เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1273 ผู้คลั่งไคล้มู่เหลียง

ตอนที่ 1273 ผู้คลั่งไคล้มู่เหลียง

ตอนที่ 1273 ผู้คลั่งไคล้มู่เหลียง


ฮงฉาทิ้งตัวลงนั่งพลางใช้มือลูบไล้เบาะรองนั่งอันอ่อนนุ่ม

เธอเอ่ยปากชมขึ้นมาทันที

“นุ่มจังเลย”

ที่นั่งชั้นหนึ่งของรถไฟนั้นกว้างขวางกว่าชั้นสองถึงหนึ่งในสาม ทั้งตัวเก้าอี้และพนักพิงล้วนบุด้วยผ้าใยเหมือนฟองน้ำนุ่มสบาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ที่นั่งชั้นสองไม่มี

“อืม กว้างกว่ารถม้าเสียอีก”

ไห่ตี๋กล่าวอย่างสง่างาม

ที่นั่งชั้นหนึ่งของรถไฟจัดวางแถวละหกที่นั่ง แบ่งเป็นซ้ายขวาฝั่งละสามที่นั่ง โดยมีทางเดินอยู่ตรงกลาง

ตู้โดยสารธรรมดาหนึ่งตู้มีที่นั่งทั้งหมดสามสิบแถว สามารถรองรับผู้โดยสารได้หนึ่งร้อยแปดสิบคน และหากนับรวมผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วยืนด้วยแล้ว ตู้หนึ่งก็สามารถจุคนได้ไม่ต่ำกว่าสามร้อยคนเลยทีเดียว

“สวยกว่ารถม้าด้วยค่ะ”

ฮงฉาอุทานด้วยความชื่นชม

การตกแต่งภายในตู้โดยสารนั้นเรียบง่ายแต่ดูดี ตัวตู้มีความโปร่งใส พื้นรถทำจากวัสดุชิ้นส่วนสัตว์อสูร เพียงแค่เงยหน้าขึ้นก็สามารถมองเห็นท้องฟ้าได้ ราวกับว่ากำลังนั่งอยู่ภายในผลึกคริสตัลอย่างไรอย่างนั้น

ผู้โดยสารคนอื่นๆ ทยอยขึ้นรถมาเรื่อยๆ ต่างคนต่างถือตั๋วรถไฟในมือเพื่อเดินหาที่นั่งของตนเอง

“ที่นั่งของฉันอยู่ตรงไหนกันล่ะเนี่ย?”

คุณลุงสูงวัยท่านหนึ่งเอ่ยถามขึ้น

“ขอผมดูตั๋วหน่อยครับ”

เจ้าหน้าที่เดินเข้าไปหา

คุณลุงรีบยื่นตั๋วในมือให้ทันที แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง

เจ้าหน้าที่อธิบายอย่างใจเย็น

“คุณลุงครับ ตรงนี้เขียนข้อมูลที่นั่งไว้ ลุงนั่งแถวที่สิบสาม ที่นั่ง C ตรงที่ติดทางเดินนั่นครับ”

“อ้อๆ แถวสิบสาม ที่นั่ง C ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม”

คุณลุงกล่าวด้วยความซาบซึ้ง

“ไม่เป็นไรครับ รีบไปนั่งเถอะครับ รถไฟใกล้จะออกแล้ว”

เจ้าหน้าที่ตอบด้วยน้ำเสียงสดใสชัดเจน

“ได้ๆ”

คุณลุงพยักหน้ารัวๆ

ผู้คนบนชานชาลาเริ่มบางตาลง ในขณะที่คนบนรถไฟกลับหนาตาขึ้นเรื่อยๆ

สิบห้านาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผู้โดยสารที่มีตั๋วต่างขึ้นมาบนรถจนครบแล้ว เหลือเพียงบางส่วนที่ยังคงเดินหาที่นั่งของตนอยู่

วู๊ดดดดด วู๊ดดดด....

หัวรถจักรเริ่มสั่นสะเทือน ส่งเสียงหวีดร้องดังกังวานใส

“ทุกท่านนั่งประจำที่และจับให้แน่นนะครับ... รถไฟกำลังจะออกแล้ว”

เจ้าหน้าที่ตะโกนบอกเสียงดัง

ไห่ตี๋นั่งอยู่ริมหน้าต่าง เพียงแค่หันศีรษะไปเล็กน้อยก็สามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกได้

แกร๊ก...

ภายในตู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ปิดประตูรถและลงกลอนอย่างชำนาญ

ผ่านไปสิบกว่าวินาที รถไฟก็เริ่มเคลื่อนตัว

พลังขับเคลื่อนของหัวรถจักรนั้นมหาศาล มันสามารถลากจูงตู้โดยสารทั้งแปดตู้ได้อย่างสบายๆ

วินาทีที่รถไฟเริ่มขยับ ผู้โดยสารในตู้ต่างพากันส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ

“ขยับแล้ว! ขยับแล้วจริงๆ ด้วย!”

“มหัศจรรย์มาก ทำได้ยังไงกัน ไม่เห็นต้องใช้สัตว์อสูรลากเลย”

“ก็รถไฟขบวนนี้เป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูงขนาดยักษ์นี่นา แน่นอนว่าไม่ต้องใช้สัตว์อสูรลากหรอก”

เสียงฮือฮาของผู้โดยสารดังขึ้นไม่ขาดสาย หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ต่างชะโงกหน้ามองออกไปนอกตัวรถ เห็นทิวทัศน์กำลังเคลื่อนผ่านไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว

ความเร็วของรถไฟเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่การเคลื่อนที่กลับนิ่มนวลราบรื่น นี่เป็นอานิสงส์จากรางแก้วผลึกที่ทั้งเรียบลื่นและตรงแน่ว ทำให้รถไฟไม่เกิดอาการโคลงเคลงระหว่างวิ่ง

วู๊ดดดด

ความเร็วของรถไฟพุ่งแซงหน้ารถม้าไปอย่างรวดเร็ว เรียกเสียงฮือฮาได้อีกระลอกใหญ่

“ความเร็วขนาดนี้มันจะเร็วเกินไปแล้ว ข้าเวียนหัวไปหมดแล้วเนี่ย”

คุณลุงมือจับที่วางแขนแน่น หลับตาปี๋

“เร็วกว่ารถม้าตั้งเยอะ ทำได้ยังไงกันนะ?”

“เร็วมาก เร็วกว่าสามีของฉันอีก!!”

หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งอุทานออกมา

“......”

ไห่ตี๋มุมปากกระตุก ดูเหมือนจะมีประโยคแปลกๆ ปะปนมาในบทสนทนา

ความเร็วของรถไฟนั้นเร็วกว่ารถม้าถึงหนึ่งหรือสองเท่าตัว และมันกำลังค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้น... แต่ก็ยังคงความนิ่มนวลเอาไว้ได้

“สุดยอดไปเลย สมกับเป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูง”

ฮงฉาตื่นเต้นจนหายใจถี่ขึ้น

ไห่ตี๋ถอนหายใจด้วยความทึ่ง

“ต้องบอกว่าท่านเจ้าเมืองต่างหากที่ยอดเยี่ยม ที่สามารถสร้างยุทธภัณฑ์วิญญาณแบบนี้ออกมาได้ แต่ก่อนไม่เคยได้ยินหรือเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย”

“ใช่ค่ะ ท่านเจ้าเมืองคือดาราของฉันเลย”

ฮงฉารีบพยักหน้าเห็นด้วย

“หือ?”

ไห่ตี๋หรี่ตามองเล็กน้อย มือเรียววางแหมะลงบนไหล่ของเด็กสาวผมแดงเบาๆ

“เอ่อ... อ่า ฮ่าๆๆๆ ท่านเจ้าเกาะเองก็เป็นที่หนึ่งของฉันเหมือนกันค่ะ”

ฮงฉาหัวเราะแห้งๆ แก้ตัว

“หึ ปากหวานจริง”

ไห่ตี๋หัวเราะอย่างหมั่นไส้ พลางบีบไหล่เด็กสาวผมแดงเบาๆ

“ท่านเจ้าเกาะคะ ดูเหมือนความเร็วรถไฟจะเพิ่มขึ้นอีกแล้ว จะไม่เกิดปัญหาใช่ไหมคะ?”

ฮงฉารีบเปลี่ยนเรื่อง

เมื่อครู่เธอเพิ่งเห็นรถม้าวิ่งอยู่บนถนนหลักไม่ไกลนัก แต่เพียงแค่พริบตาเดียว รถไฟก็ทิ้งห่างจนมองไม่เห็นฝุ่นเสียแล้ว

ไห่ตี๋วิเคราะห์

“ไม่น่าจะมีปัญหานะ ถ้ามีปัญหาคงไม่นำออกมาใช้งานหรอก”

“นั่นสินะคะ ท่านมู่เหลียงเป็นคนรอบคอบมาก”

ฮงฉาพยักหน้าเห็นด้วย

ไห่ตี๋ปรายตามองเด็กสาวผมแดง ก่อนจะเอ่ยถามทีเล่นทีจริง

“เจ้าเคยเจอมู่เหลียงแค่สองสามครั้งเอง รู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นคนรอบคอบ?”

“ข้าเดาเอาน่ะค่ะ เดาเอา”

ฮงฉาสายตาล่อกแล่ก ตอบแบบขอไปที

“เงียบๆ หน่อยเถอะ”

ไห่ตี๋เขกหัวเด็กสาวผมแดงไปอีกทีหนึ่ง

ฮงฉาหุบปากเงียบกริบ ดวงตากลมโตยังคงจ้องมองออกไปด้านนอก

“ดีจังเลยนะ เมืองเต่าทมิฬนับวันยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ”

เด็กสาวอีกคนที่นั่งข้างๆ ฮงฉาเปรยขึ้นมา

“ใช่ค่ะ มีของวิเศษอย่างรถไฟด้วย”

ฮงฉาหันไปตอบรับ

เด็กสาวคนนั้นพยักหน้าอย่างแรง แววตาเต็มไปด้วยความเทิดทูน

“เมื่อก่อนแค่คิดยังไม่กล้าคิดเลย ว่าจะได้ใช้ยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูงมาขนส่งผู้คน แต่ก็ยังมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์นี้ ต้องขอบคุณท่านเจ้าเมืองจริงๆ”

“ใครว่าไม่ใช่ล่ะคะ”

ฮงฉาราวกับเจอคอเดียวกัน จึงเริ่มคุยกับเด็กสาวคนนั้นอย่างออกรส

เด็กสาวพูดอย่างตื่นเต้น

“ถ้าคนจากเมืองใหญ่อื่นๆ รู้เข้า คงอิจฉาจนตาร้อนผ่าวแน่ๆ เลย”

“นั่นสิคะ ต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน”

ฮงฉาพยักหน้าสนับสนุนอีกครั้ง

“......”

ไห่ตี๋กระตุกมุมปาก หันหน้าหนีไปอีกทางด้วยความระอาเล็กน้อย

ภายในตู้โดยสารเต็มไปด้วยเสียงจอแจและเสียงอุทานด้วยความตื่นเต้น

ผ่านไปไม่กี่นาที ก็มีเจ้าหน้าที่เข็นรถเข็นคันเล็กเดินออกมา

บนรถเข็นเต็มไปด้วยของกินเล่นนานาชนิด เจ้าหน้าที่เดินไปพลางร้องเรียกไปพลาง

“ป๊อปคอร์น ชาผลไม้ มันเผา... มีใครรับมันเทศอบแห้งไหมครับ?”

“เอ๊ะ บนรถไฟมีของกินขายด้วยเหรอ?”

ฮงฉาร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ

“มีครับ ราคาเท่ากับข้างนอกเลยครับ”

เจ้าหน้าที่อธิบายพร้อมรอยยิ้ม

“ฉันเอาป๊อปคอร์นค่ะ”

“ฉันเอามันเผา!!”

ผู้โดยสารบางคนยกมือตะโกนสั่ง

“ได้ครับ เดี๋ยวจัดให้เดี๋ยวนี้”

เจ้าหน้าที่เข็นรถเข้าไปใกล้ ยื่นป๊อปคอร์นและมันเผาให้ลูกค้า

เขาถือโอกาสเตือนด้วยความหวังดี

“เปลือกผลไม้หรือขยะที่ทานเสร็จแล้วอย่าทิ้งเรี่ยราดนะครับ ใส่ไว้ในถุงกระดาษ เพื่อรักษาความสะอาดภายในตู้โดยสารครับ”

“ได้จ้ะ ได้จ้ะ”

ผู้โดยสารพยักหน้ารับทราบ

เจ้าหน้าที่จึงเข็นรถไปยังตู้ถัดไป จนกระทั่งถึงตู้สุดท้าย แล้วจึงเดินย้อนกลับมา เมื่อเขากลับมาถึงตู้แรก เครื่องเล่นเสียงในรถก็ประกาศแจ้งเตือนพอดี

“สถานีต่อไป สถานีถนนการค้า ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านตรวจดูสัมภาระและเตรียมตัวลงรถ ขอบคุณที่ใช้บริการครับ”

“เอ๊ะ จะถึงแล้วเหรอเนี่ย เร็วชะมัด”

ฮงฉาอุทานด้วยความตกใจ

ไห่ตี๋เองก็มีแววตาประหลาดใจ นางเปรยขึ้นว่า

“ยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเลย ประหยัดเวลากว่ารถม้าไปเกือบสองสามเท่าตัว”

“ถ้าในเมืองชั้นในมีรถไฟด้วยก็คงดี ครั้งหน้าจะไปเนินสูงจะได้ไม่ต้องลำบาก”

ฮงฉาบ่นอุบ

“อนาคตอาจจะมีก็ได้นะ ตอนนี้เตรียมลงรถก่อน เราจะไปเมืองซาลุนเอ๋อกัน”

ไห่ตี๋ตอบรับไปส่งๆ

“อื้อๆ ลงรถ ขากลับค่อยนั่งรถไฟอีกรอบ”

ฮงฉากระตือรือร้น

ความเร็วของรถไฟค่อยๆ ลดลง จนกระทั่งแล่นเข้าสู่สถานีรถไฟและจอดสนิทเทียบชานชาลา

เจ้าหน้าที่บนชานชาลาเดินเข้ามาเปิดแผงกั้น เพื่อให้ผู้โดยสารบนรถเดินลงมา

จบบทที่ ตอนที่ 1273 ผู้คลั่งไคล้มู่เหลียง

คัดลอกลิงก์แล้ว