- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1219 สลัม
ตอนที่ 1219 สลัม
ตอนที่ 1219 สลัม
ซูซูกวาดตามองทุกคนในห้องอาหาร นอกจากซูจีแล้ว เธอพบว่าคนอื่นๆ ไม่มีใครมีเคราะห์ร้ายเลย กลับกัน ดวงชะตาของทุกคนล้วนดีเยี่ยม
"ทุกคนไม่มีเคราะห์ร้ายเลยค่ะ กลับมีแต่ความโชคดี"
เธอพูดเสียงเบา
"งั้นก็มีแค่ฉันคนเดียวที่ซวยงั้นเหรอ?"
ซูจีร้องเสียงหลงด้วยความตกตะลึง
ฮู่เตียนยิ้มกว้างจนตาหยีพลางหัวเราะ
"ฮ่าๆๆ... น้องสาว ไม่ใช่ว่าพูดเอาใจพวกเราหรอกนะ?"
ซูซูส่ายหน้าอย่างแรง รีบอธิบายด้วยความร้อนรน
"ไม่ใช่นะคะ หนูพูดความจริงทั้งหมดเลย"
"ท่านฮู่เตียน เธอไม่ได้โกหกเจ้าค่ะ"
เหยาเอ๋อพูดเสริมเสียงเบา
"ฉันรู้จ้ะ แกล้งแหย่เล่นเฉยๆ"
ฮู่เตียนพยักหน้ายิ้มๆ
"ค่ะ..."
ใบหน้าสวยของซูซูขึ้นสีระเรื่อ เธอพยักหน้าตอบรับเบาๆ
หยู่ฉินหลานถามด้วยท่วงท่าสง่างาม
"มื้อเช้าอร่อยไหมจ๊ะ?"
"อร่อยมากค่ะ"
ซูซูพยักหน้าหงึกหงัก
เธอหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวชื่นชมอีกครั้ง
"นี่เป็นหนึ่งในอาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่หนูเคยกินมาเลยค่ะ"
"แล้วต่อจากนี้วางแผนจะทำอะไรต่อ?"
มู่เหลียงถามขึ้นเรียบๆ
"หนู... ไม่รู้ค่ะ"
แววตาของซูซูเต็มไปด้วยความสับสน เธอส่ายหน้าด้วยความหดหู่
ซูจีลังเลเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจหน้าด้านเอ่ยปากขอร้อง
"ท่านมู่เหลียงคะ ให้เธอทำงานเป็นสาวใช้ในพระราชวังได้ไหมคะ?"
มือของซูซูสั่นระริก เธอลืมตาโพลองมองไปที่มู่เหลียง ก้นบึ้งของแววตาเต็มไปด้วยคำวิงวอนและความคาดหวัง
มู่เหลียงหันไปมองหยู่ฉินหลาน แล้วถามด้วยรอยยิ้ม
"ฉินหลาน คุณคิดว่าไง?"
"ถ้าผ่านการทดสอบและการตรวจสอบประวัติ ก็ให้ทำได้ค่ะ"
หยู่ฉินหลานตอบด้วยน้ำเสียงเรียบหรู
พูดจบเธอก็ค้อนไปหนึ่งที แล้วกระซิบเสียงเบา
"คุณตัดสินใจเองก็ได้นี่นา ยังจะมาถามอีก?"
มู่เหลียงยิ้มอธิบาย
"เรื่องสาวใช้เธอเป็นคนจัดการมาตลอด แน่นอนว่าต้องถามความเห็นเธอสิ"
"ก็ได้"
หยู่ฉินหลานยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
เธอหันไปมองเด็กสาว ถามด้วยเสียงอันไพเราะ
"อยากอยู่ที่นี่ไหม?"
"อยากค่ะ"
ซูซูพยักหน้าทันทีโดยไม่ลังเล
"งั้นดี ตามฉันมา เหยาเอ๋อก็มาด้วยนะ"
หยู่ฉินหลานลุกขึ้นยืน
"ค่ะ"
เหยาเอ๋อขานรับอย่างว่าง่าย
ซูซูรีบลุกขึ้นยืน เธอมองหน้าซูจีอยู่หลายครั้ง จนเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าให้สัญญาณ เด็กสาวถึงได้รีบก้าวเท้าตามเหยาเอ๋อและหยู่ฉินหลานออกไป
มู่เหลียงหันกลับมามองซูจี แล้วถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เล่ามาซิว่าสลัมเป็นยังไงบ้าง?"
"สลัมมีขนาดใหญ่มาก แล้วก็วุ่นวายมากค่ะ ไม่มีถนนหนทางที่แน่นอน คนที่ไม่คุ้นเคยพื้นที่เข้าไปแล้วหลงทางได้ง่ายๆ..."
ซูจีนั่งตัวตรง เล่าสิ่งที่เธอได้พบเจอมาให้ฟังอย่างละเอียด
ดวงตาของมู่เหลียงเป็นประกายวูบวาบ จากคำบอกเล่าของซูจี สลัมแห่งนั้นดูวุ่นวายและผู้คนร้อยพ่อพันแม่ปะปนกันไปหมด บางคนยากจนจริงๆ แต่บางคนก็อาจจะหมดหนทางไป จึงต้องหลบหนีเข้าไปอยู่ในสลัม
ซูจีทำหน้าจริงจังพลางกล่าวว่า
"ท่านมู่เหลียงคะ ถ้าจะไปสลัม ควรพาทหารไปเยอะหน่อยนะคะ"
มู่เหลียงพยักหน้า
"อืม ไปเตรียมเสบียงอาหารมาหน่อย อีกหนึ่งชั่วโมงเราจะออกเดินทางไปสลัมกัน"
"ให้ซูซูไปด้วยเถอะค่ะ เธอรู้จักที่นั่นดี"
ซูจีเสนอแนะ
"ได้"
มู่เหลียงรับคำง่ายๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินกลับไปที่ห้องหนังสือ
ลี่เยว่เองก็เดินออกจากห้องอาหาร ตรงไปยังคลังเสบียงเพื่อเตรียมอาหาร
เอลิน่าร้องบอกเสียงใส
"ฉันจะไปเตรียมรถม้าค่ะ!"
...
ณ ตำหนักรองอีกแห่งหนึ่ง
หยู่ฉินหลานและซูซูนั่งเผชิญหน้ากัน โดยมีเหยาเอ๋อยืนอยู่ด้านข้าง จ้องมองเด็กสาวด้วยสีหน้าจริงจัง
หยู่ฉินหลานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ฉันจะถามคำถามเธอ ต้องตอบตามความเป็นจริง ห้ามโกหก เข้าใจไหม?"
"เข้าใจค่ะ"
ซูซูพยักหน้าอย่างหนักแน่น
หยู่ฉินหลานเริ่มบทสนทนาอย่างสง่างาม
"ก่อนอื่น แนะนำตัวหน่อยสิ เริ่มจากประวัติครอบครัวและชีวิตความเป็นอยู่"
"ค่ะ"
ซูซูพยักหน้าช้าๆ
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เล่าออกมา
"หนูโตมาในสลัมค่ะ คุณยายข้างบ้านเป็นคนเก็บหนูมาเลี้ยง หนูไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใคร เมื่อสองปีก่อนคุณยายเสียไป หนูเลยต้องขอทานเลี้ยงชีพ..."
หยู่ฉินหลานรับฟังด้วยสีหน้าสงบนิ่ง วิเคราะห์ประสบการณ์ในอดีตของเด็กสาว ไม่พบจุดน่าสงสัยใดๆ
เหยาเอ๋อก็ตั้งใจฟังเช่นกัน และการที่เธอเงียบ ไม่ส่งเสียงทักท้วง หมายความว่าสิ่งที่เด็กสาวพูดมาทั้งหมดเป็นความจริง
"เมื่อไม่กี่วันก่อน หนูเจอพี่ซูจี พี่เขาให้ของกินหนู แล้วหนูก็พาพี่เขาไปที่หอการค้ายู่วเจิ้ง จากนั้น... ก็มาอยู่ที่นี่แหละค่ะ"
ซูซูเล่าเสียงอ่อย
หยู่ฉินหลานพยักหน้า
"อืม คำถามต่อไป เบื้องหลังเธอมีกองกำลังอื่นหนุนหลังอยู่ไหม?"
"ไม่มีค่ะ"
ซูซูส่ายหน้า
"มีใครสั่งให้เธอเข้าหาซูจีหรือเปล่า?"
หยู่ฉินหลานถามต่อ
ซูซูส่ายหน้าอีกครั้ง
หยู่ฉินหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ตอบเป็นคำพูดด้วยจ้ะ"
เหยาเอ๋อสามารถแยกแยะได้แค่คำพูดจริงหรือเท็จเท่านั้น ไม่สามารถแยกแยะภาษากายได้
"ไม่มีค่ะ"
ซูซูหดคอด้วยความกลัว
"คำถามต่อไป..."
หยู่ฉินหลานดำเนินการสอบสวนต่อ
ซูซูตอบคำถามอย่างตั้งใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีตลอดการสัมภาษณ์
ครึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว หยู่ฉินหลานเริ่มครุ่นคิด
ซูซูกัดริมฝีปากล่าง มองหยู่ฉินหลานด้วยความกังวล ในใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ
หยู่ฉินหลานนั่งไขว่ห้าง กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ต่อจากนี้ฉันจะอธิบายสวัสดิการของการเป็นสาวใช้ในพระราชวังให้ฟัง ถ้าเธอมีอะไรสงสัยก็ถามได้เลยนะ"
ซูซูชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างถามขึ้นว่า
"เอ๊ะ หนูผ่านการทดสอบแล้วหรอคะ?"
หยู่ฉินหลานยิ้มและพยักหน้า
"แน่นอน แต่ต่อจากนี้เธอจะต้องผ่านช่วงทดลองงานก่อน ถึงจะได้เป็นสาวใช้ของพระราชวังอย่างเต็มตัว"
การจะเป็นสาวใช้ในพระราชวังไม่ใช่เรื่องง่าย หลังจากผ่านการตรวจสอบประวัติแล้ว ยังต้องผ่านช่วงทดลองงานอีกระยะหนึ่ง
หากไม่มีปัญหาอะไรในช่วงทดลองงาน เด็กสาวถึงจะได้บรรจุเป็นสาวใช้ทางการ และเข้ารับการฝึกฝนเป็น สาวใช้นักสู้ ต่อไป
"ค่ะ!"
ซูซูพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น
"อืม ดูจากรูปร่างแล้ว เธอน่าจะตัวเท่าๆ กับเหยาเอ๋อนะ"
หยู่ฉินหลานพิจารณารูปร่างของซูซู แล้วหันไปสั่งงาน
"เหยาเอ๋อ เอาชุดของเธอมาให้ซูซูเปลี่ยนก่อนชุดหนึ่งนะ"
"ค่ะ"
เหยาเอ๋อรับคำอย่างว่าง่าย
หยู่ฉินหลานลูบศีรษะซูซู พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ไปเถอะ พรุ่งนี้ค่อยเริ่มงานอย่างเป็นทางการ วันนี้ทำความคุ้นเคยกับตำหนักไปก่อนนะ"
"ทราบแล้วค่ะ"
ซูซูพยักหน้าแรงๆ ด้วยความดีใจ
"ตามมาสิ"
เหยาเอ๋อเรียก
ซูซูรีบเดินตามไปที่ตำหนักรองด้วยกัน
หยู่ฉินหลานลุกขึ้นเดินออกจากห้อง ตรงไปยังห้องหนังสือ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
เธอเคาะประตูห้องทำงาน
"เข้ามาได้"
เสียงใสกระจ่างของมู่เหลียงดังตอบรับ
หยู่ฉินหลานผลักประตูเข้าไป เห็นมู่เหลียงกำลังควงดินสอเล่นในมือ ดวงตาสีดำสนิทจับจ้องมาที่เธอ
"เป็นยังไงบ้าง?"
มู่เหลียงเอ่ยถาม
หยู่ฉินหลานนั่งลง ตอบอย่างสง่างาม
"เหมาะสมดีค่ะ ให้เหยาเอ๋อพาไปเปลี่ยนชุดแล้ว เป็นเด็กที่ใช้ได้ทีเดียว"
มู่เหลียงพยักหน้าช้าๆ
"อืม งั้นก็ให้เธออยู่ที่นี่แหละ พอดีเลยเพราะน้องหลัน ไปช่วยงานที่ร้านน้ำหอม กว่าจะกลับก็คงอีกหลายวัน"
หยู่ฉินหลานกล่าวเสียงใส
"ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ ส่วนจะปั้นให้เป็นสาวใช้นักสู้ได้ไหม คงต้องรอดูกันอีกที"
"ความสามารถของเธอพิเศษมาก น่าจะปั้นได้อยู่นะ"
มู่เหลียงกำชับ
"รอให้เธอผ่านโปรช่วงทดลองงานก่อนเถอะค่ะ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรฉันจะฝึกสอนเธอเอง"
หยู่ฉินหลานพยักหน้า
"อืม ฉินหลานตัดสินใจได้เลย"
มู่เหลียงดึงมือหยู่ฉินหลานมาจับไว้ แล้วตบหลังมือเธอเบาๆ
หยู่ฉินหลานยิ้มโดยไม่พูดอะไร เอนศีรษะซบลงบนไหล่ของมู่เหลียง ดื่มด่ำกับความเงียบสงบในยามนี้