- หน้าแรก
- ก็ผมมีระบบผู้ช่วยไอดอลสายบันเทิง ผมจะดังแค่ไหนก็ได้
- บทที่ 24 - พ่อ
บทที่ 24 - พ่อ
บทที่ 24 - พ่อ
บทที่ 24 - พ่อ
◉◉◉◉◉
ห้องพักคอยของรายการ The Voice of People...
เย่เหวินเซวียนและคนอื่นๆ เริ่มวุ่นวายกันแล้ว ละครเวทีครั้งนี้มีนักแสดงทั้งหมดสี่คน คนหนึ่งคือชืออวี่ อีกสามคนเป็นคนที่อาจารย์เฉินเหวินช่วยหามาให้เย่เหวินเซวียน
ชายวัยกลางคนอายุสามสิบคนหนึ่งชื่อสือหานอวี่ และลูกสาววัยห้าขวบของเขา ยาย่า สือหานอวี่เป็นลูกศิษย์ที่เฉินเหวินสอนมากับมือ ตอนนี้ก็เป็นนักแสดงเช่นกัน แต่ชื่อเสียงไม่ดังมากนัก เล่นเป็นแค่ตัวประกอบในละครบางเรื่อง รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาซื่อๆ ดูแล้วเกิดความรู้สึกดีได้ง่าย ให้ความรู้สึกเหมือนคนดี
ลูกสาวของเขา ยาย่า หน้าตาน่ารักน่าชัง แก้มกลมๆ บนหัวมัดจุกสองข้าง ตากลมโตน่ารัก ตอนที่เจอหนูน้อยยาย่าครั้งแรก เย่เหวินเซวียนกับหวังชืออวี่ชอบมาก ทุกวันก็ชอบแกล้งเธอเล่น
คนสุดท้ายคืออาจารย์หม่าหัวจื้อ เป็นนักแสดงรุ่นเก๋าที่อยู่ในระดับเดียวกับอาจารย์เฉินเหวิน ฝีมือการแสดงสูงส่ง ปีนี้ก็อายุเกือบหกสิบแล้ว
ละครสั้นที่จะแสดงอีกสักครู่มีสองส่วน ส่วนหนึ่งคือการแสดงเป็นพ่อในวัยหนุ่ม อีกส่วนคือการแสดงเป็นพ่อในวัยชรา ส่วนสุดท้ายมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ท่ามกลางความวุ่นวาย เวลาค่อยๆ ผ่านไป
ครั้งนี้เย่เหวินเซวียนขึ้นแสดงเป็นลำดับที่สาม คนก่อนหน้าคืออู๋เทียนเฉิน ครั้งนี้ไม่มีเย่เหวินเซวียนคอยกดดันอยู่ข้างบน เขาจึงถ่ายทอดเพลง "บุปผาแห่งรัก" ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ได้รับเสียงปรบมืออย่างล้นหลาม
ทำให้อู๋เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหลิงเล็กน้อย ปัดเป่าความหดหู่ก่อนหน้านี้ไปได้หมดสิ้น ตอนที่ลงจากเวที เขาก็ชูนิ้วก้อยให้เย่เหวินเซวียน ทำเอาหวังชืออวี่เกือบจะคลั่ง อยากจะไปต่อว่าเขา!
ฮว่าเส่าเดินขึ้นมาบนเวที แล้วพูดกับผู้ชมด้านล่าง "จนถึงตอนนี้ รายการ The Voice of People ซีซั่นแรกของเราก็เหลือผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายแล้ว ขอเชิญทุกท่านปรบมือต้อนรับผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายของเรา เย่เหวินเซวียน ที่จะมาพร้อมกับเพลงซึ้งๆ ที่เขาแต่งเองอีกเพลงหนึ่ง 'พ่อ'!"
แสงไฟค่อยๆ มืดลง...
แสงสีขาวนวลส่องลงมาที่กลางเวที เย่เหวินเซวียนถือกีตาร์ของเขายืนอยู่กลางเวที ก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่พูดอะไร
ผู้ชมในใจก็สงสัย ไม่รู้ว่าเย่เหวินเซวียนจะยังสามารถนำเสนอบทเพลงที่คลาสสิกเหมือนกับเพลงที่แล้วได้อีกหรือไม่
ทันใดนั้นแสงสีน้ำเงินก็สว่างขึ้นทางด้านซ้ายของเย่เหวินเซวียน...
หนูน้อยยาย่าสะพายกระเป๋านักเรียนใบน้อยของเธอ ยืนอยู่บนเวที หันหน้าเข้าหาสือหานอวี่
"พ่อคะ..." เสียงเด็กน้อยที่ใสกังวานทำลายความเงียบในงาน
ทุกคนต่างมองดูเด็กหญิงที่น่ารักคนนั้น อดไม่ได้ที่จะนึกถึงตอนที่ตัวเองยังเด็ก ก็เคยยืนรอพ่ออยู่ที่หน้าโรงเรียนแบบนี้เหมือนกัน
ดนตรีประกอบดังขึ้น เสียงไวโอลินและเปียโนที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวดังขึ้น พร้อมกับเสียงกีตาร์โปร่งที่นุ่มนวลล่องลอย...
"ความรักของพ่อคือความรักที่อมตะ ไม่ว่าพายุฝนจะโหมกระหน่ำเพียงใด มันก็ยังคงสมบูรณ์แบบ ไม่เคยจางหาย" เสียงทุ้มลึกของเย่เหวินเซวียนดังขึ้น
เด็กหญิงตัวน้อยกระโดดโลดเต้นวิ่งไปหาพ่อ ปีนขึ้นไปบนบ่าของพ่ออย่างทุลักทุเล เผยรอยยิ้มที่หวานซึ้ง บริสุทธิ์ไร้เดียงสา พ่อมมองดูลูกสาวบนบ่าอย่างอ่อนโยน เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่
"ความรักของพ่อคือความรักที่มุ่งมั่น ไม่ว่าโชคชะตาจะขมขื่นเพียงใด เขาก็พร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่าง ไม่เคยลดน้อยลง"
ปีนั้น ฉันขี่หลังพ่อเล่นเป็นม้า...
ปีนั้น ฉันขี่คอพ่อเดินเล่นในทุ่งนา...
ปีนั้น ฉันหลับใหลอยู่ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งของพ่อ...
ปีนั้น ฉันกอดขาพ่ออ้อนวอน...
ปีนั้น ฉันดึงหนวดพ่อเล่นในอ้อมกอดของพ่อ...
ปีนั้น...
หนูน้อยยาย่าและสือหานอวี่ค่อยๆ แสดงท่าทางในวัยเด็กของทุกคนออกมาทีละท่า พร้อมกับเสียงบรรยายที่ทุ้มลึกของเย่เหวินเซวียน ผู้คนต่างก็นึกถึงภาพของตัวเองในวัยเด็ก ใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มแห่งความสุข
คนคนนี้ก็คือ—พ่อ!
เย่เหวินเซวียนค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ตรงไปที่ไมโครโฟน
...
เอาแต่ขอจากพ่อ ไม่เคยพูดขอบคุณเลย
จนกระทั่งโตขึ้นถึงได้เข้าใจว่าพ่อลำบากแค่ไหน
ทุกครั้งที่จากไป มักจะทำเป็นสบายๆ
ยิ้มแล้วบอกว่ากลับไปเถอะ หันหลังไปน้ำตาก็คลอเบ้า
...
เสียงของเย่เหวินเซวียนราวกับสายน้ำใสที่ไหลรินออกมา แสงไฟทางด้านซ้ายค่อยๆ ดับลง แสงสีเหลืองอ่อนทางด้านขวาก็สว่างขึ้น
ชายชราคนหนึ่งยืนอยู่ที่ประตูอย่างเงียบๆ มองดูลูกสาวที่จากไป มองอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งไม่เห็นแผ่นหลังของลูกสาว
หลังงอ หลังค่อม เดินกลับบ้านอย่างโซเซ ก้าวไปข้างหน้าสามก้าวก็หันกลับมามอง...
เมื่อเห็นฉากนี้ ความแตกต่างที่รุนแรงทั้งสองอย่าง ทำให้ในใจของผู้ชมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บแปลบ!
นี่...ไม่ใช่ภาพสะท้อนของตัวเองหรอกหรือ?
พ่อของฉัน ตอนนี้ท่านสบายดีไหม?
ท่านก็เคยมองฉันแบบนี้เหมือนกันใช่ไหม?
ท่านก็เคยเดินโซเซแบบนี้เหมือนกันใช่ไหม?
...
อยากจะจับมือที่อบอุ่นของพ่อเหมือนเมื่อก่อน
แต่พ่อไม่ได้อยู่ข้างๆ ฝากสายลมพัดพาความสุขไปให้
...
นานแค่ไหนแล้ว นานแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่ได้จับมือพ่ออีก
เหมือนตอนเด็กๆ มือใหญ่ของพ่อกุมมือเล็กๆ ของฉัน...
ช่างอ่อนโยน ช่างอบอุ่น...
พ่อไม่ได้อยู่ข้างๆ ฉันแล้ว ตอนนี้ท่านสบายดีไหม!
...
เวลาเอ๋ย เวลา โปรดช้าลงหน่อย อย่าทำให้พ่อแก่ลงไปอีกเลย
ฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้พ่ออยู่กับฉันไปนานๆ
พ่อที่แข็งแกร่งมาทั้งชีวิต ฉันจะทำอะไรให้พ่อได้บ้าง
ความห่วงใยเล็กๆ น้อยๆ นี้ โปรดรับไว้ด้วยเถอะ
...
เสียงของเย่เหวินเซวียนพลันรุนแรงขึ้นมาทันที ถ่ายทอดความในใจของทุกคนออกมาอย่างซาบซึ้ง
นี่แหละคือเสียงเรียกร้องของลูกๆ ทุกคน...
เวลาเอ๋ย, เวลา!
เธอช้าลงหน่อยได้ไหม!
ผู้ชมที่เพิ่งจะร้องไห้ไปเมื่อกี้ ก็ร้องไห้กันทั้งงานอีกครั้ง เอามือปิดปากแน่น น้ำตาไหลพรากๆ
เด็กสาวหลายคนและดาราหญิงหลายคน ไม่สนใจเครื่องสำอางที่สวยงามบนใบหน้าอีกต่อไป น้ำตาทำให้พวกเธอกลายเป็นแมวหน้าเปื้อนไปตามๆ กัน
...
เวลาเอ๋ย เวลา โปรดช้าลงหน่อย อย่าทำให้พ่อแก่ลงไปอีกเลย
ฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้พ่ออยู่กับฉันไปนานๆ
พ่อที่แข็งแกร่งมาทั้งชีวิต ฉันจะทำอะไรให้พ่อได้บ้าง
ความห่วงใยเล็กๆ น้อยๆ นี้ โปรดรับไว้ด้วยเถอะ
...
ขอบคุณนะพ่อ ที่ใช้ทั้งชีวิตแลกกับการเติบโตของฉัน แลกกับความสุขของฉัน...
ขอบคุณนะพ่อ!
ความรักของพ่อดั่งขุนเขา หนักแน่นไร้ขอบเขต...
ถึงแม้เขาจะดูเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดจา แต่ในยามที่สำคัญที่สุด เขาก็พร้อมที่จะใช้ร่างกายที่ไม่สูงใหญ่ของเขามาบังลมบังฝนให้คุณ!
ถึงแม้เขาจะดูสบายๆ ไม่ค่อยใส่ใจ แต่ในยามที่ต้องการที่สุด เขาก็พร้อมที่จะปรากฏตัวอยู่ข้างๆ คุณเป็นคนแรกเพื่อเป็นกำลังใจให้คุณก้าวต่อไป!
...
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่พ่อทำ สองมือค้ำจุนครอบครัวของเรา
มักจะทุ่มเททุกอย่าง มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ฉัน
ฉันเป็นความภาคภูมิใจของพ่อไหม ยังเป็นห่วงฉันอยู่หรือเปล่า
ลูกที่พ่อเป็นห่วง โตแล้วนะ
...
เสียงตะโกนของเย่เหวินเซวียนดังไปทั่วทุกบ้านในประเทศจีนผ่านทางกล้องถ่ายทอดสด
ที่บ้านของเย่เหวินเซวียน เย่หยุนเทียนขอบตาแดงก่ำมองดูเย่เหวินเซวียนบนจอทีวี มองดูลูกชายที่ร้องไห้ไปพลางร้องเพลงไปพลาง
ขอบตาแดงก่ำ ในดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา กลั้นน้ำตาไว้สุดความสามารถ แต่ใบหน้ากลับเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
ชาตินี้ มีลูกชายที่ดีแบบนี้ คุ้มแล้ว!
"ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" เย่หยุนเทียนไม่กล้ามองหน้าภรรยาของเขา ก้มหน้าลงแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ
อวี๋จื่อฉิงร้องไห้มองดูสามีที่วิ่งหนีไปอย่างรีบร้อน ก็หัวเราะทั้งน้ำตา รู้ว่าสามีของเธอกลัวจะเสียหน้าต่อหน้าเธอ ก็เลยวิ่งหนีไปที่ห้องน้ำ
สายตาหันไปที่ทีวี มองดูลูกชายของเธอ สายตาเต็มไปด้วยความรักใคร่ เมื่อกี้เย่เหวินเซวียนร้องเพลง "แม่ในแสงเทียน" ทำเอาอวี๋จื่อฉิงร้องไห้โฮ ฟุบหน้ากับอกสามีร้องไห้อยู่นาน เมื่อกี้ยังหัวเราะเยาะตัวเองอยู่เลย
หึหึ! ตอนนี้ก็ทนไม่ไหวเหมือนกันไม่ใช่เหรอ!
...
เวลาเอ๋ย เวลา โปรดช้าลงหน่อย อย่าทำให้พ่อแก่ลงไปอีกเลย
ฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้พ่ออยู่กับฉันไปนานๆ
ฉันเป็นความภาคภูมิใจของพ่อไหม ยังเป็นห่วงฉันอยู่หรือเปล่า
ลูกที่พ่อเป็นห่วง โตแล้วนะ
ขอบคุณที่มีพ่ออยู่เคียงข้างตลอดทาง
...
เหลียงกั๋วต้งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กรรมการ ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเอามือปิดตา ฟุบหน้าร้องไห้กับโต๊ะ
ลูกผู้ชายไม่ร้องไห้ง่ายๆ แค่ยังไม่ถึงเวลาที่เสียใจ!
เหลียงกั๋วต้งนึกถึงตอนที่เขากลับบ้านเมื่อหลายวันก่อน เห็นสภาพของพ่อของเขา
เขาทำงานอยู่ข้างนอกตลอดทั้งปี ไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว
พ่อของเขาเป็นอัมพฤกษ์ พูดจาไม่ชัด
จำไม่ได้ว่ารอบๆ ตัวมีใครบ้าง สมองก็ไม่ค่อยดีแล้ว
เหลียงกั๋วต้งที่รีบกลับบ้านมาเมื่อได้ข่าว เห็นสภาพของพ่อแล้วความทุกข์ที่พูดไม่ออกก็ท่วมท้น
เมื่อเห็นลูกชายกลับมา พ่อของเขาก็ค่อยๆ หยิบปืนของเล่นออกมาอันหนึ่ง ยื่นให้เหลียงกั๋วต้งอย่างสั่นเทา
ในปากพูดซ้ำๆ อยู่ประโยคเดียว "ต้ง...ต้ง ปืนของแก..."
ปืนกระบอกนั้นเป็นของเล่นที่เหลียงกั๋วต้งชอบเล่นที่สุดตอนเด็กๆ พ่อของเขายังคงพกติดตัวอยู่เสมอจริงๆ ด้วย
ป่วยหนักขนาดนี้แล้ว ก็ยังไม่ลืมความผูกพันในใจ!
นี่แหละคือความรักของพ่อ!
พอมานึกถึงตัวเองที่ละเลยพ่อแม่มานานหลายปี ตอนนี้เหลียงกั๋วต้งรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เสียงร้องของเย่เหวินเซวียนได้ปลดล็อกโซ่ตรวนในใจของเหลียงกั๋วต้ง ทำให้ความรู้สึกที่เก็บกดไว้ระเบิดออกมา
เสียงสุดท้ายของเย่เหวินเซวียนเงียบลง
ห้องผู้กำกับ...
เฉินเส่าเข่าถอดหูฟังออก ลุกขึ้นยืน ปรบมือก่อนใคร
จากเสียงปรบมือที่ประปรายกลายเป็นเสียงโห่ร้องที่ดังกึกก้อง
ทุกคนต่างก็ขอบคุณเย่เหวินเซวียนบนเวที
เพราะเสียงร้องของเขา
ทำให้ทุกคนนึกขึ้นได้ว่า คนที่ควรจะทะนุถนอมที่สุดในโลกนี้คือใคร?
ไม่ใช่เงินทอง ไม่ใช่อำนาจ
คือพ่อแม่!
คือพ่อแม่ที่คอยอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ไม่ว่าลมจะพัดฝนจะตก!
◉◉◉◉◉
จบแล้ว