เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1105 เชิดชูวีรชน

ตอนที่ 1105 เชิดชูวีรชน

ตอนที่ 1105 เชิดชูวีรชน


คืนภูติจันทรุปราคาผ่านพ้นไปได้หนึ่งวันแล้ว และตอนนี้ยอดความสูญเสียของกองกำลังป้องกันเมืองก็ถูกรวบรวมจนเสร็จสิ้น

ฉินยูมองมู่เหลียงด้วยดวงตาที่แดงก่ำจากการอดนอน รายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

"ท่านเจ้าเมือง ตลอดสี่วันที่เกิดคืนภูติจันทรุปราคากองกำลังป้องกันเมืองมียอดสูญเสียไปทั้งสิ้นสามพันเก้าร้อยยี่สิบแปดนาย..."

“ในจำนวนสามพันเก้าร้อยยี่สิบแปดนาย มีผู้เสียชีวิตเจ็ดร้อยเอ็ดนาย บาดเจ็บสาหัสสี่ร้อยสามสิบสองนาย ที่เหลือเป็นผู้บาดเจ็บเล็กน้อย”

"เฮือก..."

เสียงสูดหายใจด้วยความตกใจดังขึ้นในห้องประชุม

ฉินยูขอบตายิ่งแดงก่ำกว่าเดิม กล่าวต่อ

"ในจำนวนผู้บาดเจ็บสาหัส มีสองร้อยสิบสองนายที่ต้องพิการทุพพลภาพ"

"อืม เงินชดเชยเยียวยาอนุมัติหรือยัง?"

มู่เหลียงลอบถอนหายใจในใจ เงยหน้าถามฉินยู

"ยังค่ะ รอให้ท่านเจ้าเมืองลงนามอนุมัติก่อน"

ฉินยูเปิดสมุดบันทึกตรงหน้า หยิบแบบฟอร์มขออนุมัติเงินเยียวยาที่แนบไว้ออกมา ส่งให้สาวใช้ตัวน้อยด้านหลัง

ป๋าฟูกัดริมฝีปากล่าง นำเอกสารไปวางไว้ตรงหน้ามู่เหลียง ด้วยความรู้สึกหดหู่

มู่เหลียงกวาดสายตาดูรายละเอียดความสูญเสียและยอดเงินเยียวยา

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจรดปากกาเซ็นชื่อ แล้วหยิบตราประทับออกมาจากมิติ ประทับลงบนเอกสาร

มู่เหลียงหันไปกำชับหยู่ฉินหลาน

"ให้ฝ่ายการคลังรีบดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาให้เร็วที่สุด และระวังอย่าให้มีการสวมสิทธิ์หรือตกหล่นเด็ดขาด"

"รับทราบค่ะ"

หยู่ฉินหลานรับคำ

บรรยากาศในห้องประชุมอึมครึมลงอย่างเห็นได้ชัด ความสงบสุขของชาวเมืองในวันนี้ แลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของทหารกองกำลังป้องกันเมืองเหล่านี้ทั้งนั้น

"เยี่ยลี่ยี่ พรุ่งนี้ให้หนังสือพิมพ์กลับมาตีพิมพ์ตามปกติ โดยเน้นนำเสนอเรื่องราวของเหล่าวีรชนผู้เสียสละ"

มู่เหลียงมองเยี่ยลี่ยี่ แล้วกล่าวเสียงเรียบ

"เนื้อหาในหนังสือพิมพ์ต้องสื่อให้ชาวเมืองตระหนักว่า ชีวิตที่สุขสบายในปัจจุบันนั้น มีคนอื่นแบกรับภาระอันหนักอึ้งแทนพวกเขาอยู่"

"เข้าใจแล้วค่ะ"

เยี่ยลี่ยี่พยักหน้าอย่างครุ่นคิด รีบจดบันทึกคำสั่งของมู่เหลียงไว้

เธอเตือนตัวเองในใจว่า จบประชุมแล้วต้องไปขอรายชื่อวีรชนจากฉินยูทันที

มู่เหลียงหันกลับมาทางฉินยู

"สถานการณ์ในค่ายทหารเป็นยังไงบ้าง?"

"นอกจากคนจะน้อยลง นอกนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ"

ฉินยูตอบอย่างจริงจัง

เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะเสริมว่า

"อย่างน้อยในมุมมองของฉัน ก็ไม่มีปัญหาอะไร"

มู่เหลียงพยักหน้าช้าๆ

"อืม อีกสักสองสามวันค่อยเปิดรับสมัครทหารใหม่เพิ่ม"

"จะจัดการให้ค่ะ"

ฉินยูพยักหน้ารับ

เธอมองมู่เหลียง ด้วยแววตาเป็นประกายที่แฝงความรู้สึกลังเล เหมือนมีอะไรอยากจะพูดแต่ไม่กล้าพูด

ก๊อก!

มู่เหลียงเคาะโต๊ะเบาๆ

"ว่ามาสิ"

ฉินยูสูดหายใจลึก ถามด้วยความจริงจัง

"ท่านเจ้าเมืองคะ ทหารที่พิการทุพพลภาพ ท่านจะจัดการยังไงกับพวกเขาคะ?"

มู่เหลียงตอบเสียงใส

"รอให้แผลหายดี ใครที่ยังทำงานไหวก็ให้ไปทำงานในโรงงาน ส่วนคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่มีญาติพี่น้องดูแล ก็ให้ส่งไปที่สถานสงเคราะห์ จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้"

ในแผนการของเขา เขาตั้งใจจะสร้างสถานสงเคราะห์ที่เมืองชั้นนอก เพื่อรองรับทหารผ่านศึกที่บาดเจ็บจนพิการ

ฉินยูซาบซึ้งใจและโล่งใจอย่างมาก ที่มู่เหลียงไม่ทอดทิ้งทหารที่บาดเจ็บพิการ

ในเมืองใหญ่หลายแห่ง ทหารยามที่บาดเจ็บจนพิการและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หากไม่มีครอบครัวคอยดูแล จุดจบของพวกเขาก็มีแต่ความตายและชีวิตที่น่าสังเวช

คนอื่นๆ ในห้องประชุมต่างก็ถอนหายใจโล่งอก สายตาที่มองมู่เหลียงเต็มไปด้วยความเคารพและเทิดทูนมากขึ้นไปอีก

มู่เหลียงหันไปหาต้าอ้าน

"เอาล่ะ สถานการณ์ที่สามป้อมปราการหลักเป็นยังไงบ้าง?"

ต้าอ้านรายงาน

"เรียนท่านเจ้าเมือง ซากศพผีมายาถูกเก็บกวาดเรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนงานซ่อมแซมกำลังดำเนินการอยู่..."

มู่เหลียงนั่งฟังอย่างเงียบๆ คอยซักถามเป็นระยะ ซึ่งต้าอ้านก็ตอบคำถามได้อย่างฉะฉานทันที

"อืมคืนภูติจันทรุปราคาเพิ่งผ่านไป รอให้เมืองเต่าทมิฬกลับสู่สภาวะปกติแล้ว จัดให้กองกำลังป้องกันเมืองผลัดกันหยุดพักผ่อนคนละสามวัน ถือเป็นการฉลองชัยชนะด้วย"

มู่เหลียงกล่าวเรียบๆ

ฉินยูและต้าอ้านตาเป็นประกาย นึกภาพออกเลยว่าลูกน้องจะดีใจขนาดไหนถ้ารู้ข่าวนี้

"รับทราบค่ะ"

ต้าอ้านพยักหน้าแรงๆ ความรู้สึกหดหู่ใจเมื่อครู่เบาบางลงไปมาก

"คนต่อไป"

มู่เหลียงมองไปยังผู้ดูแลเมืองรองทั้งสี่

หัวหน้าเผ่าเงือกยืนขึ้นกล่าวอย่างนอบน้อม

"ท่านเจ้าเมือง เกาะนางเงือกปลอดภัยดีทุกประการ ส่วนเมืองรองที่หนึ่งมีความเสียหายไม่มาก มีตึกเสียหายไปไม่กี่หลัง ไม่มีผู้เสียชีวิตครับ"

"อืม ดีมาก"

มู่เหลียงพยักหน้าอย่างพอใจ

ไห่ตี๋ลุกขึ้นตาม รายงานสถานการณ์เมืองรองที่สอง มีตึกเสียหายไปบ้างเล็กน้อยเช่นกัน

เมยชาเค่อและลุ่ยเหยียน ทยอยรายงานสถานการณ์ของเมืองรองที่สามและสี่ตามลำดับ ความเสียหายไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นพืชพรรณที่ถูกทำลาย ส่วนผู้คนแทบไม่ได้รับบาดเจ็บ

มู่เหลียงหันไปถามต้าซู

"เรือนจำเป็นยังไงบ้าง?"

"ท่านเจ้าเมือง เรือนจำสงบเรียบร้อยดีค่ะ"

ต้าซูรีบลุกขึ้นรายงาน

บริเวณรอบเรือนจำคือถิ่นของงูเหมัน ในสภาพอากาศหนาวเย็นสุดขั้ว ผีมายาที่หลงเข้ามามีแต่ตายสถานเดียว

"แล้วพวกนักโทษล่ะ?"

มู่เหลียงถามถึงพวกหัวขโมยตามธรรมเนียม

เขายังจำได้ว่าในคุกมีจอมโจรตัวฉกาจอยู่หลายคน ที่ยังรอคนเอาค่าไถ่มาไถ่ตัว แต่ผ่านไปหลายเดือนแล้วก็ยังไร้วี่แวว

แววตาของมู่เหลียงฉายแววเสียดาย คิดบวกลบคูณหารแล้ว เท่ากับสูญเสียแต้มวิวัฒนาการณ์ไปเป็นร้อยล้านแต้มเลยนะเนี่ย

"สงบเสงี่ยมเจียมตัวดีค่ะ แค่ถามทุกวันว่า... มีใครเอาค่าไถ่มาให้หรือยัง"

ต้าซูตอบตามตรง

ฮู่เตียนเท้าคางพูดลอยๆ

"คงโดนทิ้งแล้วมั้งคะ"

มู่เหลียงยิ้มบางๆ ไม่แสดงความเห็น โบกมือให้ต้าซูนั่งลงให้คนอื่นรายงานต่อ

ฮู่เตียนลุกขึ้นยืน ทิ้งประโยคสั้นๆ ไว้ว่า

"เขตการค้าไม่มีผีมายาเข้าไป ทุกอย่างปกติดี"

ก่อนที่ผีมายาจะบุกเข้าเมือง ม่านหมอกแห่งฝันของดอกหมอกได้ปกคลุมเขตการค้าไว้แล้ว ผีมายาที่หลงเข้าไปต่างฆ่ากันเองจนตายหมด

"อืม อีกสองวันก็กลับมาเปิดทำการได้แล้ว"

มู่เหลียงเตือน

"รับทราบค่ะ"

ฮู่เตียนยิ้มหวานแล้วนั่งลง

มู่เหลียงหันไปมองจาลั่วที่นั่งเท้าคางอยู่

"จาลั่ว การสร้างเรือเหาะขนส่งไปถึงไหนแล้ว?"

จาลั่วคำนวณในใจครู่หนึ่ง ก่อนตอบ

"ตอนนี้มีสามลำที่ใกล้เสร็จแล้ว อีกประมาณห้าวันน่าจะเรียบร้อยค่ะ"

"อืม ฉันวางแผนว่าอีกครึ่งเดือน เมืองเต่าทมิฬจะออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ทะเลหมอก"

มู่เหลียงเผยแผนการในใจ

เวลาครึ่งเดือน เพียงพอที่จะจัดการปัญหาต่างๆ ได้มากมาย

หนึ่งในเรื่องสำคัญคือเรือเหาะขนส่ง ซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างเมืองใหญ่ต่างๆ กับคลังกลาง และเป็นปัจจัยสำคัญที่ตัดสินว่า หลังจากเมืองเต่าทมิฬย้ายไปทวีปใหม่แล้ว จะยังสามารถกอบโกย ผลึกสัตว์อสูรจากทวีปเก่าได้ต่อเนื่องหรือไม่

บูเว่ยเอ๋อทำหน้าสงสัยทะเลหมอกคือที่ไหนกัน?

"อีกครึ่งเดือนสินะ เข้าใจแล้ว"

จาลั่วพยักหน้าอย่างครุ่นคิด

เธอกำลังคำนวณว่า ภายในครึ่งเดือนนี้จะเร่งสร้างเรือเหาะเพิ่มอีกสักลำได้ไหม?

"อีกครึ่งเดือน เวลาจะไม่กระชั้นชิดไปหน่อยเหรอคะ?"

หยู่ฉินหลานขมวดคิ้วเรียวสวย

"ไม่หรอก"

มู่เหลียงตอบอย่างมั่นใจ

"เข้าใจแล้ว"

หยู่ฉินหลานรับคำ

จากนั้น หยู่ฉินหลานก็เริ่มรายงานผลการดำเนินงาน ซึ่งเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติรวมถึงความคืบหน้าของการกลับมาเปิดทำการของโรงงานและโรงเรียนต่างๆ

จบบทที่ ตอนที่ 1105 เชิดชูวีรชน

คัดลอกลิงก์แล้ว