- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1199 มีลูกก่อนก็ได้นี่
ตอนที่ 1199 มีลูกก่อนก็ได้นี่
ตอนที่ 1199 มีลูกก่อนก็ได้นี่
ณ เมืองเต่าทมิฬ เขตเนินสูงชั้นที่แปด
ภายในห้องโถงใหญ่ของพระราชวัง ไป๋สวงกำลังเดินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวาย
หยู่ฉินอี๋ยกมือขึ้นกดไหล่ของไป๋สวงไว้ พลางพูดอย่างอ่อนใจว่า
“หยุดเดินได้แล้วน่า เดี๋ยวอีกแป๊บมู่เหลียงก็คงมาแล้ว”
เมื่อตอนมื้อเที่ยง มู่เหลียงบอกว่าจะไปส่งพวกเธอที่ถนนการค้า พวกเธอจึงมารออยู่ที่นี่
“นี่รอมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ”
ไป๋สวงถอนหายใจยาวเหยียด
เธอกำลังจะได้กลับอาณาจักรไห่ถิงแล้ว ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ก็อดตื่นเต้นไม่ได้ จนต้องเดินวนไปวนมาในห้องโถงอยู่นานสองนาน
หยู่ฉินอี๋พูดกลั้วหัวเราะว่า
“ยังไม่ทันเข้าใกล้อาณาจักรไห่ถิงเลย เธอจะรีบไปทำไม?”
“ก็บอกว่าใกล้ถึงแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ไป๋สวงทำปากยื่น
หยู่ฉินอี๋ชี้ไปที่นาฬิกาแขวนผนัง แล้วพูดเสียงเบาว่า
“บ่ายๆ นู่นถึงจะถึง นี่เพิ่งเที่ยงเอง”
“ก็ได้...”
ไป๋สวงคอตก
ตึก ตึก ตึก...
หยู่ฉินหลานเดินเข้ามา ใบหน้าเปื้อนยิ้ม พลางเอ่ยแซวว่า
“รอไม่ไหวแล้วล่ะสิ?”
“พี่ฉินหลาน”
ไป๋สวงเงยหน้าขึ้นทักทาย
หยู่ฉินหลานปลอบโยนว่า
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก มู่เหลียงใกล้จะเสร็จธุระแล้ว”
“ฉันไม่ได้รีบสักหน่อย”
ไป๋สวงหลบสายตา พูดจาไม่ตรงกับใจ
หยู่ฉินอี๋เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ยิ้มขำแต่ไม่คิดจะเปิดโปง
ตึก ตึก ตึก...
มินโฮเดินกึ่งวิ่งเข้ามา ในอ้อมแขนกอดห่อคุกกี้ห่อใหญ่เอาไว้
เธอยื่นห่อคุกกี้ไปข้างหน้า พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“พี่ไป๋สวง นี่ขนมอบที่ฉันทำเองค่ะ เอาไปกินระหว่างทางนะ”
ไป๋สวงตาเป็นประกาย กล่าวขอบคุณว่า
“ขอบใจนะ”
มินโฮพูดเสียงอ้อนด้วยความอาลัยอาวรณ์ว่า
“วันหลังถ้าว่าง ก็กลับมาเยี่ยมกันบ่อยๆ นะ”
“อื้ม ฉันจะมาแน่นอน”
ไป๋สวงพยักหน้าอย่างหนักแน่น แล้วยื่นมือไปกอดแม่สาวหูต่าย
หยู่ฉินอี๋เลิกคิ้วขึ้น ถามยิ้มๆ ว่า
“อ้าว แล้วของฉันล่ะจ๊ะน้องมินโฮ ไม่มีขนมอบให้ฉันบ้างเหรอ?”
มินโฮกระพริบตาสีฟ้าปริบๆ ตอบกลับเหมือนเป็นเรื่องปกติว่า
“ก็หลังจากนี้พี่ฉินอี๋จะย้ายมาอยู่ที่เมืองเต่าทมิฬไม่ใช่หรอ ก็ต้องไม่มีขนมอบให้สิ”
หยู่ฉินอี๋ชะงักกึก เธอไปพูดตอนไหนว่าจะย้ายมาอยู่ที่เมืองเต่าทมิฬ?
เธอหันขวับไปมองหยู่ฉินหลาน แต่น้องสาวตัวดีกลับหันหน้าหนี ทำเมินสายตาคาดคั้นของเธอเสียอย่างนั้น
หยู่ฉินอี๋เข้าใจแจ่มแจ้งทันที ต้องเป็นฝีมือน้องสาวตัวแสบที่ไปรับปากสุ่มสี่สุ่มห้าแน่ๆ
ตึก ตึก...
“พร้อมกันหรือยัง?”
มู่เหลียงเดินออกมาจากห้องหนังสือ โดยมีลี่เยว่เดินตามหลังมาติดๆ
“พร้อมแล้ว!!”
ไป๋สวงขานรับทันที
“งั้นก็ออกเดินทางกันเถอะ”
มู่เหลียงพยักหน้า
“ไปกันๆ”
ไป๋สวงคล้องแขนหยู่ฉินอี๋ แล้วเดินดุ่มๆ ออกไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น
“ช้าหน่อย”
หยู่ฉินอี๋ดึงแขนรั้งไว้ ให้ไป๋สวงชะลอฝีเท้าลง จนทิ้งระยะห่างจากมู่เหลียงประมาณสองก้าว
หยู่ฉินหลานมองพี่สาวแวบหนึ่ง ก็เข้าใจทันทีว่าพี่สาวต้องการเตือนไม่ให้ไป๋สวงเดินนำหน้ามู่เหลียง ซึ่งเป็นการให้เกียรติในฐานะเจ้าเมือง
ไป๋สวงกระพริบตาสีม่วงทองปริบๆ พอโดนหยู่ฉินอี๋ถลึงตาใส่ ก็ยอมเดินตามหลังอย่างว่านอนสอนง่าย
เมื่อทุกคนเดินออกมาจากพระราชวัง รถมาก็จอดรออยู่แล้ว
“ท่านมู่เหลียง!”
ฮูซินยืนอยู่ข้างตัวรถ ยกมือทำวันทยหัตถ์ให้มู่เหลียง
“อืม ออกรถเถอะ”
มู่เหลียงพยักหน้ารับ ก่อนก้าวขึ้นรถม้า
หยู่ฉินหลาน ไป๋สวง และคนอื่นๆ ทยอยขึ้นรถตามไป เจ้าหมาป่าจันทราคำรามก้อง ก่อนจะออกแรงลากรถม้าพุ่งทะยานออกจากเขตเนินสูง
กว่ารถม้าจะเดินทางมาถึงป้อมเว่ยฉายที่เขตรอบนอกเมือง ก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว
ด้วยฝีเท้าของหมาป่าจันทรา ระยะทางจากเนินสูงถึงป้อมเว่ยฉายใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงถือว่าวิ่งช้าลงมากแล้ว
ฝูงหมาป่าจันทราชะลอความเร็วลง ลากรถม้าผ่านป้อมเว่ยฉาย เข้าสู่ถนนการค้า และมุ่งหน้าไปยังป้อมซานไห่
เมื่อมาถึงป้อมซานไห่ ฮู่เตียนก็มายืนรออยู่ก่อนแล้ว
“รอนานไหม?”
มู่เหลียงและคนอื่นๆ เดินลงจากรถม้า
“เพิ่งมาถึงเหมือนกัน”
ฮู่เตียนยกยิ้มมุมปาก เดินเข้ามาคล้องแขนมู่เหลียง
เมื่อเช้านี้เธอขลุกอยู่ที่ย่านการค้า สอนงานวิลิซาย่าที่ร้านน้ำหอม แล้วก็ไปตรวจตราดูร้านใหม่ๆ สุ่มเช็คความรู้ความสามารถของพนักงาน หยู่ฉินอี๋มองฮู่เตียนที่ควงแขนมู่เหลียง แล้วหันไปมองน้องสาว และเห็นว่าหยู่ฉินหลานมีสีหน้าเรียบเฉย ก็ได้แต่ถอนหายใจในใจกับความเฉื่อยชาของน้องสาว
ทุกคนขึ้นไปบนป้อมซานไห่ ยืนอยู่บนกำแพงเมือง ทอดสายตามองออกไปยั่งท้องทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
ต้าอ้านรีบเดินเข้ามาหา เอ่ยด้วยความเคารพว่า
“ท่านเจ้าเมือง”
“ส่งคนไปลาดตระเวนหรือยัง?”
มู่เหลียงถามเสียงเรียบ
“ซิไป๋ฉีออกไปแล้วค่ะ ยังไม่กลับมา”
ต้าอ้านอธิบาย
“อืม”
มู่เหลียงพยักหน้า
ไป๋สวงกระโดดขึ้นไปยืนบนเชิงเทินกำแพง มองออกไปทางทิศเฉียงด้านหน้า ซึ่งเป็นทิศทางที่เต่าเกราะหินกำลังมุ่งหน้าไป
มู่เหลียงหันไปกำชับว่า
“ฮู่เตียน พอถึงอาณาจักรไห่ถิงแล้ว ระวังตัวด้วยนะ”
“ค่ะ”
ฮู่เตียนยิ้มหวานพลางพยักหน้า
เธอจะต้องติดตามหยู่ฉินอี๋และไป๋สวงไปที่อาณาจักรไห่ถิง เพื่อเข้าเฝ้ากษัตริย์แห่งไห่ถิง และยื่นสาส์นเจริญสัมพันธไมตรีอย่างเป็นทางการ
ฟิ้ว ฟิ้ว...
เงาดำปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้าไกลๆ กำลังพุ่งตรงมายังป้อมซานไห่อย่างรวดเร็ว
“ซิไป๋ฉีกลับมาแล้ว”
ดวงตาสีดำของมู่เหลียงเป็นประกาย
“กลับมาแล้วค่าาาา”
เสียงตื่นเต้นของซิไป๋ฉีดังแว่วมาแต่ไกล
ต้าอ้านพูดเสียงเบาว่า
“ดูดีใจขนาดนี้ คงจะเจออะไรเข้าแล้ว”
ฟิ้ว...
สาวน้อยแวมไพร์ร่อนลงมาจากท้องฟ้า มาหยุดอยู่ตรงหน้ามู่เหลียง ดวงตาสีแดงเลือดเปลี่ยนกลับเป็นสีทอง
“ท่านมู่เหลียง ฉันเห็นแผ่นดินแล้ว แล้วก็เห็นท่าเรือกับเรือใหญ่ๆ ด้วย”
ซิไป๋ฉีพูดเสียงใส
มู่เหลียงถามด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“อยู่ห่างจากพวกเราแค่ไหน?”
ซิไป๋ฉีตอบเสียงฉะฉาน
“ด้วยความเร็วของเต่าทมิฬน้อย อีกครึ่งชั่วโมงก็น่าจะถึง”
“โอ้... เยี่ยม”
มู่เหลียงพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
ไป๋สวงกอดองค์ทองไว้แน่น บ่นอุบอิบว่า
“ต้องรออีกตั้งครึ่งชั่วโมงแน่ะ”
เธอหันกลับมาถามมู่เหลียงด้วยสีหน้าจริงจัง
“ท่านมู่เหลียง ท่านจะให้เมืองเต่าทมิฬจอดเทียบท่าเลยหรือเปล่า?”
มู่เหลียงส่ายหน้า ตอบเรียบๆ ว่า
“ไม่หรอก เราจะรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากชายฝั่งเอาไว้”
ขืนให้เต่าเกราะหินขึ้นฝั่ง มีหวังได้เกิดความแตกตื่นครั้งใหญ่ในอาณาจักรไห่ถิงแน่ๆ
“ค่อยยังชั่วหน่อย”
ไป๋สวงถอนหายใจโล่งอก
“แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะ ถ้ามีใครโจมตีเข้ามา เมืองเต่าทมิฬจะตอบโต้ทันที”
มู่เหลียงพูดเสียงเข้ม
ไป๋สวงทำหน้าขึงขัง
“ฉันจะบอกท่านพ่อให้ค่ะ จะได้ไม่เกิดการปะทะกัน”
“อืม”
มู่เหลียงพยักหน้าเบาๆ
ไป๋สวงมองออกไปที่ทะเล ในใจเต็มไปด้วยความคาดหวัง รอคอยวินาทีที่จะได้พบหน้าพ่อกับแม่
ในใจของหยู่ฉินอี๋ก็คาดหวังเช่นกัน ขอเพียงส่งไป๋สวงกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย เธอก็จะได้สิทธิ์เข้าไปในหอสมุดหลวงของวัง เพื่อค้นหาความลับที่ถูกฝังกลบเอาไว้
“หวังว่าจะเจอสิ่งที่ฉันต้องการนะ...”
เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“พี่ ต้องกลับมานะ”
หยู่ฉินหลานเดินมายืนข้างพี่สาว คล้องแขนเธอไว้
หยู่ฉินอี๋ตบมือน้องสาวเบาๆ ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วพูดว่า
“เฮ้อ... ไว้จัดการเรื่องทางโน้นเสร็จก่อนค่อยว่ากันเถอะ”
ใจจริงเธอยังคงหลงใหลในการตามหาความลับเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของทวีป จะให้เธอปักหลักอยู่ที่ไหนนานๆ คงเป็นเรื่องยาก
หยู่ฉินหลานทำเสียงฮึดฮัด
“ฮึ ถ้าพี่หนีไปอีก ฉันจะไปตามจับพี่กลับมาเองคอยดู”
“เธอจะจับพี่ได้เหรอ?”
หยู่ฉินอี๋หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
หยู่ฉินหลานพูดด้วยความมั่นใจและสง่างาม
“พี่ ฝีมือฉันไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่หรอกนะ”
“เธอก็แค่โชคดีที่เจอมู่เหลียงต่างหาก”
หยู่ฉินอี๋เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยอมรับ
หยู่ฉินหลานยิ้ม รับคำว่า
“ใช่ ฉันโชคดีจริงๆ”
หยู่ฉินอี๋กลอกตาไปมา กระซิบเสียงเบาว่า
“แต่เธอก็ต้องเร่งมือหน่อยนะ เช่น... มีลูกก่อนสักคนก็ได้นี่...”
รอยยิ้มมุมปากของหยู่ฉินหลานแข็งค้างไปทันที