- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1127 ใบประกาศเกียรติคุณ
ตอนที่ 1127 ใบประกาศเกียรติคุณ
ตอนที่ 1127 ใบประกาศเกียรติคุณ
ตึก ตึก ตึก...
ฉินยูก้าวลงจากรถม้า เงยหน้ามองประตูทางเข้าพื้นที่สูงที่ตั้งตระหง่าน
เมื่อเช้าเธอได้รับแจ้งจากสาวใช้บนพื้นที่สูงว่า มู่เหลียงต้องการพบเธอในช่วงบ่าย
"มีเรื่องอะไรกันนะ?"
ฉินยูครุ่นคิดขณะเดิน แต่ก็คิดไม่ออก
เธอยกมือนวดขมับ เดินผ่านเข้าสู่เนินสูงโดยไม่มีใครขวาง แล้วขึ้นลิฟต์ขนส่งไปยังชั้นแปด
"ท่านฉินยูมาแล้ว"
ที่หน้าประตูตำหนัก เว่ยหยูหลันประสานมือไว้ด้านหน้า โค้งคำนับให้ฉินยูเล็กน้อย
เธอผายมือเชิญ
"ท่านมู่เหลียงกำลังรออยู่ค่ะ"
"ขอบใจจ้ะ"
ฉินยูพยักหน้า เดินตามสาวใช้เข้าไปยังห้องทำงาน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
เว่ยหยูหลันเคาะประตูห้องทำงาน รายงานด้วยความเคารพ
"ท่านมู่เหลียง ท่านฉินยูมาแล้วค่ะ"
"เข้ามาได้"
เสียงทุ้มนุ่มของมู่เหลียง ดังลอดออกมา
แกรก...
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออก สาวใช้ตัวน้อยและ ฉินยูเดินเข้าไป เห็นมู่เหลียงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ข้างมือมีกองกระดาษสีวางซ้อนกันอยู่ปึกหนึ่ง
ข้างๆ มีลี่เยว่ ในมือถือตราประทับ กำลังประทับตราลงบนกระดาษสีเหล่านั้น
"ท่านเจ้าเมือง!"
ฉินยูเดินเข้าไปใกล้ ทำความเคารพแบบทหาร
"อืม นั่งสิ"
มู่เหลียงพยักพเยิดหน้าไปที่เก้าอี้
มือของเขายังคงทำงานไม่หยุด ดึงกระดาษสีออกมาแผ่นหนึ่ง แล้วตวัดเซ็นชื่อของตัวเองลงไปที่มุมขวาล่างอย่างพลิ้วไหว ฉินยูนั่งลงตรงข้ามมู่เหลียงด้วยความสงสัย
เธอมองสำรวจกระดาษสีบนโต๊ะ เนื้อกระดาษคล้ายกับกระดาษเขียนหนังสือทั่วไป แต่หนากว่าเล็กน้อย และพิมพ์สีไว้ด้านหนึ่ง
ขอบกระดาษเป็นลวดลายสีทอง มีรูปธงสีแดงประดับ ตรงกลางมีตัวอักษรเขียนไว้หลายบรรทัด ขนาดเล็กใหญ่ต่างกันไป
"นั่งรอสักครู่นะ"
มู่เหลียงเงยหน้ามองฉินยูแวบหนึ่ง แต่มือก็ยังคงเซ็นชื่อต่อไปไม่หยุด
"ค่ะ"
ฉินยูรับคำ
ตับ ตับ ตับ...
ลี่เยว่ ประทับตราด้วยท่าทางเหมือนเครื่องจักร ประทับตรา เป่าหมึกให้แห้ง แล้วทำซ้ำขั้นตอนเดิม
สิบนาทีผ่านไป ด้วยการประสานงานของมู่เหลียงและลี่เยว่ กระดาษสีปึกนั้นก็ถูกจัดการจนเสร็จสิ้น
"เอ้านี่"
มู่เหลียงรวบรวมกระดาษสีที่เซ็นชื่อแล้วส่งให้ฉินยู
"นี่คืออะไรคะ?"
ฉินยูรับมา ลองนับคร่าวๆ ดูมีประมาณหกสิบกว่าแผ่น
เธอมองตัวอักษรบนกระดาษ จ่าหัวด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวว่า ใบประกาศเกียรติคุณ
มู่เหลียงกล่าวเรียบๆ
"หาเวลาเอาใบประกาศเกียรติคุณพวกนี้ไปมอบให้ทหารกองกำลังป้องกันเมืองที่ปลดประจำการนะ"
"ไปมอบด้วยตัวเองหรอคะ?"
ฉินยูเงยหน้าถาม
"ใช่ คุณต้องไปมอบด้วยตัวเอง"
มู่เหลียงพยักหน้า ไม่ได้อธิบายอะไรมากความ
"รับทราบค่ะ เข้าใจแล้ว"
ฉินยูพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
มู่เหลียงกล่าวต่อ
"ยังมีของอย่างอื่นอีก เดี๋ยว น้องหลันจะพาคุณไปเบิก"
"ค่ะ"
ฉินยูพยักหน้าอย่างนอบน้อม
"ไปเถอะ อย่าอู้งานล่ะ"
มู่เหลียงแซวเสียงนุ่ม
"ไม่ทางค่ะ"
ฉินยูยิ้มมุมปาก พอจะเข้าใจเจตนาของมู่เหลียง แล้วว่าต้องการปลอบขวัญและให้กำลังใจทหาร
เธอลุกขึ้น ทำความเคารพ แล้วหันหลังเดินออกจากห้องทำงานไป
แกรก...
ประตูห้องทำงานปิดลงเบาๆ
มู่เหลียงนึกอะไรขึ้นได้ หันไปบอก
"ลี่เยว่ ไปจัดการเตรียมตัวหน่อย เดี๋ยวเราจะไปดูพื้นที่โรงงานกัน"
ใกล้จะเดินทางไปทวีปใหม่แล้ว ต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด
"ค่ะ"
ลี่เยว่รับคำ แล้วเดินออกจากห้องไป
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
มู่เหลียงเดินออกมาจากห้องทำงาน โดยมีลี่เยว่เดินตามหลัง
หน้าตำหนัก รถม้ากับหมาป่าจันทราหกตัวหมอบรออยู่อย่างสงบ หน่วยพิทักษ์เนินสูงหกนายยืนอารักขาขนาบข้างรถม้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"ไปกันเถอะ"
มู่เหลียง เดินออกมาจากตำหนัก ทิ้งคำสั่งไว้แล้วขึ้นรถม้าไป
"ออกเดินทาง!"
ลี่เยว่สั่งเสียงใส แล้วปิดประตูรถม้า
บรู๊ววว...
ฝูงหมาป่าจันทราเห่าหอนก้องฟ้า ลากรถม้ามุ่งหน้าลงจากเนินสูง
รถม้าแล่นออกจากเนินสูง มุ่งหน้าสู่พื้นที่โรงงานในเมืองชั้นใน
โรงงานส่วนใหญ่ตั้งอยู่เขตชั้นนอก มีเพียงส่วนน้อยที่อยู่ในเมืองชั้นใน เช่น โรงงานทอผ้า โรงงานอาวุธ และโรงงานพิมพ์ เป็นต้น
ระหว่างทาง คนงานทำความสะอาดกำลังกวาดถนน ชะล้างคราบเลือดที่ผีมายาทิ้งไว้
และยังมีคนงานอีกจำนวนมากกำลังปลูกต้นไม้
ตอนที่ผีมายาบุกเมือง หลิงเอ๋อได้ใช้พลังเปลี่ยนต้นไม้ในเมืองชั้นในให้กลายเป็นนักรบ
แม้จะช่วยต้านทานผีมายาไว้ได้ แต่ก็ทำให้พื้นที่สีเขียวในเมืองชั้นในลดหายไปกว่าครึ่ง
"รถม้าท่านเจ้าเมือง"
คนงานต่างหยุดมือ โค้งคำนับให้รถม้า
ลี่เยว่ เปิดหน้าต่างรถ มองดูชาวเมืองริมถนน
เธอหันมาพูดเสียงอ่อนโยน
"หลังผ่านพ้นคืนภูติจันทรุปราคาไป ชาวเมืองดูจะเคารพรักมู่เหลียงมากขึ้นนะ"
"ปกติก็เคารพรักฉันอยู่แล้วไม่ใช่หรอ?"
มู่เหลียงพูดติดตลก
"ก็ใช่ แต่ตอนนี้ดูจะศรัทธายิ่งกว่าเดิมอีก"
ลี่เยว่ ตาหยีเป็นสระอิ พยักหน้าเห็นด้วยกับมู่เหลียง
มู่เหลียงโอบเอวลี่เยว่ จนกระทั่งรถม้ามาถึงหน้าโรงงานทอผ้า เขาถึงค่อยลุกขึ้นลงจากรถม้าอย่างสง่าผ่าเผย
ตึก ตึก ตึก...
ผู้รับผิดชอบโรงงานทอผ้ารีบวิ่งออกมาต้อนรับ ทำความเคารพมู่เหลียงอย่างนอบน้อม
"ท่านเจ้าเมือง!!"
"อืม พาผมไปดูโรงเลี้ยงไหมก่อน"
มู่เหลียงพยักพเยิดหน้า
"ครับ เชิญท่านเจ้าเมืองทางนี้"
ผู้รับผิดชอบกล่าวอย่างนอบน้อม
เขาเดินนำทางมู่เหลียงและลี่เยว่ เข้าไปในโรงงาน มุ่งหน้าสู่อาคารแยกที่อยู่ไม่ไกล
โรงเลี้ยงไหมกับโรงงานทอผ้าอยู่ติดกัน เดินเพียงสองสามนาทีก็ถึง
"ท่านเจ้าเมือง ถึงโรงเลี้ยงไหมแล้วครับ"
ผู้รับผิดชอบผลักประตูใหญ่ของโรงเลี้ยงไหมเปิดออก
โรงเลี้ยงไหมมีขนาดใหญ่ ชั้นหนึ่งถึงชั้นสามเป็นห้องเลี้ยงไหมทั้งหมด
เมื่อเดินเข้าไปในโรงเลี้ยงไหม ชั้นแรกเต็มไปด้วยชั้นวางทำจากแก้วผลึก บนชั้นวางมีถาดสูงประมาณยี่สิบเซนติเมตรวางเรียงราย
ในถาดแก้วผลึกเต็มไปด้วยใบผักสด และมี หนอนไหมหลากสี ตัวอ้วนกลมกำลังกินใบไม้อย่างเอร็ดอร่อย
"ตอนนี้มี หนอนไหมอยู่เท่าไหร่?"
มู่เหลียงมองดูหนอนไหมในถาด แต่ละตัวมีขนาดเท่าสองนิ้ว ตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์
ผู้รับผิดชอบรายงาน
"เรียนท่านเจ้าเมือง แต่ละถาดมีหนอนไหมยี่สิบตัว แต่ละชั้นมีหนึ่งร้อยถาด รวมทั้งหมดสามชั้นครับ"
"ประมาณหกพันตัวสินะ"
มู่เหลียงคำนวณในใจ
ผู้รับผิดชอบยิ้มเจื่อนๆ กล่าวต่อ
"หนอนไหม ขยายพันธุ์เร็วมากครับ โรงเลี้ยงไหมที่สองกำลังเตรียมจะเปิดใช้งานแล้ว"
"ดี ยิ่งเยอะยิ่งดี"
มู่เหลียง พยักหน้าพอใจ
หกพันตัวฟังดูเยอะ แต่พอสาวไหมออกมาทอเป็นผ้าแล้ว จะได้ผ้าไม่ถึงสามร้อยพับ
มู่เหลียงตรวจดูสภาพของหนอนไหม ส่วนใหญ่ตัวอ้วนท้วนแข็งแรง น่าจะพ่นไหมได้เยอะ
ทั้งคณะเดินดูรอบโรงเลี้ยงไหม แล้วไปต่อที่โรงงานทอผ้า ดูพนักงานนำเส้นไหมมาทอเป็นผ้าไหม
"มีผ้าไหมเก็บอยู่เท่าไหร่?"
มู่เหลียงหันไปถามพนักงาน
"ในคลังมีอยู่ร้อยห้าสิบพับครับ"
ผู้รับผิดชอบตอบ
"แล้วเสื้อผ้าสำเร็จรูปล่ะ?"
มู่เหลียงถามต่อ
ผู้รับผิดชอบนึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบ
"เสื้อผ้าสำเร็จรูปมีทั้งไซส์เล็กไซส์ใหญ่รวมหกร้อยยี่สิบห้าชุดครับ"
"อืม เก็บเสื้อผ้าพวกนี้ไว้ให้ดี อนาคตมีประโยชน์แน่"
มู่เหลียงกำชับ
ต้องรู้ไว้ว่า ที่ทวีปใหม่ไม่มีผ้าไหมเนื้อดีขนาดนี้ ถึงเวลาเอาไปขายคงได้ราคาดีน่าดู
"รับทราบครับ"
ผู้รับผิดชอบไม่ถามอะไรมาก ได้แต่พยักหน้ารับคำสั่ง