- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1151 คนหนึ่งไม่อยากได้ อีกคนยัดเยียดให้
ตอนที่ 1151 คนหนึ่งไม่อยากได้ อีกคนยัดเยียดให้
ตอนที่ 1151 คนหนึ่งไม่อยากได้ อีกคนยัดเยียดให้
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ
น้ำแข็งแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
สัตว์อสูรระดับราชันดิ้นรนสุดชีวิต ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง กระดูกลั่น เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ ดังสนั่น แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการของใยแมงมุมพันเงาได้
"ยอมแพ้ซะเถอะ"
มู่เหลียงสีหน้าเรียบเฉย ค่อยๆ เคลื่อนกายเข้าไปใกล้มันช้าๆ
โฮก...
สัตว์อสูรระดับราชันคำรามต่ำ ดวงตาขนาดมหึมาแดงก่ำราวกับกระหายเลือด
มู่เหลียงยื่นมือออกไป ทาบฝ่ามือลงบนหัวของมันด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ประกายสายฟ้าสีม่วงแลบแปลบปลาบไปตามแขน ปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
โฮก ก ...
สัตว์อสูรระดับราชันกรีดร้องโหยหวน เสียงร้องนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวด แต่มันดังอยู่เพียงแค่สองอึดใจก็เงียบกริบลง
ก่อนตาย มันสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจของมู่เหลียง ที่ยิ่งใหญ่และสูงส่งดั่งขุนเขาที่ไม่อาจต่อกรได้
มู่เหลียงลดมือลง สัตว์อสูรระดับราชันสิ้นลมหายใจ ตายสนิทชนิดที่ไม่สามารถตายไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
ฉึก...
เขาขยับมืออีกครั้ง นิ้วทั้งสองชิดติดกันราวกับกระบี่ แทงทะลุกะโหลกศีรษะของสัตว์อสูรระดับราชัน เพื่อคว้านเอาผลึกสัตว์อสูรออกมา
ผลึกขนาดเท่าลูกส้มโอ ปรากฏแก่สายตา มันมีสีฟ้าน้ำทะเลใสกระจ่าง ไร้ซึ่งมลทินใดๆ
"สวยงามจริงๆ"
มู่เหลียงยกยิ้มมุมปาก
เขาออกคำสั่งในใจ
"ระบบ เปลี่ยนเป็นแต้มวิวัฒนาการ"
-ติ๊ง! การเปลี่ยนสภาพสำเร็จ!-
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่คุ้นเคยดังขึ้น
มู่เหลียงส่งกระแสจิต เปิดหน้าต่างสถานะของตัวเองขึ้นมาดู
แต้มวิวัฒนาการ: 2,026,775,900
"สองพันล้านแล้ว เก็บได้ช้าชะมัด"
มู่เหลียงถอนหายใจ หนทางสู่หนึ่งแสนล้านแต้มวิวัฒนาการยังอีกยาวไกล
เขามองซากสัตว์อสูรระดับราชันที่ไร้ชีวิต แล้วยกมือขึ้นทำท่าเหมือนยกของ
น้ำแข็งระเบิดออก ซากสัตว์อสูรค่อยๆ ลอยขึ้น แล้วเคลื่อนตามมู่เหลียงออกจากทะเลหมอก
บนหัวของเต่าทมิฬน้อย ลี่เยว่และไป๋สวงกำลังชะเง้อคอรอกันอย่างใจจดใจจ่อ
ไป๋สวงสีหน้าเปลี่ยนไป พึมพำกับตัวเอง
"เสียงร้องเมื่อกี้ ฉันได้ยินถึงความหวาดกลัวของมัน"
เสียงคำรามก่อนตายของสัตว์อสูรระดับราชัน ดังทะลุออกมานอกทะเลหมอก
ที่ปลายสุดสายตาของทั้งสอง ณ กำแพงหมอกสูงเสียดฟ้า เงาดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น
มู่เหลียงกลับมาแล้ว พร้อมกับซากสัตว์อสูรระดับราชันที่ลอยเด่นเข้ามาในครรลองสายตาของสองสาว
"บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
ลี่เยว่ถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เลย"
มู่เหลียงตอบเสียงนุ่ม
ไป๋สวงกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ สายตาจับจ้องไปที่ซากสัตว์อสูรระดับราชัน พูดเสียงสั่น
"เก่งเกินไปแล้ว จัดการสัตว์อสูรระดับราชันได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ!"
แอร๊!!
เต่าทมิฬน้อยคำรามสองครั้ง ดวงตาสัตว์ร้ายขนาดมหึมาเป็นประกายวาววับด้วยความปรารถนา
"อยากกินเหรอ?"
มู่เหลียงเลิกคิ้ว
เต่าทมิฬน้อยไม่ได้ส่งเสียงตอบ แต่... แววตาที่ลุกโชนนั้นเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ พลิกฝ่ามือเรียกดาบยาวออกมา ผ่าซากสัตว์อสูรเพื่อเลาะเอาเอ็นยาวนับร้อยเมตรออกมา
ไป๋สวงตาเป็นประกายสีม่วงทอง อุทานด้วยความทึ่ง
"วัตถุดิบชั้นเลิศสำหรับทำอุปกรณ์เวท!"
มู่เหลียงยังเลาะกระดูกออกมาอีกหลายชิ้น หลังจากทำความสะอาดแล้ว ผิวของมันก็เนียนเรียบราวกับหยก
เขาเฉือนเนื้อออกมาอีกหลายก้อน เก็บไว้ลองลิ้มรส ส่วนที่เหลือทั้งหมดก็ยกให้เต่าทมิฬน้อย
โฮก...
เต่าทมิฬน้อยอ้าปากกว้างดั่งถ้ำยักษ์ กลืนซากที่เหลือของสัตว์อสูรระดับราชันลงไปในคำเดียว
"ยังมีวัตถุดิบดีๆ อีกตั้งเยอะ ทิ้งไปเฉยๆ แบบนี้เลยเหรอคะ?"
ไป๋สวงอ้าปากค้าง ทำหน้าเหมือนเห็นคนทิ้งขว้างของมีค่า
มู่เหลียงตอบเรียบๆ
"ของพวกนั้นกินไปก็มีประโยชน์กับเต่าทมิฬน้อย ไม่ถือว่าเสียของหรอก"
เต่าทมิฬน้อยตัวใหญ่มาก ซากสัตว์อสูรระดับราชันสำหรับมันก็เหมือนแค่ออเดิร์ฟจานเล็กๆ แค่พอให้อิ่มท้องนิดหน่อยเท่านั้น
"..."
ไป๋สวงมุมปากกระตุก ไม่เข้าใจความคิดของเขาเลยสักนิด
มู่เหลียงมองเอ็นสัตว์อสูรขนาดเท่าแขน หลังผ่านกรรมวิธีแล้วน่าจะเหลือขนาดประมาณหนึ่งในสาม
"วัตถุดิบพวกนี้เอามาทำธนูคันใหม่ให้เธอได้พอดีเลย"
เขาพูดพลางหันไปมองลี่เยว่
"หา!!"
ลี่เยว่อึ้งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าสวยแดงระเรื่อ
"ไม่ต้องหรอกค่ะ นายทำให้ฉันตั้งสามคันแล้วนะ"
"แค่สามคันเอง ไม่เยอะหรอกน่า"
มู่เหลียงพูดอย่างไม่ใส่ใจ
"..."
ไป๋สวงมุมปากกระตุกอีกรอบ
ลี่เยว่ส่ายหน้ายืนกราน
"ไม่ต้องจริงๆ ฉันมียุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูงตั้งสองคันแล้ว"
"สองคันนั้นมันแค่ระดับสูงเกรดทั่วไป เธอยังขาดระดับสูงพิเศษอยู่นะ"
มู่เหลียงกล่าวเสียงเรียบ
ยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูงก็ยังแบ่งคุณภาพออกเป็น ต้น กลาง สูง และพิเศษ
เกราะภูติผีที่สาวน้อยผมเงินสวมใส่อยู่ ก็คือยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูงพิเศษ
"..."
สายตาของไป๋สวงเต็มไปด้วยความอิจฉา คนหนึ่งไม่อยากได้ อีกคนก็ยัดเยียดให้ ความเผด็จการแบบนี้น่าอิจฉาชะมัด
นางอยากจะตะโกนออกไปว่า ถ้าไม่เอา ก็เอามาให้ฉันสิ!'
สาวน้อยผมม่วงพักอยู่ในวังมาเกือบเดือนแล้ว จึงรู้ความแตกต่างระหว่างยุทธภัณฑ์วิญญาณกับอุปกรณ์เวทดี
ยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูง เทียบเท่ากับอุปกรณ์เวทระดับสูงของทวีปใหม่ ซึ่งเป็นของหายากและล้ำค่ามาก ในอาณาจักรไห่ถิง คนที่ครอบครองอุปกรณ์เวทระดับสูงมีไม่ถึงยี่สิบคน
และในวังหลวงไห่ถิง มีคนที่มีอุปกรณ์เวทระดับสูงเพียงแค่ห้าคนเท่านั้น
ลี่เยว่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก พูดเสียงอ่อน
"มู่เหลียง คนอื่นจะอิจฉาเอานะ..."
"ใคร?"
มู่เหลียงเลิกคิ้ว
ลี่เยว่อ้าปากจะพูด แต่สุดท้ายก็หุบปากเงียบ
เพื่อนร่วมหน่วยปฏิบัติการพิเศษภูติผีอย่างหยางปิง หนี่จี่ชา และคนอื่นๆ มีแค่เกราะภูติผีกับปืนซุ่มยิงเท่านั้น อาวุธอื่นๆ ก็เป็นของพื้นฐานที่ทุกคนมีเหมือนกันหมด
ส่วนลี่ลี่ เนื่องจากปัญหาเรื่องพลังผู้ตื่น มู่เหลียงจึงสร้างชุดกระบี่บินให้ แม้จะเป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูง แต่ก็เป็นเพียงคุณภาพระดับกลาง
แม้สาวน้อยผมเงินจะไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่มู่เหลียงก็เข้าใจความหมาย
เขาพยักหน้าช้าๆ
"พวกนางไม่เหมือนกัน แต่เดี๋ยวต่อไปก็จะมีเหมือนกันแหละ"
รอให้เขาว่างเมื่อไหร่ เขาตั้งใจจะอัปเกรดอาวุธให้สมาชิกหน่วยปฏิบัติการพิเศษภูติผีทุกคนอยู่แล้ว
"ก็ได้"
ลี่เยว่ถึงยอมเลิกปฏิเสธ
"..."
ไป๋สวงมองด้วยสายตาแปลกๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมลี่เยว่ถึงต้องปฏิเสธหัวชนฝาขนาดนั้น
มู่เหลียงตบไหล่ลี่เยว่เบาๆ เงยหน้าขึ้นสั่งการเรียบๆ
"เต่าน้อย เดินหน้าต่อ"
แอร๊
เต่าทมิฬน้อยคำรามต่ำ ขาทั้งสี่ใต้ผิวน้ำกวักแกว่งเบาๆ พาร่างมุ่งหน้าสู่ทะเลหมอก
หัวขนาดยักษ์มุดเข้าไปในม่านหมอกเป็นส่วนแรก ตามด้วยป้อมซานไห่และกำแพงเมืองสูงตระหง่าน
มู่เหลียงและสองสาวที่ยืนอยู่บนหัวเต่า ถูกหมอกหนาโอบล้อมรอบตัว ทัศนวิสัยเหลือเพียงไม่กี่เมตร
"ที่แท้ข้างในทะเลหมอกก็เป็นแบบนี้นี่เอง..."
ไป๋สวงเผยอปากเล็กน้อย มองสำรวจรอบตัวด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ก็เห็นเพียงหมอกขาวโพลน
"มองไม่เห็นอะไรเลย"
ไป๋สวงขมวดคิ้ว
มู่เหลียงส่งความคิดขยายอาณาเขตแสงดาวออกไป แสงสีเขียวผลักดันหมอกให้ถอยห่างออกไป
"ไปเถอะ กลับกัน"
มู่เหลียงเอ่ยเสียงนุ่ม
"ค่ะ"
ลี่เยว่พยักหน้า
ทั้งสามคนเหาะขึ้นฟ้า มุ่งหน้ากลับสู่เขตยอดเขาในเมืองชั้นใน
กลางอากาศ หมอกก็ถูกอาณาเขตแสงดาวกันเอาไว้ไม่ให้เข้ามาในเขตเมืองเช่นกัน
เวลานี้เต่าทมิฬน้อยได้เข้ามาอยู่ในทะเลหมอกเต็มตัวแล้ว ทิ้งพายุไว้เบื้องหลัง กำแพงหมอกกั้นขวางทุกอย่างเอาไว้
เมื่อเต่าทมิฬน้อยเคลื่อนผ่านไป หมอกก็เริ่มกลับมารวมตัวกันปิดทาง
มิ้ว...
ที่ด้านท้ายของเต่าทมิฬน้อย อสูรวิญญาณแปดหางเริ่มปฏิบัติงาน มันปล่อยหมอกสีเทาออกไปผสมผสานกับหมอกในทะเลหมอก แล้วควบคุมให้หมอกแหวกออกเป็นทาง กว้างยาวหนึ่งร้อยเมตร กลายเป็นเขตปลอดหมอก
ในอนาคต เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางเดียวที่เชื่อมต่อมหาสมุทรทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน
แน่นอนว่าทางเข้าจะยังคงถูกปกคลุมด้วยหมอก ต้องใช้อุปกรณ์เวทเฉพาะทางหรือรู้วิธีสังเกตเท่านั้นถึงจะเข้าสู่เส้นทางนี้ได้
ไม่อย่างนั้น ถ้าใครๆ ก็เข้ามาได้ ก็เท่ากับเปิดประตูให้คนอื่นเข้ามาโจมตีง่ายๆ น่ะสิ
ในอนาคตถ้าเป็นไปได้ หลังจากเชื่อมต่อทะเลทั้งสองฝั่งและเปิดเส้นทางการค้าแล้ว สิ่งที่มู่เหลียงจะทำก็คือการเก็บค่าผ่านประตูและค่าธรรมเนียมการใช้ทาง