- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1229 สาวใช้อุ่นเตียงคนใหม่ที่เพิ่งซื้อมา?
ตอนที่ 1229 สาวใช้อุ่นเตียงคนใหม่ที่เพิ่งซื้อมา?
ตอนที่ 1229 สาวใช้อุ่นเตียงคนใหม่ที่เพิ่งซื้อมา?
ตึก ตึก ตึก...
เหล่าหมาป่าจันทราลากรถม้าพุ่งทะยานออกจากเมืองซาลุนเอ๋อ ชาวเมืองบริเวณท่าเรือต่างพากันหลีกทางให้เมื่อเห็นภาพนั้น
หน้าต่างรถม้าถูกเปิดออก อีเสอมองออกไปนอกหน้าต่าง
เธอเห็นเต่าศิลาเกราะยักษ์อยู่ไกลลิบตา จึงอุทานด้วยความแปลกใจว่า
"ทำไมฉันจำไม่ได้ว่าหน้าเมืองซาลุนเอ๋อมีเกาะอยู่ด้วย?"
"นั่นคือเมืองเต่าทมิฬ"
ลี่เยว่เอ่ยขึ้นลอยๆ ประโยคหนึ่ง
"หมายความว่ายังไง?"
อีเสอมีแววตาสับสนเต็มเปี่ยม
"เดี๋ยวเธอก็รู้เอง"
ลี่เยว่ยิ้มอย่างมีเลศนัย
มู่เหลียงยกมือขึ้น เหล่าหมาป่าจันทราต่างก็ลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าไปยังเต่ายักษ์ที่อยู่ห่างออกไป
"บินขึ้นไปแล้ว!?"
อีเสอร้องอุทานไม่หยุด
"ทำใจให้สบายเถอะ อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่"
หยางปิงปรายตามองเธอแวบหนึ่ง
"......"
อีเสอกระตุกมุมปาก แล้วกรีดร้องในใจเงียบๆ แทน
ไม่นานนัก หมาป่าจันทราก็ลากรถม้าร่อนลงจอดที่หน้าป้อมซานไห่
ณ เวลานี้ที่หน้าป้อมซานไห่ มีมนุษย์ครึ่งอสูรและทาสเผ่าพันธุ์อื่นจำนวนมากมารวมตัวกัน ทั้งหมดล้วนเป็นกลุ่มที่หนี่จี่ชาและหน่วยพิทักษ์เนินสูงพากลบมาล่วงหน้า
อีเสอชะโงกหน้าออกไป มองดูมนุษย์ครึ่งอสูรเหล่านั้นด้วยความสงสัย ทำไมที่นี่ถึงมีมนุษย์ครึ่งอสูรเยอะขนาดนี้?
"ลงไปดูกันเถอะ"
มู่เหลียงลุกขึ้นกล่าว
ลี่เยว่และหยางปิงเดินตามลงจากรถ เหล่ามนุษย์ครึ่งอสูรก็กรูกันเข้ามาล้อมทันที
"ท่านมู่เหลียง จะให้จัดการกับคนพวกนี้ยังไงคะ?"
หนี่จี่ชารีบเดินตรงเข้ามาถาม
"บูเว่ยเอ๋อล่ะ? ให้เธอมาจัดการ"
มู่เหลียงมองไปยังทาสเหล่านั้นแล้วเอ่ยถาม
หนี่จี่ชาอธิบายว่า
"ติดต่อเธอไปแล้วค่ะ กำลังเดินทางมา"
สิ้นเสียงของเธอ บูเว่ยเอ๋อก็พาผู้ใต้บังคับบัญชารีบเดินออกมาจากป้อมซานไห่ พอเห็นมู่เหลียงเธอก็ยิ่งเร่งฝีเท้าวิ่งเข้ามาหา
"ท่านมู่เหลียง ฉันมาแล้วค่ะ"
บูเว่ยเอ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ทาสเหล่านี้ยกให้เธอรับผิดชอบจัดการ ลงทะเบียนให้เรียบร้อย และตรวจสอบประวัติให้ดี"
มู่เหลียงกำชับ
"รับทราบค่ะ"
บูเว่ยเอ๋อมองไปยังเหล่ามนุษย์ครึ่งอสูร แววตาไหวระริกเล็กน้อย
ในสายตาของเธอ คนเหล่านี้ก็เป็นเพียงผู้กลายพันธุ์กลุ่มหนึ่งเท่านั้น
"นายท่าน ไม่ให้พวกเราปรนนิบัติท่านเหรอคะ?"
มนุษย์ครึ่งอสูรเผ่าแมวมองมู่เหลียงด้วยสายตาน่าสงสาร
มู่เหลียงกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า
"ไม่จำเป็น พวกเธอแค่ต้องทำงาน ก็จะสามารถใช้ชีวิตในเมืองเต่าทมิฬได้เป็นอย่างดี ข้อแม้คือต้องไม่ทำเรื่องผิดกฎหมาย"
"ทำงาน?"
เหล่ามนุษย์ครึ่งอสูรมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างก็รู้สึกงุนงง
มู่เหลียงประกาศด้วยน้ำเสียงกังวานใส
"ในเมืองเต่าทมิฬ พวกเธอไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดา ที่นี่จะไม่มีใครรังเกียจพวกเธอ และยิ่งไม่มีใครจับพวกเธอไปขาย ดังนั้นไม่ต้องกังวล"
"จริงเหรอคะ?"
เหล่ามนุษย์ครึ่งอสูรต่างอุทานด้วยความตกตะลึง ราวกับได้ยินเรื่องเหลือเชื่อ
ก่อนที่พวกเธอจะถูกจับได้ แต่ละวันต้องทนทุกข์ทรมานจากสายตาที่เกลียดชังและรังเกียจของผู้คนปกติ หรือแม้กระทั่งถูกด่าทอและรังแกกลางถนนอยู่บ่อยครั้ง
"จริงสิ ในอนาคตเมืองเต่าทมิฬจะมีการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ เพิ่มกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติเข้าไปด้วย เพราะงั้นใช้ชีวิตให้ดีเถอะ"
มู่เหลียงให้คำมั่นสัญญา
"เยี่ยมไปเลย นายท่านเป็นคนดีจริงๆ!!"
"ฮือๆ ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ชาตินี้ฉันไม่อยากออกไปจากเมืองเต่าทมิฬอีกเลย ยอมตายอยู่ที่นี่ดีกว่า"
เหล่ามนุษย์ครึ่งอสูรตะโกนร้องด้วยความตื่นเต้น บางคนถึงกับน้ำตาคลอเบ้า มองมู่เหลียงด้วยสายตาราวกับมองพระผู้ช่วยให้รอด
อีเสอมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าเหม่อลอย ความรู้สึกที่มีต่อมู่เหลียงในใจเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางอื่น
มู่เหลียงตบมือเรียกสติ แล้วตะโกนสั่งว่า
"เอาล่ะ ต่อไปให้ความร่วมมือในการลงทะเบียนข้อมูล แล้วก็เข้าเมืองได้"
"ค่ะ! พวกเราจะให้ความร่วมมือแน่นอน"
เหล่ามนุษย์ครึ่งอสูรขานรับอย่างตื่นเต้น
บูเว่ยเอ๋อสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพาผู้ใต้บังคับบัญชาเริ่มลงมือทำงาน
"กลับเนินสูงกัน"
มู่เหลียงหมุนตัวกลับขึ้นรถม้า
ผ่านไปครู่หนึ่ง หมาป่าจันทราก็ลากรถเข้าสู่ย่านการค้า ทะลุผ่านป้อมเว่ยฉายมุ่งหน้าสู่เมืองชั้นใน
อีเสอมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถม้า เริ่มมีความเข้าใจเกี่ยวกับเมืองเต่าทมิฬแบบผิวเผินบ้างแล้ว
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เธอได้เห็นต้นไม้แห่งชีวิตขนาดมหึมา และส่งเสียงอุทานออกมาอีกครั้ง
ทุกคนในรถต่างชินชากับเรื่องนี้แล้ว จึงทำเมินเฉยต่อสีหน้าตื่นตะลึงสุดขีดของเธอ
หมาป่าจันทราลากรถเข้าสู่เมืองชั้นใน ความเร็วเริ่มชะลอลง ชาวเมืองริมสองข้างทางต่างหยุดเดินและโค้งคำนับให้แก่รถม้าด้วยความเคารพ
"อุ๊ยตาย ลืมเรื่องหนึ่งไปเลย"
ลี่เยว่ยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเอง
"เรื่องอะไร?"
มู่เหลียงหันกลับมามองเธอ
ลี่เยว่กล่าวด้วยแววตาจนใจว่า
"พวกเราไม่ได้แวะไปที่หอการค้ายู่วเจิ้ง"
ตามแผนการเดินทาง หลังจากไปสลัมและตลาดค้าทาสแล้ว จะต้องแวะไปที่หอการค้ายู่วเจิ้งอีกรอบ เพื่อไปเอาผลึกสัตว์อสูรที่ซูจีฝากวางไว้ที่นั่น แต่เพราะยุ่งจนวินาทีสุดท้ายเลยลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
"ไม่รีบหรอก รอคุยเรื่องความร่วมมือแล้วค่อยไปเอาก็ได้"
มู่เหลียงยกมุมปากขึ้น
เขาไม่ได้ลืม เพียงแต่คิดว่าจะรอให้ถึงตอนเจรจาความร่วมมือกับหอการค้ายู่วเจิ้ง ค่อยไปเอาคืนมาพร้อมกันทีเดียว
ผลึกอสูรเหล่านั้นที่วางไว้ที่หอการค้ายู่วเจิ้ง ก็ถือเป็นข้ออ้างให้มู่เหลียง เป็นเหตุผลที่จะไปเยือนในอนาคต
"ก็ได้"
ลี่เยว่พยักหน้าช้าๆ
กว่าครึ่งชั่วโมงต่อมา หมาป่าจันทราก็ลากรถขึ้นสู่เนินสูง และจอดลงที่หน้าตำหนัก
มู่เหลียงและคณะลงจากรถ หมาป่าจันทราลากรถวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว หน่วยพิทักษ์เนินสูงทำวันทยหัตถ์ให้มู่เหลียง ก่อนจะหันหลังกลับเข้าค่ายฝึก
อีเสอกวาดสายตามองตำหนักอันวิจิตรตระการตา ริมฝีปากซีดเผือดอ้ากว้าง ต่อไปจะต้องอาศัยอยู่ที่นี่เหรอ?
แม้เธอจะไม่เคยไปวังหลวง แต่ในใจกลับรู้สึกว่าวังหลวงเมื่อเทียบกับที่นี่แล้ว ก็น่าจะพอๆ กันมั้ง?
"กลับมาแล้วเหรอ?"
ฮู่เตียนเดินออกมาจากในวัง
"อืม วันนี้ไม่ได้ไปถนนการค้าเหรอ?"
มู่เหลียงถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ช่วงบ่ายค่อยไป"
ฮู่เตียนรับคำ แล้วสังเกตเห็นหญิงงามอสรพิษ
"นี่คือ?"
เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีแดงกุหลาบพิจารณาอีเสออย่างถี่ถ้วน
ลี่เยว่ชิงพูดขึ้นก่อนว่า
"อีเสอ สาวใช้อุ่นเตียงคนใหม่ที่มู่เหลียงซื้อมา"
"อ้อ งั้นเหรอ?"
ฮู่เตียนยกยิ้มมุมปาก มองมู่เหลียงด้วยสายตายิ้มๆ กึ่งไม่ยิ้ม
อีเสอใจกระตุกวูบ วินาทีที่เห็นผู้หญิงที่มีหางจิ้งจอกคนนี้ ในใจก็เข้าใจทันทีว่าทำไมมู่เหลียงถึงไม่หวั่นไหวต่อมนต์เสน่ห์ของเธอเลย
การที่เธอมาแข่งความยั่วยวนต่อหน้าฮู่เตียน ก็เหมือนกับการควงดาบโชว์ต่อหน้าเซียนดาบ รนหาที่ตายชัดๆ
เธอหดคอลง เก็บกลิ่นอายความยั่วยวนอันน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่จนหมดสิ้น ยอมเป็นสาวใช้อสรพิษผู้ว่านอนสอนง่ายแต่โดยดี
"คุณอย่าไปฟังเธอพูดมั่วซั่ว"
มู่เหลียงทำหน้าไม่ถูก รีบอธิบายว่า
"เธอเป็นนักปรุงยาระดับ 6 ซื้อกลับมาให้เป็นผู้ช่วยของโหย่วเฟ่ย"
"ว่าแล้วเชียว"
ฮู่เตียนหัวเราะด้วยน้ำเสียงยั่วยวน
เธอหันไปมองลี่เยว่ แล้วถามอย่างแปลกใจว่า
"ลี่เยว่รู้จักเล่นมุกตลกตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ฉันก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อย"
ลี่เยว่ยักไหล่ สีหน้าฉายแววเสียดาย
ฮู่เตียนหันไปมองอีเสอ ยิ้มหวานหยาดเยิ้มพลางกล่าวว่า
"รู้ไหม จิ้งจอกน่ะชอบกินงูมากเลยนะ"
"......"
อีเสอตัวสั่นเทา รีบไปหลบอยู่ข้างหลังมู่เหลียงทันที
มู่เหลียงกล่าวอย่างขบขันว่า
"พอเถอะ อย่าไปขู่เขาเลย ไปเรียกโหย่วเฟ่ยมาหน่อย"
"เจ็บแทนเหรอ?"
ขนตายาวงอนของฮู่เตียนกระพริบไหว
"ถือว่าฉันไม่ได้พูดก็แล้วกัน"
มู่เหลียงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
"เดี๋ยวหนูไปเรียกคุณโหย่วเฟ่ยให้ค่ะ"
เหยาเอ๋อกลั้นขำ แล้วหันหลังเดินไปยังตำหนักรอง
มู่เหลียงจูงมือฮู่เตียน แล้วถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า
"มินโฮล่ะ?"
"เธอไปโรงเรียนแล้ว"
ฮู่เตียนรู้ว่าเขากำลังเปลี่ยนเรื่อง แต่ก็ยอมตอบแต่โดยดี
"ไปที่ห้องทำงานกับฉันเถอะ เธอน่าจะสนใจเรื่องตลาดค้าทาส เดี๋ยวเล่าให้ฟัง"
มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกน่าฟัง
"ตกลง"
ฮู่เตียนยกยิ้มมุมปาก เดินตามมู่เหลียงไปที่ห้องทำงาน