- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1175 ภาพที่ไม่เหมาะสำหรับเด็ก?
ตอนที่ 1175 ภาพที่ไม่เหมาะสำหรับเด็ก?
ตอนที่ 1175 ภาพที่ไม่เหมาะสำหรับเด็ก?
ตึก ตึก ตึก...
ภายในพระราชวัง บูเว่ยเอ๋อก้าวเท้าเดินอย่างกระฉับกระเฉง เรือนผมยาวสยายด้านหลังพลิ้วไหวไปตามจังหวะการเดิน
บูเว่ยเอ๋อมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือ ปากก็บ่นพึมพำกับตัวเอง
"ดึกป่านนี้แล้ว มู่เหลียงมีธุระอะไรกับฉันอีกนะ?"
เธอเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จและเตรียมหาอะไรทำแก้เบื่อ แต่จู่ๆ สาวใช้ตัวน้อยก็มาแจ้งว่ามู่เหลียงต้องการพบ
"หรือว่าเขาจะ..."
ฝีเท้าของบูเว่ยเอ๋อชะงักกึก ภาพเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสำหรับเด็กผุดขึ้นมาในหัว
ร่างกายของเธอสั่นระริก รีบส่ายหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ปลอบใจตัวเองในใจว่ามู่เหลียงไม่ใช่คนแบบนั้น
"คุณบูเว่ยเอ๋อคะ ท่านมู่เหลียงรออยู่แล้วค่ะ"
เสียงของเว่ยหยูหลันดังขึ้นเตือนสติที่หน้าประตูห้องหนังสือ
"อื้ม"
บูเว่ยเอ๋อรีบขานรับ
เว่ยหยูหลันหันไปผลักประตูห้องหนังสือ แล้วรายงานด้วยความเคารพ
"ท่านมู่เหลียงคะ คุณบูเว่ยเอ๋อมาแล้วค่ะ"
เสียงอันสดใสของมู่เหลียงดังตอบกลับมา
"ให้เธอเข้ามาได้"
บูเว่ยเอ๋อพรูลมหายใจออก ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้อง
ภายในห้องหนังสือ หยู่ฉินอี๋ที่เพิ่งทานมื้อเย็นเสร็จกำลังนั่งคุยอยู่กับมู่เหลียง
หยู่ฉินอี๋หันกลับมามองบูเว่ยเอ๋อ ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเปล่งประกายขึ้น
บูเว่ยเอ๋อพยักหน้าทักทาย
"ท่านมู่เหลียง พี่ฉินหลาน"
"เชิญนั่งครับ"
มู่เหลียงผายมือเชื้อเชิญ
บูเว่ยเอ๋อนั่งลงข้างกายหยู่ฉินอี๋ ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
เธอหันไปถามด้วยความตกใจ
"เอ๊ะ พี่ฉินหลานทำไมถึงตัดผมสั้นล่ะคะ?"
หยู่ฉินอี๋มองค้อนด้วยแววตาน้อยใจนิดๆ ก่อนจะพูดอย่างหมั่นไส้
"ไม่เจอกันไม่กี่ปี จำฉันไม่ได้แล้วเหรอ?"
"หือ??"
บูเว่ยเอ๋อชะงักไป
เธอหันไปมองมู่เหลียงที่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า วินาทีนั้นเธอก็เข้าใจทุกอย่างทันที
บูเว่ยเอ๋อเบิกตากว้าง ร้องอุทานเสียงหลง
"เธอคือ... ฉินอี๋?"
"ฉันเอง"
หยู่ฉินอี๋พยักหน้ายิ้ม การได้พบเพื่อนเก่าในอดีตทำให้เธอดีใจจนบอกไม่ถูก
ขอบตาของบูเว่ยเอ๋อแดงก่ำ เธอพูดด้วยความยินดีปรีดา
"เป็นเธอจริงๆ ด้วย ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอเธออีกแล้ว"
"ตอนนี้ก็ได้เจอกันแล้วนี่นา"
หยู่ฉินอี๋เองก็ขอบตาแดงเช่นกัน ความตื่นเต้นดีใจฉายชัดอยู่บนใบหน้า
"เธอปลอดภัยก็ดีแล้ว ปลอดภัยก็ดีแล้ว..."
บูเว่ยเอ๋อพยักหน้าหงึกหงักด้วยความตื้นตัน
มู่เหลียงจิบชาร้อน มองดูทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างออกรสโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างด้วยสายตาเรียบสงบ
ทั้งสองคุยกันอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามู่เหลียงยังนั่งหัวโด่เป้นก้างขวางคออยู่ตรงนี้
หยู่ฉินอี๋กล่าวขอโทษ
"ขอโทษทีนะ พอดีตื่นเต้นไปหน่อย"
มู่เหลียงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างไม่ถือสา
"ไม่เป็นไรครับ คุยกันต่อเถอะ"
บูเว่ยเอ๋ออ้าปากจะพูด แต่ก็รู้สึกเกรงใจที่จะคุยต่อ
แอ๊ด...
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออก
หยู่ฉินหลานเดินนวยนาดเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม เอ่ยเตือน
"ดึกแล้วนะ ได้เวลาพักผ่อนแล้ว"
"คืนนี้ฉันขอนอนกับเธอนะ"
หยู่ฉินอี๋พูดด้วยรอยยิ้ม
"ได้สิ"
หยู่ฉินหลานพยักหน้ายิ้มรับ
บูเว่ยเอ๋อลุกขึ้นยืน หันไปพูดกับหยู่ฉินอี๋ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"งั้นฉันกลับก่อนนะ ไว้พรุ่งนี้ถ้าไม่ยุ่งจะแวะมาหาใหม่"
หยู่ฉินอี๋พยักหน้า ตอบเสียงใส
"อื้ม วันหลังยังมีเวลาคุยกันอีกเยอะ"
บูเว่ยเอ๋อเดินจากไป ฝีเท้าของเธอดูเบาสบายและร่าเริงยิ่งกว่าตอนขามาเสียอีก
สำหรับเธอแล้ว การปรากฏตัวของหยู่ฉินอี๋คือเรื่องที่ทำให้เธอมีความสุขอย่างแท้จริงเรื่องแรก หลังจากเหตุการณ์คืนภูติจันทรุปราคาจบลง
หยู่ฉินหลานหันไปถามมู่เหลียงอย่างสง่างาม
"มู่เหลียง ลี่เยว่บอกว่าพวกโจรสลัดกลุ่มนั้นเตรียมตัวจะกลับกันแล้ว เราต้องรั้งตัวพวกเขาไว้ไหม?"
"ถ้าไม่ได้ทำผิดกฎหมายหรือละเมิดกฎระเบียบอะไร ก็ปล่อยพวกเขาไปเถอะ"
มู่เหลียงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
หยู่ฉินหลานยิ้มหวาน
"ได้ พวกเขาค่อนข้างว่านอนสอนง่าย แถมยังช่วยสมทบทุนผลึกอสูรให้เราได้เยอะเลย"
"งั้นก็ปล่อยไปเถอะ วันหน้าพวกเขาจะได้ขนผลึกอสูรมาให้เราอีก"
มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ
"ตกลง"
หยู่ฉินหลานรับคำ
หยู่ฉินอี๋ถามด้วยความเป็นห่วง
"จริงสิ แล้วเจี๋ยอวี่ฟูล่ะ เป็นยังไงบ้าง?"
หยู่ฉินหลานตอบเสียงใส
"วางใจเถอะ เขาใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญอยู่ในถนนการค้า อยากจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ตลอดเวลา"
"งั้นก็ดี พรุ่งนี้ฉันจะเอาค่าจ้างไปจ่ายให้เขา แล้วก็คงให้เขาแยกตัวไปได้เลย"
หยู่ฉินอี๋พยักหน้า
จากนั้นเธอก็ถูกหยู่ฉินหลานลากตัวออกไป เมื่อตอนกลางวันยังคุยกันไม่จุใจ คืนนี้คงต้องกลับไปคุยต่อที่ห้องนอน
ภายในห้องเหลือเพียงมู่เหลียงอีกครั้ง เขานั่งเงียบๆ พลิกดูเอกสารบนโต๊ะ
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป สี่ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
"ฮ้าววว..."
มู่เหลียงหาวออกมาหนึ่งที เงยหน้ามองนาฬิกาลูกตุ้มบนผนัง ตีสามแล้ว
"เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ"
เขานวดต้นคอแก้เมื่อย ยกถ้วยชาข้างมือขึ้นมาดื่ม พบว่ามันเย็นชืดไปหมดแล้ว
"เซียวมี่?"
มู่เหลียงเอ่ยเรียกเบาๆ
แอ๊ด...
วินาทีต่อมา ประตูห้องก็เปิดออก เซียวมี่ที่อยู่เวรเฝ้ายามเดินเข้ามาในห้อง
"ท่านมู่เหลียง มีอะไรให้รับใช้คะ?"
เธอถามเสียงนุ่ม
มู่เหลียงสั่งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ชงชาร้อนมาให้กาหนึ่งสิ"
"ได้ค่ะ"
เซียวมี่พยักหน้าอย่างว่าง่าย เก็บถ้วยชาเย็นชืดออกไปจากห้อง
ตึก ตึก ตึก...
สาวใช้ตัวน้อยเพิ่งออกไปได้ไม่นาน เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากนอกห้องอีกครั้ง คนมาใหม่ดูรีบร้อน ฟังจากเสียงก็รู้ว่าวิ่งมา
"โหย่วเฟ่ย?"
มู่เหลียงเลิกคิ้วขึ้น คนที่มาเดินเท้าเปล่า ฟังจากเสียงฝีเท้าก็จำแนกออกได้ทันที
ปัง!
วินาทีต่อมา ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกเต็มแรง
สาวน้อยผมแกละสีทองชะโงกหน้าเข้ามา เมื่อเห็นมู่เหลียง รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"มู่เหลียง นายยังไม่นอนจริงๆ ด้วย"
โหย่วเฟ่ยวิ่งถลารวดเดียวเข้ามาในห้อง
"เธอก็ยังไม่นอนเหมือนกัน ไม่ง่วงเหรอ?"
มู่เหลียงมองสาวน้อยผมทวินเทลสีทอง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
โหย่วเฟ่ยส่ายหน้า พูดด้วยท่าทางน่าเอ็นดู
"ไม่ง่วง ฉันตื่นตัวจะตาย"
"ไม่ใส่รองเท้าอีกแล้วนะ เดี๋ยวก็ล้มหน้าทิ่มหรอก"
มู่เหลียงดึงร่างของสาวน้อยจอมซุ่มซ่ามเข้ามาหา อุ้มเธอขึ้นมานั่งบนตัก เอื้อมมือไปหยิบผ้ามาเช็ดฝ่าเท้าให้เธอ
"มู่เหลียง..."
ใบหน้าสวยของโหย่วเฟ่ยแดงซ่านขึ้นมาทันที สายตาลอกแลกไม่กล้าสบตากับมู่เหลียง
หัวใจของเธอเต้นรัวเร็ว ตื่นเต้นจนแทบจะเป็นลม
โหย่วเฟ่ยกรีดร้องในใจ... มู่เหลียงกอดฉันแล้ว ในที่สุดเขาก็กอดฉันอีกแล้ว!!
"ทำไมยังไม่นอน?"
มู่เหลียงถามเสียงนุ่ม
"มู่เหลียง ฉันวิจัยสำเร็จแล้วนะ!"
โหย่วเฟ่ยโชว์ขวดแก้วในมือให้ดู ภายในบรรจุของเหลวสีน้ำตาลเข้ม
มู่เหลียงรับขวดแก้วมาจากมือของสาวน้อยขี้ลืม ถามด้วยความสงสัย
"นี่คืออะไร?"
โหย่วเฟ่ยตอบเสียงใส
"ยาปีศาจไงล่ะ"
(ก่อนหน้านี้ ใช้คำว่ายาเสน่ห์ แต่มันไม่เข้ากับตัวยา ผมเลยขอเปลี่ยนชื่อใหม่นะครับ)
ยาปีศาจ?
ดวงตาสีดำขลับของมู่เหลียงเป็นประกาย สูตรยาที่ไป๋สวงให้มาก่อนหน้านี้ ดูเหมือนจะเป็นสูตรของยาปีศาจ
เขาถามด้วยความประหลาดใจ
"ปรุงสำเร็จเร็วขนาดนี้เชียว?"
โหย่วเฟ่ยตอบเสียงใสซื่อ
"จริงๆ แล้วมันปรุงไม่ยากหรอก แค่ขาดสมุนไพรบางชนิด แต่เมื่อวานมีคนเอามาส่งให้พอดี"
ไป๋สวงเขียนวิธีปรุงยาปีศาจไว้อย่างละเอียดชัดเจน แค่ทำตามขั้นตอนก็สำเร็จได้
สาเหตุที่ได้สูตรมาแล้วแต่ยังไม่ได้ปรุง ก็เพราะขาดวัตถุดิบยางอย่างที่มีเฉพาะในทวีปใหม่เท่านั้น
"เป็นอย่างนี้นี่เอง"
มู่เหลียงพยักหน้าช้าๆ
กลุ่มโจรสลัดเล่ยเต๋อเพื่อที่จะแลกเปลี่ยนสินค้า นอกจากจะใช้ผลึกอสูรจนหมดแล้ว ยังควักเอาสมุนไพรดีๆ ออกมาแลกเปลี่ยนด้วย และสมุนไพรพวกนั้นก็ถูกส่งไปที่สถาบันวิจัย
"ฉันให้คนทดลองยาดูแล้ว พอดื่มเข้าไปจะช่วยเพิ่มพลังได้หนึ่งเท่าตัวในระยะเวลาสั้นๆ แต่ผลข้างเคียงก็ไม่ใช่น้อยๆ เลย"
โหย่วเฟ่ยเงยหน้าขึ้นมอง
เธอทำหน้าจริงจังพลางอธิบาย
"หลังจากหมดฤทธิ์ยา คนที่ดื่มยาจะกลายเป็นเหมือนคนธรรมดา ร่างกายจะอ่อนแอผิดปกติ เผลอๆ จะสู้คนธรรมดาไม่ได้ด้วยซ้ำ"