เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1251 ความอยากรู้อยากเห็นเป็นเหตุ

ตอนที่ 1251 ความอยากรู้อยากเห็นเป็นเหตุ

ตอนที่ 1251 ความอยากรู้อยากเห็นเป็นเหตุ


ตึก ตึก ตึก...

อสูรแปดเขี้ยวลากรถเทียมอสูรมาหยุดที่หน้าเนินสูง หยางปิงก้าวลงจากรถแล้วเดินจ้ำอ้าวตรงเข้าไป

"หัวหน้าหยางปิง!!"

อาชิงและอาหม่านที่เข้าเวรเฝ้าประตูใหญ่เนินสูงยกมือทำความเคารพแบบทหาร

หยางปิงชะงักฝีเท้า เอียงคอถาม

"ท่านมู่เหลียงกลับมาหรือยัง?"

อาชิงตอบกลับ

"ท่านมู่เหลียงกลับมาแล้วค่ะ"

"ดี"

หยางปิงสาวเท้าก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เข้าสู่เขตเนินสูง

เธอขึ้นไปที่ชั้นแปดของเนินสูง ถอดหมวกเกราะออก ปล่อยให้ผมสั้นสีม่วงสยายลงมา

"คุณหยางปิงกลับมาแล้ว"

ภายในพระราชวัง เสี่ยวจื่อเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

หยางปิงพยักหน้าทักทาย แล้วถามเสียงเบา

"ท่านมู่เหลียงอยู่ที่ไหน?"

เสี่ยวจื่อตอบเสียงหวาน

"ท่านมู่เหลียงอยู่ในห้องทดลองค่ะ เข้าไปได้สามสี่ชั่วโมงแล้ว"

"เดี๋ยวฉันไปดูหน่อย"

หยางปิงหันหลังเดินไปทางห้องทำงาน

ขณะที่เธอยื่นมือออกไปจะเคาะประตู ประตูก็ถูกเปิดออกเสียก่อน

แอ๊ด...

ใบหน้าสวยของลี่เยว่แดงระเรื่อ สบตากับเด็กสาวผมม่วงเข้าอย่างจัง

หยางปิงกระพริบตาสีม่วงปริบๆ ถามด้วยความแปลกใจ

"ทำไมหน้าแดงจัง?"

ลี่เยว่หลบสายตาล่อกแล่ก ตอบด้วยน้ำเสียงข่มให้ดูปกติ

"อากาศในห้องทำงานมันไม่ค่อยถ่ายเทน่ะ"

ในหัวของเธอฉายภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่มู่เหลียงกุมมือเธอ แล้วทั้งสองก็ค่อยๆ ขยับเข้าหากัน...

เด็กสาวผมม่วงทำหน้าสงสัย แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ

เธอชะโงกหน้าเข้าไปถาม

"ท่านมู่เหลียงยุ่งอยู่ไหม?"

"เข้ามาสิ"

เสียงอบอุ่นของมู่เหลียงดังออกมา

"ค่ะ"

หยางปิงขานรับ แล้วเดินเข้าไปในห้องทำงาน

ที่หน้าโต๊ะปฏิบัติงาน มู่เหลียงวางวัสดุสัตว์อสูรในมือลง เงยหน้ามองเด็กสาวผมม่วงที่เดินเข้ามา

"กลับมาแล้วเหรอ"

เขาเอ่ยทักเรียบๆ

หยางปิงตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

"ค่ะ เจอฐานที่มั่นขององค์กร จิน แล้ว"

"ว่ามาซิ"

มู่เหลียงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ

"ฐานที่มั่นของ จิน อยู่ในสลัม ใต้กระโจมซอมซ่อหลังหนึ่ง..."

หยางปิงเล่าสิ่งที่ได้พบเห็นมาอย่างละเอียดด้วยสีหน้าจริงจัง

"เป็นอย่างนี้นี่เอง..."

ดวงตาของมู่เหลียงเป็นประกาย นิ้วมือยังคงเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ

"ท่านมู่เหลียง จะให้ลงมือเลยไหมคะ?"

หยางปิงกระชับหมวกเกราะในมือแน่น สายตามุ่งมั่นจ้องมองมู่เหลียง

"ลงมือสิ..."

มู่เหลียงกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

หยางปิงใจหายวาบ ภาพใบหน้ามอมแมมของหรงเอ๋อผุดขึ้นในหัว

ในความคิดของเธอ องค์กรอย่าง จิน ไม่ควรจะมีอยู่บนโลกนี้

เธอเงยหน้าพูดอย่างจริงจัง

"ท่านมู่เหลียง ลีออดอยากจะมาที่เมืองเต่าทมิฬ แต่เพราะน้องสาวถูกจับตัวไว้ เลยจำใจต้องอยู่ที่สลัมต่อค่ะ"

"อืม ผมรู้แล้ว"

แววตาของมู่เหลียงไหววูบเล็กน้อย

เขาเท้าคาง พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ฐานที่มั่นของ จิน น่าจะมีผลึกสัตว์อสูรอยู่เยอะมาก เธอพาหนี่จี่ชาและคนอื่นๆ ไปขนกลับมาให้หมด ส่วนคนของ จิน... จัดการทิ้งซะที่นั่นแหละ"

นานๆ ทีได้เล่นบท โจรปล้นโจร บ้างก็ไม่เลวเหมือนกัน

"รับทราบค่ะ!"

แววตาของหยางปิงฉายแววยินดี เธอรู้ดีว่ามู่เหลียงไม่มีทางนิ่งดูดาย

"ไปเถอะ ระวังตัวด้วย"

มู่เหลียงกำชับเสียงนุ่ม

"ค่ะ!"

หยางปิงยกมือทำความเคารพ

เธอหันหลังรีบเดินออกจากห้องทำงาน เตรียมไปตามหาหนี่จี่ชา แล้วเรียกรวมพล หน่วยลอบสังหารภูติผี

หยางปิงต้องรีบไปถล่ม จิน ให้ราบคาบก่อนตะวันตกดิน ไม่อย่างนั้นทั้งลีออดและหรงเอ๋ออาจจะไม่รอด

เธอไม่คิดว่าลีออดจะขโมยของได้สำเร็จก่อนค่ำ สิ่งที่รอเขาอยู่มีเพียงความตายเท่านั้น

ต่อให้ขโมยสำเร็จ แต่ในวันหน้า หากพลาดพลั้งขึ้นมาแม้แต่ครั้งเดียว ก็เท่ากับตายอยู่ดี

หลังจากหยางปิงออกไป มู่เหลียงก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจจะสร้าง เกราะภูติผี ที่เหมาะสำหรับวิเลียใช้งาน

วิเลียเป็นไซเรน สมรภูมิหลักของเธอคือในน้ำ

เขาดึงกระดาษออกมาแผ่นหนึ่ง หยิบปากกาเริ่มร่างแบบ พร้อมกับคิดว่าจะใช้วัสดุอะไรทำเกราะดี

เกล็ดปลาอัญมณี? เกล็ดเจียวมังกรเมฆาทมิฬ? หรือเกล็ดมังกรทะเล?

มือของมู่เหลียงชะงัก พึมพำกับตัวเองเบาๆ

"น่าจะใช้ทั้งหมดเลยก็ได้นะ..."

อีกด้านหนึ่ง ถูหลานมายืนอยู่ที่หน้าป้อมเฉือนคง มองป้อมปราการสูงตระหง่านแล้วอ้าปากค้าง

"ใหญ่ชะมัด"

สีหน้าของเธอตื่นตะลึง

ถูหลานอ้าปากค้าง ก้มลงมองป้ายคำสั่งในมือ สูดหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปยังป้อมเฉือนคง

เธอต่อแถวรอเข้าเมือง ขยับเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ทีละก้าว

สิบนาทีผ่านไป ในที่สุดก็ถึงคิวของเธอ

"สวัสดีค่ะ การเข้าเมืองต้องใช้หนังสือผ่านทาง และต้อง..."

เจ้าหน้าที่มองถูหลาน แล้วกล่าวประโยคมาตรฐานอย่างคล่องแคล่ว

ถูหลานชะงัก ตอบอย่างตะกุกตะกัก

"เอ่อ คือฉันมาหาคนน่ะ"

"มาหาใครคะ?"

เจ้าหน้าที่ถามตามมารยาท

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มีคนให้ป้ายนี้มา แล้วบอกให้ฉันมาหาเขาตอนบ่าย"

ถูหลานพูดพลางยื่นป้ายคำสั่งที่มู่เหลียงให้มา

เจ้าหน้าที่เห็นป้ายคำสั่งก็ชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที

เธอลุกขึ้นยืนแล้วกล่าว

"เชิญท่านตามฉันมาค่ะ"

"อ้อ... ได้ๆ"

ถูหลานมองด้วยความงุนงง เดินตามเจ้าหน้าที่ไปยังช่องทางด่วนด้านข้าง

เจ้าหน้าที่พาเธอไปหาซานหยาน แล้วรายงานด้วยสีหน้าจริงจัง

"ท่านซานหยาน คนผู้นี้มีป้ายคำสั่งของท่านเจ้าเมืองค่ะ"

"ป้ายคำสั่งของท่านเจ้าเมือง!"

ซานหยานมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาเช่นกัน เขาพิจารณาถูหลานอย่างละเอียด

"ท่านเจ้าเมือง!?"

ถูหลานอุทานเสียงหลง ชายหนุ่มที่ดื่มเหล้ากับเธอเมื่อเช้าคือเจ้าเมืองเต่าทมิฬงั้นเหรอ?

"ขอดูดูป้ายคำสั่งหน่อยได้ไหม?"

ซานหยานยื่นมือออกไป

"ได้สิ ได้ๆ!"

ถูหลานรีบยื่นป้ายคำสั่งในมือให้

ซานหยานรับป้ายไปพลิกดูอย่างละเอียดหลายรอบ จนมั่นใจว่าเป็นป้ายที่ท่านเจ้าเมืองสร้างขึ้น

เขาถามเสียงเข้ม

"ท่านได้ป้ายนี้มาได้อย่างไร?"

"ชายหนุ่มคนหนึ่งให้ฉันมา ข้างกายเขามีผู้หญิงปิดหน้าสามคนเดินตามมาด้วย..."

ถูหลานรีบอธิบาย

"ชายหนุ่มงั้นรึ... ดูท่าจะเป็นท่านเจ้าเมืองจริงๆ"

ซานหยานพยักหน้าอย่างครุ่นคิด

เขายื่นป้ายคืนให้ถูหลาน แล้วเงยหน้ากล่าว

"ตามฉันมา ฉันจะพาเจ้าไปพบท่านเจ้าเมือง"

"โอเค..."

ถูหลานกลืนน้ำลาย นึกถึงรสชาติเหล้าที่ร้อนแรงบาดคอ แล้วพยักหน้าตกลง

เธอกำป้ายคำสั่งแน่น เดินตามซานหยานออกจากป้อมเฉือนคงผ่านช่องทางด่วน

ทั้งสองเดินเงียบๆ ไปตลอดทาง ขึ้นบันไดมุ่งหน้าสู่ป้อมซานไห่

ถูหลานอดไม่ได้ที่จะถามเพื่อความแน่ใจ

"เอ่อ ป้ายนี้เป็นของท่านเจ้าเมืองจริงๆ หรอ?"

"ถ้าเธอไม่ได้หลอกฉัน ก็คงใช่"

ซานหยานตอบเสียงขรึม

"ฉันไม่ได้โกหกนะ"

ถูหลานรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

"อืม"

ซานหยานเดินนำขึ้นไปโดยไม่หันกลับมามอง

ถูหลานเดินตามหลังเงียบๆ เมื่อเข้าใกล้ป้อมซานไห่ เธอเห็นป้ายไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่หน้าลานกว้าง บนป้ายมีข้อความเตือนเขียนไว้หลายบรรทัด

ห้ามจ้องมองป้อมซานไห่เป็นเวลานาน มิฉะนั้นอาจมีอันตรายถึงชีวิต

ถูหลานเม้มปาก จะมีอันตรายอะไรกันเชียว?

เธอหักห้ามความสงสัยไม่ได้ จึงเงยหน้ามองป้อมซานไห่ สายตาจับจ้องไปที่ตัวอักษรเหล่านั้น

เพียงไม่กี่อึดใจ กลิ่นอายคาวเลือดก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้า ทำให้ศีรษะของเธอปวดร้าวอย่างรุนแรง

วินาทีถัดมา ดวงตาของเธอก็ถูกมือใครบางคนปิดไว้ โลกทั้งใบพลันมืดมิด

"เจ้าอ่านหนังสือไม่ออกรึไง?"

เสียงดุดันของซานหยานดังขึ้น

"ขอโทษที ฉันแค่สงสัย..."

ถูหลานได้สติกลับมา กล่าวขอโทษหน้าซีดเผือด

"ความอยากรู้อยากเห็นเป็นเหตุให้ถึงตายได้ หวังว่าเจ้าจะจำใส่ใจไว้"

ซานหยานแค่นเสียงเตือน

"จำ... ฉันจะจำไว้"

ถูหลานรับคำด้วยความหวาดกลัว

จบบทที่ ตอนที่ 1251 ความอยากรู้อยากเห็นเป็นเหตุ

คัดลอกลิงก์แล้ว