- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1129 บัตรทหารผ่านศึกพิเศษ
ตอนที่ 1129 บัตรทหารผ่านศึกพิเศษ
ตอนที่ 1129 บัตรทหารผ่านศึกพิเศษ
ซาเฟินหนีหันกลับมาตอบเสียงเบา
"น่าจะเป็นท่าน ฉินยู ที่คุณเคยพูดถึงแน่ๆ!"
เธอเคยได้ยินหานเถี่ยเอ่ยถึงผู้บัญชาการ ของค่ายทหารที่สวมชุดเกราะสีม่วงอยู่บ่อยครั้ง
"ท่านฉินยู!!"
หานเถี่ยอุทานด้วยความตกใจ รีบเอามือยันโต๊ะลุกขึ้น พยายามจะออกไปต้อนรับ
"หานเถี่ย นั่งลงเถอะ"
ฉินยูโบกมือห้าม
"ครับ!"
หานเถี่ยขานรับตามสัญชาตญาณทหาร ปฏิบัติตามคำสั่งทิ้งตัวลงนั่งทันที แต่แผ่นหลังยังคงเหยียดตรงเป๊ะ
ซาเฟินหนีขยับตัวหลีกทาง กล่าวอย่างนอบน้อม
"ท่านทั้งหลาย เชิญเข้ามาคุยข้างในก่อนค่ะ"
"ขอบคุณ"
ฉินยูพยักหน้าพาเว่ยกัง และคนอื่นๆ เดินเข้ามาในบ้าน
เธอกวาดตามองการตกแต่งภายในบ้าน บนผนังมีรูปถ่ายครอบครัวสี่สีแขวนอยู่ นอกจากนั้นยังมีภาพวาดดินสออีกหลายภาพที่ดูจากลายเส้นแล้วคงเป็นฝีมือเด็ก
บ้านของหานเถี่ย แม้จะไม่ได้หรูหรา แต่ก็สะอาดสะอ้านมีเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นครบครัน
"เชิญนั่งค่ะท่าน"
ซาเฟินหนียกเก้าอี้มาวางให้ฉินยูและเว่ยกัง
เธอหันไปส่งสายตาให้ลูกชาย
"เสี่ยวหย่ง รีบไปเทน้ำมาเร็ว"
"อ้อ... ครับๆ"
เสี่ยวหย่งรีบลุกขึ้น
ฉินยูกล่าวเสียงเรียบ
"ไม่ต้องลำบากหรอก ฉันยืนแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ไปแล้ว"
เสี่ยวหย่งชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังเดินเข้าไปในครัวอยู่ดี
ฉินยูเม้มริมฝีปาก สายตาเหลือบไปเห็นโต๊ะอาหาร อาหารยังคงมีควันร้อนฉุย เห็นได้ชัดว่าเพิ่งจะเริ่มกินกัน
เธอกล่าวอย่างเกรงใจ
"ดูเหมือนฉันจะมารบกวนเวลาสินะ"
"ไม่เลยครับ ไม่เลย มาตอนไหนก็ได้ทั้งนั้นครับ"
ซาเฟินหนี ยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความประหม่า
"ท่านฉินยู นั่งทานอะไรด้วยกันก่อนไหมคะ"
หานเถี่ยตะโกนบอกลูกชาย
"เสี่ยวหย่ง หยิบชามกับตะเกียบมาเพิ่มหน่อย"
"ไม่ต้องจริงๆ พวกเรากินมาแล้ว"
น้ำเสียงของฉินยูอ่อนโยนลง
"เว่ยกัง"
เธอหันไปเรียก
"ครับ"
เว่ยกังพยักหน้า ประคองกล่องแก้วผลึกใบหนึ่งเดินขึ้นมาข้างหน้า
"หัวหน้าเว่ยกัง!"
หานเถี่ยอ้าปากค้าง พอได้เห็นหัวหน้าเก่า ขอบตาก็พลันร้อนผ่าว
เว่ยกังสูดหายใจลึก ปรับน้ำเสียงให้จริงจัง
"หานเถี่ย นี่คือสิ่งที่ท่านเจ้าเมืองมอบให้นาย"
เขายื่นกล่องแก้วผลึกไปวางตรงหน้า หานเถี่ย
"ท่านเจ้าเมืองให้ผมเหรอ!?"
หานเถี่ยอุทานเสียงสั่นเครือ
ซาเฟินหนีเองก็สงสัย ท่านเจ้าเมืองส่งของมาให้สามีเธอทำไม?
เสี่ยวหย่งเดินออกมาจากครัว วางชามตะเกียบลง แล้วยืดคอชะโงกหน้ามามองกล่องแก้วผลึกด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เปิดดูสิ"
เว่ยกังผายมือเชื้อเชิญ
"ครับ"
หานเถี่ยหันไปมองภรรยาแวบหนึ่ง ก่อนจะรวบรวมความกล้าเปิดกล่องออก
กล่องมีขนาดไม่ใหญ่ สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือแผ่นแก้วผลึกบางใส ภายในสอดกระดาษสีแผ่นหนึ่งไว้ มีตัวอักษรใหญ่สามตัวจ่าหัว และข้อความตัวเล็กอีกหลายบรรทัด
เสี่ยวหย่งชะโงกหน้าเข้าไปอ่านเสียงเบา
"ใบประกาศเกียรติคุณ..."
"พลทหารหานเถี่ย ในช่วงวิกฤตคืนภูติจันทรุปราคา ได้แสดงความกล้าหาญอย่างยิ่งยวด เพื่อปกป้องบ้านเกิดและสหายร่วมรบ ได้เข้าต่อสู้กับผีมายาโดยไม่คำนึงถึงชีวิต..."
เสียงของหานเถี่ย สั่นเทาขณะอ่านคำสดุดีบนใบประกาศ หัวใจของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
สายตาเลื่อนไปเห็นตราประทับของ เมืองเต่าทมิฬ ที่มุมขวาล่าง และลายเซ็นกำกับ
ฉินยูกล่าวเสียงเรียบ
"นี่คือลายเซ็นและตราประทับที่ท่านเจ้าเมืองลงนามด้วยตัวเอง เป็นเครื่องยืนยันถึงความดีความชอบของนาย"
"ท่านเจ้าเมืองเซ็นชื่อและประทับตราด้วยตัวเองเลยเหรอ?"
หานเถี่ยเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและปิติยินดี
"ใช่ ท่านเจ้าเมืองไม่เคยลืมพวกนาย นายคือวีรบุรุษของเมืองเต่าทมิฬ"
ฉินยูยืนยันหนักแน่น
"ดีจัง... ดีเหลือเกิน ท่านเจ้าเมืองไม่ลืมผม"
มือที่ถือใบประกาศของหานเถี่ยสั่นระริก น้ำตาเอ่อล้นในดวงตา
แปะ แปะ...
น้ำตาของลูกผู้ชายร่วงหล่น เขาพูดเสียงสะอื้น
"ผม…….. ไม่คิดเลยว่า….ท่านเจ้าเมืองและท่านฉินยูจะยังไม่ลืมผม ดีใจจริงๆ..."
หานเถี่ยพูดจาแทบไม่เป็นภาษา ได้แต่พร่ำบ่นถึงความเมตตาของท่านเจ้าเมือง
"พ่อครับ!"
เสี่ยวหย่งตาแดงก่ำ เอื้อมมือไปบีบไหล่พ่อ
ซาเฟินหนีมีน้ำตาคลอเบ้า มองดูใบประกาศเกียรติคุณสีทองอร่าม นั่นคือสิ่งที่สามีแลกมาด้วยขาหนึ่งข้าง เพื่อปกป้องเมืองเต่าทมิฬ มันคือเกียรติยศสูงสุด
"ฉันจะเอามันไปแขวนไว้ที่ผนัง"
เธอพึมพำ
"พ่อครับ ในกล่องยังมีของอีก"
เสี่ยวหย่ง บอกเสียงแหบพร่า
หานเถี่ยถึงเพิ่งดึงสติกลับมามองในกล่อง นอกจากใบประกาศแล้ว ยังมีซองจดหมายและสมุดเล่มเล็กขนาดเท่าฝ่ามือ
เขาหยิบซองจดหมายขึ้นมาแกะดู ข้างในมีธนบัตรเงินทมิฬ มูลค่าหนึ่งร้อยหยวนสองใบ
"นี่คือ..."
หานเถี่ยเงยหน้ามองฉินยูด้วยความแปลกใจ
"นี่คือเงินปลอบขวัญ"
ฉินยูอธิบาย
"สองร้อยหยวน!!"
เสี่ยวหย่ง อุทานเสียงเบา
หานเถี่ยพยักหน้าอย่างซาบซึ้ง วางเงินลง แล้วหยิบสมุดเล่มเล็กปกสีเขียวขึ้นมา
บนปกเขียนไว้ว่า บัตรทหารผ่านศึก เมื่อเปิดดูหน้าแรกมีรูปถ่ายของหานเถี่ยในชุดเครื่องแบบทหาร ถัดมาเป็นเลขประจำตัวประชาชนและบันทึกข้อมูลย่อๆ
เขาถามอย่างไม่เข้าใจ
"บัตรทหารผ่านศึก... มีไว้ทำอะไรเหรอครับ?"
"นี่คือบัตรทหารผ่านศึกแบบพิเศษ สามารถใช้นั่งรถม้าได้ฟรี ในอนาคตเมื่อรถไฟเปิดให้บริการก็สามารถนั่งได้ในราคาครึ่งเดียว ไปซื้อยาที่ร้านยาก็ได้รับส่วนลด 40%..."
เว่ยกัง อธิบายสิทธิประโยชน์
บัตรทหารผ่านศึกทั่วไปไม่มีสวัสดิการดีขนาดนี้
เฉพาะทหารที่สร้างคุณูปการใหญ่หลวงให้กับเมืองเต่าทมิฬเท่านั้นถึงจะได้รับบัตรพิเศษใบนี้
"ดะ... ดีขนาดนี้เลยเหรอ!!"
ซาเฟินหนี ตาลุกวาว
"นี่เป็นสิ่งที่ท่านเจ้าเมืองกำหนดไว้"
ฉินยูพยักหน้า
"ท่านเจ้าเมืองดีกับพวกเราจริงๆ"
หานเถี่ยขอบตาแดงอีกครั้ง
เว่ยกังนึกขึ้นได้ จึงเตือนว่า
"จริงสิ อีกสองวันนายไปที่ร้านยานะ ให้เขาช่วยวัดขนาดขา นายจะได้รับขาเทียมหนึ่งข้าง"
"ขาเทียม?"
หานเถี่ยงุนงง
"ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เอง"
เว่ยกังยิ้มอย่างมีเลศนัย
"ได้ครับ ผมจะไป"
หานเถี่ย พยักหน้าแบบงงๆ
ฉินยูมองหานเถี่ย แล้วพูดต่อ
"พักผ่อนให้เยอะๆ อีกสองวัน พอได้ขาเทียมแล้ว นายสามารถไปทำงานที่โรงงานอาวุธได้"
หานเถี่ยเป็นทหาร นิสัยใจคอไว้ใจได้ แม้จะพิการแต่ก็เหมาะมากที่จะทำงานในโรงงานผลิตอาวุธ
"จริงเหรอครับ?"
หานเถี่ยร้องอุทานด้วยความตกใจอีกครั้ง
ซาเฟินหนีถามอย่างตื่นเต้น
"ท่านฉินยู สามีของฉันขาเป็นแบบนี้ จะไปทำงานโรงงานได้จริงๆ เหรอคะ?"
"ได้แน่นอน ท่านเจ้าเมืองบอกไว้ว่า นายยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเมืองเต่าทมิฬ ขอแค่นายไม่ขี้เกียจ เมืองเต่าทมิฬ จะรับประกันชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้นายเอง"
ฉินยูกล่าวเสียงเรียบ
"แต่ขาของผม..."
หานเถี่ยอึกอัก
เว่ยกังหัวเราะ
"ตาเฒ่าหาน วางใจเถอะ ขาไม่ดีแต่มือนายยังดีอยู่นี่นา ในโรงงานอาวุธมีงานฝีมือให้ทำเยอะแยะ"
"ผมเข้าใจแล้วครับ"
หานเถี่ยพยักหน้าอย่างตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกาย เต็มไปด้วยความหวังต่อชีวิตในวันข้างหน้า
"พักผ่อนเถอะ พวกเรายังมีธุระต้องไปต่อ"
เว่ยกังตบไหล่หานเถี่ย
ฉินยูพยักหน้าอำลา แล้วหันหลังเดินจากไป
"ท่านฉินยู หัวหน้าเว่ยกัง ขอบคุณมากครับ! ฝากขอบคุณท่านเจ้าเมืองแทนผมด้วยนะครับ!"
หานเถี่ย ตะโกนไล่หลัง
ฉินยูโบกมือโดยไม่หันกลับมา แล้วเดินออกจากบ้านของ หานเถี่ย
เธอมองบันไดทางยาวที่ทอดตัวลงไป แล้วจมอยู่ในความคิด
บางทีน่าจะเสนอให้ท่านเจ้าเมืองจัดสรรให้คนที่เคลื่อนไหวลำบากย้ายลงไปอยู่ชั้นล่างดีไหมนะ…