- หน้าแรก
- ผมล้มเหลวกับการอวดรวย เลยดังเปรี้ยงด้วยพรสวรรค์
- บทที่ 7 - ที่หนึ่ง
บทที่ 7 - ที่หนึ่ง
บทที่ 7 - ที่หนึ่ง
บทที่ 7 - ที่หนึ่ง
“และต่อไป คือผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับคะแนนเต็มเป็นเอกฉันท์จากกรรมการทั้งห้าท่านในระหว่างการคัดเลือก” พูดถึงตรงนี้ หลี่หงเทาก็ยกไมโครโฟนขึ้นยิ้มให้กับเหล่าเด็กฝึก “ชื่อของเขาคือ... ซูไป๋!”
ตูม!
ทั้งฮอลล์ฮือฮา เด็กฝึกส่วนใหญ่ต่างพากันงงเป็นไก่ตาแตก เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อซูไป๋มาก่อน เฉินอวี่ ซ่งซีเหมิง และคนอื่นๆ ต่างกวาดสายตามองไปรอบๆ ราวกับอยากจะรู้ว่าใครกันที่สามารถแซงหน้าพวกเขาขึ้นเป็นหัวหน้าทีมอันดับหนึ่งได้
ทันใดนั้น แสงไฟสปอตไลต์ที่เจิดจ้าก็สาดส่องไปยังที่นั่งแถวหลัง ซูไป๋ที่กำลังนอนแผ่หลาและงุนงงอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของเขาก็ปรากฏขึ้นบนจอขนาดใหญ่ของเวทีและในไลฟ์สดอย่างชัดเจน
เมื่อเห็นใบหน้าที่หล่อเหลางัวเงียและดูสับสนนั้น ข้อความบนหน้าจอก็ระเบิดทันที:
【ฉันจองคนนี้แล้ว สามนาที ขอข้อมูลทั้งหมดของเขาด่วน】
【(5555555) สีหน้าน้องชายดูเหวอมาก อยากหยิกแก้ม!】
【คนข้างบนอย่ามายุ่งกับสามีฉัน】
【เอาจริงๆ น้องชายคนนี้หล่อจริง แถมดูเหมือนจะไม่ได้แต่งหน้าเลยด้วย】
【สามีผิวดีจัง ฉ่ำวาวเหมือนฉันเลย】
【คนข้างบน กล้าพูดเนอะ】
【ผู้ชายแบบนี้ก็พอยอมรับได้นะ】
【คนข้างบน แกแปลกๆ นะ】
คนดูทั่วไปส่วนใหญ่ต่างก็ถูกดึงดูดด้วยหน้าตาของซูไป๋ หลายคนกลายเป็นแฟนคลับทันที แต่ก็มีแฟนคลับคลั่งรักของเด็กฝึกคนอื่นที่ไม่พอใจที่ซูไป๋ได้ที่หนึ่ง เริ่มแสดงความคิดเห็นแขวะในไลฟ์สด
【เหอะ ก็ไม่เห็นว่าจะหล่อกว่าพี่อวี่ของพวกเราตรงไหน ล็อกผลไว้แล้วสิท่า】
【นั่นดิ ทำไมถึงได้ที่หนึ่ง ไม่เห็นจะมีอะไรดีเลย】
【ดูเหมือนจะเป็นคนธรรมดาทั่วไปเลยนะ เขามีปัญญาอะไรมาเหนือกว่าเหมิงเหมิงของพวกเรา? เหอะ รอดูหน้าแหกได้เลย】
【ที่หนึ่ง? คู่ควรเหรอ? เฟิงอวี่คนเดียวก็ฆ่ามันได้เป็นสิบๆ คนแล้วมั้ง?】
ก็ยังมีคนดูทั่วไปส่วนหนึ่งที่ได้ดูคลิปการคัดเลือกมาแล้ว ไม่ชอบพฤติกรรมด่ากราดของคนพวกนี้ เลยออกมาปกป้องซูไป๋:
【พวกแกไปดูคลิปคัดเลือกก่อนค่อยมาพูดเถอะ】
【《ดวงดาวที่สว่างที่สุดในค่ำคืน》 ทำฉันร้องไห้เลยนะเว้ย? พวกติ่งคลั่งรักอย่าสักแต่จะด่า】
【ฉันว่าสมศักดิ์ศรีแล้ว เพลงนี้ไม่เพียงเพราะ แต่ยังเป็นเพลงที่เขาแต่งเองด้วย หลังจากดูคลิปคัดเลือกทุกคนแล้ว ซูไป๋โดดเด่นที่สุดจริงๆ】
【อย่าเอาพี่ชายสายแบ๊วของพวกแกมาเทียบกับเขาเลย อย่างน้อยเขาก็ดูออกว่าเป็นผู้ชาย】
【ขนาดหน้าสดยังหล่อกว่าพี่ชายกรีดอายไลเนอร์ของพวกแกเป็นสิบเท่า!】
ในขณะที่ข้อความบนหน้าจอกำลังเถียงกันอย่างดุเดือด ยอดผู้ชมในไลฟ์สดก็พุ่งสูงขึ้นอีกระลอก ตอนที่เริ่มไลฟ์สด ด้วยกระแสต่างๆ ก็มีผู้ชมกว่า 10 ล้านคนแล้ว พอมาถึงช่วงนอนแผ่หลาและการประกาศอันดับ ตอนนี้ยอดผู้ชมทะลุ 30 ล้านคนไปแล้ว หลี่หงเทาฟังรายงานจากผู้ช่วยจนยิ้มเหงือกบาน
ซูไป๋และเฉินจื้อซินที่กำลังนอนแผ่หลาอยู่ พอโดนสปอตไลต์ส่องก็ยังอึ้งไปหลายวินาที ก่อนจะรีบลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล เฉินจื้อซินถึงกับทำโค้กเกือบหก เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมในไลฟ์สดได้อีกครั้ง
“ไอ้หมาไป๋ นี่แกโกงปะเนี่ย เวรเอ๊ย แกกำลังจะดังแล้ว!”
“ฉากเล็กๆน่า อย่าตื่นเต้นไป แค่เบสิกๆ” หลังจากตื่นตระหนกไปเล็กน้อย ซูไป๋ก็ปรับสีหน้าเป็นปกติ กลับมาทำหน้าเหมือนผู้กุมทุกอย่างไว้ในมือ จนเฉินจื้อซินที่อยู่ข้างๆ ต้องเหล่ตามอง
“เอาล่ะครับ เมื่อเราประกาศหัวหน้าทีมทั้งสิบคนเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเราจะฉายวิดีโอการคัดเลือกของหัวหน้าทีมแต่ละคน เพื่อให้เด็กฝึกทุกคนได้เลือกหัวหน้าทีมที่ตัวเองชื่นชอบ และสามารถจัดตั้งทีมให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้ครับ”
ผู้กำกับหลี่พูดจบก็ให้สัญญาณผู้กำกับเวทีให้เปิดวิดีโอคัดเลือกของหัวหน้าทีมทั้งสิบคน โดยเริ่มจากซูไป๋อันดับหนึ่ง...
เหล่าเด็กฝึกที่อยู่ด้านล่าง เมื่อได้ดูวิดีโอของหัวหน้าทีมแต่ละคน ก็เริ่มจับกลุ่มพูดคุยกัน
“เฮ้ นายอยากเข้าทีมใครอ่ะ?”
“ฉันอยากไปอยู่กับเฉินอวี่ เขาเป็นตัวเต็งแชมป์เลยนะ ถึงแม้รอบคัดเลือกจะไม่ได้ที่หนึ่ง แต่มันก็บอกอะไรไม่ได้มากหรอก พอถึงช่วงหลังๆ ก็ต้องวัดกันที่ความนิยมอยู่ดี ฉันว่าถ้าได้เข้าทีมเขาน่าจะไปได้ไกลกว่า”
“ปัญหาคือเขาจะเอาเราหรือเปล่านี่สิ ฉันว่าฉู่เฉินก็ไม่เลวนะ ดูเป็นคนนิ่งๆ น่าจะเข้ากับคนง่ายดี?”
“พวกนายไม่อยากเข้าทีมซูไป๋เหรอ เขาได้ที่หนึ่งเลยนะ”
“ที่หนึ่งแล้วไง รอบคัดเลือกมันวัดความสามารถโดยรวมไม่ได้หรอก เพลงนั้นน่ะดีจริง แต่ถ้าเขามีดีแค่เพลงเดียวล่ะ พอถึงช่วงหลังๆ ไม่มีอะไรโชว์ก็จบเห่เหมือนกัน”
เด็กฝึกที่ผ่านเข้ารอบมาได้ อย่างน้อยก็มีสมองและความสามารถอยู่บ้าง วิเคราะห์กันไปมาก็ยังไม่มั่นใจในความสามารถของซูไป๋ ส่วนใหญ่ยังคงเชื่อมั่นในตัวเต็งจากสี่ค่ายยักษ์ใหญ่มากกว่า
“เฮ้ ไอ้หมาไป๋ นายจะเอายังไง คิดจะเลือกใครเข้าทีมบ้างปะ?”
“รอดูก่อน เราไม่เดินเข้าไปชวนใครก่อนหรอก นอกจากว่าจะเจอคนที่โดดเด่นจริงๆ แต่ถ้าไม่มีใครมา ก็ดูว่าใครอยากจะมา ถ้าความสามารถดีก็รับไว้ ถ้าไม่มีใครมาเลย เราสองคนก็ทำกันเองได้” ซูไป๋ทำหน้าไม่ยี่หระ
“ว่าแต่นายเถอะ ไปหัดแต่งเพลง แถมยังร้องดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อน?”
ซูไป๋ทำหน้าลึกลับแบบ ‘แกมันคนธรรมดาจะไปเข้าใจอะไร’ “ก็แค่ความสามารถเล็กๆ น้อยๆ น่ะ แล้วฉันก็ไม่ชอบอวดด้วย เรื่องที่ฉันมาจากดาวไซเบอร์ตรอน ฉันเคยบอกนายไหมล่ะ?”
“ไสหัวไปเลยไป”
หลังจากฉายการแสดงของหัวหน้าทีมทั้ง 10 คนจบ ผู้กำกับหลี่ก็เริ่มประกาศรายชื่อเด็กฝึกอันดับที่ 11-20 ต่อ ในรอบนี้ ทุกครั้งที่ประกาศชื่อ บนจอขนาดใหญ่ก็จะฉายวิดีโอการคัดเลือกของเด็กฝึกคนนั้นประมาณ 1 นาที เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้น และเพื่อการจัดทีมในภายหลัง
เฉินจื้อซินโชคดีที่เบียดเข้ามาอยู่ในท็อป 20 ได้ โดยอยู่ในอันดับที่ 17 ส่วนอันดับที่ 18 ก็เป็นคนที่พวกเขารู้จักเช่นกัน นั่นคือ ‘เจ้านุ่มนิ่มสีชมพู’ โจวหนานหนาน
ถึงแม้จะดูตุ้งติ้งไปหน่อย แต่ก็ต้องยอมรับว่าทักษะการร้องเพลงของโจวหนานหนานนั้นยอดเยี่ยมมาก เขาร้องเพลงโชว์เทคนิคอย่าง《ทะเล》ได้น่าทึ่ง โดยเฉพาะท่อนเสียงสูง
เมื่อประกาศอันดับจนครบ ก็เป็นเวลาหกโมงเย็นพอดี ผู้กำกับหลี่จึงประกาศเลิกแถว ให้เด็กฝึกแต่ละคนเข้าหอพักตามอันดับของตัวเอง
ห้องรวมจะจัดตามอันดับ เช่น อันดับ 11 กับ 12, 13 กับ 14 ไปเรื่อยๆ
“เวลาฝึกซ้อมกับเมนเทอร์ของเราคือ 9 โมงเช้าถึงเที่ยง, บ่ายสองถึงหกโมงเย็น และสองทุ่มถึงสี่ทุ่ม สามช่วงเวลานี้นะครับ เมนเทอร์แต่ละคนจะมีห้องฝึกซ้อมส่วนตัว ทุกคนสามารถใช้โทรศัพท์ที่รายการแจกให้เพื่อจองเวลาฝึกซ้อมกับเมนเทอร์ล่วงหน้าได้”
“สำหรับหัวหน้าทีมทุกคน โปรดทราบ พวกคุณจะต้องส่งรายชื่อทีมของพวกคุณที่ห้องลงทะเบียนภายในวันพุธ เวลาสองทุ่มตรง เมื่อลงทะเบียนแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และนี่คือทีมที่จะใช้ในการแสดงรอบออฟฟิเชียลครั้งแรกของพวกคุณ แต่ละทีมจะมีห้องซ้อมส่วนตัว”
“หลังจากวันพุธสองทุ่ม ผู้ที่ยังไม่มีรายชื่อในทีมใด จะถูกเรียกตัวไปรวมกันที่ห้องซ้อมทีมผู้ล้างแค้น พวกคุณจะต้องเลือกหัวหน้าทีมกันเอง เพื่อนำทีมแสดงในรอบออฟฟิเชียลครั้งแรก”
“และสุดท้าย ธีมสำหรับการแสดงรอบออฟฟิเชียลครั้งแรกก็คือ... ‘ความสุข’ ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้ดีครับ”
“มีใครมีคำถามอะไรอีกไหมครับ?”
“ไม่มีครับ/ค่ะ”
“โอเคครับ งั้นตอนนี้เด็กฝึกทุกคนสามารถกลับไปที่หอพักและเริ่มจัดตั้งทีมกันได้เลย” ผู้กำกับหลี่พูดจบก็เดินออกจากห้องโถงไป
ซูไป๋หันไปกระทุ้งศอกใส่เฉินจื้อซินที่อยู่ข้างๆ ทำหน้าล้อเลียน “เฮ้ นายได้อยู่กับเจ้านุ่มนิ่มสีชมพูด้วยนี่นา นายแน่ใจนะว่าอีกไม่กี่วันต่อจากนี้ นายจะยังเป็นเพื่อนที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของฉันอยู่?”
เฉินจื้อซินตัวสั่นเทา ตาทั้งสองข้างแดงก่ำ “ฉันขอสาบานว่าจะปกป้องประตูหลังของฉันไว้ด้วยชีวิต!”
สีหน้าดูแน่วแน่และเด็ดเดี่ยว
[จบแล้ว]