- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1215 ชีวิตประจำวันของสาวน้อยไซเรน
ตอนที่ 1215 ชีวิตประจำวันของสาวน้อยไซเรน
ตอนที่ 1215 ชีวิตประจำวันของสาวน้อยไซเรน
หมาป่าจันทราลากรถม้าออกจากพระราชวัง มุ่งหน้าไปตามถนนสายหลักอันเงียบสงบ
ดึกมากแล้ว บนท้องถนนในเมืองซาลุนเอ๋อแทบไม่มีผู้คนสัญจร
ภายในห้องโดยสาร มู่เหลียงเอนกายพิงเบาะนุ่ม พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ
เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ลี่เยว่ ส่งคนไปสืบเรื่องหอการค้ายู่วเจิ้ง เอาให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้"
ซูจีกำลังตรวจสอบหอการค้ายู่วเจิ้งอยู่ก็จริง แต่ความสามารถในการรวบรวมข่าวกรองของเธอยังไม่แข็งแกร่งพอ สิ่งที่รู้มาจึงมีแต่ข้อมูลพื้นฐานที่ใครๆ ก็รู้กันทั่วไป
"รับทราบ"
ลี่เยว่พยักหน้าเล็กน้อย
ฮู่เตียนกล่าวด้วยน้ำเสียงยั่วยวน
"พระราชวังใหญ่โตขนาดนี้ แต่การค้าที่ทำเงินมากที่สุดกลับตกอยู่ในมือของหอการค้าเพียงแห่งเดียว ต้องบอกว่าทำเอาฉันแปลกใจมากเลยทีเดียว"
"บอกได้แค่ว่าหอการค้ายู่วเจิ้งนี้ไม่ธรรมดาเลย"
มู่เหลียงยกมือขึ้นนวดขมับ น้ำเสียงราบเรียบดุจผืนน้ำ
ลี่เยว่ถามเสียงเบา
"แล้วจะเอายังไงต่อคะ?"
"รอดูสถานการณ์สักสองสามวัน ทำความเข้าใจอาณาจักรไห่ถิงให้มากกว่านี้ก่อน"
มู่เหลียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"อืม ตกลงค่ะ"
เหล่าหญิงสาวพยักหน้าช้าๆ
ลี่เยว่ถามต่อ
"ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ยังจะไปสลัมอยู่ไหม?"
"แน่นอน พรุ่งนี้ไปสลัม แล้วหลังจากนั้นก็ไปตลาดค้าทาส"
มู่เหลียงตอบ
"เข้าใจแล้ว ฉันจะไปจัดการเตรียมการเรื่องสืบข่าวที่ตลาดค้าทาสไว้"
ลี่เยว่รับคำ
กุบกับ กุบกับ...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
หมาป่าจันทราลากรถม้ากลับมาถึงป้อมซานไห่ เมื่อเข้าสู่เขตการค้า ถนนหนทางยังคงสว่างไสวและมีผู้คนเดินขวักไขว่อยู่ไม่น้อย หมาป่าจันทราไม่ได้หยุดพัก มันลากรถออกจากเขตการค้า มุ่งหน้าขึ้นสู่เนินสูงซึ่งเป็นเขตเมืองชั้นใน
กว่าพวกเขาจะกลับถึงพระราชวังบนเนินสูง ก็ผ่านไปอีกชั่วโมงครึ่ง
หน้าพระราชวัง หยู่ฉินหลานและมินโฮกำลังรอคอยอยู่ เมื่อเห็นหมาป่าจันทราลากรถกลับมา ใบหน้าของพวกเธอก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มทันที
"มู่เหลียง กลับมาแล้วหรอ"
มินโฮวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น
"ทำไมยังไม่นอนอีก?"
มู่เหลียงลงจากรถ ยื่นมือไปขยี้หัวสาวน้อยหูระต่ายด้วยความเอ็นดู
"ก็รอมู่เหลียงกลับมาไง"
มินโฮตอบเสียงอ้อน
หูระต่ายบนหัวของเธอกระดิกไปมา ก่อนจะเอ่ยถาม
"หิวไหม?"
"เหมือนจะหิวนิดหน่อยนะ"
ฮู่เตียนตอบเสียงนุ่ม
อาหารในงานเลี้ยงรสชาติแย่เกินทน เธอแค่กินไปตามมารยาทไม่กี่คำ จึงไม่อิ่มท้องเลยสักนิด
มินโฮทำหน้าเหมือนกะไว้แล้วไม่มีผิด แล้วพูดเจื้อยแจ้ว
"หนูรู้อยู่แล้วเชียว อาหารข้างนอกจะสู้รสมือที่บ้านได้ยังไง หนูต้มเนื้อเปื่อยไว้แล้ว เดี๋ยวจะไปลวกบะหมี่เพิ่มให้อีกสักหลายๆ ชามนะคะ"
"เธอนี่รู้ใจจริงๆ"
ฮู่เตียนยิ้มตาหยี ยื่นมือไปหยิกแก้มเนียนนุ่มของสาวน้อยหูระต่าย
"งื้อ... หนูไปทำบะหมี่ก่อนนะ"
มินโฮยิ้มจนตาโค้งเป็นสระอิ แล้วกระโดดโลดเต้นกลับเข้าไปในตำหนัก
"ลำบากแย่เลย สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?"
หยู่ฉินหลานถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
มู่เหลียงยิ้มเจื่อน
"ไม่เหมือนที่คิดไว้เลยครับ ราชวงศ์ไห่ถิงไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการค้า เราต้องไปเจรจากับคนของหอการค้ายู่วเจิ้งแทน"
"อย่างนั้นหรือ แล้วงานเลี้ยงคืนนี้ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยหรือ?"
หยู่ฉินหลานถามด้วยความแปลกใจ
มู่เหลียงตอบเสียงนุ่ม
"มีสิ เซ็นสัญญาการค้าได้หลายฉบับ น่าจะทำเงินได้หลายสิบล้านอยู่"
"ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยนะ"
หยู่ฉินหลานกล่าวอย่างสง่างาม
"ใช่ แต่ยังไงก็ต้องไปหาหอการค้ายู่วเจิ้งอยู่ดี ถ้าตกลงร่วมมือกันได้ก็ดีไป แต่ถ้าไม่..."
ดวงตาสีดำขลับของมู่เหลียงลุ่มลึกดุจท้องฟ้ายามราตรี
"ก็เข้าไปแทนที่ซะเลย"
หยู่ฉินหลานพูดต่อประโยคที่มู่เหลียงละไว้
"ตรวจสอบสถานการณ์จริงของหอการค้ายู่วเจิ้งให้ชัดเจนก่อนค่อยว่ากัน"
มู่เหลียงจูงมือหยู่ฉินหลาน เดินตรงไปยังห้องหนังสือ
หยู่ฉินหลานพยักหน้า
"จริงด้วย รู้เขารู้เรา รบกี่ครั้งก็ชนะ"
มู่เหลียงถามขึ้นลอยๆ
"ในเมืองมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้างไหม?"
หยู่ฉินหลานเดินนวยนาดเคียงข้าง ตอบด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
"ไม่มี ทุกอย่างปกติดี จะมีก็แต่ในเขตการค้าที่มีเรื่องวุ่นวายไม่หยุดหย่อน คนก่อเรื่องเยอะเป็นพิเศษ"
วันนี้เธอลองคำนวณดู มีคนก่อความวุ่นวายในเขตการค้ากว่าสามสิบคน ซึ่งถูกจับกุมตัวไปหมดแล้ว
มู่เหลียงกลับเข้ามาในห้องทำงาน นั่งลงบนเก้าอี้มังกรแล้วเอ่ยว่า
"จับให้หมดนั่นแหละ แล้วให้ญาติพี่น้องเอาผลึกอสูรมาไถ่ตัวกลับไป"
หยู่ฉินหลานพูดทีเล่นทีจริง
"อืม สั่งการลงไปแล้วค่ะ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ คุกคงไม่มีที่พอจะขังคนแล้ว"
"ดีมากลำบากเธอแล้วละ"
มู่เหลียงเงยหน้ามองหยู่ฉินหลาน มือหนาเกาะกุมมือเรียวประดุจหยกของเธอไว้
"ลำบากอะไรกัน นายต่างหากที่ลำบาก"
หยู่ฉินหลานยิ้มหวาน เอนกายซบลงในอ้อมกอดของเขาเบาๆ
นัยน์ตาของมู่เหลียงฉายแววลึกซึ้ง ก้มหน้าลงขยับเข้าไปใกล้หยู่ฉินหลาน
ขนตายาวงอนของหยู่ฉินหลานสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง
...
อีกด้านหนึ่ง ณ เขตการค้า
ภายในร้านน้ำหอม วิลิซาย่ายังคงง่วนอยู่กับการจัดเรียงน้ำหอมที่หน้าชั้นวางสินค้า
เธอขลุกอยู่ที่ร้านน้ำหอมมาตลอดช่วงบ่าย ได้เรียนรู้ความรู้พื้นฐานมากมาย เช่น ราคาน้ำหอม ชื่อเรียก และประเภทของกลิ่น
"วิลิซาย่า วันนี้เลิกงานก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่"
เว่ยหยูหลันเอ่ยเสียงใส
"รออีกแป๊บนะคะ ขอหนูเติมน้ำหอมพวกนี้ให้เต็มก่อน"
วิลิซาย่าตอบกลับโดยไม่หันมอง
ครึ่งวันที่ได้ทำงานในร้านน้ำหอมผ่านไปอย่างคุ้มค่า เธอชอบบรรยากาศการใช้ชีวิตแบบนี้มาก
"ไม่ต้องรีบหรอก พรุ่งนี้ค่อยทำก็ทัน"
เว่ยหยูหลันพูดเสียงเบา
สาวใช้ตัวน้อยกำลังทำบัญชี ตรวจนับผลึกสัตว์อสูรและเงินทมิฬที่ได้มาในวันนี้
"ใกล้เสร็จแล้วค่ะ"
วิลิซาย่าตอบเสียงนุ่ม
ท่วงท่าของเธอระมัดระวังอย่างยิ่ง จัดวางขวดน้ำหอมให้ตรงทีละขวด แล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดรอยนิ้วมือออกจนหมดจด
สาวน้อยไซเรนจำต้องระวังตัว หากเผลอทำน้ำหอมแตกแม้แต่ขวดเดียว เธอคงไม่มีปัญญาชดใช้
เว่ยหยูหลันเอ่ยชม
"เธอขยันมาก บางทีอาจจะได้เป็นพนักงานประจำจริงๆ ก็ได้นะ"
"จริงเหรอคะ?"
ดวงตาของวิลิซาย่าเป็นประกายขึ้นมาทันที
เว่ยหยูหลันทำหน้าจริงจัง
"อื้ม ถ้าเธอจำเรื่องราวและคำแนะนำสินค้าของน้ำหอมพวกนี้ได้ทั้งหมด รับรองว่าได้บรรจุเป็นพนักงานประจำแน่นอน แถมเงินเดือนก็จะเพิ่มขึ้นด้วย"
"ตกลงค่ะ ฉันจะจำให้ได้ทั้งหมดเลย"
วิลิซาย่ารับคำอย่างจริงจัง
เธอรักงานนี้มาก จึงอยากจะอยู่ที่นี่ต่อไป
"เธอทำได้อยู่แล้ว"
เว่ยหยูหลันส่งยิ้มให้กำลังใจ
"อื้อ!"
วิลิซาย่ายิ้มกว้าง หันกลับไปจัดการกับน้ำหอมต่อ
สิ่งที่เธอต้องทำมีมากกว่านั้น เธอต้องจำกลิ่นของน้ำหอมแต่ละรุ่นให้ได้ ต้องทำให้ถึงขั้นที่ว่าแค่ได้กลิ่นก็บอกชื่อและสรรพคุณได้ทันที
ครึ่งชั่วโมงต่อมา วิลิซาย่าจึงทำงานเสร็จ น้ำหอมบนชั้นวางถูกเติมจนเต็มแน่นเหมือนตอนเพิ่งเปิดร้าน
"ไปพักผ่อนเถอะ"
เว่ยหยูหลันเร่งอีกครั้ง
"ค่ะ"
ครั้งนี้วิลิซาย่าไม่ได้ปฏิเสธ เธอหมุนตัวเดินไปยังบันได
เธอต้องขึ้นไปนอนที่ชั้นสาม ซึ่งเป็นหอพักชั่วคราวของพนักงาน รอจนกว่าจะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ เธอถึงจะมีสิทธิ์ได้รับบ้านพักฟรีในเขตเมืองชั้นนอก
สาวน้อยไซเรนขึ้นมาถึงชั้นสาม ลากสังขารอันเหนื่อยล้าเข้าไปในห้องอาบน้ำ
เธอแกะผ้าแถบที่พันแขนและน่องออก เผยให้เห็นเกล็ดสีน้ำเงินม่วงที่ซ่อนอยู่ จากนั้นเปิดก๊อกน้ำให้น้ำเย็นไหลผ่านชำระล้างร่างกาย
ซ่า ซ่า...
"ฮื้ม..."
"สบายตัวจัง"
วิลิซาย่าครางออกมาด้วยความผ่อนคลาย ร่างกายสั่นสะท้านเล็กน้อย
เธอใช้เวลาอยู่ในห้องอาบน้ำครึ่งชั่วโมง ความเหนื่อยล้าทั้งตัวจึงจางหายไปจนหมด
"ง่วงจัง ต้องรีบนอนแล้ว"
สาวน้อยไซเรนหาวฟอดใหญ่ เช็ดตัวจนแห้งแล้วปีนขึ้นเตียง ไม่นานลมหายใจก็เปลี่ยนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว