เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1123 มันก็ทำร้ายจิตใจกันพอดูเลยนะ

ตอนที่ 1123 มันก็ทำร้ายจิตใจกันพอดูเลยนะ

ตอนที่ 1123 มันก็ทำร้ายจิตใจกันพอดูเลยนะ


หน้าปากถ้ำ หยู่เฟ่ยหยานยืนกอดอก ดวงตาสีแดงภายใต้หน้ากากหมวกเกราะเปล่งประกายคมกริบ

ตึก ตึก ตึก...

เสียงฝีเท้าดังมาจากในถ้ำ เธอกระชับพัดหงส์เพลิงในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

คนแรกที่เดินออกมาคือ ชิงอู้ใบหน้าเล็กๆ ยังคงมอมแมมไปด้วยฝุ่น

ด้านหลังเธอมีชายสองคนและหญิงหนึ่งคนเดินตามมา สภาพเนื้อตัวสกปรกมอมแมม ราวกับเพิ่งไปคลุกฝุ่นและกองเลือดมาหมาดๆ

หยู่เฟ่ยหยานขมวดคิ้วมองสำรวจพวกเขา คาดเดาตัวตนในใจ

"คุณอาเลี่ยวคะ พี่สาวคนนี้แหละค่ะที่เป็นคนใจดี"

ชิงอู้ผายมือแนะนำเด็กสาวผมแดง

เลี่ยวหยางสีหน้าเคร่งขรึม ถามเสียงแหบพร่า

"คุณเป็นคนของเมืองเต่าทมิฬหรอครับ?"

"ใช่"

หยู่เฟ่ยหยานตีหน้านิ่ง สร้างบรรยากาศว่า ฉันไม่ใช่คนที่จะมาล้อเล่นด้วยได้นะ

ผู้หญิงที่อยู่ด้านหลังเด็กน้อยเอ่ยปากขึ้น

หยูลี่ถามด้วยความตื่นเต้น

"ได้ยินน้องอู้บอกว่า คุณจะพาพวกเราไปเมืองเต่าทมิฬหรอคะ?"

"อืม ถ้าพวกคุณเต็มใจจะไป ก็ไปพร้อมกับพวกเราได้เลย"

หยู่เฟ่ยหยาน พยักหน้าตอบรับอย่างตรงไปตรงมา

หยูลี่รีบยกมือขึ้น

"ไปค่ะ ฉันไป!"

เลี่ยวหยางหันมองหยูลี่แวบหนึ่ง แล้วหันกลับมาถามด้วยความกังวล

"คุณจะพิสูจน์ยังไงว่า เป็นคนของเมืองเต่าทมิฬจริงๆ?"

หยู่เฟ่ยหยานได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น แว้ดกลับไปว่า

"เรื่องแค่นี้ต้องให้ฉันพิสูจน์ด้วยหรอ?"

ไม่รอให้เลี่ยวหยางได้พูดต่อ หยู่เฟ่ยหยานแค่นเสียงใส

"ทำความเข้าใจซะใหม่นะ ฉันไม่ได้มาขอร้องให้พวกนายไป นายจะไปหรือไม่ไปมันไม่ได้เกี่ยวกับฉันเลยสักนิด"

เธอรู้สึกหงุดหงิด อุตส่าห์หวังดีอยากจะช่วย แต่ดันมาโดนสงสัยซะนี่

เลี่ยวหยางหน้าเจื่อน รีบแก้ตัวพัลวัน

"เอ่อ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น..."

"พี่สาวคนดีคะ คุณอาเลี่ยวไม่ใช่คนไม่ดีหรอกนะคะ"

ชิงอู้ช่วยพูดเสียงอ่อย

"ใช่ครับ ผมแค่ค่อนข้างระวังตัว"

เลี่ยวหยางยิ้มแห้ง

"ระวังตัว?"

สีหน้าของหยู่เฟ่ยหยานดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังพูดเสียงแข็ง

"พวกนายก็ไม่มีอะไรให้ฉันหลอกอยู่แล้วไม่ใช่หรอ?"

"......"

เลี่ยวหยางพยักหน้ายอมรับอย่างเสียไม่ได้ ถึงจะเป็นความจริง แต่มันก็ทำร้ายจิตใจและศักดิ์ศรีกันพอดูเลยนะ

"ฉันไม่มีเวลามาเสียที่นี่หรอกนะ ยังต้องไปต่อที่เมืองเฟิงเฉิงอีก"

หยู่เฟ่ยหยานตัดบท

"อ้าว ไม่ใช่ไปเมืองเต่าทมิฬหรอ?"

หยูลี่ถามด้วยความงุนงง

"ไปเมืองเฟิงเฉิงก่อน แล้วค่อยไปเมืองเต่าทมิฬ"

หยู่เฟ่ยหยานตอบผ่านๆ

"อ๋อๆ..."

หยูลี่ไม่คิดมาก ขอแค่ได้ตามหยู่เฟ่ยหยานไป นางก็ไม่อยากกลับไปอยู่ในรูมืดๆ นั่นอีกแล้ว

หยู่เฟ่ยหยานมองท้องฟ้าที่ใกล้จะมืดสนิท เร่งเร้าว่า

"ให้เวลาเตรียมตัวครึ่งชั่วโมง ใครจะไปให้มาวมตัวกันข้างนอก"

“พวกเราคนตั้งเยอะ จะไปเมืองเฟิงเฉิงยังไงไหว?”

หยูลี่ถามด้วยความสงสัย

หยู่เฟ่ยหยานไม่ตอบ แต่หันไปสั่งทหารอากาศนายหนึ่ง

"นายไปสั่งให้เครื่องบินขนส่งลดระดับลงมา และยกเลิกการล่องหนซะ"

"รับทราบ!"

ทหารอากาศขานรับ แล้วบังคับผึ้งงานบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

พวกหยูลี่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม เงยหน้ามองฟ้าแต่ก็ไม่เห็นอะไรเลย

"เฮ้ย หายไปไหนแล้ว!"

เลี่ยวหยางอุทานลั่น เมื่อเห็นทหารและผึ้งงานหายวับไปกับตา

หยู่เฟ่ยหยานยืนกอดอกรอชมเรื่องสนุก จ้องมองปฏิกิริยาของพวกเขา

เป็นไปตามคาด ห้านาทีต่อมา ความสงสัยบนใบหน้าของทั้งสามแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึง กรามแทบค้างจนเกือบหลุด

"นะ... นั่น... นั่นมัน..."

หยูลี่ร้องเสียงหลง

ในสายตาของทั้งสาม วัตถุขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า และกำลังลดระดับลงมาช้าๆ

"ยังมีคำถามอะไรอีกไหม?"

หยู่เฟ่ยหยานเท้าสะเอวถามเน้นทีละคำ

"มะ... ไม่มีแล้วครับ พวกเราจะไปกับคุณ"

เลี่ยวหยางส่ายหน้าดิก

เมื่อเห็นเครื่องบินขนส่ง เขาก็เชื่อสนิทใจแล้วว่าคนกลุ่มนี้มาจากเมืองเต่าทมิฬจริงๆ

"ฉันจะไปเรียกคนอื่นออกมา"

หยูลี่วิ่งกลับเข้าไปในถ้ำด้วยความตื่นเต้น เสียงหัวเราะแห่งความหวังดังออกมาไม่ขาดสาย

"พี่สาวคะ เราจะนั่งเจ้านั่นไปเหรอคะ?"

ชิงอู้แหงนหน้ามองเรือเหาะ ดวงตาสีส้มเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"อื้อ นั่งเจ้านั่นไปเมืองเต่าทมิฬ"

หยู่เฟ่ยหยานย่อตัวลง เอื้อมมือไปเช็ดหน้าให้เด็กน้อย คราบเลือดแห้งกรังเช็ดไม่ออก คงต้องใช้น้ำลูบให้มันนิ่มก่อน

"พี่สาว พี่เป็นคนดีที่สุดเลย"

ชิงอู้น้ำตาไหลพรากอีกครั้ง

"......"

หยู่เฟ่ยหยานเริ่มปวดหัว ยัยหนูนี่ทำด้วยน้ำหรือไงนะ?

เธอรีบปลอบ

"โอ๋ๆ ไม่ร้องนะคนเก่ง หยุดร้องได้แล้ว"

"ค่ะ หนูไม่ร้องแล้ว"

ชิงอู้เบะปากพยายามกลั้นสะอื้นสุดชีวิต

หยู่เฟ่ยหยาน อดขำไม่ได้ ยิ้มแห้งๆ

"ช่างเถอะ อย่าอั้นเลย เดี๋ยวจะอกแตกตาย อยากร้องก็ร้องเถอะ"

"ไม่ หนูไม่ร้อง"

ชิงอู้สูดหายใจลึก ยกมือขยี้ตาแรงๆ น้ำตาหยุดไหลจริงๆ แต่ดวงตายังแดงก่ำอยู่

หยู่เฟ่ยหยานถึงค่อยโล่งอก

สักพัก ผู้คนเริ่มทยอยเดินออกมาจากถ้ำ ตอนแรกมีแค่ไม่กี่คน แต่แป๊บเดียวก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนเกินร้อย

คนเหล่านี้ตอนแรกยังไม่เชื่อ แต่พอเงยหน้าเห็นเครื่องบินขนส่งขนาดยักษ์ ก็ศรัทธาขึ้นมาทันที เสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่

"รอดแล้ว เมืองเต่าทมิฬ มาช่วยพวกเราแล้ว ฮือๆๆ..."

"เรื่องจริงด้วย!!"

หน้าปากถ้ำเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ระงม ผู้คนที่อดอยากมาสองสามวัน ใบหน้าตอนนี้เปี่ยมไปด้วยความหวัง

หยู่เฟ่ยหยาน ถอนหายใจด้วยความเวทนา นึกย้อนไปถึงอดีต หมู่บ้านเก่าของเธอยังนับว่าโชคดีกว่าสถานการณ์ตรงหน้านี้มากนัก

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เรือเหาะขนส่งก็ลดระดับลงมาจนถึงพื้น

"ทุกคนฟังทางนี้ ฉันชื่อหยู่เฟ่ยหยาน เป็นผู้รับผิดชอบเครื่องบินลำนี้"

หยู่เฟ่ยหยานก้าวออกมาข้างหน้า ตีหน้าขรึมมองไปที่ฝูงชน

เมื่อครู่เลี่ยวหยางรายงานเธอแล้วว่าคนในถ้ำออกมากันหมดแล้ว

"ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณที่มาช่วยพวกเราครับ"

เสียงขอบคุณสั่นเครือดังระงมจากชาวเมือง

"ก่อนจะขึ้นเครื่อง มีกฎบางอย่างที่ต้องตกลงกันก่อน จะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง"

หยู่เฟ่ยหยานทำหน้าจริงจัง ประกาศก้อง

"เมื่อขึ้นเรือไปแล้ว ต้องอยู่ในห้องโดยสารที่จัดไว้ให้เท่านั้น ห้ามเดินเพ่นพ่าน อาหารจะมีคนนำไปส่งให้ทุกวัน ก่อนจะถึงเมืองเต่าทมิฬ ถ้าใครก่อเรื่อง จะถูกไล่ลงทันที"

"ท่านวางใจได้เลยครับ พวกเราไม่ก่อเรื่องแน่นอน"

"ใช่ครับ พวกเราเป็นคนรักสงบ"

ชาวเมืองต่างพากันรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่ก่อความวุ่นวาย

หยู่เฟ่ยหยาน พยักหน้าช้าๆ

"ดีมาก จำคำพูดของพวกคุณไว้ให้ดี"

เครื่องบินจอดสนิท ประตูชั้นล่างเปิดออก ทหารอากาศเดินเรียงแถวออกมา ยืนขนาบสองข้างประตู

"นั่นมัน ยุทธภัณฑ์วิญญาณทั้งนั้นเลย!"

เลี่ยวหยางรูม่านตาหดเกร็ง สังเกตเห็นชุดเกราะบนตัวทหาร

"เอาล่ะ ขึ้นไปกันได้แล้ว"

หยู่เฟ่ยหยานตบมือเร่ง

ฟ้าจะมืดแล้ว ไม่มีเวลาให้เสียอีก

"ครับๆ รีบขึ้นไปกันเร็ว"

เลี่ยวหยางรีบพยักหน้า

"อื้อๆ"

หยูลี่เก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่อยู่

เธอไม่ได้ไปเบียดเสียดกับคนอื่น แต่มายืนรอข้างๆ หยู่เฟ่ยหยาน อย่างสงบเสงี่ยม

ใช้เวลากว่ายี่สิบนาที กว่าคนเกือบสองพันคนจะขึ้นเรือเหาะจนหมด ภายใต้การนำทางของลูกเรือไปยังห้องโดยสาร

"ไปกันเถอะ"

หยู่เฟ่ยหยานจูงมือชิงอู้ เดินเข้าห้องโดยสารเป็นคนสุดท้าย

ในใจรู้สึกแปลกๆ เหมือนได้ลองเป็นแม่คนยังไงชอบกล?

ครืน ครืน ครืน...

เรือเหาะขนส่งทะยานขึ้นฟ้าอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่ระดับความสูง

จบบทที่ ตอนที่ 1123 มันก็ทำร้ายจิตใจกันพอดูเลยนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว