เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1213 หน้าแตกบ่อยเข้าเดี๋ยวก็ชินเอง

ตอนที่ 1213 หน้าแตกบ่อยเข้าเดี๋ยวก็ชินเอง

ตอนที่ 1213 หน้าแตกบ่อยเข้าเดี๋ยวก็ชินเอง


ฮู่เตียนกะพริบดวงตาสีแดงกุหลาบ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ชาของอาณาจักรกังฝูมีความพิเศษอย่างไรหรือคะ?"

ฟู่หลิงน่าเผยรอยยิ้ม ตอบกลับด้วยท่าทีอ่อนโยนและสง่างาม

"แน่นอนสิคะ ชาชนิดนี้หาได้ยากมาก ปีหนึ่งผลิตได้เพียงหนึ่งร้อยจิน และแบ่งออกมาค้าขายภายนอกเพียงสามสิบจินเท่านั้น"

(จิน = 0.5 กิโลกรัม)

เมยเท่อรับช่วงต่อทันที

"น้ำชาของกังฝูนั้นให้รสสัมผัสที่นุ่มนวลเมื่อแรกสัมผัสลิ้น แฝงไปด้วยความหวานละมุน เป็นชาชั้นยอดเลยทีเดียวครับ"

"ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องขอลองชิมดูหน่อยแล้ว"

ฮู่เตียนยิ้มอย่างงดงาม

เธอเริ่มจากสูดดมกลิ่นหอมของชา ขนตายาวงอนสั่นไหวเล็กน้อย กลิ่นของมันหอมใช้ได้ แต่ไม่รู้ว่ารสชาติเมื่อดื่มเข้าไปจะเป็นอย่างไร

ริมฝีปากแดงระเรื่อเผยออกเล็กน้อย จิบชาอุ่นๆ เข้าไป ทว่ารสสัมผัสแรกที่แตะลิ้นกลับฝาดเฝื่อน ตามมาด้วยรสขมที่ชัดเจนมาก หลังจากความขมผ่านไปจึงจะสัมผัสได้ถึงความหวานเพียงเล็กน้อย

ลำคอของฮู่เตียนขยับลงขณะกลืนน้ำชา

มู่เหลียงหันศีรษะมามองหญิงสาวเผ่าจิ้งจอกแวบหนึ่ง นัยน์ตาฉายแววขบขัน

มุมปากของฮู่เตียนยกขึ้น กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"องค์ราชินีคะ ถ้ามีโอกาส อยากเชิญให้ลองชิมชาประกายแสงของเมืองเต่าทมิฬดูบ้าง รสชาติก็ไม่เลวเลยนะคะ"

ดวงตาคู่สวยของไป๋สวงเป็นประกาย นางเอ่ยเสียงใส

"ท่านแม่ ข้าเคยดื่มชาประกายแสงแล้ว อร่อยมากเลยค่ะ"

ราชาทำท่าครุ่นคิด

"ชาประกายแสง... ในของขวัญที่ท่านเจ้าเมืองมอบให้เมื่อตอนกลางวัน เหมือนจะมีชาประกายแสงรวมอยู่ด้วยใช่ไหม?"

"ใช่ครับ"

มู่เหลียงพยักหน้ารับ

เขาพลิกฝ่ามือ เรียกกล่องไม้ขนาดเล็กออกมาจากมิติเก็บของ แล้วส่งสัญญาณบอกสาวใช้

"เหยาเอ๋อ ชงชาที ให้ฝ่าบาทและราชินีได้ลิ้มลองชาประกายแสงหน่อย"

"เจ้าค่ะ"

เหยาเอ๋อขานรับอย่างว่านอนสอนง่าย

เธอยื่นมือไปรับกล่องไม้ เมื่อเปิดออกก็หยิบชุดชงชาและกระปุกใส่ชาประกายแสงออกมา

ราชาและราชินีสบตากัน ทั้งคู่ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าชาที่ลูกสาวเอ่ยปากชมนั้นจะมีรสชาติเป็นอย่างไร

เหยาเอ๋อชงชาด้วยท่าทีคล่องแคล่ว เพียงไม่กี่นาที ชาประกายแสงที่ส่งควันร้อนกรุ่นก็พร้อมเสิร์ฟ

"เชิญดื่มครับ"

มู่เหลียงผายมือเชื้อเชิญ

เหยาเอ๋อและหยุนซินนำชาไปวางตรงหน้าของราชาและคนอื่นๆ

ราชายกถ้วยชาขึ้น เพียงได้กลิ่นหอมที่ซึมซาบเข้าไปถึงปอด ก็รู้สึกประหลาดใจในทันที รู้ได้เลยว่านี่คือชาชั้นดี

ฟู่หลิงน่าจิบชาอุ่นๆ เข้าไป รสสัมผัสแรกฝาดเพียงเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นความหวานชุ่มคอ ความรู้สึกสดชื่นพุ่งตรงขึ้นสู่สมอง ทำให้จิตใจกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตา

"อร่อย!!!”

เธออุทานออกมาด้วยความทึ่ง รู้สึกว่าร่างกายเบาสบายขึ้นมาก

เมยเท่อและไคปินส์ต่างก็อุทานออกมาเช่นกัน หลังจากดื่มชาประกายแสงแล้ว ดูเหมือนพลังในร่างกายจะพัฒนาขึ้นเล็กน้อย

"ชานี้เทียบได้กับยาวิเศษเลยนะเนี่ย!"

เมยเท่อกล่าวด้วยความตื่นตะลึง

ลำคอของฟู่หลิงน่าขยับกลืนน้ำลาย สีหน้าของเธอฉายแววขัดเขินเล็กน้อย เมื่อครู่เธอยังเพิ่งยกยอชาของอาณาจักรกังฝูไปหยกๆ ไม่คิดเลยว่าจะโดนหักหน้าเร็วขนาดนี้

มู่เหลียงจิบชาเพื่อล้างกลิ่นคาวเหล้าในปาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"ชาประกายแสงเป็นของขึ้นชื่อของเมืองเต่าทมิฬ การดื่มเป็นประจำจะช่วยยืดอายุขัยได้ด้วยครับ"

ราชาแอมเบาๆ สองครั้ง ก่อนจะเอ่ยชมอย่างไม่เสียดายคำพูด

"ชาดี... ชาประกายแสงนี่สิถึงจะเรียกว่าชาชั้นยอด"

ฟู่หลิงน่ายังคงประดับรอยยิ้มบนใบหน้า แต่เท้าภายใต้โต๊ะกลับกระทืบลงบนหลังเท้าของราชาอย่างแรง

"ซี๊ด..."

มุมปากของราชากระตุก สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่

ไป๋สวงถามด้วยความเป็นห่วง

"ท่านพ่อ เป็นอะไรไปคะ?"

"มะ... ไม่ ไม่เป็นไร"

ราชายกมุมปากขึ้น ฝืนยิ้มแห้งๆ ตอบกลับไป

ทางด้านฮู่เตียนต้องดื่มชาประกายแสงติดต่อกันถึงสามถ้วย กว่าจะล้างรสชาติแปลกๆ ในปากให้หายไปได้

หลังจากได้ลิ้มรสชาและเหล้าในงานเลี้ยงคืนนี้ เธอก็เริ่มคิดว่าพอกลับไป อาจจะต้องปรับราคาของชาประกายแสงและสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้สูงขึ้นอีกสักหน่อย

ไคปินส์รีบถามขึ้น

"ท่านเจ้าเมือง ชาประกายแสงนี้ขายยังไงหรือ?"

มู่เหลียงยิ้มตอบ

"ชาประกายแสงที่เราทำการค้ากับภายนอกมีทั้งหมดห้าขั้นครับ คือขั้นห้าถึงระดับสิบ ที่ทุกท่านเพิ่งดื่มไปคือชาประกายแสงขั้นสิบ ราคาขายอยู่ที่จินละหนึ่งแสนเงินทมิฬ"

"หนึ่งแสนเงินทมิฬ?"

ไคปินส์ทำหน้างุนงง

ไป๋สวงจึงช่วยอธิบายเสียงใส

"หนึ่งแสนเงินทมิฬ สามารถแลกเปลี่ยนด้วยผลึกสัตว์อสูรระดับเจ็ดหนึ่งก้อนค่ะ"

เธออาศัยอยู่ในเมืองเต่าทมิฬมาหนึ่งเดือน จึงรู้อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างผลึกสัตว์อสูรและเงินทมิฬเป็นอย่างดี

"แพงขนาดนั้นเชียว!!"

ดวงตาของไคปินส์สั่นไหวเล็กน้อย

ฮู่เตียนนั่งไขว่ห้าง เอ่ยด้วยรอยยิ้ม

"ราคานี้ไม่แพงหรอกค่ะ ท่านเองก็ได้ลองดื่มชาประกายแสงแล้ว ย่อมรู้ถึงสรรพคุณของมันดี"

"นี่มัน..."

ไคปินส์ยิ้มเจื่อน

ฮู่เตียนยิ้มอย่างมั่นใจ

"ใบชาประกายแสงขั้นสิบมีปริมาณการผลิตจำกัดต่อปี ราคานี้ยังมีคนแย่งกันซื้อเลยนะคะ"

ไคปินส์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้น

"ฉันเอาสิบจิน"

"ฉันก็ขอสิบจินเหมือนกัน"

เมยเท่อรีบพูดเสริม

"ตกลงค่ะ"

ฮู่เตียนพยักหน้าจดบันทึก

ราชาอ้าปากค้าง เขาใช้เท้าสะกิดภรรยาเบาๆ หวังจะให้นางเอ่ยปากซื้อชาประกายแสงบ้าง

แต่ฟู่หลิงน่ายังรู้สึกขายหน้าอยู่ จึงทำเมินเฉยต่อสัญญาณของราชา

"......"

ราชารู้สึกอัดอั้นในใจ

เขาจึงจำต้องทำหน้าหนา เอ่ยขึ้นเองว่า

"ท่านเจ้าเมือง ช่วยเตรียมให้ฉันสักห้าสิบจินเถอะ เดี๋ยวฉันจะให้คนนำผลึกสัตว์อสูรไปแลกมา"

หน้าแตกบ่อยเข้า เดี๋ยวก็ชินไปเอง ไม่ต้องกลัวอายแล้ว

"ได้ครับ"

มู่เหลียงพยักหน้าเรียบๆ

ฮู่เตียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงลอยๆ

"ฝ่าบาทจะรับเพิ่มอีกหน่อยก็ได้นะคะ ของดีขนาดนี้เก็บไว้หลายปีก็ไม่เสีย จะนำไปมอบเป็นของขวัญให้ใครก็ไม่เสียหน้าแน่นอน"

"นั่นสินะ... งั้นเอาสักหนึ่งร้อยจินเลยแล้วกัน"

ราชาพยักหน้าเห็นด้วย

มู่เหลียงอารมณ์ดีขึ้นมาทันที แต้มวิวัฒนาการกำลังจะเพิ่มขึ้นอีกแล้ว แต่นี่ยังห่างไกลจากคำว่าพอ

งานเลี้ยงยามค่ำคืนดำเนินต่อไป เหล่านักเต้นเดินเข้ามาในห้องโถงจัดเลี้ยงและเริ่มร่ายรำในพื้นที่ว่าง

ลี่เยว่และฮู่เตียนดูอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่นานก็หมดความสนใจ

มู่เหลียงเองก็เช่นกัน ในสายตาของเขา นักเต้นเหล่านี้ก็แค่แกว่งแขนและส่ายเอวไปมา หากจะพูดกันตามตรง มันไม่เหมือนการเต้นรำ แต่เหมือนพวกคนทรงเจ้าเข้าทรง  ในโลกเก่าของเขามากกว่า

ฟู่หลิงน่ากล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ

"ท่านเจ้าเมือง ขอบคุณมากนะคะที่มาส่งลูกไป๋สวงกลับบ้าน"

"ไม่ต้องเกรงใจครับ"

มู่เหลียงยิ้มตอบ

เขานั่งตัวตรง ก่อนจะเข้าประเด็นหลัก

"การมาเยือนครั้งนี้ หลักๆ คือผมต้องการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระยะยาวกับอาณาจักรไห่ถิงครับ"

"เรื่องนี้..."

แววตาของราชาไหววูบ มีท่าทีอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้

มู่เหลียงผายมือ

"ฝ่าบาทมีอะไรก็พูดตรงๆ ได้เลยครับ"

ราชาถอนหายใจ ส่ายหน้าพลางกล่าว

"ท่านเจ้าเมืองอาจจะไม่ทราบ การพาณิชย์แทบทั้งหมดของอาณาจักรไห่ถิงอยู่ในกำมือของหอการค้ายู่วเจิ้งทางราชวงศ์มีส่วนเกี่ยวข้องน้อยมาก"

"หอการค้ายู่วเจิ้ง?"

มู่เหลียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"ใช่แล้ว"

ราชามีสีหน้ากระดากอาย

ฮู่เตียนถามด้วยความประหลาดใจ

"ราชาไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับการค้าขายเลยหรือคะ?"

ราชาส่ายหน้า ตอบเสียงเรียบ

"ไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย นี่ไม่ใช่สิ่งที่ราชวงศ์ถนัด อีกอย่างหอการค้ายู่วเจิ้งก็นำส่งภาษีจำนวนไม่น้อยให้เราทุกปี"

มู่เหลียงและฮู่เตียนสบตากัน รู้ได้ทันทีว่าเที่ยวนี้มาหาผิดคนแล้ว ควรจะต้องไปคุยกับคนของหอการค้ายู่วเจิ้งถึงจะถูก

ฮู่เตียนถามด้วยสีหน้าจริงจัง

"ฝ่าบาทคะ ถ้าเมืองเต่าทมิฬต้องการทำการค้าในอาณาจักรไห่ถิง จำเป็นต้องจ่ายภาษีด้วยหรือไม่?"

"ต้องจ่าย"

ราชาพยักหน้า

"เข้าใจแล้วค่ะ"

ฮู่เตียนพยักหน้าช้าๆ

เธอหันไปส่งสัญญาณ

"วันนี้ฉันนำสินค้าติดมือมาด้วยบางส่วน ฝ่าบาทน่าจะสนใจ ลองชมดูก่อนได้นะคะ"

สาวใช้ตัวน้อยเดินเข้ามา เปิดกล่องไม้ที่นำมาด้วยทีละกล่อง เผยให้เห็นสินค้าด้านใน

หยุนซินหยิบสินค้าออกมาทีละชิ้นวางลงบนโต๊ะ

สินค้าชิ้นแรกคือรองเท้าหนังพื้นยาง

สินค้าชิ้นที่สองคือลังเหล้า มีทั้งหมดหกขวด รวมทั้งเหล้าขาว เหล้าผลไม้ และเหล้าข้าว

สินค้าชิ้นที่สามคือผ้าและเสื้อผ้าสำเร็จรูป…

จบบทที่ ตอนที่ 1213 หน้าแตกบ่อยเข้าเดี๋ยวก็ชินเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว