- หน้าแรก
- สกิลประเมินระดับพระเจ้า แค่อ่านใจก็กลายเป็นเศรษฐี
- บทที่ 21: งานเลี้ยงรุ่นที่น่าตื่นตะลึงนิดๆ
บทที่ 21: งานเลี้ยงรุ่นที่น่าตื่นตะลึงนิดๆ
บทที่ 21: งานเลี้ยงรุ่นที่น่าตื่นตะลึงนิดๆ
บทที่ 21: งานเลี้ยงรุ่นที่น่าตื่นตะลึงนิดๆ
"งานเลี้ยงรุ่นเหรอ?"
"ใช่ พวกเราใกล้จะเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้ว นี่ก็น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เพื่อนมัธยมปลายจะได้มารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตา
ถึงจะกลับมาเจอกันทีหลัง คนก็คงไม่ครบแบบนี้แล้วล่ะ
เหอซุ่ยซุ่ย เธอพอจะมีเวลาใช่ไหม?"
ถังเจียวเย่ว์ที่อยู่ข้างๆ ได้ยินก็พยักหน้าหงึกหงักให้เธอไม่หยุด
ยัยเด็กนี่คงรู้สึกว่าเธอผอมลงไปบ้างแล้ว เลยอยากให้เธอไปโชว์ตัวล่ะสิ!
"ได้สิ ฉันไป!"
"เยี่ยมเลย! เมืองจำลองซานสุ่ย เวลาหนึ่งทุ่มครึ่งนะ ห้ามมาสายล่ะ~"
หลังจากวางสาย ถังเจียวเย่ว์ก็ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางมีเลศนัย
"นี่อะไรเนี่ย?"
"เงินเก็บของฉันเอง มีอยู่ 350 หยวน เดี๋ยวฉันซื้อชุดให้พี่เอง"
ปกติแล้ว เสื้อผ้าที่พวกเธอใส่ โดยเฉพาะชุดฤดูร้อน ราคาก็แค่ไม่กี่สิบหยวนเท่านั้น
การจ่ายเงิน 350 หยวนเพื่อเสื้อผ้าชุดเดียว ถือว่าเป็นเสื้อผ้าเกรดดีเลยล่ะ
"ไม่ต้องใช้เงินของเธอหรอก ฉันมีเงินน่า เก็บเงินของเธอไว้เถอะ!"
"ฉันอยากซื้อให้พี่นี่นา ไปกันเถอะๆ รีบไปตอนที่แดดยังไม่ร้อนนี่แหละ"
"เอาล่ะๆ ไปก็ไป!"
เหอซุ่ยซุ่ยทนลูกอ้อนของเธอไม่ไหว ยังไงซะตอนนี้ลูกพี่ลูกน้องของเธอก็เชื่อฟังเธออย่างกับลูกไก่ในกำมือแล้ว
จากตอนแรกที่เอาแต่กลัวและคอยหยั่งเชิง จนตอนนี้กล้าพูดเล่นด้วยแล้ว ถือเป็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดมาก
ถึงอย่างนั้น บางครั้งเธอก็ยังแอบสังเกตสีหน้าของเหอซุ่ยซุ่ยอยู่ดี เพราะกลัวว่าเธอจะโกรธ
"พี่คะ วันนี้เลือกชุดสวยๆ ไปเลยนะ เอาให้พวกที่เคยล้อพี่หุบปากไปเลย"
เหอซุ่ยซุ่ยปรายตามองเธออย่างมีความหมาย ถังเจียวเย่ว์รู้ตัวว่าพูดผิดไปจึงรู้สึกเจื่อนๆ ขึ้นมา
"พี่คะ ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ
เมื่อก่อนพี่อารมณ์เสียบ่อย คุณป้ากลัวว่าพี่จะโดนรังแกที่โรงเรียนก็เลยให้ฉันไปคอยสืบดู
ตอนนั้นฉันโกรธมากเลยนะที่ได้ยินพวกนั้นเอาพี่ไปนินทาลับหลัง"
เธอยังพอจำเรื่องนี้ได้อยู่บ้าง
ตอนนั้น เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีบ้าๆ บอๆ ของตัวเอง เธอไม่ไว้หน้าลูกพี่ลูกน้องคนนี้เลย ซ้ำยังด่าว่าเธอแส่ไม่เข้าเรื่องอีกต่างหาก
เธอถึงขั้นทำให้ลูกพี่ลูกน้องต้องอับอายขายหน้าในช่วงพักยาว และเพื่อนร่วมชั้นหลายคนก็เห็นเหตุการณ์นั้นด้วย
ลูกพี่ลูกน้องของเธอคงต้องอดทนมามากแน่ๆ
"ไม่เป็นไรหรอก พวกเธอทำไปก็เพราะหวังดีกับฉัน ฉันรู้ ป่ะ ไปกันเถอะ ไหนบอกจะซื้อชุดสวยๆ ให้ฉันไง?"
"ใช่ วันนี้เราต้องเดินดูให้ทั่วเลย"
ถังเจียวเย่ว์กลับมาร่าเริงอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้โกรธจริงๆ
ทั้งสองเดินมาถึงถนนคนเดินที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน ลูกพี่ลูกน้องบอกว่าเสื้อผ้าที่นี่มีให้เลือกเยอะและทันสมัยกว่า
เหอซุ่ยซุ่ยส่ายหน้าอย่างอ่อนใจและยอมตามใจเธอ
เธอซื้อกางเกงห้าส่วนทรงขากระบอกกว้างผ้าชีฟองสีดำ มันทิ้งตัวสวยและราคาแค่ 50 หยวนเท่านั้น
นอกจากนี้เธอยังซื้อเสื้อแขนสั้นคอเหลี่ยมแต่งชายแบบอสมมาตรสีฟ้าอ่อนมาในราคา 29 หยวน
"พี่คะ เราซื้อชุดเดรสตัวนั้นด้วยดีไหม? ฉันว่าพี่ใส่แล้วต้องสวยแน่ๆ"
"ไม่ต้องหรอก แค่สองตัวนี้ก็พอแล้ว"
"แต่สองตัวนี้มันถูกมากเลยนะ รวมกันยังไม่ถึง 100 หยวนเลย"
"ไม่เป็นไรหรอก ดูสิว่าฉันผอมลงเร็วแค่ไหน อีกไม่กี่วันสองตัวนี้ก็คงหลวมแล้วล่ะ
ขืนซื้อของแพงๆ มาเยอะแยะก็เสียดายแย่"
ถังเจียวเย่ว์ครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย
ถึงแม้จะรู้ว่าเหอซุ่ยซุ่ยมีเงิน แต่คนที่คุ้นชินกับความประหยัดมัธยัสถ์มาตลอดก็ยากที่จะเปลี่ยนนิสัยการใช้จ่ายได้ในพริบตา
ยิ่งไปกว่านั้น ถังเจียวเย่ว์ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเงินทองพวกนั้นเกี่ยวข้องอะไรกับเธอ ความคิดของเธอช่างติดดินเสียจริง
ที่เหอซุ่ยซุ่ยเลือกเสื้อผ้าสองชิ้นนี้ก็มีเหตุผลของเธอ
สีดำช่วยพรางหุ่น กางเกงที่ยาวขึ้นมาหน่อยช่วยพรางตาให้ขาดูยาวขึ้น และทรงขากระบอกกว้างก็ช่วยพรางรูปทรงของขาได้เป็นอย่างดี
ส่วนเสื้อคอเหลี่ยมก็ช่วยพรางหุ่นได้ดีกว่าเสื้อคอกลมตั้งเยอะ
ชายเสื้อช่วงเอวที่ถูกตัดให้สั้นลงก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยให้ดูเพรียวขึ้น
ที่สำคัญที่สุดคือ เสื้อตัวนี้ไม่ได้รัดรูปจนเกินไป จึงช่วยพรางหน้าท้องและเอวของเธอได้มิดชิด
"ไปดูตรงนั้นกันเถอะ!"
ถังเจียวเย่ว์ชี้ไปที่ร้านเครื่องประดับเงินที่อยู่ข้างหน้า ร้านนี้เปิดมาหลายปีแล้ว สินค้าคุณภาพดีราคาถูก แถมเนื้อเงินก็บริสุทธิ์มากด้วย
หลายคนต่างก็ไว้วางใจร้านนี้
ลูกพี่ลูกน้องดึงแขนเธอเข้าไปในร้านด้วยความตื่นเต้น
ร้านดูสะอาดสะอ้าน ในตู้กระจกเต็มไปด้วยเครื่องประดับเงินมากมาย
"ว้าว มีให้เลือกเยอะแยะเลย!
พี่คะ เดี๋ยวฉันซื้อสร้อยคอให้เส้นนึงนะ ใส่เข้ากับชุดวันนี้พอดีเลย"
เสื้อคอเหลี่ยมจะเผยให้เห็นช่วงคอค่อนข้างมาก การมีสร้อยคอเป็นจุดสนใจก็ถือเป็นไอเดียที่ดี
พนักงานขายก็กระตือรือร้นมาก คอยช่วยพวกเธอเลือกอย่างใส่ใจ
"พี่คะ พี่ว่าเส้นไหนสวยสุด?"
ถังเจียวเย่ว์เลือกเครื่องประดับที่ทำจากเงินแท้ 999 เผื่อว่าวันหลังไม่ชอบแล้วก็ยังเอามาเปลี่ยนได้ ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว
"จี้ 'อ้วนท้วนสมบูรณ์พูนสุข' อันนี้น่ารักดีนะ"
"ฉันก็ว่าอันนี้สวยดีค่ะ พี่คะ รบกวนคิดเงินให้หน่อยได้ไหมคะ?"
"ได้เลยค่ะ~"
พนักงานขายคิดเงินอย่างรวดเร็ว เธอหยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมาจิ้มสองสามที
"น้องสาว จี้อันนี้ราคา 216 หยวนนะ ทางร้านมีบริการถักเชือกให้ฟรีด้วย
หรือจะเลือกเป็นสร้อยเงินก็เข้ากันดีนะ"
ถังเจียวเย่ว์เปรียบเทียบไปมา เธอรู้สึกว่าเชือกสีแดงไม่ค่อยเหมาะกับผู้ใหญ่ แถมยังทำความสะอาดยากอีกด้วย
แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นสร้อยเงิน ราคาก็จะพุ่งขึ้นไปถึง 360 หยวน ซึ่งงบในกระเป๋าของเธอไม่อำนวย
เหอซุ่ยซุ่ยรู้ดีถึงความลำบากใจนี้ เมื่อเห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเธอ เหอซุ่ยซุ่ยก็รู้สึกว่าเธอน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง
"งั้นเอาสร้อยเงินเส้นนี้แหละ แล้วก็ขอจี้ 'อ้วนท้วนสมบูรณ์พูนสุข' อีกอันนึงด้วยนะ ของฉันอันนึง ของน้องสาวฉันอันนึง"
"พี่คะ ฉันไม่เอาหรอก~"
"ไม่เป็นไรน่า ถือซะว่าฉันให้เป็นของขวัญ ห้ามปฏิเสธนะ"
พูดจบ เธอก็ไม่สนใจเสียงทัดทานของลูกพี่ลูกน้อง แล้วหันไปเลือกสร้อยกับพนักงานขาย ถังเจียวเย่ว์รูปร่างผอมบางกว่าเธอ ถ้าใส่สร้อยที่สั้นกว่านิดนึงน่าจะดูดีกว่า
จากนั้น เธอก็เลือกกำไลเงินแท้ 999 แบบปรับขนาดได้วงหนึ่ง และกำไลแบบหนาลวดลายโบราณอีกวงหนึ่ง
"ไหนบอกว่าฉันจะเป็นคนซื้อให้พี่ไง สุดท้ายพี่ก็ต้องมาซื้อสร้อยคอให้ฉันอยู่ดี"
"ก็เธอซื้อเสื้อผ้าให้ฉันแล้วนี่ ถือซะว่าเป็นของตอบแทนก็แล้วกัน อ้อ แล้วกำไลเงินวงนี้ก็ของเธอด้วยนะ"
พูดจบ เธอก็สวมกำไลแบบเกลี้ยงให้ถังเจียวเย่ว์ทันที
"พี่คะ ฉัน... ขอบคุณนะคะ"
เหอซุ่ยซุ่ยตั้งตัวไม่ทันเมื่อถูกสวมกอด เธอตัวแข็งทื่อไปเล็กน้อย
"เอาล่ะๆ เลิกซึ้งได้แล้ว เอากำไลวงนี้ไปให้คุณป้าเถอะ ท่านต้องดีใจมากแน่ๆ"
"อื้อ!"
ทั้งสองคนตรงดิ่งไปที่ร้านอาหารเช้า เป็นไปตามคาด ตอนแรกหลี่อวี้เหมยบ่นว่าสิ้นเปลืองเงินทอง แต่ดวงตาของเธอกลับเปล่งประกายด้วยความดีใจ
ต่อมาเมื่อได้ยินว่าเงินที่นำมาซื้อได้มาจากการเล่นหุ้น เธอก็แอบปาดน้ำตาอย่างเงียบๆ
ส่วนเหอกวงหยวนยิ่งทำตัวโอเวอร์กว่านั้น เขายัดเงินสามพันหยวนใส่มือเธอ ทำเอาเธอทั้งขำทั้งร้องไห้ไม่ออกเลยทีเดียว...
ในที่สุดวันอาทิตย์ก็มาถึง เหอซุ่ยซุ่ยสวมชุดใหม่ของเธอ
เธอรวบผมขึ้นสูง ผมของเธอหยักศกนิดๆ ตามธรรมชาติ ทำให้ดูเหมือนดัดลอนคลายๆ ดูเป็นธรรมชาติและสวยงามมาก
"ใช้ได้เลย ขาดแค่ต่างหูหมุดเก๋ๆ สักคู่ เดี๋ยวค่อยหามาใส่ทีหลังแล้วกัน"
เธอดึงปอยผมตรงขมับออกมาเล็กน้อย ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับทรงผมได้ในพริบตา
เธอทารองพื้นบางๆ และทาลิปกลอสสีอ่อนๆ ดูดีทีเดียวเลยล่ะ
"ว้าว พี่คะ วันนี้ถ้าพี่ไปถึงงานนะ รับรองว่าพวกนั้นต้องตะลึงแน่ๆ"
เหอซุ่ยซุ่ยไม่ได้พูดอะไร แต่มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
อู๋เวยยืนต้อนรับทุกคนอยู่หน้าประตู เธอไม่ได้มาถึงเร็วนัก และตอนนี้หลายคนก็มารวมตัวกันแล้ว
"เหอซุ่ยซุ่ย นั่นเธอเหรอ?"
"ฉันเอง หัวหน้าห้อง~"
"พระเจ้าช่วย เธอผอมลงแล้วก็สวยขึ้นตั้งเยอะแน่ะ"
"ใช่ ฉันแทบจะจำไม่ได้เลย นี่ซุ่ยซุ่ยจริงๆ เหรอเนี่ย!"