- หน้าแรก
- ผมล้มเหลวกับการอวดรวย เลยดังเปรี้ยงด้วยพรสวรรค์
- บทที่ 70 - ซูไป๋คงไม่ได้จะสารภาพรักกับฉันหรอกนะ?
บทที่ 70 - ซูไป๋คงไม่ได้จะสารภาพรักกับฉันหรอกนะ?
บทที่ 70 - ซูไป๋คงไม่ได้จะสารภาพรักกับฉันหรอกนะ?
บทที่ 70 - ซูไป๋คงไม่ได้จะสารภาพรักกับฉันหรอกนะ?
เมื่อสวี่ฉี่โหรวกลับมาที่โต๊ะอาหาร ก็เห็นซูไป๋ถือกล่องใบเล็กที่สวยงามมากไว้ในมือ ซูไป๋ยิ้มแล้วยื่นให้เธอ
"นี่คืออะไรเหรอ?" สวี่ฉี่โหรวมองกล่องด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ก่อนที่จะเปิดกล่องใบนี้ ฉันอยากจะถามเธอก่อนว่า เชื่อใจฉันไหม?" ซูไป๋มองสวี่ฉี่โหรวด้วยสีหน้าจริงจังมาก
"เชื่อใจเรื่องอะไร?" สวี่ฉี่โหรวเริ่มมึนงงเล็กน้อย
ซูไป๋คงไม่ได้จะสารภาพรักกับฉันหรอกนะ?!
ว้าย!
ฉันยังไม่ได้เตรียมตัวเลยนะ!
ฉันควรจะตอบตกลงเขาไหมเนี่ย?
"สมมติว่าฉันเล่าเรื่องที่ฟังดูค่อนข้างเหลือเชื่อให้เธอฟังเรื่องหนึ่ง เธอจะเลือกเชื่อฉันไหม?"
ในหัวของสวี่ฉี่โหรวตอนนี้คิดไปแล้วว่าซูไป๋กำลังจะสารภาพรัก ใบหน้าเล็กๆ จึงอดไม่ได้ที่จะแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย
ชอบฉันมันมีอะไรน่าเหลือเชื่อกัน!
นี่มันเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ!
"ฉันยิม... เอ่อ ฉันเชื่อนาย!"
ถึงแม้จะเขินอายอยู่บ้าง แต่สวี่ฉี่โหรวก็พูดออกมาอย่างจริงจัง
"ดีครับ งั้นเธอเปิดดูเถอะ"
หลังจากสวี่ฉี่โหรวฟังจบก็เปิดกล่องบรรจุภัณฑ์ออก ด้านในมีเม็ดยาสีน้ำตาลทรงกลมที่ดูโบราณขลังวางอยู่อย่างสงบหนึ่งเม็ด
"นี่คืออะไรอะ?"
"คืออย่างนี้นะ ฉันบังเอิญมีโอกาสได้เรียนวิชาแพทย์กับแพทย์แผนจีนอาวุโสที่มหัศจรรย์มากท่านหนึ่ง ฉันเลยกราบเขาเป็นอาจารย์ แต่ตอนนั้นท่านไม่ให้ฉันบอกเรื่องนี้กับคนอื่น"
"ต่อมาพอฉันเรียนสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว อาจารย์ของฉันก็จากไป และไม่ได้ห้ามฉันพูดเรื่องนี้อีก"
สวี่ฉี่โหรวงงเป็นไก่ตาแตก "งั้นยาเม็ดนี้คือ?"
"คืออย่างนี้ อาจารย์ของฉันมีสูตรลับเฉพาะตัว ยาเม็ดคงความงามที่ปรุงขึ้นมานี้สามารถประทินโฉมให้งดงาม และที่สำคัญที่สุดคือสามารถปรับสมดุลร่างกาย รักษารูปร่างได้"
"ฉันเห็นเธออยากอาหารจะตายอยู่แล้วทุกครั้ง แต่ก็ไม่กล้ากินของอร่อย ฉันเลยนึกถึงสิ่งนี้ขึ้นมา มันสามารถรับประกันได้ว่าต่อไปเธอจะกินได้ตามใจปาก ไม่ต้องกลัวอ้วน"
"แน่นอนว่าเรื่องนี้ฟังดูอาจจะเหลือเชื่อไปหน่อย ส่วนจะเชื่อหรือไม่ก็อยู่ที่ตัวเธอเองแล้วล่ะ"
ซูไป๋แต่งเรื่องอย่างเป็นตุเป็นตะ เพราะในอนาคตเขามีโอกาสสูงที่จะเปิดเผยทักษะทางการแพทย์ ดังนั้นเขาเลยคิดมาตลอดว่าจะหาข้ออ้างที่เหมาะสมยังไงดี
อย่างทักษะอื่นๆ ยังพอแถได้ แต่ทักษะทางการแพทย์เนี่ย ถ้าไม่มีการฝึกฝนอย่างหนักสักระยะหนึ่งก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเก่งกาจ ดังนั้นอาจารย์ที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงคนนี้จึงจำเป็นมาก
โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล เรื่องแปลกประหลาดมีอยู่ถมไป ยอดคนแปลกหน้าก็มีอยู่ทั่วไป แค่เธอลองดูที่ลานรวมพลทวยเทพก็จะรู้แล้วว่ามีคนแก่ที่ลึกล้ำสุดหยั่งคาดอยู่เยอะแยะไปหมด
ดังนั้นอาจารย์คนนี้ สมเหตุสมผลใช่ไหมล่ะ?
เดิมทีนึกว่าสวี่ฉี่โหรวคงจะต้องลังเลสักหน่อย ยิ่งอยู่ในบ้านผู้ชาย แถมเขายังเอายาแปลกๆ มาให้คุณกิน คนปกติก็ต้องรู้สึกว่าไม่น่าไว้ใจทั้งนั้นแหละ
เรื่องอาจารย์หลี่วางยาอะไรทำนองนั้น โลกใบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มี...
ใครจะรู้ว่าพอสวี่ฉี่โหรวฟังจบ เธอก็โยนยาเข้าปากกลืนลงไปคำเดียวโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย จากนั้นก็ดื่มน้ำตามอึกใหญ่
การกระทำนี้ทำให้ซูไป๋รู้สึกตกตะลึงและซาบซึ้งใจนิดๆ
นึกไม่ถึงเลยว่าเมนเทอร์ตัวน้อยจะเชื่อใจฉันขนาดนี้!
รักเลยรักเลย ไม่เสียแรงที่จ่ายค่าความนิยมไป 20 ล้านแต้ม
ความรู้สึกของสวี่ฉี่โหรวในตอนนี้ซับซ้อนมาก เดิมทีนึกว่าหมอนี่จะสารภาพรัก พอฟังคำพูดของซูไป๋จบ สวี่ฉี่โหรวก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
แต่ใครจะไปคิดว่ายาเม็ดคงความงามที่เขาพูดถึงจะวิเศษขนาดนี้!
ผู้หญิงคนไหนจะต้านทานสุดยอดของดีชิ้นนี้ของซูไป๋ได้กันล่ะ!
ส่วนเรื่องจะหลอกตัวเองหรือไม่นั้น
พูดกันตามตรงสวี่ฉี่โหรวไม่เคยคิดถึงจุดนี้เลย เธอแค่เชื่อใจซูไป๋อย่างไม่มีเหตุผล ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้สึกดีกับเขาหรอก
"เธอไม่กลัวฉันวางยาเธอเหรอ?" ซูไป๋มองหญิงสาวที่ดูซื่อบื้อขึ้นมาในฉับพลัน ทั้งซาบซึ้งและขบขัน
หลอกง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
"ฉันเชื่อนายนี่นา" สวี่ฉี่โหรวพูดอย่างไม่ลังเล
"เธอเนี่ยน้า! หลอกง่ายขนาดนี้ไม่กลัวโดนแก๊งค้ามนุษย์ลักพาตัวไปรึไง!" ซูไป๋ค้อนใส่เธออย่างหมั่นไส้
"ฉันเชื่อแค่นายคนเดียวนี่นา!"
พอพูดประโยคนี้จบ ทั้งสวี่ฉี่โหรวและซูไป๋ต่างก็ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อกี้ปากไวกว่าสมองเลยหลุดปากพูดออกไป ตอนนี้พอตั้งสติได้ คำพูดนี้มันดูจะคลุมเครือเกินไปหน่อยรึเปล่านะ
"อะแฮ่ม กินกับข้าวเถอะกินกับข้าว ลองชิมดูซิว่าเป็นรสชาติที่เธออยากได้รึเปล่า" ซูไป๋เองก็รู้สึกว่าบรรยากาศในตอนนี้เริ่มหวานชื่นขึ้นมาเล็กน้อย หัวใจของเขาก็ดูเหมือนจะเต้นเร็วขึ้น จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที
สวี่ฉี่โหรวคีบเนื้อตุ๋นชิ้นหนึ่งใส่ปาก รสเปรี้ยวของมะเขือเทศซึมซาบเข้าสู่ในน้ำซุปอย่างสมบูรณ์แบบ ผสานเข้ากับเนื้อตุ๋นจนเป็นหนึ่งเดียวกัน พอกัดลงไปคำหนึ่ง น้ำซุปที่ชุ่มฉ่ำเปรี้ยวหอมก็ทะลักออกมาจากเนื้อตุ๋น ระเบิดความอร่อยอยู่ในปาก
ดวงตาของสวี่ฉี่โหรวเป็นประกายขึ้นมาทันที!
"อื้ม! อร่อย! อร่อยสุดยอดเลย! เป็นรสชาติที่อร่อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยกินมาเลย!"
สาวสวยระดับซูเปอร์สตาร์กินอาหารที่ตัวเองทำอย่างมีความสุขขนาดนี้ แถมยังให้คำชมที่สูงส่งขนาดนี้
นี่ถือเป็นการยอมรับที่น่าสบายใจมากสำหรับพ่อครัวคนหนึ่ง
"งั้นเธอก็กินเยอะๆ หน่อย ต่อไปเธอวางใจกินได้เลย กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนหรอก แต่ก็อย่ากินจนจุกเกินไปนะ มันไม่ดีต่อกระเพาะ" ซูไป๋พูดกลั้วหัวเราะ
"จริงเหรอ? กินได้ตามใจปากจริงๆ เหรอ? กินอะไรก็ได้เลยเหรอ?" ในสมองส่วนนี้ของสวี่ฉี่โหรวเต็มไปด้วยของกินไปหมดแล้ว!
"วางใจเถอะ กินตามสบาย"
"งั้นนายไปหยิบโค้กแช่เย็นให้ฉันขวดนึงสิ!" สวี่ฉี่โหรวตื่นเต้นจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่แล้ว วันนี้แม่จะเริ่มเสพสุขกับอาหารรสเลิศแล้วนะ!
"ได้! รอเดี๋ยว" ซูไป๋ไปหยิบโค้กแช่เย็นออกมาจากตู้เย็นสองกระป๋อง ทั้งสองคนเริ่มการกินดื่มอย่างมีความสุข
"เอิ๊ก"
"สบายตัว!"
ซูไป๋ดื่มโค้กหมด ก็เรอออกมาอย่างมีความสุข แล้วลูบท้องเอนตัวลงนอนแผ่
ซูไป๋เป็นคนธรรมดาสามัญ เขาคิดว่าชั่วชีวิตของคนเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการกินดื่ม!
เขานับถือเหล่าบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่อุทิศชีวิตอันจำกัดเพื่อรับใช้ประชาชนอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเหล่านั้นมาก
อย่างเช่นนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงของประเทศเราเหล่านั้น
อย่างเช่นคุณปู่หยวนหลงผิงที่ทำให้คนจีนทุกคนได้กินอิ่มท้อง
อย่างเช่นวีรชนปฏิวัติเหล่านั้นที่ต่อสู้เพื่อสร้างยุคทองอันงดงามให้แก่พวกเรา
ตัวเขาเองทำแบบนั้นไม่ได้หรอก พูดตามตรง เขาเป็นแค่คนธรรมดา หวังแค่ให้ตัวเองกินดีอยู่ดี และช่วยเหลือคนอื่นเท่าที่กำลังจะทำได้ก็ดีมากแล้ว
ชาติที่แล้วที่เขาสละชีวิตช่วยคน จริงๆ แล้วก็เพราะตอนนั้นเขาไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรจะต้องเสีย
ถ้าเปลี่ยนเป็นตอนนี้ เขาจะยังทำแบบนั้นอีกไหมก็พูดยากจริงๆ
น่าจะมีความลังเลอยู่บ้างแหละ
ตอนนี้ทุกอย่างช่างงดงามเหลือเกิน ดังนั้นซูไป๋จึงรู้สึกหวงแหนเป็นพิเศษ เขาจะกินทุกอย่างที่เขาอยากกิน ทำทุกเรื่องที่เขาอยากทำ!
วันนี้ก็เป็นวันที่สวี่ฉี่โหรวกินได้สะใจที่สุดครั้งหนึ่งเช่นกัน แม้แต่ตอนอยู่ที่บ้านเห็ดก่อนหน้านี้เธอก็ยังมีการยับยั้งชั่งใจอยู่บ้าง
แต่วันนี้เมื่ออยู่ที่บ้านซูไป๋ อย่างแรกคือยาเม็ดคงความงามของซูไป๋ทำให้เธอวางใจได้มาก อย่างที่สองคือไม่มีคนนอกอยู่ด้วย ดังนั้นเธอจึงปล่อยตัวตามสบายอย่างเต็มที่ กินจนพุงน้อยๆ ป่องออกมานิดๆ
"งั้นเราไปเดินเล่นในสวนกันหน่อยไหม? ย่อยอาหารสักหน่อย?" ซูไป๋เสนอ
"เอาสิ จุกจริงๆ ด้วย ต้องเดินสักหน่อยแล้ว" สวี่ฉี่โหรวเห็นด้วยทันที
จากนั้นทั้งสองคนก็เดินทอดน่องช้าๆ ในสวน สวนของบ้านเดี่ยวหลังนี้ของซูไป๋มีขนาดใหญ่มาก การออกแบบสวนโดยรวมก็สวยงามอยู่แล้ว บวกกับการปรับปรุงสองครั้งของระบบและซูไป๋ มันจึงสวยงามมากจริงๆ
สวี่ฉี่โหรวรู้สึกว่าตั้งแต่คุณตาจากไป ไม่มีวันไหนเลยที่จะมีความสุขเท่าวันนี้!
ได้กินอาหารอร่อยๆ ที่อยากกินอย่างเต็มคราบ ได้เดินเล่นหลังอาหารกับผู้ชายที่ตัวเองรู้สึกดีด้วยเหมือนคู่รักทั่วไป พูดคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อย
แม้แต่ตอนที่ไม่พูดอะไร ก็ยังรู้สึกมั่นคงและผ่อนคลายมาก
"นี่ ยัยตะกละ เธอเล่นเกมเป็นไหม?" ซูไป๋หันไปถามสวี่ฉี่โหรว
'ยัยตะกละ' คือชื่อเล่นที่เขาตั้งให้สวี่ฉี่โหรวก่อนหน้านี้ เพราะการที่ราชินีเพลงผู้เย่อหยิ่งเย็นชาพอเห็นของอร่อยแล้วตาลุกวาว ความแตกต่างที่เหมือนแมวน้อยตะกละแบบนั้นมันช่างโมเอะเหลือเกิน
แม้ว่าจะถูกสวี่ฉี่โหรวคัดค้านอย่างหนัก แต่ซูไป๋ก็ยังคงเรียกชื่อนี้ต่อไปอย่างไม่กลัวตาย
"เล่น ROV เป็นนิดหน่อย ทำไมเหรอ?"
"มาเล่นกันสักกี่ตาไหม? ฉันเล่นป่าโคตรเทพนะ!"
"ได้สิ แต่นายห้ามบ่นว่าฉันไก่นะ!"
"วางใจได้ พี่จะพาบินเอง!" ซูไป๋ตบหน้าอกตัวเอง
"งั้นไปกันเลย!"
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
"ยัยตะกละ เธอบ้ารึเปล่า นั่นมันเลนปะทะ! มาเลนพัฒนาสิ เลนพัฒนา!"
"ไม่ใช่ พวกเขามี 5 คน เรามี 3 คน เธอยังจะบวกเข้าไปอีกเรอะ?!"
"เจ๊ สิงร่างฉันสิ สิงร่างฉัน! เธอทำอะไรอยู่น่ะ!"
"เธอเป็นซัพพอร์ตจะไปฟาร์มป่าหาพระแสงอะไร! เธอไปคุ้มกันแครี่สิ อีกฝั่งสองคนจะกดป้อมเขาแตกอยู่แล้วเนี่ย!"
"Defeat" (พ่ายแพ้)
หลังจากพ่ายแพ้ในแมตช์ที่ 8 ทั้งสองคนก็โยนโทรศัพท์ไปด้านข้างอย่างสิ้นหวัง...
"ไหนบอกว่าจะพาฉันบินไง?" สวี่ฉี่โหรวมองซูไป๋อย่างแค้นเคือง
"ฉันไร้เดียงสาเกินไปเอง ฉันนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเธอจะแยกแยะเลนพัฒนากับเลนปะทะไม่ออกด้วยซ้ำ..."
ซูไป๋เอามือกุมหน้าด้วยความเจ็บปวด
"ฮึ! เห็นชัดๆ ว่านายนั่นแหละที่ไม่เก่งพอ!... ว้าย!"
สวี่ฉี่โหรวมองดูโทรศัพท์แล้วจู่ๆ ก็ร้องลั่นออกมา ทำเอาซูไป๋สะดุ้งโหยง
"เป็นอะไร เป็นอะไร?!"
"จะตี 1 แล้ว!"
"แล้วไง?"
"ฉันจะกลับบ้านยังไงล่ะ! คนขับรถพักผ่อนกันหมดแล้ว! เจ้าโต้วโตวบ้า ก็ไม่เตือนฉันเลย!" สวี่ฉี่โหรอบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย ลืมไปสนิทเลยว่าเป็นตัวเองนั่นแหละที่ให้คนเขาไป "เยี่ยมแม่"
"โธ่ จะลำบากไปทำไม นอนที่บ้านฉันนี่ก็จบแล้ว ชั้นสองชั้นสามมีห้องนอนตั้งเยอะแยะ เธอเลือกเอาสักห้องก็สิ้นเรื่อง"
ซูไป๋ทำหน้าไม่ใส่ใจ
"ตะ...แต่ว่าฉันจะมาบ้านนายครั้งแรกแล้ว...แล้ว...แล้วค้างคืนได้ยังไงกันล่ะ!"
สวี่ฉี่โหรวบีบนวดมือเล็กๆ ของตัวเองไปมา รู้สึกสับสนลังเลมาก
"ไม่ได้นอนห้องเดียวกับฉันสักหน่อย! แค่ระบบกันเสียงของบ้านฉันเนี่ย เธอเปิดเพลงแดนซ์อยู่ชั้นบน ฉันอยู่ชั้นล่างยังไม่ได้ยินเลย..."
"ตะ...แต่ว่า..."
"เอาน่า ไม่เป็นไรหรอก เธอไปนอนชั้นสาม ฉันนอนชั้นสอง ฉันไม่ขึ้นไปหรอก! ของใช้ส่วนตัวมีครบ ชุดนอนก็มีของใหม่ พรุ่งนี้เช้าฉันจะทำจ๋าเจี้ยงเมี่ยนให้เธอกิน!"
"ตกลง!"
ดวงตาคู่โตของสวี่ฉี่โหรวเป็นประกายวิบวับ!
ฉันรักคาร์โบไฮเดรต!
(จบแล้ว)