เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1103 ทำไมถึงแปรพักตร์กันง่ายๆ อย่างนี้?

ตอนที่ 1103 ทำไมถึงแปรพักตร์กันง่ายๆ อย่างนี้?

ตอนที่ 1103 ทำไมถึงแปรพักตร์กันง่ายๆ อย่างนี้?


คณะผู้อาวุโสจากดินแดนเขียวขจี เดินเข้าลิฟต์ขนส่งมุ่งหน้าลงไปยังชั้นสองของเนินสูง

เป่ยเหลียนกล่าวเสียงเรียบ

"ท่านผู้อาวุโสหนึ่ง พวกท่านกลับไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะแวะไปหาพวกอาอู่สักหน่อย"

อาอู่คือหนึ่งในนักวิจัยที่พักอาศัยอยู่บนพื้นที่สูงแห่งนี้

"ไหนๆ ก็มาแล้ว ไปด้วยกันเลยสิ"

ผู้อาวุโสสี่ปรายตามองผู้อาวุโสสามแล้วแย้งขึ้น

เป่ยเหลียนไม่พูดอะไรอีก เมื่อลิฟต์หยุดลง เธอก็เดินนำไปยังชั้นสองของเนินสูง มุ่งหน้าสู่บ้านพักของกลุ่มนักวิจัยอย่างคุ้นเคย

เธอผลักประตูรั้วเดินเข้าไปในลานบ้าน

ภายในลาน อาอู่และพรรคพวกกำลังมุงกันอยู่ที่มุมกำแพง ช่วยกันพรวนดินถอนหญ้าอย่างขะมักเขม้น

เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู ทุกคนก็หันมามองเป็นตาเดียว

"เอ๊ะ... ท่านผู้อาวุโสหนึ่ง, สอง, สาม, สี่... มากันครบเลยครับ"

อาอู่ยิ้มร่า รีบลุกขึ้นยืนต้อนรับ

"อืม การวิจัยคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?"

ผู้อาวุโสหนึ่งพยักหน้าทักทาย สายตากวาดมองไปรอบลานบ้าน

เขาเห็นสีเขียวขจีเต็มไปหมด ลานบ้านถูกปรับปรุงเป็นแปลงเกษตรขนาดย่อม ปลูกพืชผักนานาชนิด

"เอ่อ... คือว่า..."

อาอู่หัวเราะแห้งๆ ยกนิ้วที่เปื้อนดินขึ้นเกาหัวแกรกๆ

"ไม่มีความคืบหน้าเลยเหรอ?"

ผู้อาวุโสสี่ตาโต ทำสีหน้าเหมือนจะบอกว่าเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ

"ใจเย็นๆ ก่อนครับท่านผู้อาวุโส คือ เมืองเต่าทมิฬมันมหัศจรรย์มาก ปลูกอะไรก็ขึ้น ปลูกอะไรก็รอด เราเลยไม่มีโอกาสได้ทดลองเปรียบเทียบเลย..."

นักวิจัยคนอื่นๆ รีบแก้ตัว

ตลอดเวลาที่อยู่ เมืองเต่าทมิฬ พวกเขาไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่เลย นอกจากวิธรการทำเกษตร การเพิ่มผลผลิตพืชผล ฯลฯ แต่ความลับที่ว่าทำไมพืชถึงรอดชีวิตได้นั้น กลับไม่มีความคืบหน้า

"ไอ้พวกไร้ประโยชน์"

ผู้อาวุโสสี่ด่าหน้าดำหน้าแดง

อาอู่และคนอื่นๆ ก้มหน้าลงด้วยความอับอาย ไม่กล้าเถียงสักคำ

ผู้อาวุโสหนึ่งถอนหายใจ กล่าวเสียงขรึม

"ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ไปเก็บของเตรียมตัวกลับดินแดนเขียวขจีกันเถอะ"

"อะไรนะครับ?"

อาอู่ชะงักกึก

"หูหนวกหรือไง?"

ผู้อาวุโสสี่ตวาดลั่น

"เปล่าครับ แต่…..ผมไม่อยากไปจากที่นี่"

อาอู่ส่ายหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง

ผู้อาวุโสสี่อ้าปากค้าง

"เมื่อกี้แกพูดว่าไงนะ?"

อาอู่เน้นทีละคำ

"ผมบอกว่า….ผม…อยากอยู่ที่นี่….ทำวิจัยต่อครับ"

"ผะ... ผมก็อยากอยู่ที่นี่ครับ"

"ฉันด้วยค่ะ"

นักวิจัยคนอื่นๆ ต่างพากันแสดงเจตจำนง ไม่มีใครอยากกลับดินแดนเขียวขจีเลยสักคน

ผู้อาวุโสหนึ่งและผู้อาวุโสสามต่างเงียบกริบ สีหน้าดูไม่สู้ดีนัก

ผู้อาวุโสสี่เบิกตากว้าง ตะคอกด้วยความโมโห

"พวกแกคิดจะทรยศ ดินแดนเขียวขจีงั้นเหรอ?"

"เปล่าครับ พวกเราแค่อยากทำวิจัยให้เต็มที่เท่านั้น"

อาอู่ส่ายหน้าแรงๆ พูดความจริงจากใจ

"ดินแดนเขียวขจี... ไม่มีสภาพแวดล้อมที่ดีขนาดนี้ครับ"

"......"

ผู้อาวุโสสี่อ้าปากพะงาบๆ อยากจะเถียงแต่หาคำพูดมาหักล้างไม่ได้

"เมืองเต่าทมิฬ ให้ผลประโยชน์อะไรพวกคุณ หรือว่าขู่บังคับ?"

ผู้อาวุโสสองถามเสียงเครียด

สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ พยายามหาสิ่งผิดปกติ

"ไม่มีครับ ไม่มีเลย"

อาอู่ส่ายหน้า

"คนที่นี่ดีกับพวกเรามาก อยากได้อะไรก็หามาให้ ขอแค่ไม่เกินตัวเกินไป"

นักวิจัยอีกคนเสริม

อาอู่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

"ผมเชื่อว่าพวกท่านก็เห็นแล้ว เมืองเต่าทมิฬพิเศษมาก ถ้าอยากรู้ความลับว่าทำไมพืชถึงรอดชีวิต มีแต่ต้องอยู่ที่นี่ถึงจะไขปริศนาได้ครับ"

เป่ยเหลียนแววตาไหววูบ ถามเสียงเรียบ

"สรุปคือ ทุกคนตั้งใจจะอยู่ที่นี่ ไม่กลับดินแดนเขียวขจีแล้วใช่ไหม?"

"ครับ... แค่ตอนนี้ครับ รอให้มีผลงานวิจัยออกมา บางทีเราอาจจะกลับไป"

อาอู่ตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ

"ดี งั้นพวกคุณก็อยู่ที่นี่ต่อไปเถอะ"

ผู้อาวุโสหนึ่งโพล่งขึ้นมา

"ท่านผู้อาวุโสหนึ่ง ยอมได้ไงครับ!?"

ผู้อาวุโสสี่ร้องเสียงหลง หันขวับไปมองผู้อาวุโสหนึ่งอย่างไม่เข้าใจ

ผู้อาวุโสหนึ่งเหลือบมองเขา แล้วตอบเรียบๆ

"ในเมื่อพวกเขาไม่อยากไป เจ้ามีปัญญาทำอะไรได้ล่ะ?"

"ก็มัดตัวลากกลับไปสิครับ ดูซิจะไม่ยอมไปได้ยังไง"

ผู้อาวุโสสี่ทำตาขวาง

อาอู่สะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดมองผู้อาวุโสสี่ด้วยความหวาดระแวง

"ใจพวกเขาอยู่ที่นี่ มัดแต่ตัวกลับไปจะมีประโยชน์อะไร?"

ผู้อาวุโสหนึ่งถอนหายใจอย่างปลงตก

เขาคาดการณ์สถานการณ์แบบนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว

เมืองเต่าทมิฬดีแค่ไหนเขารู้ดี ใครที่ได้มาสัมผัสที่นี่จะมีสักกี่คนที่ยอมจากไปโดยดี?

ผู้อาวุโสสี่กัดฟันกรอด เจ็บใจนัก ทำไมถึงแปรพักตร์กันง่ายๆ อย่างนี้?

"ไปกันเถอะ"

เป่ยเหลียนตัดบทหันหลังเดินออกไป

"ท่านผู้อาวุโสครับ ถ้างานวิจัยสำเร็จเมื่อไหร่ ผมจะส่งข่าวไปบอกนะครับ"

อาอู่ตะโกนไล่หลัง

"เอาให้สำเร็จก่อนเถอะค่อยมาคุย"

ผู้อาวุโสสองเบะปาก แล้วเดินตามออกไป

ผู้อาวุโสสี่ชี้หน้าคาดโทษพวกอาอู่

"พวกแก... จำไว้เลยนะ ฝากไว้ก่อนเถอะ"

ปัง!!

ประตูรั้วถูกปิดกระแทกอย่างแรง เหลือเพียงพวกอาอู่ยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่กในลานบ้าน

"อาอู่จะดีเหรอที่ทำแบบนี้?"

นักวิจัยสาวผมแกละถามด้วยความกังวล

อาอู่แววตาเศร้าสร้อยวูบหนึ่ง ก่อนจะฝืนยิ้ม

"ไม่เป็นไรหรอก เราทำเพื่อการวิจัยที่ดีกว่า"

หญิงสาวฮึดสู้ พยักหน้าหนักแน่น

"อื้อ ทั้งหมดก็เพื่อทำให้แผ่นดินนี้กลับมาเขียวขจีอีกครั้ง!"

ทุกคนต่างให้กำลังใจกันและกัน แล้วกลับไปสุมหัวทำวิจัยต่ออย่างรวดเร็ว

นอกพื้นที่สูง

ผู้อาวุโสสี่หน้าบูดบึ้ง หงุดหงิดใจเหลือเกิน ดินแดนเขียวขจีด้อยกว่าเมืองเต่าทมิฬตรงไหน……ก็ได้..ยอมรับก็ได้ว่าด้อยกว่าทุกตรง

ผู้อาวุโสหนึ่งปรายตามอง กล่าวเสียงเรียบ

"ไม่ต้องโมโหไปหรอก น้ำย่อมไหลลงจากที่สู่ลงที่ต่ำ คนย่อมมุ่งสู่ที่สูง เป็นธรรมดาโลก"

"หึ สงสัยว่ามู่เหลียงคนนี้ ซื้อตัวพวกมันไปมากกว่า"

ผู้อาวุโสสี่ยังคงเคียดแค้น

"ถ้าซื้อตัวได้ ก็แสดงว่ามู่เหลียงคนนี้ มีความสามารถพอ"

ผู้อาวุโสหนึ่งตอบกลับ

"......นี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องความไม่ซื่อสัตย์ของพวกอาอู่ หรอกเหรอครับ?"

ผู้อาวุโสสี่พูดไม่ออก

"ช่างมันเถอะ"

เป่ยเหลียนกล่าวอย่างปลงๆ

“พวกอาอู่พูดถูก เมืองเต่าทมิฬเหมาะแก่การทำวิจัยมากกว่าดินแดนเขียวขจีจริงๆ ถ้ามองในแง่ดีก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร”

ทุกคนเงียบลง รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่

กุบกับ กุบกับ...

รถม้าคันหนึ่งมาจอดหน้าประตูทางเข้าเนินสูง ไห่ตี๋ก้าวลงมาจากรถ

"นั่นท่านไห่ตี๋ไม่ใช่เหรอ? ทำไมมาอยู่ที่เมืองเต่าทมิฬได้ล่ะ?"

เป่ยเหลียนชะงัก

ไห่ตี๋แววตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มทักทาย

"ท่านเป่ยเหลียน เจอกันอีกแล้วนะคะ"

เธอมาเพื่อเข้าร่วมประชุมรายงาน และกลัวจะสายเลยมาก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมง

"ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่?"

เป่ยเหลียน ถามซ้ำ

"ฉันเป็นคนของเมืองเต่าทมิฬ ก็ต้องอยู่ที่นี่สิคะ"

ไห่ตี๋ตอบราวกับเป็นเรื่องปกติที่สุดในโลก

"ท่านเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬแล้วหรอ?"

ผู้อาวุโสหนึ่งแห่ง ดินแดนเขียวขจี ถามเสียงหลง

"ใช่ค่ะ ชาวเกาะผีเสื้อทั้งเกาะเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬแล้ว"

ไห่ตี๋ตอบเสียงใส

เธอนึกขอบคุณสวรรค์ ถ้าเกาะผีเสื้อไม่ได้เข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬ ป่านนี้คงถูกคลื่นผีมายาถล่มราบเป็นหน้ากลองไปแล้ว

"นี่มัน..."

เป่ยเหลียนและคนอื่นๆ ตกตะลึง

"ฉันมีธุระ ขอตัวก่อนนะคะ"

ไห่ตี๋พยักหน้าขอตัว แล้วเดินเข้าไปในพื้นที่สูง

จบบทที่ ตอนที่ 1103 ทำไมถึงแปรพักตร์กันง่ายๆ อย่างนี้?

คัดลอกลิงก์แล้ว