เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2: มาเยือนตลาดของเก่า

บทที่ 2: มาเยือนตลาดของเก่า

บทที่ 2: มาเยือนตลาดของเก่า


บทที่ 2: มาเยือนตลาดของเก่า

"จริงสิซุ่ยซุ่ย ฉันได้ยินมาว่าพ่อแม่เธอส่งเงินไปให้อาจารย์ตงแล้วนี่นา เยี่ยมไปเลย พวกเราจะได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันอีกครั้งแล้ว"

"อืม!"

เธอตอบรับอย่างขอไปที พลางลากเก้าอี้ตัวเล็กสองตัวมานั่งหลบแดดอยู่ใต้หน้าต่าง

หลี่อวี้เหมย แม่ของเหอซุ่ยซุ่ยเป็นคนมัธยัสถ์ เธอดูแลลานบ้านเล็กๆ แห่งนี้จนสะอาดสะอ้าน ปลูกพืชผักสวนครัวไว้มากมาย และยังมีดอกหงอนไก่ปลูกประดับไว้หน้าประตูอีกสี่ห้าต้น

"ซุ่ยซุ่ย ฉันดีใจจังเลย วันนี้เธอต้องเลี้ยงข้าวฉลองให้ฉันนะ"

ดวงตาของเสิ่นอวี่เวยหยีลงด้วยรอยยิ้ม ภายนอกดูเหมือนยินดีกับเธอ แต่เนื้อแท้แล้วคือการมาทวงบุญคุณ

"ไว้วันหลังเถอะ วันนี้ฉันมีธุระ"

เหอซุ่ยซุ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทำให้อีกฝ่ายเบะปากทำท่าแง่งอน

"ซุ่ยซุ่ย ถ้าฉันไม่แนะนำอาจารย์ตงให้เธอ เธอก็คงไม่ได้เรียนที่เดียวกับสิงโจวหรอกนะ เรื่องกินข้าวน่ะไว้วันหลังได้ แต่เธอต้องขอบคุณฉันสิ! เอาอย่างนี้ไหม? ฉันไม่ต้องการของมีค่าอะไรหรอก บ้านเธอเคยมีแจกันสีเขียวคอแคบใบหนึ่งไม่ใช่เหรอ? ยกอันนั้นให้ฉันก็แล้วกัน!"

เมื่อได้ยินดังนั้น เหอซุ่ยซุ่ยก็เงยหน้าขึ้นด้วยความระแวดระวังทันที

เสิ่นอวี่เวยไม่ทันสังเกตเห็นความเคลือบแคลงในแววตาของเพื่อน จึงแสร้งทำตัวใจกว้างพูดต่อ

"พอดีวันนี้ฉันซื้อกุหลาบมาสองดอก แล้วไม่มีที่ปัก แจกันใบนั้แหละเหมาะที่สุดแล้ว"

ที่แท้... นั่นก็คือของเก่าที่ขายได้ถึงหกสิบล้านในอนาคตสินะ?

เสิ่นอวี่เวยเล็งมันไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือเนี่ย?

"นั่นมันก็แค่ขวดธรรมดาๆ ถ้าเธออยากได้แจกัน เดี๋ยวฉันซื้อใบใหม่ให้"

"ไม่ต้องๆ!"

อีกฝ่ายรีบโบกมือปฏิเสธทันทีที่ได้ยิน

"ความสัมพันธ์ของเราเป็นยังไงเธอก็รู้ เราเป็นเพื่อนรักกันนะ การช่วยเหลือเธอเป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว แค่เอามาปักดอกไม้เอง ไม่ต้องซื้อใหม่หรอก ใบเก่านั่นแหละใช้ได้แล้ว"

แม่คนนี้ปากก็บอกว่ามาช่วย แต่ใจจริงจ้องจะเอาเปรียบชัดๆ

ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธของใหม่แล้วยืนกรานจะเอาของเก่า นอกจากว่ามันจะมีลับลมคมใน... เรื่องนี้มีเงื่อนงำแน่นอน

"ก็ได้ งั้นบ่ายนี้ฉันจะลองหาให้"

"ทำไมไม่หาตอนนี้เลยล่ะ? เดี๋ยวฉันช่วยหา จะได้เจอเร็วๆ"

"ไม่เป็นไร วันนี้ฉันเหนื่อยนิดหน่อยอยากพักสักพักน่ะ เมื่อกี้เหงื่อออกเยอะมากด้วย ต้องไปอาบน้ำก่อน ไว้บ่ายๆ ว่างแล้วฉันจะถามพ่อว่าเก็บไว้ไหน ให้พ่อช่วยหาจะง่ายกว่า"

เหอซุ่ยซุ่ยพยายามรักษาท่าทีให้สงบนิ่งที่สุด หลังจากผ่านชีวิตในวันสิ้นโลกมาสิบปี เธอเชี่ยวชาญเรื่องการซ่อนอารมณ์เป็นอย่างดี

"โอเค งั้นอย่าลืมนะ อีกอย่าง... เธอสัญญาว่าจะเลี้ยงของอร่อยฉันถ้าเรื่องเรียนเรียบร้อยแล้ว ห้ามลืมเด็ดขาดนะ!"

"วางใจเถอะ ฉันไม่ลืมเธอแน่"

เสิ่นอวี่เวยมีบุคลิกที่ดูไร้เดียงสาและอ่อนหวาน ดูไม่มีพิษมีภัยต่อผู้คนและสัตว์โลก

แต่ความเป็นจริงแล้ว เธอคือ "สาวชาเขียว" หรือพวกเสแสร้งระดับตัวแม่

หลังจากเข้ามหาวิทยาลัย ทั้งสองได้เป็นรูมเมทกัน และเสิ่นอวี่เวยก็มักจะใช้ข้ออ้างเรื่องช่วยจีบเซี่ยสิงโจวมาขูดรีดผลประโยชน์จากเธออยู่เสมอ ทั้งที่ตอนนั้นหล่อนมีเงินในกระเป๋าตั้งหกสิบล้านแล้ว

"โอเค งั้นฉันกลับก่อนนะ ถ้าเจอแล้วโทรบอกด้วย พรุ่งนี้ฉันจะเข้ามารับ"

"ได้สิ"

เหอซุ่ยซุ่ยเดินไปส่งพร้อมรอยยิ้ม

ทันทีที่ประตูบ้านปิดลง รอยยิ้มของเธอก็เลือนหายไป แววตาเปลี่ยนเป็นเย็นชาและแฝงไว้ด้วยจิตสังหารจางๆ

ในส่วนลึกสุดของห้องเก็บของ มีกล่องเหล็กใบหนึ่งที่ดูเก่าคร่ำคร่า ภายนอกเต็มไปด้วยสนิมสีแดงเกาะกรัง

เมื่อเปิดออกดู ด้านในมีของจุกจิกมากมาย ซึ่งล้วนแต่ดูเก่าและผุพัง

【"โอ๊ย แสงแดดนี่มันแยงตาชะมัด ทำไมนังหนูนี่ยังอ้วนอยู่อีกเนี่ย? ขี้เหริ่ชะมัด ถ้าเป็นในยุคราชวงศ์ถังอันรุ่งโรจน์ของข้า หากนางแต่งตัวดีๆ หน่อย ก็อาจจะพอมีคนชายตามองบ้าง น่าเสียดายจริงๆ!"】

เมื่อได้ยินเสียงวิจารณ์อย่างไม่เกรงใจนั้น เธอก็ล็อคเป้าไปที่แจกันสีเขียวซึ่งซ่อนอยู่ใต้กองหนังสือเก่าทันที

ลักษณะของมันตรงตามที่เสิ่นอวี่เวยบอกทุกประการ แจกันใบไม่ใหญ่และมีคอขวดที่แคบ

เธอเอื้อมมือไปเช็ดฝุ่นออกจากผิวแจกัน

มันเป็นสีเขียวอ่อนที่มีประกายสีเหลืองนวลจางๆ เคลือบอยู่ด้านนอก ดูราวกับสีของน้ำผึ้ง

ในเมื่อเจ้านี่พูดถึง 'ราชวงศ์ถัง' มันก็น่าจะเป็นของในยุคนั้น

อย่างน้อยที่สุด มันก็ต้องเป็นของโบราณที่มีอายุมากแน่นอน

เหอซุ่ยซุ่ยดีใจจนเนื้อเต้น เธอกอดแจกันกลับไปที่ห้องอย่างระมัดระวัง

เสิ่นอวี่เวยเป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่ง จะไปมีความรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง? หรือว่ามีใครคอยชี้แนะอยู่เบื้องหลัง?

เรื่องนี้คงต้องสืบให้ละเอียดในภายหลัง

เธอซ่อนแจกันไว้ใต้โต๊ะหัวเตียง แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมา

ไม่ได้จับเจ้าสิ่งนี้มานานจนรู้สึกคิดถึงอยู่เหมือนกัน

โชคดีที่รุ่นนี้ไม่ต่างจากที่เธอเคยใช้มากนัก

บันทึกในเครื่องล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวของเซี่ยสิงโจว

แม้แต่ใน WeChat ก็ยังปักหมุดแชทของเขาไว้บนสุด เฮ้อ... สาวน้อยผู้คลั่งรักนี่ทุ่มเทเสียจริง

เหอซุ่ยซุ่ยไม่อยากดูอีกต่อไป เธารีบเข้าห้องน้ำ อาบน้ำอย่างรวดเร็ว เตรียมตัวนำแจกันไปจัดการ

ขืนชักช้า ลาภลอยก้อนนี้อาจตกไปเป็นของคนอื่น

เธอหยิบเสื้อยืดสีขาวสกรีนลายตัวอักษรที่หน้าอกออกมาจากตู้เสื้อผ้า จับคู่กับกางเกงขายาวสีดำและรองเท้าผ้าใบ

สภาพเธอตอนนี้ดูเหมือนลูกบอลกลิ้งได้ อ้วนจนเริ่มสงสัยในชีวิต

หน้ากากอนามัยทางการแพทย์สีฟ้ายังปิดหน้าบานๆ ของเธอไม่มิด นี่มันขนาดไหนกันเนี่ย?

ลดน้ำหนัก ต้องลดน้ำหนักด่วน!

เธอสวมหมวกแก๊ป ยัดแจกันใส่เป้สะพายหลัง แล้วมุ่งหน้าออกจากบ้าน

เมืองซูมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมยาวนาน จึงมีตลาดของเก่าหลายแห่ง ซึ่งนั่นคือจุดหมายของเธอในวันนี้

เธอมีเงินติดตัวอยู่ห้าร้อยหยวนที่แม่ทิ้งไว้ให้ จึงเรียกแท็กซี่ตรงไปยังตลาดที่ใกล้ที่สุด

ระหว่างทางเธอก็ไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ คอยค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นั้นตลอดเวลา

'ร้านค้าของเก่า' เป็นศูนย์แสดงสินค้าโบราณที่ใหญ่ที่สุดที่นั่น สามารถทำการซื้อขายได้

ที่นั่นมีผู้เชี่ยวชาญคอยประเมินราคาและมีความซื่อสัตย์มาก ไม่มีเรื่องร้านใหญ่รังแกลูกค้า หรือไม่มีเงินจ่ายหลังการขายแน่นอน

เป้าหมายสุดท้ายของเหอซุ่ยซุ่ยในวันนี้คือที่นั่น

เมื่อมาถึงตลาด บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเก่าแก่ แม้อากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ผู้คนบนถนนก็ยังพลุกพล่าน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่น

เธอดึงปีกหมวกแก๊ปบลงต่ำ แล้วเริ่มออกเดิน

หน้าร้านรวงต่างๆ มีแผงลอยเล็กๆ ตั้งวางขายสินค้าราคาพิเศษ

เธอยังหา 'ร้านค้าของเก่า' เป้าหมายไม่เจอด้วยซ้ำ ก็เริ่มจะเดินไม่ไหวแล้ว

อากาศร้อนเกินไป บวกกับร่างกายที่อุ้ยอ้ายแบบนี้ เธอต้องหยุดพักทุกๆ ห้านาที

"แม่สาวน้อย เหรียญทองแดงพวกนี้คือเหรียญ 'ไคหยวนทงเป่า' นะ ในตลาดหาสภาพสมบูรณ์แบบนี้ไม่ได้แล้ว ห้ามพลาดเชียวนะ"

เหอซุ่ยซุ่ยมองไปทางต้นเสียง เห็นเจ้าของแผงกำลังนำเสนอเหรียญโบราณในมืออย่างกระตือรือร้นให้กับหญิงสาวสองคนที่สะพายเป้

"ของจริงเหรอคะ? หนูดูไม่เป็นหรอก"

"โธ่ หนูจ๊ะ ของลุงรับประกันความแท้แน่นอนอยู่แล้ว

ดูสิ สีเขียวๆ ตรงนี้คือสนิมทองแดง ของแท้แน่นอน"

เหอซุ่ยซุ่ยมองดูด้วยความสนใจ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเหรียญทองแดงหาวออกมาอย่างเบื่อหน่าย

【"เฮ้อ... ข้าคิดถึงพี่น้องที่เมืองอี้อูจังเลย ไม่รู้ว่าป่านนี้พวกเขาจะเป็นยังไงกันบ้าง?"】

โธ่ถัง ที่แท้ก็เป็นงานหัตถกรรมสมัยใหม่จากโรงงานนี่เอง

"งั้นเหรอคะ แล้วนี่ขายเท่าไหร่?"

"ไม่แพงๆ เหรียญละห้าพันหยวนเอง"

คุณพระ วงการของเก่านี่มันกำไรดีขนาดนี้เลยเหรอ?

เหอซุ่ยซุ่ยได้แต่ทึ่งในใจ แต่เธอจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน มันไม่ใช่กงการอะไรของเธอ

ทางด้านนั้น สองสาวเริ่มต่อรองราคากันแล้ว เธอจึงเปิดแอปพลิเคชันวิดีโอขึ้นมาอย่างใจเย็น แล้วกดฟังก์ชันไลฟ์สด

เธอเตรียมการไว้ตั้งแต่ตอนอยู่บนรถแล้ว

เธอสมัครบัญชีใหม่ในชื่อ 'ไลฟ์สดล่าสมบัติของเก่า~'

เมื่อเห็นเธอเดินถือโทรศัพท์เข้ามา เจ้าของแผงก็เอ่ยทักทาย

ที่นี่มีพวกอินฟลูเอนเซอร์แวะเวียนมาบ่อยๆ ซึ่งถือเป็นการช่วยโปรโมททางอ้อม

"อยากได้อะไรดูได้เลยนะ ไคหยวนทงเป่า เหลือไม่เยอะแล้ว สนใจรับไปเป็นมรดกประจำตระกูลสักเหรียญไหม?"

เหอซุ่ยซุ่ยโบกมือ เป็นเชิงบอกว่าขอเดินดูเฉยๆ

ของบนแผงมีเยอะมากและหลากหลายประเภท

ทันใดนั้น เธอก็ถูกดึงดูดความสนใจด้วยเสียงหนึ่งจากมุมร้าน

【"เฮ้อ ทำไมเสียงดังจังวะ? น่ารำคาญชะมัด!

ข้าคิดถึงวันเวลาที่ได้นั่งดวดเหล้าคุยโวกับพี่ไท่ไป๋จริงๆ"】

พี่ไท่ไป๋?

หลี่ไป๋ นามรอง ไท่ไป๋ ฉายา ชิงเหลียนจูซื่อ (บัณฑิตดอกบัวเขียว)

"เอ่อ... ขอดูอันนั้นหน่อยได้ไหมคะ?"

เธอชี้ไปที่จอกใบเล็กฝุ่นเขรอะในมุมหนึ่ง

เจ้าของแผงเห็นท่าทางเธอดูไม่มีเงิน รอยยิ้มบนหน้าก็หุบลงทันที

หลังจากส่งของให้เธอแล้ว เขาก็เมินเฉยและหันไปต่อราคากับสองสาวคนเดิมต่อ

จบบทที่ บทที่ 2: มาเยือนตลาดของเก่า

คัดลอกลิงก์แล้ว