เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 เด็กน้อยแห่งเพลิง

ตอนที่ 7 เด็กน้อยแห่งเพลิง

ตอนที่ 7 เด็กน้อยแห่งเพลิง


หลังจากเหตุการณ์ประหลาดนั้น แม็กนัสมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ตั้งแต่เขานอนใต้ต้นไม้นั้น สิ่งแปลกประหลาดเหล่านี้ก็เกิดขึ้น แต่เขามีความคิดเกี่ยวกับวิธีการได้รับคำตอบของเขา

แม้ว่าตอนนี้เขากำลังเยี่ยมชมบ้านของราชินี แต่ก็น่าแปลกที่พระราชินีเสด็จมาที่นั่นด้วย น่าจะเป็นงานประชาสัมพันธ์ แต่สำหรับเด็กๆ เธอมาพบพวกเขาก็ทำให้พวกเขาตื่นเต้น

อย่างไรก็ตาม แม็กนัสไม่ชอบเธอหลังนักจากมองแวบแรก เธอดูเป็นคนเจ้าความคิดและเป็นผู้หญิงเย็นชาที่ไม่สนใจอะไรนอกจากตัวเอง

ดังนั้นเขาจึงรักษาระยะห่างไว้ ราชินียังสังเกตเห็นเด็กคนหนึ่งที่พยายามอยู่ห่างจากพระองค์ แต่พระองค์ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พระองค์มีสิ่งที่สำคัญกว่าอยู่ในหัวตอนนี้

~ ตรวจสอบทะเบียนราษฏ์ประจำประเทศแล้ว ไม่มีทารกแรกเกิดที่มีนามสกุลเพ็นดราก้อนอยู่ในประเทศนี้เลย สิ่งที่เรียกว่าราชานี้ไปอยู่ที่ไหนได้~ พระองค์สงสัย

"ที่นี่..."

พระองค์ชนเข้ากับบางอย่างในทันใด เธอหมกมุ่นอยู่กับความคิดมากเกินไปจนลืมสิ่งรอบข้างและทำผ้าเช็ดหน้าหล่น

ด้วยความประหลาดใจ เด็กที่ยืนอยู่ห่างออกไปก็เข้ามาช่วยพระองค์อย่างสุภาพบุรุษ พระองค์ลูบหัวแม็กนัสด้วยรอยยิ้ม

"ขอบใจจ้ะที่รัก" พูดจบพระองค์ก็จากไป

“เธอคงอารมณ์ไม่ดีแน่เลย” บ๊อบบี้แสดงความคิดเห็นจากด้านหลังเขา

“เธอแก่แล้ว จะหวังอะไรจากคนแก่ได้อีก ดูอย่างครูของเราสิ” แม็กนัสตอบกลับ

"ฮ่าฮ่า..." บ๊อบบี้ขำกลิ้งพลางมองไปที่คุณนายโจนส์

จากนั้นพวกเขาก็ไปกับแถวของห้อง

เขาไม่สนใจวังหรือสมบัติอีกต่อไป สิ่งที่เขาต้องการก็คือคุยกับภาพวาดนั้น

หลังจากนั้นเป็นเวลาอาหารกลางวัน แน่นอนว่าแม็กนัสได้แพนเค้ก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเอามาโรงเรียน เพราะงั้นเขาเลยเพิ่งเห็นปัญหา แพนเค้กพวกนั้นเย็นเกินไป

~อืม พวกนั้นบอกว่าฉันอุ่นมากไม่ใช่เหรอ~ เขาคิด

ดังนั้น เขาจึงปิดกล่องอาหารกลางวันโลหะของเขา วางไว้ระหว่างฝ่ามือ ~จงอุ่นขึ้น...จงอุ่นขึ้น...ได้โปรด...~

เขารอเกือบ 5 นาทีและเมื่อเขาเปิดกล่องอาหารกลางวันอีกครั้ง มันไม่เพียงแค่อุ่น แต่ร้อนราวกับเพิ่งออกจากเตาอบ

~ว้าว ฉันอุ่นจริงๆ~ เขาบ่นพึมพำและเริ่มกิน

“เฮ้ แม็กนัส นายเอาอะไรมาทานมื้อเที่ยงน่ะ?” บ๊อบบี้กลับมาหาเขาหลังจากล้างมือแล้วและนั่งลงข้างๆ

"แพนเค้กน่ะ" แม็กนัสกินเสียงแจ๊บๆ อย่างมีความสุข

“มันดู... น่าอร่อยจัง...” บ็อบบี้น้ำลายไหลขณะจ้องมองกล่องอาหารกลางวันของแม็กนัส

แม็กนัสมองไปที่กล่องข้าวของเขาแล้วมองไปที่บ็อบบี้ พิจารณาว่าหมอนี่เป็นเพื่อนของเขา เขาเลยชวน

“เอาดิ นายจะกินด้วยกันป่าว ยังไงฉันก็เอามามากเกินไปอยู่ดี” เขาโกหก ความอยากอาหารของเขากลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้วสำหรับเด็กอายุ 9 ขวบ

แล้วบ๊อบบี้ก็กินมันอย่างมีความสุข จากนั้นเขาก็ยื่นแซนวิชจากกล่องให้แมกนัส "มา…แลกกัน"

รับประทานอาหารกลางวันแล้วเตรียมเดินทางกลับโรงเรียน ขณะที่ขากลับข้อจำกัดก็ลดน้อยลง ดังนั้นแม็กนัสจึงไม่ต้องนั่งระหว่างสองสาวอีก แต่เขากลับนั่งที่ด้านหลังซึ่งเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

เขาอยากจะเข้าไปข้างในพระราชวังอีกรอบเพื่อชมภาพวาดแต่ต้องใช้ตั๋ว อีกอย่างพวกเขาไม่ได้ขายในเวลานั้น เขาเลยตัดสินใจว่าจะกลับมาพร้อมกับครอบครัว ตอนนี้เขาลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว

เขาสนุกกับการเดินทางกลับบ้าน เล่นกับเพื่อนและพูดคุยกันเรื่องทั่วไป ใช้เวลาขับรถกลับไปโรงเรียนประมาณหนึ่งชั่วโมง เด็กหลายคนจึงหลับคาที่นั่งไปแล้ว

ในทางกลับกัน เขาที่ตื่นอยู่มองไปที่มือของเขา เขาพยายามที่จะเข้าใจว่าความร้อนในร่างกายของเขาทำงานอย่างไร เพราะเขาเข้าใจดีว่าไข้ธรรมดาไม่สามารถให้ความร้อนแก่แพนเค้กได้มากขนาดนั้น ต้องมีเคล็ดลับบางอย่าง

ขณะที่เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับความคิด เสียงยางไถลก็ดังขึ้น เขารีบจับที่นั่งของเขา ในไม่ช้าเขาก็ถูกเหวี่ยงออกจากที่นั่ง

*บูมมม*

หัวของแม็กนัสกระแทกกับพนักพิงศีรษะข้างหน้าเขา โชคดีที่มันเป็นเบาะรองนั่งเขาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ

เป็นอุบัติเหตุใหญ่ เขามองไปที่ด้านหน้าและเห็นเพื่อนร่วมชั้นหลายคนล้มลงกับพื้นรถบัส หลายคนมีเลือดออกจากสถานที่ พวกที่กำลังหลับอยู่ไม่มีโอกาสจับอะไรได้จึงถูกเหวี่ยงอย่างแรง

เสียงร้องก็ดังตามมา จากนั้นแม็กนัสก็มองไปที่เบาะคนขับ จิตใจของเขาสับสน รถบัสเสียหลักชนท้ายรถบรรทุกดิน ไม่เพียงเท่านั้น โครงสร้างของรถบัสไม่ได้แข็งแรงนัก ดังนั้นคนขับจึงถูกอัดบี้สลบคาที่นั่ง และน่าจะเสียชีวิตแล้ว แต่แม็กนัสไม่สามารถคิดเรื่องดังกล่าวได้ในขณะนี้ ใจของเขากำลังบอกให้เขาลงจากรถบัส ดังนั้นเขาจึงหาทางออก

ครูของพวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เธออายุ 50 แล้วดูไม่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนัก แต่เนื่องจากอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่าน เธอจึงลุกขึ้นและมองดูเด็กๆ ทุกคน หัวใจของเธอตื่นตระหนกเมื่อเห็นหลายคนได้รับบาดเจ็บ

"ทุกคน มากับฉัน เราต้องออกจากรถบัส" เธอตะโกน

แต่พวกเขาทั้งหมดเป็นเด็กอายุ 9 ขวบ ร่างกายของพวกเขาแข็งทื่อด้วยความกลัวกับความเจ็บปวด

ครูมองไปที่คนขับ เขาตายแล้ว แต่แล้วเธอก็สังเกตเห็นว่าประตูหลักก็เสียหายเช่นกัน มันไม่สามารถเปิดได้อีกต่อไป

*พรึบบบ*

ทันใดนั้น มีเสียงแรงดันรั่ว เครื่องยนต์เกิดไฟลุกไหม้ ไฟได้ลุกลามไปด้านหน้าและไหม้แผงหน้าปัดพร้อมกับร่างคนขับ

ทุกคนตื่นตระหนก เธอรีบวิ่งไปที่หลังรถบัสซึ่งมีประตูฉุกเฉินอยู่

*เปรี้ยง* *เปรี้ยง*

เธอพยายามเปิดมัน แต่มันไม่ขยับ มันติดอยู่ตรงนั้น เธอพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร

รถบัสค่อยๆ เต็มไปด้วยควัน ทำให้หายใจลำบากขึ้น

*แค็ก แค็ก*(เสียงไอ)

แม็กนัสมองไปรอบๆ เพื่อหาทางออก มีเพียงหน้าต่างเท่านั้นที่สามารถออกไปได้ แต่ปัญหาคือ มีท่อนเหล็กเรียวยาวขวางอยู่กลางหน้าต่าง ทำให้เล็กเกินไปสำหรับทุกคนที่จะออกไปได้ ท่อนเหล่านี้ถูกวางไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กโผล่หัวออกมา

เขาจึงลุกขึ้นเพื่อพยายามทำลายมัน แต่ก่อนอื่นเขามองดูเพื่อนร่วมชั้นทุกคนต่างร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ครั้นแล้วเห็นอาจารย์ยืนอยู่ในที่แห่งหนึ่ง

"คุณนายโจนส์... พาทุกคนไปด้านหลัง ห่างจากกองไฟ" แม็กนัสตะโกน

คุณนายโจนส์ซึ่งจิตใจมึนงงอยู่จึงรีบดำเนินการ เธอเริ่มดึงเด็กทั้งหมดไปทางด้านหลัง พวกที่ได้รับบาดเจ็บมากเกินไป เธอค่อยๆ อุ้มพวกเขาไปด้านหลัง

ในขณะเดียวกันแม็กนัส ก็เตะกระจกออกจากหน้าต่าง จากนั้นเขาก็เริ่มเตะแท่งเหล็ก

*เปรี้ยง*

*เปรี้ยง*

"เร็วเข้า..."

ไฟยังลุกไหม้อย่างต่อเนื่อง ที่นั่งโดยสารด้านหน้าบางส่วนถูกไฟไหม้แล้ว

แม็กนัสทำให้เหล็กงอแล้วแต่ก็ยังไม่เพียงพอ เขาหยุดเตะและพยายามงอเหล็กมากขึ้นเพื่อให้มีช่องเปิดที่ใหญ่พอ

เขาจับเหล็กแน่น กัดฟัน และพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีในร่างกายเล็กๆ ของเขา โดยที่เขาไม่รู้ตัว มือของเขาเริ่มร้อนขึ้นกว่าเดิมมาก แท่งโลหะเริ่มร้อนขึ้นและเปลี่ยนเป็นสีแดงภายใต้มือของเขา เขาค่อยๆ พบว่ามันง่ายกว่าเดิมที่ทำให้งอเป็นคันเบ็ด

"ย๊ากกกกกกก...." มันเริ่มงอขึ้นช้าๆ ห่างจากกรอบหน้าต่าง ในไม่ช้าก็มีที่ว่างเพียงพอ

"คุณนายโจนส์... มาที่นี่ฮะ ใช้หน้าต่างนี้" เขาตะโกน เธอเพิ่งรวบรวมเด็ก ๆ ที่ด้านหลังเสร็จ

ตอนนี้ทุกคนกำลังตื่นตระหนก ดังนั้นเมื่อพวกเขาเห็นช่องเปิด พวกเขาทั้งหมดจึงรีบวิ่งไปอย่างบ้าคลั่ง แม็กนัสถูกกดทับระหว่างพวกเขาทำให้ไม่มีใครสามารถออกไปได้

ความโกรธพุ่งขึ้นในหัวของแม็กนัส เขาทำงานอย่างหนักเพื่อเปิดเส้นทางนี้ และถ้าพวกนั้นมาทำอย่างนี้ พวกเขาทั้งหมดก็คงตาย

"ทุกคน…ใจเย็นๆ" เขาตะโกน

เสียงของเขามีผลบางอย่างเมื่อทุกคนได้ยินเขา ความคิดของเด็กทุกคนบอกให้พวกเขาอยู่ห่างจากเสียงนี้

“ทุกคน ออกไปทีละคน ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครได้ออกไป” เขาสั่งพวกนั้น

คราวนี้พวกนั้นได้ยินเขาและเริ่มกระโดดออกไป ไม่นานก็มีคนวิ่งเข้ามาช่วยจับเด็กที่กระโดดออกมา

แต่ไฟแรงเกินไป เขาตระหนักว่ามันจะสายเกินไปก่อนที่ทุกคนจะออกไปได้ ดังนั้นแม็กนัสจึงวิ่งไปอีกด้านเพื่อเปิดหน้าต่างที่นั่นด้วย

คราวนี้เขาแค่เตะให้กระจกแตกแล้วใช้มือ

“ย๊ากกกกก… เปิดเด้….” เขาใช้แรงทั้งหมดในร่างกายเพื่องอโลหะ ครั้งนี้เด็กและครูบางคนเห็นเขาแสดงโดยที่พวกเขาไม่ได้คลั่งเหมือนตอนแรก

บ๊อบบี้ซึ่งเคยนั่งข้างแม็กนัสมาก่อนก็ยังไม่ได้ออกไปเช่นกัน เขาเห็นแม็กนัสเลยวิ่งเข้าไปช่วย

แต่แม็กนัสไม่ต้องการมัน เขากำลังจะดัดเหล็กเสร็จแล้ว แต่คราวนี้เขาสังเกตเห็นโลหะสีแดงที่อยู่ใต้มือของเขา อย่างไรก็ตาม เขาซ่อนมันไว้และงอมันจนสุด

“เร็ว บ๊อบบี้ ออกไปเลย” แม็กนัสออกคำสั่ง

"แล้วนายล่ะ?" บ๊อบบี้ถามกลับด้วยความเป็นห่วง เขาสามารถรับสถานการณ์ทั้งหมดนี้ได้ดีสำหรับเด็กวัย 9 ขวบ บ๊อบบี้ไม่ตื่นตระหนกเหมือนเด็กคนอื่นๆ

“ฉันจะตามนายไป ไปเดี๋ยวนี้” แม็กนัสตอบ

บ๊อบบี้พยักหน้าและกระโดดออกไป แม็กนัสมองกลับไปและเห็นเด็กๆ กระโดดออกไปทีละคน คุณนายโจนส์กำลังช่วยเด็กๆ ที่ได้รับบาดเจ็บออกไปก่อน

ในไม่ช้าเด็กบางคนก็เริ่มกระโดดออกจากหน้าต่างที่เปิดใหม่ด้วย

*แคก แคก*

ควันมันมากเกินไปแล้ว ทุกคนกำลังไอ คุณนายโจนส์เป็นคนที่ไอหนักที่สุด เพราะเธอสูงกว่าเด็กๆ แล้วควันทั้งหมดก็ติดกับหลังคาเพราะหน้าต่างที่เปิดอยู่ตอนนี้

แม็กนัสยังช่วยเด็กบางคนให้ออกจากฝั่งของเขา คนที่ได้รับบาดเจ็บหนักที่สุดคือเด็กผู้หญิงที่แขนหัก เธอพยายามหยุดการตกด้วยมือของเธอ แต่สุดท้ายก็หัก

เธอเป็นคนสุดท้าย แม็กนัสจึงตัดสินใจลงจากรถพร้อมกับเธอ ตัวเขาเองก็ตกตะลึงกับความสามารถของเขาที่สามารถยกหญิงสาวคนนี้ได้โดยไม่มีปัญหามากนัก

เขาส่งเธอให้ชายคนหนึ่งที่อยู่ข้างนอกเพื่อช่วยอพยพ แล้วตัวเองก็เดินออกไป

ผ่านไปเพียง 3 นาทีหลังจากเกิดอุบัติเหตุและไฟไหม้ แต่สำหรับเขา มันรู้สึกเหมือนผ่านไปเป็นชั่วโมงเพราะความตึงเครียดทั้งหมดที่เจอ

ทันทีที่หัวของเขาโผล่ออกไป เขาก็หายใจยาวอย่างพึงพอใจ ไฟได้ลามมาถึงด้านหลังของรถบัสแล้ว และเขาก็น่าจะออกไปได้ทันเวลาพอดี

*แคก แคก*

หูของแม็กนัสตั้งขึ้น ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงไอออกมาจากภายในรถบัส เขากำลังจะกระโดดแต่หันกลับไปมอง มันเป็นเพียงไฟและควัน เขามองไม่เห็นใครเลย

*แคก แคก*

จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่าเสียงมาจากไหน มันคือคุณนายโจนส์ เธอล้มลงอยู่บนพื้น ไม่น่าแปลกใจที่แม็กนัสไม่เห็นเธอมาก่อน เขาคิดว่าเธอกระโดดออกไป

เขายกเลิกการหลบหนีและกลับเข้าไปข้างในโดยที่ใจของเขาบอกให้เพิกเฉย แต่อีกเสียงหนึ่งจากที่ไหนสักแห่งในตัวเขากำลังบอกเขาว่าไม่ต้องกังวลเพราะเขาสามารถทำได้ ไฟกำลังโหมกระหน่ำและใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่มันจะลุกท่วมรถบัสทั้งคัน

เขารีบพยายามพยุงเธอขึ้น แต่เธอกลับไม่ให้ความร่วมมือกลับพยายามยื่นมือคว้าอะไรซักอย่าง

แม็กนัสมองดูสิ่งที่เธอพยายามจะหยิบและพบว่าเป็นกระเป๋าเงินของเธอ ที่พ่นยาทรงกระบอกเล็กๆ หลุดออกมา

เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เขาเคยเห็นคนใช้มัน เขาจึงจับมันใส่ปากคุณนายโจนส์แล้วกดเข้าไป มันพ่นอะไรบางอย่างที่คล้ายไอเข้าไปในปากของเธอ ทำให้เธอสงบลงและให้ความร่วมมือ แต่เธอสูดควันเข้าไปมาก และกำลังจะหมดสติไป

มันต้องใช้กำลังของเขามาก การอุ้มเด็กสักคนเป็นเรื่องง่าย แต่การยกของผู้ใหญ่ก็ยังมากเกินไปสำหรับร่างกายวัย 9 ขวบของเขา

“อ๊าาาาาาาา...เจ๊ตัวหนักมาก...” แม็กนัสสูดลมหายใจ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง

ไฟก็ติดขึ้นด้วย เขาลากคุณนายโจนส์ไปที่หน้าต่างและเหวี่ยงร่างครึ่งหนึ่งของเธอออกไปเพื่อให้คนอื่นคว้าตัวเธอ

แม็กนัสไม่รู้ว่าไฟได้ลุกท่วมตัวเขาแล้ว และหลังของเขาก็ติดไฟแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกอะไร มันรู้สึกเหมือนเป็นความร้อนธรรมดาสำหรับเขา

ทันทีที่คุณนายโจนส์ออกไป เขาก็กระโจนออกไปทางหน้าต่างเช่นกัน

เขาร่อนลงบนพื้นและวิ่งไปหาผู้คนเพื่อความปลอดภัย ไม่กี่อึดใจต่อมา รถบัสก็ถูกไฟลุกท่วมทั้งคันพร้อมกับรถบรรทุกที่ถูกชน

*ถอนหายใจ*

"ฮะ....ฮะ...ฮะ...อากาศบริสุทธิ์แจ่มที่สุ๊ดด" แม็กนัสหายใจเร็ว

*ปี๊ ป่อๆๆ หว๊ออออๆๆ* รถพยาบาลและรถดับเพลิงไซเรน

บริการฉุกเฉินก็เริ่มมาถึงหลังจากนั้นไม่นาน ช่างน่าประหลาดใจยิ่งแม็กนัสไม่ได้รับอันตรายอะไรเลย เด็กทุกคนปลอดภัย ครูปลอดภัยแล้ว มีเพียงคนขับเท่านั้นที่เสียชีวิต

เขาตบเสื้อผ้าเพื่อทำความสะอาด แต่สังเกตเห็นกางเกงขาดตั้งแต่หัวเข่า

~โอ้ไม่นะ แม่จ๋าจะโกรธฉันแน่~ เขาคิดอย่างสั่นเทา

“แม็กนัส...” ทันใดนั้น เสียงของบ็อบบี้ก็ดังมาจากข้างหลังเขา

แม็กนัสหันกลับมา ใบหน้าของบ๊อบบี้ดูกังวลและหวาดกลัว “อะไรน่ะ? โอ้ นายได้ผ้าพันหัวเหรอ ดูดีนี่”

"แม็กนัส... ห-หลังนาย มะ-ไม่มีเสื้อผ้าและก็ดำไปหมด..." บ๊อบบี้อุทานเสียงดัง

เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินบางคนสังเกตเห็นพวกเขาและวิ่งเข้าไปช่วย พวกเขาเห็นแผ่นหลังของแม็กนัสที่ดำคล้ำไปหมด เสื้อผ้าถูกไฟไหม้ด้วย แม้แต่ก้นของเขาก็ยังมองเห็นได้และมันก็เป็นสีดำด้วย

"อะไรนะ?" แม็กนัสตกใจมาก เขาไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งนี้เกิดขึ้น

พยาบาลรีบอุ้มเขาขึ้น พาเขาขึ้นรถพยาบาล

“ผมสบายดีฮะ ผมไม่ได้ถูกไฟคลอกจริงๆ นะ” เขาพยายามเถียงแต่ไม่มีใครฟัง เขาถูกส่งไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

เขาไม่มีอาการเจ็บเลย ดังนั้นเมื่อเขาไปถึงโรงพยาบาลและถูกนำตัวขึ้นเปลหาม เขาเห็นชื่อโรงพยาบาล มันคือ 'โรงพยาบาลทหารควีนอเล็กซานดรา'

แม็กนัสเห็นชื่อก็ตกใจ ใบหน้าของเขาเริ่มมีเหงื่อออก

“โอ้โน้วว ไม่ใช่ที่นี่” เขาคร่ำครวญด้วยความกลัว

_____________________________

จบบทที่ ตอนที่ 7 เด็กน้อยแห่งเพลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว