- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1115 เร็วกว่าที่คิดไว้อีก
ตอนที่ 1115 เร็วกว่าที่คิดไว้อีก
ตอนที่ 1115 เร็วกว่าที่คิดไว้อีก
"พี่คะ ท่านเจ้าเมืองมาแล้วค่ะ"
ในโรงงานยุทธภัณฑ์วิญญาณ อาหลี่เช่อ ยังไม่ทันเห็นตัวคน แต่ได้ยินเสียงตื่นเต้นของน้องสาวดังมาก่อน
ตึก ตึก ตึก...
อาหลี่ย่าวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในโรงงาน มู่เหลียง และคนอื่นๆ เดินตามหลังมา มุ่งหน้าไปยังลานกว้าง
ยังไม่ทันจะเข้าไปใกล้ สายตาของทุกคนก็สะดุดเข้ากับวัตถุขนาดมหึมา อาหลี่เช่อยืนอยู่ข้างๆ ในมือถือผ้าขี้ริ้ว แทบเท้ามีถังน้ำวางอยู่ ดูเหมือนกำลังเช็ดฝุ่น
"ท่านเจ้าเมือง!"
อาหลี่เช่อทำความเคารพ
"อืม"
มู่เหลียงพยักหน้ารับ สายตาจับจ้องไปที่หัวรถจักร
หัวรถจักรมีขนาดใหญ่มาก สูงถึงสี่เมตร และกว้างกว่าสามเมตร
รูปทรงของมันเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เปลือกนอกทำจากแผ่นผลึกหลายแผ่นประกอบเข้าด้วยกัน ปกปิดโครงสร้างภายในและทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน
ด้านหน้าหัวรถจักร มีรางยาวนับพันเมตรทอดตัวออกไป ส่วนหนึ่งยื่นออกไปนอกเขตโรงงาน
มู่เหลียงเลิกคิ้ว เอียงคอถาม
"รูปร่างหน้าตาก็ดูเข้าท่าดีนะ ขยับได้จริงหรือเปล่า?"
"ได้แน่นอนค่ะ เราทดสอบแล้ว"
อาหลี่เช่อพยักหน้ายืนยันด้วยสีหน้าจริงจัง
"งั้นทำให้มันขยับให้ดูหน่อย"
มู่เหลียงสนใจขึ้นมาทันที
"ได้ค่ะ"
สองพี่น้องสบตากัน แล้วหันหลังกลับไปหาหัวรถจักรด้วยความตื่นเต้น
ทั้งสองเปิดฝาครอบแก้วผลึกตรงกลางหัวรถจักรออก เผยให้เห็นว่าเป็นประตูทางเข้าห้องคนขับ
"นี่น่ะเหรอหัวรถจักร!!"
ฮู่เตียน และสาวๆ มุงดูกันด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ซิไป๋ฉีกระซิบ
"ดูเทอะทะจัง จะวิ่งได้จริงเหรอ?"
"น่าจะได้แหละมั้ง..."
หยู่ฉินหลาน ตอบอย่างไม่มั่นใจนัก สีหน้าฉายแววสงสัยเช่นกัน
"เดี๋ยวก็รู้"
มู่เหลียงกล่าวเสียงเรียบ
อาหลี่ย่าและอาหลี่เช่อ เข้าไปนั่งประจำที่ในห้องคนขับ ทัศนวิสัยด้านหน้าเปิดโล่ง มองเห็นสภาพแวดล้อมเบื้องหน้าได้อย่างชัดเจน
ภายในห้องคนขับมีแค่สองที่นั่ง และคันโยกเพียงสามอัน
คันโยกซ้ายสำหรับสตาร์ทเครื่องยนต์ คันโยกกลางสำหรับควบคุมทิศทางเดินหน้าหรือถอยหลัง และคันโยกขวาสำหรับควบคุมความเร็ว
"พี่"
อาหลี่ย่าหันไปมองพี่สาว
"อืม เริ่มเลย"
อาหลี่เช่อพยักหน้า เอื้อมมือไปกดคันโยกซ้ายเบาๆ
เสียงแหลมแสบแก้วหูดังขึ้น หัวรถจักรสั่นสะเทือนเบาๆ ตามมาด้วยเสียงน้ำเดือดปุดๆ
ครืน ครืน ครืน...
ความถี่ในการสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม
"พร้อมแล้ว"
อาหลี่เช่อ กล่าวเสียงขรึม
"ไปล่ะนะ!"
อาหลี่ย่า ได้ยินดังนั้นก็ดันคันโยกกลางขึ้นพร้อมกับดันคันโยกขวาขึ้นตาม
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน หัวรถจักรเริ่มเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ตอนแรกยังช้าอยู่ ความเร็วพอๆ กับคนเดินเร็ว
สิบกว่าวินาทีต่อมา ความเร็วของหัวรถจักรก็เพิ่มขึ้น จากวิ่งเหยาะๆ กลายเป็นวิ่งเต็มสปีด และยังคงเร็วขึ้นเรื่อยๆ
"ว้าวๆ ขยับแล้วจริงๆ ด้วย..."
หยู่เฟ่ยหยานร้องเสียงหลง ดวงตาสีแดงเป็นประกายวิบวับ
หยู่ฉินหลาน เอ่ยอย่างสง่างาม
"วิ่งเร็วใช้ได้เลยนะเนี่ย"
"ความเร็วพอๆ กับรถม้าเลยนะ"
ฮู่เตียน อุทาน
พูดยังไม่ทันขาดคำ หัวรถจักรก็เร่งความเร็วขึ้นอีก เร็วกว่าเมื่อกี้เป็นเท่าตัว
"เร็วเกินไปแล้ว!"
ฮู่เตียนอ้าปากค้าง ตกใจยิ่งกว่าเดิม
"มหัศจรรย์จัง ทำได้ยังไงคะเนี่ย?"
มินโฮตาเป็นประกายวิบวับ อยากจะลองไปสัมผัสหัวรถจักรดูสักครั้ง
ลี่เยว่อุทาน
"ความเร็วพอๆ กับหมาป่าจันทราเลยนะ"
มู่เหลียงฉีกยิ้มกว้าง พอใจมาก
"ดีมาก เร็วกว่าที่คิดไว้อีก"
ด้วยความเร็วระดับนี้ การเดินทางจากเมืองชั้นในไปถึงป้อมปราการชั้นนอกจะใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น
หัวรถจักรเริ่มชะลอความเร็วลง เพราะรางใกล้จะสุดทางแล้ว
จากนั้นหัวรถจักรก็เริ่มถอยหลังกลับมายังจุดเริ่มต้น
แกรก...
ประตูเปิดออก อาหลี่ย่าและอาหลี่เช่อทยอยลงมาจากห้องคนขับ
อาหลี่ย่ากล่าวเสียงใส
"ท่านมู่เหลียงคะ รางมันสั้นไปหน่อย เลยทำความเร็วได้แค่นี้ค่ะ"
"หมายความว่ายังทำความเร็วได้มากกว่านี้อีกเหรอ?"
มู่เหลียงถามด้วยความแปลกใจ
อาหลี่ย่าอธิบาย
"น่าจะได้ค่ะ แต่ก็ยังไม่เคยลองเหมือนกัน"
"งั้นลองตอนนี้เลย"
มู่เหลียงสั่งเสียงเรียบ
"แต่รางมันสั้น…."
อาหลี่เช่อแย้ง
รางรถไฟสายนี้พวกเธอเพิ่งระดมคนงานมาช่วยกันสร้างเมื่อคืน ใช้เวลาทั้งคืนกว่าจะเสร็จ
"ไม่ใช่ปัญหา"
มู่เหลียง ตอบสั้นๆ
เขาเดินตรงไปที่ปลายราง ก้มลงวัดระยะห่างระหว่างรางแก้วผลึกทั้งสองเส้น
เมื่อได้ระยะที่แม่นยำ มู่เหลียงก็วางมือลงบนรางทั้งสองข้าง ใช้พลังจิตสั่งการ รางแก้วผลึกเริ่มยืดขยายออกไปข้างหน้า
จนในที่สุด รางรถไฟก็ทอดยาววนรอบพื้นที่สูงชั้นเจ็ดจนครบรอบ
มู่เหลียงลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่มือ
"เอาล่ะ ลองอีกครั้ง"
"ค่ะ"
สองพี่น้องตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
ทั้งคู่กลับขึ้นไปนั่งในห้องคนขับ เริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้งด้วยความชำนาญ
คราวนี้ มู่เหลียงกระโดดขึ้นไปยืนบนหัวรถจักรด้วย
ความเร็วของหัวรถจักรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับสูงสุดเมื่อครู่ และยังคงเพิ่มขึ้นไปอีก
วู่ว วู่ว วู่ว...
ลมปะทะหน้าจนผมของมู่เหลียงปลิวไสว ความเร็วตอนนี้เร็วกว่ารถม้าถึงสามเท่า
ผ่านไปไม่กี่นาที ความเร็วก็คงที่
"นี่น่าจะเร็วสุดแล้วมั้ง"
มู่เหลียงพึมพำเบาๆ
หัวรถจักรวิ่งวนรอบพื้นที่สูงชั้นเจ็ดหนึ่งรอบ แล้วกลับมาจอดที่เดิมหน้าโรงงานยุทธภัณฑ์วิญญาณ
เครื่องยนต์ดับลง สองพี่น้องลงจากรถด้วยใบหน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตื่นเต้นหรือหวาดเสียวกันแน่
"เร็วกว่าที่คิดไว้เยอะเลย"
อาหลี่เช่อสูดหายใจลึก
อาหลี่ย่าหันมาถามมู่เหลียงด้วยรอยยิ้ม
"ท่านมู่เหลียงคะ แบบนี้ผ่านไหมคะ?"
"อืม ดีมาก"
มู่เหลียง เอ่ยชม
"งั้นวันหยุดห้าวันก็ได้แล้วใช่ไหมคะ?"
อาหลี่ย่ากระพริบตาสีเทาปริบๆ
"ได้สิ"
มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ เขกหัวเด็กสาวผมเทาอย่างเอ็นดู
อาหลี่ย่าไม่ถือสายิ้มร่า
"ในที่สุดก็ได้พักผ่อนสักที"
แต่ประโยคถัดมาของมู่เหลียง ทำเอาเธอหน้ามุ่ย
มู่เหลียง พูดลอยๆ
"ก่อนจะหยุดพัก ช่วยทำตู้โดยสารให้เสร็จก่อนนะ"
"ตู้โดยสาร?"
อาหลี่เช่อถามด้วยความสนใจ
"อืม เหมือนตู้รถม้านั่นแหละ แต่ต้องเชื่อมต่อกับหัวรถจักร บรรทุกได้ทั้งคนและของ..."
มู่เหลียงอธิบายคร่าวๆ
"ได้ค่ะ……อันนี้ไม่ยาก"
อาหลี่เช่อรับคำ
มู่เหลียงพูดเสียงนุ่ม
"ลำบากอีกไม่กี่วันนะ"
"เป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วค่ะ"
อาหลี่เช่อตอบอย่างนอบน้อม
แก้มของเธอยังคงแดงระเรื่อ แอบชำเลืองมองมู่เหลียงเป็นระยะ
มู่เหลียงสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ตาของสองพี่น้อง จึงเปลี่ยนน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น
"วันนี้พวกเธอพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวจะป่วยเอาซะก่อน"
"ค่ะ"
อาหลี่ย่าถอนหายใจโล่งอก รีบรับคำ
"รวบรวมแบบแปลนไว้ให้ดี อีกสองสามวันเอามาให้ผมดูด้วย"
มู่เหลียงทิ้งท้าย
เขายังต้องกลับไปเขียนผังเส้นทางเดินรถไฟของ เมืองเต่าทมิฬ ถึงจะสั่งให้คนเริ่มปูรางได้