เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 - ซูไป๋คงไม่ได้จะสารภาพรักกับฉันหรอกนะ?

บทที่ 70 - ซูไป๋คงไม่ได้จะสารภาพรักกับฉันหรอกนะ?

บทที่ 70 - ซูไป๋คงไม่ได้จะสารภาพรักกับฉันหรอกนะ?


บทที่ 70 - ซูไป๋คงไม่ได้จะสารภาพรักกับฉันหรอกนะ?

เมื่อสวี่ฉี่โหรวกลับมาที่โต๊ะอาหาร ก็เห็นซูไป๋ถือกล่องใบเล็กที่สวยงามมากไว้ในมือ ซูไป๋ยิ้มแล้วยื่นให้เธอ

"นี่คืออะไรเหรอ?" สวี่ฉี่โหรวมองกล่องด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ก่อนที่จะเปิดกล่องใบนี้ ฉันอยากจะถามเธอก่อนว่า เชื่อใจฉันไหม?" ซูไป๋มองสวี่ฉี่โหรวด้วยสีหน้าจริงจังมาก

"เชื่อใจเรื่องอะไร?" สวี่ฉี่โหรวเริ่มมึนงงเล็กน้อย

ซูไป๋คงไม่ได้จะสารภาพรักกับฉันหรอกนะ?!

ว้าย!

ฉันยังไม่ได้เตรียมตัวเลยนะ!

ฉันควรจะตอบตกลงเขาไหมเนี่ย?

"สมมติว่าฉันเล่าเรื่องที่ฟังดูค่อนข้างเหลือเชื่อให้เธอฟังเรื่องหนึ่ง เธอจะเลือกเชื่อฉันไหม?"

ในหัวของสวี่ฉี่โหรวตอนนี้คิดไปแล้วว่าซูไป๋กำลังจะสารภาพรัก ใบหน้าเล็กๆ จึงอดไม่ได้ที่จะแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย

ชอบฉันมันมีอะไรน่าเหลือเชื่อกัน!

นี่มันเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ!

"ฉันยิม... เอ่อ ฉันเชื่อนาย!"

ถึงแม้จะเขินอายอยู่บ้าง แต่สวี่ฉี่โหรวก็พูดออกมาอย่างจริงจัง

"ดีครับ งั้นเธอเปิดดูเถอะ"

หลังจากสวี่ฉี่โหรวฟังจบก็เปิดกล่องบรรจุภัณฑ์ออก ด้านในมีเม็ดยาสีน้ำตาลทรงกลมที่ดูโบราณขลังวางอยู่อย่างสงบหนึ่งเม็ด

"นี่คืออะไรอะ?"

"คืออย่างนี้นะ ฉันบังเอิญมีโอกาสได้เรียนวิชาแพทย์กับแพทย์แผนจีนอาวุโสที่มหัศจรรย์มากท่านหนึ่ง ฉันเลยกราบเขาเป็นอาจารย์ แต่ตอนนั้นท่านไม่ให้ฉันบอกเรื่องนี้กับคนอื่น"

"ต่อมาพอฉันเรียนสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว อาจารย์ของฉันก็จากไป และไม่ได้ห้ามฉันพูดเรื่องนี้อีก"

สวี่ฉี่โหรวงงเป็นไก่ตาแตก "งั้นยาเม็ดนี้คือ?"

"คืออย่างนี้ อาจารย์ของฉันมีสูตรลับเฉพาะตัว ยาเม็ดคงความงามที่ปรุงขึ้นมานี้สามารถประทินโฉมให้งดงาม และที่สำคัญที่สุดคือสามารถปรับสมดุลร่างกาย รักษารูปร่างได้"

"ฉันเห็นเธออยากอาหารจะตายอยู่แล้วทุกครั้ง แต่ก็ไม่กล้ากินของอร่อย ฉันเลยนึกถึงสิ่งนี้ขึ้นมา มันสามารถรับประกันได้ว่าต่อไปเธอจะกินได้ตามใจปาก ไม่ต้องกลัวอ้วน"

"แน่นอนว่าเรื่องนี้ฟังดูอาจจะเหลือเชื่อไปหน่อย ส่วนจะเชื่อหรือไม่ก็อยู่ที่ตัวเธอเองแล้วล่ะ"

ซูไป๋แต่งเรื่องอย่างเป็นตุเป็นตะ เพราะในอนาคตเขามีโอกาสสูงที่จะเปิดเผยทักษะทางการแพทย์ ดังนั้นเขาเลยคิดมาตลอดว่าจะหาข้ออ้างที่เหมาะสมยังไงดี

อย่างทักษะอื่นๆ ยังพอแถได้ แต่ทักษะทางการแพทย์เนี่ย ถ้าไม่มีการฝึกฝนอย่างหนักสักระยะหนึ่งก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเก่งกาจ ดังนั้นอาจารย์ที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงคนนี้จึงจำเป็นมาก

โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล เรื่องแปลกประหลาดมีอยู่ถมไป ยอดคนแปลกหน้าก็มีอยู่ทั่วไป แค่เธอลองดูที่ลานรวมพลทวยเทพก็จะรู้แล้วว่ามีคนแก่ที่ลึกล้ำสุดหยั่งคาดอยู่เยอะแยะไปหมด

ดังนั้นอาจารย์คนนี้ สมเหตุสมผลใช่ไหมล่ะ?

เดิมทีนึกว่าสวี่ฉี่โหรวคงจะต้องลังเลสักหน่อย ยิ่งอยู่ในบ้านผู้ชาย แถมเขายังเอายาแปลกๆ มาให้คุณกิน คนปกติก็ต้องรู้สึกว่าไม่น่าไว้ใจทั้งนั้นแหละ

เรื่องอาจารย์หลี่วางยาอะไรทำนองนั้น โลกใบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มี...

ใครจะรู้ว่าพอสวี่ฉี่โหรวฟังจบ เธอก็โยนยาเข้าปากกลืนลงไปคำเดียวโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย จากนั้นก็ดื่มน้ำตามอึกใหญ่

การกระทำนี้ทำให้ซูไป๋รู้สึกตกตะลึงและซาบซึ้งใจนิดๆ

นึกไม่ถึงเลยว่าเมนเทอร์ตัวน้อยจะเชื่อใจฉันขนาดนี้!

รักเลยรักเลย ไม่เสียแรงที่จ่ายค่าความนิยมไป 20 ล้านแต้ม

ความรู้สึกของสวี่ฉี่โหรวในตอนนี้ซับซ้อนมาก เดิมทีนึกว่าหมอนี่จะสารภาพรัก พอฟังคำพูดของซูไป๋จบ สวี่ฉี่โหรวก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

แต่ใครจะไปคิดว่ายาเม็ดคงความงามที่เขาพูดถึงจะวิเศษขนาดนี้!

ผู้หญิงคนไหนจะต้านทานสุดยอดของดีชิ้นนี้ของซูไป๋ได้กันล่ะ!

ส่วนเรื่องจะหลอกตัวเองหรือไม่นั้น

พูดกันตามตรงสวี่ฉี่โหรวไม่เคยคิดถึงจุดนี้เลย เธอแค่เชื่อใจซูไป๋อย่างไม่มีเหตุผล ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้สึกดีกับเขาหรอก

"เธอไม่กลัวฉันวางยาเธอเหรอ?" ซูไป๋มองหญิงสาวที่ดูซื่อบื้อขึ้นมาในฉับพลัน ทั้งซาบซึ้งและขบขัน

หลอกง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?

"ฉันเชื่อนายนี่นา" สวี่ฉี่โหรวพูดอย่างไม่ลังเล

"เธอเนี่ยน้า! หลอกง่ายขนาดนี้ไม่กลัวโดนแก๊งค้ามนุษย์ลักพาตัวไปรึไง!" ซูไป๋ค้อนใส่เธออย่างหมั่นไส้

"ฉันเชื่อแค่นายคนเดียวนี่นา!"

พอพูดประโยคนี้จบ ทั้งสวี่ฉี่โหรวและซูไป๋ต่างก็ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อกี้ปากไวกว่าสมองเลยหลุดปากพูดออกไป ตอนนี้พอตั้งสติได้ คำพูดนี้มันดูจะคลุมเครือเกินไปหน่อยรึเปล่านะ

"อะแฮ่ม กินกับข้าวเถอะกินกับข้าว ลองชิมดูซิว่าเป็นรสชาติที่เธออยากได้รึเปล่า" ซูไป๋เองก็รู้สึกว่าบรรยากาศในตอนนี้เริ่มหวานชื่นขึ้นมาเล็กน้อย หัวใจของเขาก็ดูเหมือนจะเต้นเร็วขึ้น จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

สวี่ฉี่โหรวคีบเนื้อตุ๋นชิ้นหนึ่งใส่ปาก รสเปรี้ยวของมะเขือเทศซึมซาบเข้าสู่ในน้ำซุปอย่างสมบูรณ์แบบ ผสานเข้ากับเนื้อตุ๋นจนเป็นหนึ่งเดียวกัน พอกัดลงไปคำหนึ่ง น้ำซุปที่ชุ่มฉ่ำเปรี้ยวหอมก็ทะลักออกมาจากเนื้อตุ๋น ระเบิดความอร่อยอยู่ในปาก

ดวงตาของสวี่ฉี่โหรวเป็นประกายขึ้นมาทันที!

"อื้ม! อร่อย! อร่อยสุดยอดเลย! เป็นรสชาติที่อร่อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยกินมาเลย!"

สาวสวยระดับซูเปอร์สตาร์กินอาหารที่ตัวเองทำอย่างมีความสุขขนาดนี้ แถมยังให้คำชมที่สูงส่งขนาดนี้

นี่ถือเป็นการยอมรับที่น่าสบายใจมากสำหรับพ่อครัวคนหนึ่ง

"งั้นเธอก็กินเยอะๆ หน่อย ต่อไปเธอวางใจกินได้เลย กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนหรอก แต่ก็อย่ากินจนจุกเกินไปนะ มันไม่ดีต่อกระเพาะ" ซูไป๋พูดกลั้วหัวเราะ

"จริงเหรอ? กินได้ตามใจปากจริงๆ เหรอ? กินอะไรก็ได้เลยเหรอ?" ในสมองส่วนนี้ของสวี่ฉี่โหรวเต็มไปด้วยของกินไปหมดแล้ว!

"วางใจเถอะ กินตามสบาย"

"งั้นนายไปหยิบโค้กแช่เย็นให้ฉันขวดนึงสิ!" สวี่ฉี่โหรวตื่นเต้นจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่แล้ว วันนี้แม่จะเริ่มเสพสุขกับอาหารรสเลิศแล้วนะ!

"ได้! รอเดี๋ยว" ซูไป๋ไปหยิบโค้กแช่เย็นออกมาจากตู้เย็นสองกระป๋อง ทั้งสองคนเริ่มการกินดื่มอย่างมีความสุข

"เอิ๊ก"

"สบายตัว!"

ซูไป๋ดื่มโค้กหมด ก็เรอออกมาอย่างมีความสุข แล้วลูบท้องเอนตัวลงนอนแผ่

ซูไป๋เป็นคนธรรมดาสามัญ เขาคิดว่าชั่วชีวิตของคนเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการกินดื่ม!

เขานับถือเหล่าบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่อุทิศชีวิตอันจำกัดเพื่อรับใช้ประชาชนอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเหล่านั้นมาก

อย่างเช่นนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงของประเทศเราเหล่านั้น

อย่างเช่นคุณปู่หยวนหลงผิงที่ทำให้คนจีนทุกคนได้กินอิ่มท้อง

อย่างเช่นวีรชนปฏิวัติเหล่านั้นที่ต่อสู้เพื่อสร้างยุคทองอันงดงามให้แก่พวกเรา

ตัวเขาเองทำแบบนั้นไม่ได้หรอก พูดตามตรง เขาเป็นแค่คนธรรมดา หวังแค่ให้ตัวเองกินดีอยู่ดี และช่วยเหลือคนอื่นเท่าที่กำลังจะทำได้ก็ดีมากแล้ว

ชาติที่แล้วที่เขาสละชีวิตช่วยคน จริงๆ แล้วก็เพราะตอนนั้นเขาไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรจะต้องเสีย

ถ้าเปลี่ยนเป็นตอนนี้ เขาจะยังทำแบบนั้นอีกไหมก็พูดยากจริงๆ

น่าจะมีความลังเลอยู่บ้างแหละ

ตอนนี้ทุกอย่างช่างงดงามเหลือเกิน ดังนั้นซูไป๋จึงรู้สึกหวงแหนเป็นพิเศษ เขาจะกินทุกอย่างที่เขาอยากกิน ทำทุกเรื่องที่เขาอยากทำ!

วันนี้ก็เป็นวันที่สวี่ฉี่โหรวกินได้สะใจที่สุดครั้งหนึ่งเช่นกัน แม้แต่ตอนอยู่ที่บ้านเห็ดก่อนหน้านี้เธอก็ยังมีการยับยั้งชั่งใจอยู่บ้าง

แต่วันนี้เมื่ออยู่ที่บ้านซูไป๋ อย่างแรกคือยาเม็ดคงความงามของซูไป๋ทำให้เธอวางใจได้มาก อย่างที่สองคือไม่มีคนนอกอยู่ด้วย ดังนั้นเธอจึงปล่อยตัวตามสบายอย่างเต็มที่ กินจนพุงน้อยๆ ป่องออกมานิดๆ

"งั้นเราไปเดินเล่นในสวนกันหน่อยไหม? ย่อยอาหารสักหน่อย?" ซูไป๋เสนอ

"เอาสิ จุกจริงๆ ด้วย ต้องเดินสักหน่อยแล้ว" สวี่ฉี่โหรวเห็นด้วยทันที

จากนั้นทั้งสองคนก็เดินทอดน่องช้าๆ ในสวน สวนของบ้านเดี่ยวหลังนี้ของซูไป๋มีขนาดใหญ่มาก การออกแบบสวนโดยรวมก็สวยงามอยู่แล้ว บวกกับการปรับปรุงสองครั้งของระบบและซูไป๋ มันจึงสวยงามมากจริงๆ

สวี่ฉี่โหรวรู้สึกว่าตั้งแต่คุณตาจากไป ไม่มีวันไหนเลยที่จะมีความสุขเท่าวันนี้!

ได้กินอาหารอร่อยๆ ที่อยากกินอย่างเต็มคราบ ได้เดินเล่นหลังอาหารกับผู้ชายที่ตัวเองรู้สึกดีด้วยเหมือนคู่รักทั่วไป พูดคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อย

แม้แต่ตอนที่ไม่พูดอะไร ก็ยังรู้สึกมั่นคงและผ่อนคลายมาก

"นี่ ยัยตะกละ เธอเล่นเกมเป็นไหม?" ซูไป๋หันไปถามสวี่ฉี่โหรว

'ยัยตะกละ' คือชื่อเล่นที่เขาตั้งให้สวี่ฉี่โหรวก่อนหน้านี้ เพราะการที่ราชินีเพลงผู้เย่อหยิ่งเย็นชาพอเห็นของอร่อยแล้วตาลุกวาว ความแตกต่างที่เหมือนแมวน้อยตะกละแบบนั้นมันช่างโมเอะเหลือเกิน

แม้ว่าจะถูกสวี่ฉี่โหรวคัดค้านอย่างหนัก แต่ซูไป๋ก็ยังคงเรียกชื่อนี้ต่อไปอย่างไม่กลัวตาย

"เล่น ROV เป็นนิดหน่อย ทำไมเหรอ?"

"มาเล่นกันสักกี่ตาไหม? ฉันเล่นป่าโคตรเทพนะ!"

"ได้สิ แต่นายห้ามบ่นว่าฉันไก่นะ!"

"วางใจได้ พี่จะพาบินเอง!" ซูไป๋ตบหน้าอกตัวเอง

"งั้นไปกันเลย!"

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

"ยัยตะกละ เธอบ้ารึเปล่า นั่นมันเลนปะทะ! มาเลนพัฒนาสิ เลนพัฒนา!"

"ไม่ใช่ พวกเขามี 5 คน เรามี 3 คน เธอยังจะบวกเข้าไปอีกเรอะ?!"

"เจ๊ สิงร่างฉันสิ สิงร่างฉัน! เธอทำอะไรอยู่น่ะ!"

"เธอเป็นซัพพอร์ตจะไปฟาร์มป่าหาพระแสงอะไร! เธอไปคุ้มกันแครี่สิ อีกฝั่งสองคนจะกดป้อมเขาแตกอยู่แล้วเนี่ย!"

"Defeat" (พ่ายแพ้)

หลังจากพ่ายแพ้ในแมตช์ที่ 8 ทั้งสองคนก็โยนโทรศัพท์ไปด้านข้างอย่างสิ้นหวัง...

"ไหนบอกว่าจะพาฉันบินไง?" สวี่ฉี่โหรวมองซูไป๋อย่างแค้นเคือง

"ฉันไร้เดียงสาเกินไปเอง ฉันนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเธอจะแยกแยะเลนพัฒนากับเลนปะทะไม่ออกด้วยซ้ำ..."

ซูไป๋เอามือกุมหน้าด้วยความเจ็บปวด

"ฮึ! เห็นชัดๆ ว่านายนั่นแหละที่ไม่เก่งพอ!... ว้าย!"

สวี่ฉี่โหรวมองดูโทรศัพท์แล้วจู่ๆ ก็ร้องลั่นออกมา ทำเอาซูไป๋สะดุ้งโหยง

"เป็นอะไร เป็นอะไร?!"

"จะตี 1 แล้ว!"

"แล้วไง?"

"ฉันจะกลับบ้านยังไงล่ะ! คนขับรถพักผ่อนกันหมดแล้ว! เจ้าโต้วโตวบ้า ก็ไม่เตือนฉันเลย!" สวี่ฉี่โหรอบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย ลืมไปสนิทเลยว่าเป็นตัวเองนั่นแหละที่ให้คนเขาไป "เยี่ยมแม่"

"โธ่ จะลำบากไปทำไม นอนที่บ้านฉันนี่ก็จบแล้ว ชั้นสองชั้นสามมีห้องนอนตั้งเยอะแยะ เธอเลือกเอาสักห้องก็สิ้นเรื่อง"

ซูไป๋ทำหน้าไม่ใส่ใจ

"ตะ...แต่ว่าฉันจะมาบ้านนายครั้งแรกแล้ว...แล้ว...แล้วค้างคืนได้ยังไงกันล่ะ!"

สวี่ฉี่โหรวบีบนวดมือเล็กๆ ของตัวเองไปมา รู้สึกสับสนลังเลมาก

"ไม่ได้นอนห้องเดียวกับฉันสักหน่อย! แค่ระบบกันเสียงของบ้านฉันเนี่ย เธอเปิดเพลงแดนซ์อยู่ชั้นบน ฉันอยู่ชั้นล่างยังไม่ได้ยินเลย..."

"ตะ...แต่ว่า..."

"เอาน่า ไม่เป็นไรหรอก เธอไปนอนชั้นสาม ฉันนอนชั้นสอง ฉันไม่ขึ้นไปหรอก! ของใช้ส่วนตัวมีครบ ชุดนอนก็มีของใหม่ พรุ่งนี้เช้าฉันจะทำจ๋าเจี้ยงเมี่ยนให้เธอกิน!"

"ตกลง!"

ดวงตาคู่โตของสวี่ฉี่โหรวเป็นประกายวิบวับ!

ฉันรักคาร์โบไฮเดรต!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 70 - ซูไป๋คงไม่ได้จะสารภาพรักกับฉันหรอกนะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว