก็เริ่มส่องสว่างขึ้นทุกวินาที

"ไม่ดีแล้ว!" แม็กนัสอุทาน

เขาตระหนักว่าดาบทั้งสองถูกเรียกว่าดิสเพียร์และโฮปเพราะมีเหตุผล ดิสเพียร์กำลังดูดพลังงานจากคำสาปพิฆาตและส่งต่อไปยังโฮป

“หึ ยังไงก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี” ทันใดนั้นมู้ดดี้ก็คำราม จากนั้นวินาทีต่อมามู้ดดี้ก็ขว้างอะไรบางอย่างใส่คำสาปพิฆาตทำให้มันระเบิดใส่กับอะไรก็ตามที่ขว้างใส่มัน

เมื่อเห็นคำสาปหายไป เขามองไปที่มู้ดดี้ด้วยความตกใจ "นี่คุณ... เหวี่ยงขาใส่คำสาปเหรอ?"

"เหอะ... ยังไงก็ไร้ประโยชน์ แล้วดาบเล่มนั้นล่ะ?" มู้ดดี้ถามราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่เขาเพิ่งเสียสละขาของเขา

แม็กนัสมองไปที่ดาบโฮป “ไม่รู้สิ มันมีพลังงานสะสมอยู่มาก ดาบนี่เคยเป็นของกษัตริย์อาเธอร์”

~ เร็วเข้า! ชูขึ้นไปบนฟ้า~ เสียงบอกแม็กนัสในหัวของเขา

แม็กนัสไม่ถามอะไรต่อทำตามที่ขอทันที เขาชี้โฮปขึ้นไปยังท้องฟ้ามืดครึ้มกับฝนที่กำลังตกอยู่

"เธอทำอะไรน่ะ?" ดัมเบิลดอร์ถาม

“นี่ไม่ใช่เวลาสำหรับโพสท่าแห่งชัยชะ-….” มู้ดดี้หยุดพูดกลางประโยค

*บู้มมมมมมมมม*

ฮ้าาาาาา…” แม็กนัสเปล่งเสียง

เสียงระเบิดดังสนั่นหู แต่ก่อนที่จะมีเสียง พวกเขาเห็นแสงสีขาวออกจากปลายดาบโฮปอย่างรวดเร็วจนเสียงนั้นมาทีหลัง และเมื่อถึงเวลาที่เสียงนั้นปรากฏขึ้น แสงก็มาถึงเมฆและระเบิดออกเป็นอนุภาคเล็กๆ สีขาวคล้ายทราย

เมฆบนท้องฟ้าก็สลายไปเพราะเหตุนี้ และแสงแดดแรกก็ตกกระทบแม็กนัสโดยตรง ซึ่งยังคงถือดาบชี้ฟ้าอยู่ หลายคนเห็นสิ่งนี้จากหน้าต่างบ้านหรือร้านค้าของพวกเขา ก็อบลินที่หวาดกลัวหลบซ่อนอยู่ก็ออกมาเห็นสิ่งนี้เช่นกัน พวกเขาเพิ่งตระหนักว่าการไม่ช่วยเขา พวกเขาได้สร้างปัญหาครั้งใหญ่แล้ว

แมลงเต่าทองตัวเล็กตัวหนึ่งก็เห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน ในความเป็นจริงเต่าทองตัวนี้ติดตามแม็กนัสมาตลอด

แสงตกกระทบดวงตาสีแดงของแม็กนัส ทำให้ใบหน้าและผมสีบลอนด์เข้มสว่างขึ้น ดาบทั้งสองของเขาส่องแสงสีแตกต่างกัน จากนั้นแสงแดดก็แผ่ขยายครอบคลุมตรอกไดแอกอนทั้งหมด ร้านค้าบางส่วนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

แม็กนัสยิ้มขณะที่เขามองไปที่มู้ดดี้ แม็กนัสเพิ่งฆ่าคนเป็นครั้งแรก แต่แทนที่จะเสียใจหรือสมเพช เขากลับไม่รู้สึกอะไรแปลกๆ หัวใจของเขากำลังบอกให้เขารู้สึกแย่แต่จิตใจของเขากำลังบอกว่าเขาทำถูกต้องแล้ว เพราะคนเหล่านั้นต้องการที่จะฆ่าเขาอยู่ดี

ทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีครึ่งก่อนก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งในความคิดของเขา ตอนที่เขาเห็นคนขับรถบัสเสียชีวิตในเหตุการณ์ไฟไหม้เสียชีวิต และเขาได้พูดคุยกับบ็อบบี้เกี่ยวกับเรื่องนี้

[ย้อนภาพจำ]

แม็กนัส: บ๊อบบี้ ฉันรู้สึกว่าเรายังเด็กเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องแบบนี้... ฉันค่อนข้างกลัวนิดหน่อย คิดว่าจุดจบของฉันจะเป็นแบบนั้น นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันพยายามอย่างมากที่จะพังหน้าต่าง แต่มันยังทำให้ฉันตาสว่าง พวกเรามัน... อ่อนแอ... เปราะบางเหลือเกิน ร่างกายของเราก็ไม่ต่างจากแก้ว

บ๊อบบี้: แล้วเราควรทำยังไงเพื่อให้แข็งแรงขึ้นล่ะ?

แม็กนัส: ฉันไม่รู้สิ... อาจจะออกกำลังกายมั้ง? ให้เยอะที่สุด เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่านี้ นั่นคือทั้งหมดที่ฉันคิดได้

[สิ้นสุดภาพจำ]

*เฮ่อ*

“ฉันต้องซื้อไอศกรีมอีกกล่อง ตอนนี้กล่องคงอยู่ใต้ซากปรักหักพังแล้ว” เขาเอ่ยเศร้าๆ

ดัมเบิลดอร์เข้ามาใกล้เขาและตบไหล่ของเขา "เธอทำได้ดีมาก แม็กนัส ดีกว่าฉันด้วยซ้ำ"

มู้ดดี้ผงกหัวขึ้นจากพื้น “ให้ตายสิ เขาทำถูกแล้ว แม้แต่มือปราบมารที่มีประสบการณ์สูงก็ยังแพ้เขา เลือดเมอร์ลินในตัวเขานี่มันเข้มข้นจริง และด้วยดาบคู่นั้น ฉันไม่สงสัยเลยว่าเขาควรจะเป็นราชา ฉันหมายความว่า แม้แต่ธรรมชาติก็ยังยอมรับด้วยการสาดแสงแดดใส่หน้าเขาอย่างแม่นยำ”

"ฮ่าฮ่า..." แม็กนัสหัวเราะและพูดต่อ

“คุณจะทำยังไงกับขาของคุณตอนนี้” แม็กนัสถาม

มู้ดดี้ยักไหล่ “เมอร์ลินเป็นพ-... เอ่อ มันคงแปลกที่ได้ยินพวกเราสบถในนามของเมอร์ลิน”

เขาค่อยๆ ลุกขึ้นโดยมีดัมเบิลดอร์ช่วย “อีกเดี๋ยวฉันคงจะใช้ขาปลอมแทน แต่อย่างน้อยเราก็ได้กำจัดผู้เสพความตายเหล่านี้ไปบ้างถึงราคาที่จ่ายจะสูงก็เหอะ”

"คุณควรไปคุยกับพ่อผมนะ เขาเป็นวิศวกรเครื่องกล เขาสามารถสร้างขาโลหะให้คุณได้ ที่เหลือคุณก็แค่คือใช้เวทมนตร์กับมัน" แม็กนัสแนะนำ

“ฉันจะลองดู… ดัมเบิลดอร์ กลับไปที่ฮอกวอตส์เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องสนใจอะไรอีกแล้ว” เขาพูดอย่างจริงจัง

รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ ยูจีเนียก็เห็นด้วย “ใช่ค่ะกลับไปที่ฮอกวอตส์ก่อน ฝ่าบาทเพคะ ขอบพระทัยสำหรับความช่วยเหลือ

หม่อมฉันอยากเสนอเหรียญตราเมอร์ลินให้พระองค์"

แม็กนัสหัวเราะและจากไปพร้อมกับดัมเบิลดอร์

"เอาจริงดิ? คุณอยากให้ "เขา" รับเหรียญตราเมอร์ลินงั้นหรอ!? เขาคือเมอร์ลินผู้กระหายเลือดกลับชาติมาเกิดนะ..." มู้ดดี้ตอกใส่หน้าเธอแล้วกระโดดขาเดียวเพื่อหาม้านั่ง

แม็กนัสเดินไปที่หม้อใหญ่รั่วกับดัมเบิลดอร์

“เธอรู้สึกอะไรเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต 2 คนนั้นไหม?” ดัมเบิลดอร์ถามเขา

"ทั้งใช่ และไม่... น่าใจหายแต่ก็จำเป็นเช่นกัน ผมไม่ได้ต้องการฆ่าพวกเขา ผมแค่ใช้พลังของผมอย่างเต็มที่เพื่อเอาชีวิตรอด” แม็กนัสตอบ

“ใช่ ถูกแล้ว การมีชีวิตรอดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การสูญเสียชีวิตของเธอให้กับคนอย่างพวกเขาเป็นหนึ่งในสิ่งเลวร้ายที่สุดที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เนื่องจากเป้าหมายของพวกเขาคือเส้นทางแห่งการทำลายล้าง เพื่อต่อสู้กับการทำลายล้าง คุณต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่ มันยังหมายถึงการปรับปรุงใหม่ด้วยการเปลี่ยนแปลงสิ่งเก่า

“ผมอยู่กับมักเกิ้ลมาหลายปี ต้องบอกว่าพวกเขาหวงแหน พวกเขาต้องอดทนอดกลั้นและพัฒนา พวกเขาต่อสู้ดิ้นรนรับการเปลี่ยนแปลง พวกเขามีปัญหา แต่ไม่มีสิ่งใดที่คุกคามการดำรงอยู่ทั้งหมดของพวกเขาได้ ในขณะที่สิ่งที่พวกคลั่งเลือดเชื่อกันคือการตายของมักเกิ้ลทุกคน การตกเป็นทาสของโลกผู้วิเศษที่ไม่ใช่เลือดบริสุทธิ์” ดัมเบิลดอร์พูดด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้า

แม็กนัสถอนหายใจ “ผมเพิ่งมาที่นี่ได้ไม่กี่สัปดาห์ ผมคาดหวังว่าคงอีก 7 ปีกว่าที่ผมจะได้กลับไปหาครอบครัว”

“ฉันเชื่อว่าเธอคิดผิด แม็กนัส เมื่อเธออยู่ในโลกแห่งเวทมนตร์ เธอจะไม่มีวันทิ้งมันไป ใช่ เธอสามารถกลายเป็นคนโง่เขลาได้ แต่เธอเป็นคนแบบนั้นหรือเปล่า?” ดัมเบิลดอร์ถาม

“คุณเป็นมีวาทะศิลป์เป็นเลิศ มีใครบอกคุณไหมครับ?” แม็กนัสชมเชยเขา

ดัมเบิลดอร์ลูบเคราอย่างภาคภูมิใจ "ทำไมฉันว่าฉันเคยได้ยินคำชมแบบนี้มาก่อน"

แม็กนัสตอบโพล่งไปว่า "เฮ้ มีคนพูดถึงฮิตเลอร์แบบนี้เหมือนกันฮะ"

-_-

ดัมเบิลดอร์พูดไม่ออกขณะที่แม็กนัสไปทานอาหารที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว

...

ในขณะที่แม็กนัสกำลังต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แชด แมวของเขาก็กำลังผจญภัยในฮอกวอตส์ ในฐานะแมวมันมีสิทธิ์เข้า-ออกได้แทบจะทุกที่

นั่นคือตอนที่ แชดเห็นแมวอีกตัว เขาไม่เคยเห็นแมวที่ร้อนแรงเช่นนี้มาก่อน แมวสีเทาสวยงาม อ้วนท้วนสำหรับการผสมพันธุ์

"เหมียววววว..." แชดเดินตามแมวไปพร้อมกับส่งเสียงดัง

เมื่อแมวสาวไม่สนใจเขา มันก็กระโดดไปดักหน้าเธอ

...

แอนิเมจัสของศาสตราจารย์มักกอนนากัลเป็นแมว เธอชอบความสามารถนี้ของเธอเพราะมันเป็นข้อพิสูจน์ถึงทักษะการแปลงร่างของเธอ ร่างแมวนี้ยังมีประโยชน์มากสำหรับเธอ เธอใช้มันเพื่อจับตาดูนักเรียนและตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีกิจกรรมที่ผิดกฎโรงเรียนเกิดขึ้น

แต่วันนี้เธอพบแมวอีกตัว เดินเตร่ไปตามทางเดิน แล้วตอนนี้มันกำลังตามเธอมา

เธอเม้มปากแมวเพื่อทำให้มันหายไป แต่แมวไม่หยุด เธอสัมผัสได้ถึงความหิวโหยในดวงตาของแมว ดูน่ากลัวสำหรับเธอ

เธอวิ่งหนีแต่แมวนั่นตามมา จากนั้นมันก็พยายามก้าวข้ามขีดจำกัดทั้งหมดเมื่อกระโดดเข้าหาเธอ

ด้วยความโกรธ เธอตบแมวอ้วนออกไปแล้วแปลงกลับไปร่างมนุษย์ของเธอเพราะไม่มีใครอยู่รอบๆ เธออุ้มเจ้าแมวอ้วนไว้ที่ท้ายทอย

“เธอเป็นแมวที่ขาดระเบียบวินัยมาก เธอจะถูกกักบริเวณ 2 ชั่วโมง” เธอดุ

"เหมียว?" แชดตกใจมากในตอน ความรักของเขากลายเป็นแมวปลอม มันปวดใจ

“มะแง้วววววว” แชดร้องระงม

_____________________________

เพจแปลถ้าเช่นนั้นข้าขอลา

มักกอนนากัล

จบบทที่ ตอนที่ 45 เมื่อฝุ่นจางหาย ความวุ่นวายสงบลง (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว