- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1241 กฎหมายฉบับใหม่
ตอนที่ 1241 กฎหมายฉบับใหม่
ตอนที่ 1241 กฎหมายฉบับใหม่
หยู่ฉินหลานหันไปมองมู่เหลียง
"เรื่องนี้จะตัดสินยังไงคะ?"
"ให้เสมอกันก็แล้วกัน"
มู่เหลียงกล่าวด้วยแววตาประหลาดใจ
เขาไม่คิดมาก่อนว่าสาวน้อยเอลฟ์จะแข็งแกร่งขนาดนี้ แต่ลี่เยว่เองก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน
"แล้วเรื่องพนันของเราจะนับยังไงคะ?"
ซาเล่อเฟินกระพริบตางามดั่งมรกตปริบๆ
มู่เหลียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ
"ถือว่าเธอชนะพนัน อยากจะไปเมื่อไหร่ก็ไปได้ทุกเมื่อ"
"แต่ว่าฉันไม่อยากไปนี่นา... ฉันอยากอยู่ที่เมืองเต่าทมิฬต่อ"
ซาเล่อเฟินพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนไร้เดียงสา
"ทำไมล่ะ?"
หยู่ฉินหลานถามด้วยความแปลกใจ
"ก็ที่นี่ปลอดภัยนี่นา ฉันไม่ต้องใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ แถมยังบินได้อย่างอิสระด้วย"
ซาเล่อเฟินพูดพลางขยับปีก ร่างของเธอลอยขึ้นจากพื้น
เธอเหมือนกับผีเสื้อที่บางเบา บินถลาเล่นลมกลางอากาศอย่างอิสระเสรี
"ก็ได้ แต่เธอต้องหาเลี้ยงตัวเองนะ"
มู่เหลียงกล่าวเสียงเรียบ
"ฉันทำอะไรได้บ้างเหรอ?"
ซาเล่อเฟินร่อนลงสู่พื้น กระพริบตางามมองมู่เหลียงอย่างรอคอย
มู่เหลียงพูดเบาๆ ว่า
"ไปหางานทำ หรือไม่ก็ไปเป็นทหาร ไปเข้ากองทัพอากาศ"
"กองทัพอากาศคืออะไร?"
ซาเล่อเฟินถามด้วยความอยากรู้อีกครั้ง
มู่เหลียงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะอธิบาย
"เข้าใจง่ายๆ ว่าเป็นอัศวินที่บินได้ก็แล้วกัน"
"ฟังดูเก่งจัง!"
ดวงตาของซาเล่อเฟินเป็นประกาย
อวี่เถียนอ้าปากค้าง อัศวินที่บินได้? อัศวินมังกรเหรอ?
มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ถ้าสนใจ พรุ่งนี้ฉันจะให้หยู่เฟ่ยหยานพาเธอไปดูที่ฐานทัพอากาศ"
"ตกลงค่ะ"
ซาเล่อเฟินพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น
"เอาล่ะ ดึกมากแล้ว แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้"
มู่เหลียงสะบัดชายเสื้อ หันหลังเดินกลับเข้าพระราชวัง
เขายังมีธุระต้องจัดการ คืนนี้คงไม่ได้นอนแน่นอน
"ตามฉันมา ฉันจะจัดที่พักให้พวกเธอเอง"
หยางปิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ครับ/ค่ะ"
อวี่เถียนและคนอื่นๆ รีบเดินตามไป
มู่เหลียงกลับมาที่ห้องทำงาน โดยมีหยู่ฉินหลานเดินตามมาติดๆ
"ยังไม่พักอีกเหรอคะ?"
หยู่ฉินหลานเดินเข้ามาข้างหลังเขา แล้วบีบนวดไหล่ให้เบาๆ
"ยังไม่ง่วงน่ะ เธอไปนอนก่อนเถอะ"
มู่เหลียงกล่าวเสียงอ่อนโยน
เขาเอื้อมมือไปเปิดเอกสารตรงหน้า มันคือร่างกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติที่เขียนค้างไว้ครึ่งหนึ่ง
"ยังเขียนไม่เสร็จอีกเหรอคะ?"
หยู่ฉินหลานกวาดตามอง
มู่เหลียงตบหลังมือของหยู่ฉินหลานเบาๆ แล้วพูดขึ้น
"อื้ม ยังมีข้อกฎหมายบางข้อที่ต้องแก้ไขอีกหน่อย"
เหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในเมืองเต่าทมิฬช่วงนี้ ทำให้เขาตระหนักว่ากฎหมายและข้อบังคับของเมืองเต่าทมิฬยังมีจุดบกพร่องอยู่อีกมาก และต้องได้รับการแก้ไขเพิ่มเติม
"งั้นเดี๋ยวฉันไปชงชามาให้นะ"
หยู่ฉินหลานละมือ แล้วเดินออกจากห้องหนังสือไปด้วยท่วงท่าสง่างาม
มู่เหลียงหยิบปากกาขึ้นมา แล้วเริ่มปรับปรุงกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติต่อ
ตอนที่หยู่ฉินหลานกลับมา เขาเขียนไปได้ครึ่งหน้ากระดาษแล้ว และปากกาในมือก็ยังคงขยับไม่หยุด
เธอวางถ้วยชาร้อนลง มองดูเขาอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเดินออกไป เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะพรุ่งนี้ยังต้องไปจัดการงานที่สำนักงานบริหารอีก
วันนี้บูเว่ยเอ๋อพาคนจากสลัมมาเยี่ยมชมเมืองเต่าทมิฬ พรุ่งนี้คงจะมีคนจากสลัมแห่กันมาที่นี่อีกเยอะ คงมีเรื่องให้วุ่นวายแน่นอน
ปากกาในมือของมู่เหลียงไม่หยุดขยับ เขาเขียนติดต่อกันถึงสิบเจ็ดสิบแปดหน้ากระดาษกว่าจะหยุดมือ
ด้วยความทรงจำจากชาติก่อนเป็นต้นแบบ บวกกับบริบทของโลกใบนี้ ต้นฉบับร่างแรกก็ถือว่าเสร็จสมบูรณ์ ต่อไปก็แค่ทำการซ่อมเสริมและเพิ่มเติมทุกปี
กฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติในตอนนี้ถือเป็นการคุ้มครอง แต่ในอนาคตมันอาจกลายเป็นการเลือกปฏิบัติเสียเอง
สังคมมีการพัฒนาตลอดเวลา กฎหมายเก่าๆ บางข้อก็ต้องมีการปรับปรุง
เวลานี้ เป็นเวลาตีสามแล้ว
มู่เหลียงอ่านทวนกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรต้องเพิ่มเติมแล้วจึงวางมันลง
เขาตัดสินใจว่าพรุ่งนี้จะให้ลี่เยว่และคนอื่นๆ ช่วยดู ถ้าไม่มีปัญหาก็จะประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ทันที
"ต้องให้โรงงานการพิมพ์เตรียมตัวล่วงหน้าสักหน่อย"
มู่เหลียงพึมพำกับตัวเอง
เขาลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ทันใดนั้นก็เกิดความคิดหนึ่งแวบเข้ามา จู่ๆ เขาก็อยากไปดูพระราชวังของเมืองซาลุนเอ๋อขึ้นมา
"ดูท่าจะต้องรื้อฟื้นวิชาเก่าหน่อยแล้วแฮะ"
มู่เหลียงยกยิ้มที่มุมปาก
เวลานี้ ถ้าแอบไปอ่านหนังสือที่พระราชวัง คงไม่มีใครจับได้หรอก
เขาหยิบปากกาขึ้นมา เขียนโน้ตทิ้งไว้แผ่นหนึ่ง จากนั้นก็เดินออกจากตำหนัก แล้วเหาะลอยตัวมุ่งหน้าออกไปนอกเมือง
ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน ร่างของมู่เหลียงเลือนหายไป
เขาเห็นแสงไฟสว่างไสวจำนวนมากในทิศทางของพระราชวังแต่ไกล ซึ่งเป็นจุดที่สว่างที่สุดในเมืองซาลุนเอ๋อ
มู่เหลียงไม่ลดความเร็ว พุ่งตรงลงไปยังเมืองซาลุนเอ๋อทันที
เขายังคงสถานะล่องหน เมื่อเท้าแตะพื้นก็เดินตรงไปยังตำหนักหลัก ตลอดทางไร้ซึ่งอุปสรรค
หน้าตำหนัก เหล่าอัศวินยามไม่มีใครสังเกตเห็นเขาเลย
มู่เหลียงชะงักฝีเท้า... แล้วที่เก็บหนังสือของพระราชวังมันอยู่ตรงไหนล่ะเนี่ย?
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเริ่มค้นหาจากตำหนักข้างทางซ้ายมือก่อน
ตึก ตึก ตึก...
จังหวะนั้นเอง อัศวินลาดตระเวนกลุ่มหนึ่งก็เดินผ่านมา พวกเขาเดินผ่านข้างกายมู่เหลียงไปโดยไม่ระแคะระคาย
มู่เหลียงปรายตามองพวกเขาแวบหนึ่ง แล้วเดินหน้าต่อ ไม่นานก็มาถึงตำหนักข้างหลังแรก เสียงกรนดังลอดออกมา เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สถานที่เก็บหนังสือแน่ๆ
แล้วหอเก็บหนังสือมันจะไปอยู่ที่ไหนได้?
มู่เหลียงเดินต่อไป ผ่านตำหนักข้างไปอีกสี่ห้าหลัง ก็ยังไม่ใช่ที่เก็บหนังสือ
เขาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเหาะขึ้นฟ้าและบินมุ่งหน้าไปยังตำหนักหลัง
ในเวลาเดียวกัน ณ ส่วนลึกของตำหนักหลัง ภายในหอตำรา หยู่ฉินอี๋กำลังจุดตะเกียงอ่านหนังสือยามดึก
หอตำราแห่งนี้มีขนาดใหญ่ กินพื้นที่กว่าเก้าร้อยตารางเมตร มีทั้งหมดสามชั้น แต่ละชั้นมีชั้นหนังสือเรียงรายกว่าสิบแถว อัดแน่นไปด้วยหนังสือ
หยู่ฉินอี๋อยู่ที่ชั้นสอง กำลังถือหนังสือบันทึกการเดินทางหน้าปกเก่าคร่ำครึอ่านอย่างเพลิดเพลิน
เธอเข้ามาในหอตำรา และอ่านหนังสือบนชั้นไปแล้วสามแถว แม้จะยังไม่เจอข้อมูลที่ต้องการ แต่กลับได้รับรู้เรื่องราวลับๆ ของทวีปใหม่แห่งนี้โดยบังเอิญไม่น้อย
"ไม่ใช่เล่มนี้"
หยู่ฉินอี๋ปิดหนังสือบันทึกการเดินทาง แล้วยัดกลับเข้าชั้นหนังสือด้วยความผิดหวัง
เนื้อหาในบันทึกการเดินทางแม้จะน่าสนใจ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เธอตามหา
หยู่ฉินอี๋หยิบหนังสือเล่มต่อไปออกมา ปกยังคงดูเก่าแก่ หน้ากระดาษด้านในเสียหายอย่างหนัก ตัวอักษรแทบจะเลือนหายไปหมดแล้ว
หัวใจของเธอเต้นแรง ยิ่งเป็นหนังสือเก่าแก่แบบนี้ ก็ยิ่งมีโอกาสบันทึกความลับสำคัญเอาไว้
เธอค่อยๆ พลิกหน้ากระดาษอย่างระมัดระวัง แต่ทว่าตัวอักษรบนนั้นเลือนรางจนอ่านไม่ออก มองไม่เห็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์เลยสักนิด
"เฮ้อ ดีใจเก้อซะงั้น"
หยู่ฉินอี๋วางหนังสือลงอย่างห่อเหี่ยว
เธอมองดูชั้นหนังสือที่เรียงราย หนังสือจำนวนนับไม่ถ้วนบนนั้น ถ้าจะอ่านให้หมดคงใช้เวลาเกินหนึ่งเดือนแน่ๆ
"ถ้ามีเวทมนตร์ที่ช่วยให้อ่านหนังสือจบเล่มได้ในพริบตาก็คงดีสิ"
เธอถอนหายใจ ก่อนจะเรียกความฮึกเหิมกลับมา แล้วเริ่มค้นหาหนังสือต่อ
พรึ่บ พรึ่บ...
หอตำราเงียบสงัด มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษเท่านั้น
แอ๊ด...
ทันใดนั้น ประตูตำหนักชั้นหนึ่งก็ถูกผลักเปิดออก เสียงไม้เสียดสีกันดังก้องชัดเจนในหอตำรายามค่ำคืน
หยู่ฉินอี๋ชะงักมือ มีคนมา? ใครกัน?
เธอหันกลับไปมองทางบันได แล้วรอคอยอย่างเงียบเชียบ
ผ่านไปห้าหกนาที ก็ยังไม่มีใครปรากฏตัว
"หูแว่วไปเองเหรอ?"
หยู่ฉินอี๋ขมวดคิ้ว เธอลุกขึ้นยืนอย่างเบาเท้า และก้าวเดินไปยังหัวบันได
"ใครอยู่ตรงนั้น?"
เธอมองลงไปที่ชั้นหนึ่ง พลางเอียงหูฟัง
ไม่มีเสียงตอบรับ เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ธาตุน้ำเริ่มก่อตัวหมุนวนรอบกาย ก่อนจะก้าวเท้าเดินลงไปยังชั้นหนึ่ง
ตึก ตึก ตึก...
เสียงฝีเท้าของเธอดังชัดเจน ก้องสะท้อนไปทั่วหอตำรา
เมื่อลงมาถึงชั้นหนึ่ง แสงไฟส่องกระทบชั้นหนังสือ ทอดเงายาวพาดลงบนพื้น
"......"
หัวใจของหยู่ฉินอี๋เต้นรัว เธผ่อนลมหายใจให้ช้าลง พยายามสัมผัสถึงความผันผวนของธาตุน้ำรอบๆ และระแวดระวังรอบตัวอย่างถึงที่สุด
ในความมืด มู่เหลียงมองดูเธอด้วยสายตาเรียบเฉย กำลังลังเลว่าจะปรากฏตัวออกมาทักทายดีหรือไม่
หยู่ฉินอี๋เดินมาถึงประตูตำหนัก และพบว่าประตูถูกเปิดออกจริงๆ ยิ่งทำให้มั่นใจว่ามีคนนอกบุกรุกเข้ามาในหอตำราแล้ว
แววตาของเธอเย็นเยียบลง ก่อนจะเอ่ยเสียงแข็ง
"เจ้า….ทางที่ดีจงออกมาซะ ไม่อย่างนั้นข้าจะตะโกน เดี๋ยวอัศวินองครักษ์ก็จะแห่กันมาล้อมที่นี่ไว้"