- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1139 คนกันเอง
ตอนที่ 1139 คนกันเอง
ตอนที่ 1139 คนกันเอง
ลิฟต์ขนส่งหยุดลงที่ชั้นแปดของเนินสูง เว่ยกังนำทางเจ้าหุบเขาเฟ่ยหลงออกจากลิฟต์ มุ่งหน้าไปยังตำหนัก
ที่หน้าประตู เว่ยหยูหลันซึ่งกะเวลาไว้อย่างดีมายืนรออยู่แล้ว
"พ่อ"
เว่ยหยูหลัน ส่งยิ้มหวานให้เว่ยกัง
ใบหน้าที่เคร่งขรึมของเว่ยกัง แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม ตอบเสียงอ่อนโยน
"ไม่เจอกันไม่กี่วัน ดูเหมือนจะสูงขึ้นอีกแล้วนะ"
"จริงหรอคะ?"
เว่ยหยูหลันเอียงคอ เอามือวัดความสูงตัวเองเทียบกับตัวพ่อ
"จริงสิ พ่อดูแวบเดียวก็รู้แล้ว"
เว่ยกังลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู
เจ้าหุบเขาเฟ่ยหลง ยืนมองตาต่ำไม่ได้เร่งรัดอะไร
เว่ยหยูหลันหน้าแดงระเรื่อ พูดเสียงอ้อน
"พ่อคะ พาแขกไปที่ห้องรับรองก่อนเถอะค่ะ ท่านมู่เหลียงกำลังรับประทานอาหารอยู่ อีกครึ่งชั่วโมงถึงจะเรียบร้อย"
"ได้สิ"
เว่ยกังพยักหน้า
"เชิญทางนี้ค่ะ ท่านเจ้าแห่งหุบเขา"
เว่ยหยูหลันหันไปบอกเจ้าหุบเขาเฟ่ยหลง แล้วเดินนำเข้าสู่ตำหนัก
"อืม"
เจ้าหุบเขาเฟ่ยหลงรับคำในลำคอ แล้วเดินตามเข้าไป
เจ้าหุบเขาเฟ่ยหลงนั่งรอในห้องรับรอง สาวใช้ตัวน้อยยกขนมและชาร้อนมาส่ง
ใบหน้าที่บึ้งตึงของเขาจึงค่อยดูดีขึ้นมาบ้าง จิบชาทานขนมฆ่าเวลาไปพลางๆ ก็ไม่นับว่าน่าเบื่อนัก
ด้านนอกห้องรับรอง เว่ยหยูหลันแลเว่ยกังยืนคุยกันเสียงเบา
ช่วงที่เกิดคลื่นผีมายาเว่ยกัง ไม่ได้กลับบ้านเลย เขาประจำการอยู่ที่ป้อมซานไห่ตลอดเวลา
"แม่เป็นยังไงบ้าง?"
เว่ยกังถามด้วยสายตารู้สึกผิด
"แม่สบายดีค่ะ แค่คิดถึงพ่อหน่อยๆ"
เว่ยหยูหลันกระพริบตาปริบๆ ทำหน้าล้อเลียน
เว่ยกังพยักหน้าเข้าใจ
"พรุ่งนี้พ่อก็ได้หยุดพักแล้ว จะกลับไปอยู่เป็นเพื่อนแม่นะ"
"ดีเลยค่ะ แม่ต้องดีใจมากแน่ๆ"
เว่ยหยูหลันยิ้มแก้มปริ
เธอกระซิบถาม
"พ่อยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงใช่ไหมคะ?"
เว่ยกังส่ายหน้า
"ยังเลย ท่านเจ้าหุบเขามาพอดี เดี๋ยวกลับไปกินที่บ้านก็ได้"
"ในครัวมีของกินนะคะ พ่อกินรองท้องก่อนไหม?"
เว่ยหยูหลันถามเสียงนุ่ม
เว่ยกังส่ายหน้า ปฏิเสธเสียงแข็ง
"ไม่ได้หรอก ถึงลูกจะเป็นลูกสาวพ่อ แต่ของในตำหนักเป็นของท่านเจ้าเมือง ถ้าไม่ได้รับอนุญาต จะเอามาให้คนอื่นกินไม่ได้"
"ก็จริงค่ะ"
เว่ยหยูหลันยิ้มทะเล้น
ดวงตาของเธอเป็นประกายพูดขึ้นว่า
"พ่อคะ ท่านมู่เหลียงให้ผลไม้หนูมา เดี๋ยวหนูเอามาให้พ่อกินนะ"
"ไม่ต้องหรอก ผลไม้พ่อกินทุกวันอยู่แล้ว"
เว่ยกังโบกมือ
เว่ยหยูหลันยิ้มซุกซน
"ฮิๆ เป็นผลไม้ที่พ่อไม่เคยกินแน่นอน ตอนนี้มีแค่ในตำหนักเท่านั้น"
ไม่รอให้เว่ยกังทักท้วง เธอรีบวิ่งกลับไปที่เรือนพักส่วนตัวอย่างตื่นเต้น
"ยัยเด็กคนนี้นี่..."
เว่ยกังเกาจมูก ผลไม้ที่ไม่เคยกินงั้นเหรอ?
ตึก ตึก ตึก...
เว่ยหยูหลันวิ่งกลับมา ในมือประคองลิ้นจี่ห้าลูก ยื่นให้พ่อราวกับกำลังมอบสมบัติล้ำค่า
เธอพูดเสียงใส
"พ่อรีบกินดูสิคะ อร่อยกว่าแอปเปิลกับส้มอีกนะ"
"ได้ๆ"
เว่ยกังก็ชักสงสัย หยิบลิ้นจี่ขึ้นมาเตรียมจะยัดเข้าปากทั้งลูก
เว่ยหยูหลันอ้าปากค้าง ร้องเสียงหลง
"เดี๋ยวๆๆ ต้องปอกเปลือกก่อนค่ะ"
เว่ยกังชะงัก มองหน้าลูกสาวที่กำลังกลั้นขำด้วยความเก้อเขิน
"ต้องแกะแบบนี้ค่ะ"
เว่ยหยูหลัน ยัดลิ้นจี่ที่เหลือใส่กระเป๋าเสื้อเกราะของพ่อ แล้วสาธิตวิธีการปอกเปลือกให้ดู
เว่ยกังมองเนื้อผลไม้สีขาวนวล อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปาก
เขากัดเนื้อลิ้นจี่ในมือลูกสาว เคี้ยวอย่างละเอียดเพื่อลิ้มรส
"อร่อยจริงด้วย!"
ดวงตาของเว่ยกัง ลุกวาว ราวกับค้นพบโลกใบใหม่
พอกินลิ้นจี่เข้าไปหนึ่งลูก เขารู้สึกว่าร่างกายอบอุ่นขึ้น สภาพจิตใจก็สดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก
เว่ยกังสงสัย นี่ไม่ใช่ผลไม้ธรรมดางั้นเหรอ?
เว่ยหยูหลันเห็นความสงสัยของพ่อจึงรีบอธิบาย
"ต้นลิ้นจี่ปลูกอยู่ในสวนหลังตำหนัก อยู่ใกล้กับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์มาก ได้รับอิทธิพลจากท่านต้นไม้ เลยทำให้ผลไม้ที่ออกมามีสรรพคุณบำรุงร่างกายค่ะ"
"มิน่าล่ะ!"
เว่ยกังตกตะลึง
เขานึกขึ้นได้รีบล้วงลิ้นจี่ในกระเป๋าออกมา จะยัดใส่มือลูกสาว
"ของดีขนาดนี้ ลูกเก็บไว้กินเองเถอะ"
"พ่อ!"
เว่ยหยูหลันถอยหนี กล่าวเสียงใส
"หนูกินแล้วค่ะ ท่านมู่เหลียงให้ของดีๆ กับพวกเราบ่อยจะตาย"
"งั้นหรอ..."
เว่ยกังเข้าใจสถานการณ์
เซียวมี่เดินเข้ามาด้วยฝีเท้าเบาสบาย กล่าวเสียงหวาน
"พี่หลัน ท่านมู่เหลียงสั่งให้พี่ไปเก็บลิ้นจี่มาเยอะๆ ให้หัวหน้าเว่ยกังนำกลับไปแบ่งให้ท่านฉินยูและท่านผู้บัญชาการต้าอ้านด้วยค่ะ"
แน่นอนว่านี่คือสวัสดิการ และเป็นกุศโลบายในการซื้อใจคน
"เอ๊ะ ท่านมู่เหลียงสั่งหรอคะ?"
เว่ยหยูหลันทำหน้ามึนงง
เซียวมี่ตอบเสียงนุ่ม
"ใช่ค่ะ ท่านมู่เหลียงบอกว่าลิ้นจี่เป็นพันธุ์ใหม่ ตอนนี้ยังมีน้อยให้คนกันเองได้กินก่อน"
แม้ต้นลิ้นจี่จะมีแค่ต้นเดียวในตอนนี้ แต่ผลดกมาก ดูเหมือนจะมีผลไม้มากกว่าใบไม้เสียอีก
"ให้คนกันเองได้กินก่อน!"
ดวงตาของเว่ยกังเป็นประกาย จิตใจสั่นสะท้าน
เขาคือ คนกันเอง ในสายตาของท่านเจ้าเมือง พอคิดได้ดังนั้น เว่ยกังก็ยืดหลังตรงโดยไม่รู้ตัวด้วยความภาคภูมิใจ
เว่ยหยูหลันเอียงคอถาม
"ตอนนี้พ่อว่างไหมคะ?"
"ว่างอยู่"
เว่ยกังตอบเสียงอ่อนโยน
เขาต้องรอให้เจ้าหุบเขาเฟ่ยหลงคุยกับมู่เหลียงเสร็จก่อน ถึงจะรู้ว่าต้องไปส่งแขกออกจากเมืองหรือเปล่า
"งั้นพ่อไปช่วยหนูเก็บลิ้นจี่ที่สวนหลังหน่อยสิคะ"
เว่ยหยูหลันยิ้มหวาน
"เอาสิ"
เว่ยกังพยักหน้า
สองพ่อลูกถือตะกร้าไปที่สวนหลังตำหนัก เว่ยหยูหลันจับบันได ส่วนเว่ยกังปีนขึ้นไปเก็บ
อีกด้านหนึ่ง มู่เหลียงกินอิ่มแล้วเดินเข้ามาในห้องรับรอง พอดีกับที่เจ้าหุบเขาเฟ่ยหลงวางถ้วยชาลง
สำหรับชาประกายแสง ดื่มเท่าไหร่เขาก็ไม่รู้สึกพอ สีหน้ายังคงบ่งบอกว่าอยากดื่มอีก
"ขอโทษที่ให้รอนาน"
มู่เหลียงมีสีหน้าเรียบเฉย นั่งลงที่ตำแหน่งประธาน
ฮู่เตียนนั่งลงเคียงข้างอย่างสง่างาม ขาเรียวยาวไขว่ห้างอย่างเป็นธรรมชาติ หางจิ้งจอกฟูนุ่มพาดลงบนตัก ปิดบังความงามใต้กระโปรงไว้เกือบมิด
เจ้าหุบเขาเฟ่ยหลงขยับปากความหงุดหงิดเต็มท้องเปลี่ยนเป็นคำพูดสั้นๆ สองคำ
"ไม่เป็นไร"
"ท่านมาครั้งนี้ เพื่อทำการค้าใช่ไหม?"
มู่เหลียงถามเข้าประเด็น
จุดประสงค์ของเจ้าหุบเขาเฟ่ยหลง ได้รับการแจ้งจากเว่ยกังตั้งแต่แรกแล้ว
เจ้าหุบเขาเฟ่ยหลงยืดตัวตรง ตอบเสียงแหบพร่า
"ใช่ เราต้องการน้ำตานางฟ้าเพื่อรักษาอาการติดเชื้อผีมายา"
มู่เหลียงเลิกคิ้ว ถามด้วยความแปลกใจ
"ท่านโดนผีมายาเล่นงานจนติดเชื้อหรอ?"
"อืม"
เจ้าหุบเขาเฟ่ยหลงถอนหายใจ สีหน้าไม่สู้ดีนัก
มู่เหลียงกล่าวเสียงเรียบ
"ท่านคงรู้นะ..ว่าน้ำตานางฟ้าแบบธรรมดา ทำได้แค่ยับยั้งการติดเชื้อ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ในอนาคตก็ยังต้องตายอยู่ดี"
เจ้าหุบเขาเฟ่ยหลงเงยหน้าขึ้น พูดอย่างจริงจัง
"รู้ แต่ท่านต้องมีน้ำตานางฟ้า แบบที่รักษาหายขาดแน่ๆ เหมือนกับตอนที่เอาออกมาประมูล"
มู่เหลียงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้วพูดเบาๆ
"หนึ่งหยด แลกกับห้าแสนผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับทั่วไป"
"......"
รูม่านตาของเจ้าหุบเขาเฟ่ยหลง หดเกร็ง คิดไว้อยู่แล้วว่ามู่เหลียงต้องโขกราคา แต่ไม่คิดว่าจะโหดขนาดนี้
สีหน้าเขาเปลี่ยนไปมา ในใจลังเลอย่างหนัก
"ตกลง!"
เขากัดฟันตอบ ขอแค่รักษาอาการติดเชื้อได้ห้าแสนผลึกสัตว์อสูรเขายังพอหามาจ่ายได้
ผลึกสัตว์อสูรหมดไปยังหาใหม่ได้ แต่ถ้าชีวิตหมดไป ก็คือจบกันจริงๆ