- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1133 เข้าสู่ทะเลหมอก
ตอนที่ 1133 เข้าสู่ทะเลหมอก
ตอนที่ 1133 เข้าสู่ทะเลหมอก
กลางทะเลกว้างใหญ่ เรือใหญ่สามลำแล่นตามลมเรียงกันเป็นรูปตัววีด้วยความเร็วสูง
บนเสากระโดงเรือ เค่อตั๋วล่ามองออกไปไกลสุดสายตา ตรงเส้นขอบฟ้าที่น้ำบรรจบกับท้องฟ้า เขาเห็นม่านหมอกจางๆ ปรากฏขึ้น
เขารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ก้มลงตะโกนบอกคนบนดาดฟ้าเรือ
"หัวหน้า! จะถึงทะเลหมอกแล้วครับ!!"
"ในที่สุดก็จะถึงสักที!!"
หมิวต้ะฮึกเหิมขึ้นมาทันที เงยหน้าตะโกนถาม
"อีกนานไหม?"
"น่าจะอีกชั่วโมงครึ่งครับ"
เค่อตั๋วล่าประเมินเวลา
ช่วงที่อาศัยอยู่ใน เมืองเต่าทมิฬ พวกเขาคุ้นเคยกับการนับเวลาเป็นชั่วโมงไปเสียแล้ว
หมิวต้ะตะโกนสั่งการ
"เตรียมตัวให้พร้อม ยึดตรึงสินค้าบนเรือให้แน่นหนา!"
"รับทราบ!!"
ลูกเรือขานรับด้วยความตื่นเต้น
ทุกคนวิ่งวุ่น หาเชือกมามัดตรึงลังสินค้าบนเรือ
ในห้องเก็บสินค้า ซูจี รีบเข้าสู่โหมดล่องหน หลบหลีกบรรดาลูกเรือที่วิ่งกรูเข้ามาอย่างระมัดระวัง
ซูจีขมวดคิ้ว เกิดอะไรขึ้นกันนะ?
"เร็วเข้า มัดลังพวกนี้ให้แน่นๆ"
ต้าฉีเดินเข้ามาในห้อง สั่งการลูกเรือเสียงเข้ม
มีคนอดถามไม่ได้
"รองหัวหน้าครับ รอบนี้พวกเราจะผ่านทะเลหมอก ไปได้อย่างราบรื่นไหมครับ?"
ต้าฉีตบหัวลูกเรือคนนั้นดังป้าบ ด่ากราด
"ถามโง่ๆ ก็ต้องได้สิวะ"
"แฮะๆ... ก็ผมกลัวนี่ครับ"
ลูกเรือลูบหัวปอยๆ เจ็บจนต้องซี้ดปาก
ต้าฉีเร่ง
"รีบมือหน่อย เหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงเดียว"
"ครับ!!"
ลูกเรือรับคำพร้อมเพรียง เร่งมือทำงานกันจ้าละหวั่น
ที่มุมห้องเก็บสินค้า ซูจีขมวดคิ้วอีกชั่วโมงเดียว?
หรือว่าจะถึงทะเลหมอกแล้ว?
ซูจีตื่นตัวขึ้นมาทันที ย่างเท้าเบาๆ ไปที่ประตูห้อง ตั้งใจจะออกไปดูสถานการณ์ข้างนอก
ทันใดนั้น ลูกเรือคนหนึ่งก็ร้องอุทาน
"เอ๊ะ รองหัวหน้าครับ ทำไมมันเทศตากแห้งพวกนี้ถึงหายไปเยอะจัง?"
"ไหนดูซิ?"
ต้าฉีก้าวยาวๆ เข้าไปดู
ลังไม้ที่มุมห้องถูกเปิดออก มันเทศตากแห้งและขนมอบข้างในหายไปกว่าหนึ่งในสาม
ซูจีที่เพิ่งเดินไปถึงประตูชะงักกึก หัวใจเต้นรัวด้วยความตระหนก
"ใครแอบขโมยกิน?"
ต้าฉีคำรามลั่น
เขากวาดสายตามองทุกคนในห้อง น้ำเสียงดุดัน
"ช่วงนี้ใครเป็นคนเฝ้าห้องเก็บสินค้า?"
"ผมเองครับ"
ชายหัวโล้นร่างใหญ่ยกมือขึ้น
"แกขโมยกินเหรอ?"
ต้าฉีหน้าดำหน้าแดง
"เปล่านะครับ ผมซื้อของผมมาเองตั้งเยอะแยะ จะมาขโมยกินของกองกลางทำไม?"
ชายหัวโล้นรีบแก้ตัว
"ก็จริงของแก..."
ความสงสัยในแววตาต้าฉีลดลง เพราะรู้ว่าเจ้าโล้นนี่ก็ซื้อตุนมาจากย่านการค้าเยอะเหมือนกัน
มีคนเสนอเสียงเบา
"รองหัวหน้าครับ เอาไว้เข้าทะเลหมอก แล้วค่อยมาหาตัวคนขโมยดีไหมครับ ตอนนี้รีบมัดของก่อนดีกว่า"
"อืม อย่ามัวยืนบื้อ รีบทำเข้า"
ต้าฉีดุ
"ครับ"
ลูกเรือต่างคนต่างความคิด พากันเดาไปต่างๆ นานาว่าใครกันแน่ที่เป็นหัวขโมย
ที่หน้าประตู ซูจีถอนหายใจโล่งอกแบบไม่มีเสียง หันหลังเดินออกจากห้อง ปีนบันไดไม้ขึ้นไปบนดาดฟ้า
วู่ว วู่ว วู่ว...
ลมบนดาดฟ้าแรงมาก พัดจนลูกเรือบางคนล้มกลิ้งไม่เป็นท่า
ในทิศทางที่เรือมุ่งหน้าไป ม่านหมอกขนาดมหึมาที่เชื่อมต่อท้องฟ้าและผืนน้ำเข้าด้วยกันปรากฏขึ้นที่ปลายสายตา
ซูจี เบิกตากว้าง มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดทางซ้ายและขวาของกำแพงหมอก และมองไม่เห็นยอดของมันด้วย ราวกับว่ามันเชื่อมต่อกับก้อนเมฆเบื้องบน
"นี่น่ะเหรอ ทะเลหมอก?"
เธอพึมพำเสียงเบา ซึ่งถูกกลบด้วยเสียงคลื่นลมจนหมดสิ้น
ครืน ครืน...
เบื้องหน้า ทะเลหมอก ท้องฟ้ามืดครึ้ม เมฆฝนก่อตัวหนาทึบ ฝนตกลงมาราวกับฟ้ารั่ว สายฟ้าแลบแปลบปลาบ เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง ลมพายุโหมกระหน่ำ
"เร็วเข้า เก็บใบเรือ!"
หมิวต้ะตะโกนสุดเสียง
"เก็บใบเรือ!!"
ลูกเรือตะโกนบอกต่อกัน
แม้เรือจะยังเข้าไม่ถึงเขต ทะเลหมอก แต่แรงลมตอนนี้ก็มากพอที่จะพลิกเรือคว่ำได้แล้ว
เค่อตั๋วล่าเกาะเสากระโดงแน่น จ้องมองไปข้างหน้าอย่างตึงเครียด เรือเข้าใกล้ ทะเลหมอก เข้าไปทุกที พายุฝนกำลังจะถล่มลงมาใส่พวกเขา
ซูจีได้สติ รีบวิ่งหลบเข้าไปในห้องโดยสาร เพื่อหลบฝน
เธอแค่ล่องหน ไม่ได้หายตัวไปจริงๆ ถ้าฝนตกใส่ตัว น้ำฝนที่กระเซ็นออกจะทำให้คนอื่นเห็นร่องรอยของเธอได้
ซ่า ซ่า ซ่า...
พอเก็บใบเรือเสร็จ ฝนก็เทกระหน่ำลงมาใส่ตัวเรือ ลูกเรือเปียกโชกกันถ้วนหน้าในพริบตา
ซูจี ขยับเข้าไปลึกอีกนิด เพื่อไม่ให้ละอองฝนสาดโดน
สีหน้าของเธอเคร่งเครียด ทะเลหมอกนี่ดูอันตรายชะมัด เข้าไปแล้วจะไม่เป็นอะไรจริงเหรอ?
ซูจีภาวนาในใจ ขอให้ทุกอย่างราบรื่น
หมิวต้ะคว้าเชือกยึดใบเรือไว้ ตะโกนสั่ง
"ทุกคนตื่นตัวไว้ คอยดูรอบๆ ให้ดี!"
"รับทราบ!!"
ลูกเรือตอบรับ พยายามลืมตาฝ่าสายฝน
เปรี้ยง!!
สายฟ้าฟาดลงมา ราวกับมังกรเงินพาดผ่านท้องฟ้า ฟ้าดินแทบแยกออกจากกัน
หัวใจของซูจีเต้นรัว เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
เรือโยกคลอนอย่างรุนแรง
เหวี่ยงแรงจน เค่อตั๋วล่าบนเสากระโดงนึกว่าตัวเองจะปลิวหลุดออกไปแล้ว
"จะอ้วกแล้วเนี่ย"
หน้าของเค่อตั๋วล่าซีดเผือด แต่ก็ต้องฝืนลืมตามองสถานการณ์ในทะเลหมอก เพื่อหาช่องทางเข้าไป
ภายในห้องโดยสาร ซูจีกอดเสาค้ำยันไว้แน่น เพื่อไม่ให้ตัวกระเด็น
ตึง ตึง ตึง...
ข้าวของที่ยึดไม่ทันกลิ้งกระจัดกระจายไปทั่วห้อง ตามจังหวะการโคลงเคลงของเรือ
ซูจีหลับตาปี๋ เรือจะคว่ำไหมเนี่ย?
เสียงฟ้าร้องระงม ลมพายุยังคงกรรโชกแรง
"บ้าเอ๊ย ทนให้ได้นะโว้ย"
หมิวต้ะกัดฟันคำรามต่ำ
ระหว่างที่เรือแล่นฝ่าพายุ ตัวเรือได้รับความเสียหายไปบ้าง ทำเอาลูกเรือขวัญหนีดีฝ่อ
"น่ากลัวเกินไปแล้ว"
ซูจีกัดฟันแน่น ใช้ขาเกี่ยวเสาไว้สุดแรง
เอี๊ยด อ๊าด...
เสียงไม้โครงเรือลั่นเอี๊ยดอ๊าด สร้างความหวาดหวั่นในใจทุกคน
เวลาผ่านไป แม้จะผ่านไปแค่ห้านาที แต่กลับรู้สึกยาวนานราวกับหลายชั่วโมง
"ยังไม่จบอีกเหรอ?"
ต้าฉีเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้องโดยสาร
"ใกล้แล้ว อีกนิดเดียวจะเข้าทะเลหมอกแล้ว"
บนเสากระโดงเค่อตั๋วล่าที่เปียกมะลอกมะแลกตะโกนบอก เหลือระยะทางอีกไม่กี่ร้อยเมตร
เปรี้ยง!!
สายฟ้าฟาดลงมาอีกครั้ง ผ่าเปรี้ยงลงบนผิวน้ำห่างออกไปร้อยเมตร
"ว้ากกก!!"
เค่อตั๋วล่ากรีดร้องเสียงหลง เงาสายฟ้ายังสะท้อนอยู่ในดวงตา
"แหกปากอะไรวะ?"
หมิวต้ะตะโกนด่า
"......เกือบโดนผ่า"
เค่อตั๋วล่าตาแดงก่ำ
เปรี้ยง...
สายฟ้าฟาดลงมาอีก คราวนี้ใกล้กว่าเดิม
"......"
หมิวต้ะเองก็ขนลุกซู่ ถ้าโดนเข้าไปจังๆ ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต
โชคดีที่ระยะทางไม่กี่ร้อยเมตรที่เหลือผ่านพ้นไปได้อย่างหวุดหวิด เรือใหญ่สามลำทยอยแล่นผ่านพายุ เข้าใกล้เขตแดนลึกลับแห่ง ทะเลหมอก
เรือที่เคยโยกคลอนเริ่มกลับมาทรงตัวได้นิ่งสงบ
ซูจีถอนหายใจโล่งอก ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกมาดูสถานการณ์ภายนอก
นอกห้องโดยสาร หมอกจางๆ ลอยอวลอยู่รอบตัว ยังคงได้ยินเสียงฟ้าร้องแว่วมาแต่ไกล
"รอด…ปลอดภัยแล้ว"
เค่อตั๋วล่าทิ้งตัวลงนั่งแปะบนหอสังเกตการณ์อย่างหมดแรง
"ทุกคนปลอดภัยดีไหม?"
หมิวต้ะถามเสียงเครียด
"เจ็บนิดหน่อยครับ ไม่เป็นไรมาก"
ลูกเรือตอบเสียงอ่อย
(หยุดลงถึงวันที่ 3 มกรา 2569 ครับ สวัสดีปีใหม่ทุกท่าน และขอบคุณที่สนับสนุนกันตลอดมาขอให้มีความสุขความเจริญทุกท่าน)