- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1101 แค่กินก็แข็งแกร่งขึ้นได้
ตอนที่ 1101 แค่กินก็แข็งแกร่งขึ้นได้
ตอนที่ 1101 แค่กินก็แข็งแกร่งขึ้นได้
เมืองเต่าทมิฬ ณ ห้องทำงานภายในตำนักเนินสูง
มู่เหลียงนั่งอยู่บนเก้าอี้ โดยมีหยู่ฉินหลานนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กำลังรายงานความเสียหายของเมืองเต่าทมิฬที่เกิดในคืนภูติจันทรุปราคาในครั้งนี้
หยู่ฉินหลานเปิดสมุดบันทึกพลางกล่าว
"ความเสียหายในเมืองชั้นในไม่มากนัก มีเพียงหน่วยพิทักษ์เนินสูงสามคนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยขณะกวาดล้างผีมายา แต่ไม่มีใครได้รับอันตรายถึงชีวิต"
"งั้นก็ดีแล้ว"
มู่เหลียงหลุบตาลงพยักหน้าเบาๆ
"บ้านเรือนเสียหายยี่สิบสามหลัง พังถล่มลงมาสามหลัง"
หยู่ฉินหลานพลิกหน้ากระดาษ แล้วกล่าวต่อ
"ส่วนพืชพรรณที่ได้รับผลกระทบจากต้นไม้แห่งชีวิต ตอนนี้ได้จัดคนไปปลูกคืนทั้งหมดแล้ว..."
มู่เหลียงนั่งฟังอย่างเงียบๆ รายงานของ หยู่ฉินหลานนั้นละเอียดถี่ถ้วน และทุกเรื่องล้วนเป็นเรื่องสำคัญ
"สถานการณ์ในเมืองชั้นในก็มีประมาณนี้ ส่วนความเสียหายของเขตกับเมืองชั้นนอกกำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล ฟ้าสางก็น่าจะรวบรวมเสร็จเรียบร้อย"
หยู่ฉินหลานวางสมุดบันทึกลง เงยหน้ามองมู่เหลียง
"ลำบากหน่อยนะ"
มู่เหลียงเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ
หยู่ฉินหลานส่ายหน้า ลุกขึ้นเดินไปข้างหลังมู่เหลียง ยกมือขึ้นนวดขมับให้เขาเบาๆ
เธอพูดเสียงนุ่ม
"สีหน้าดูดีขึ้นเยอะเลยนะ"
"อืม ได้นอนไปตื่นหนึ่ง รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย"
มู่เหลียงยกยิ้มมุมปาก สัมผัสถึงความอบอุ่นจากปลายนิ้วที่ขมับ
"ฮู่เตียนกับจาลั่วไปที่ป้อมซานไห่แล้วนะ"
หยู่ฉินหลานเอ่ยขึ้นกะทันหัน
"เข้าใจแล้ว"
มู่เหลียงขานรับสั้นๆ
ฮู่เตียนและจาลั่วไปช่วยงานที่ป้อมซานไห่ คลื่นผีมายาครั้งนี้สร้างความสูญเสียให้กองกำลังป้องกันเมืองไม่น้อย มีเรื่องต้องจัดการอีกเยอะ
"เธอเองก็เหนื่อยมามาก ไปพักผ่อนเถอะ"
มู่เหลียงยกมือขึ้นตบหลังมือหยู่ฉินหลานเบาๆ
หยู่ฉินหลานส่ายหน้า ตอบเสียงอ่อนโยน
"เทียบกับมู่เหลีนยงแล้ว ตัวฉันคงนับว่าเหนื่อยไม่ได้หรอก"
"ฉันเป็นผู้ชาย ไม่เหมือนกันหรอก"
มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ
"ไม่เหมือนกันตรงไหน?"
หยู่ฉินหลานยิ้มพร้อมค้อนวงโตอย่างน่าเอ็นดู
มู่เหลียงกำลังจะเอ่ยปากพูดต่อ แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรตะกละ ดังมาจากทิศเขตชั้นนอก
โฮก โฮก โฮก...
"เกิดอะไรขึ้น?"
มือของหยู่ฉินหลานชะงักสีหน้าฉายแววตื่นตระหนก
"ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงหรอก เดี๋ยวฉันไปดูเอง"
มู่เหลียงพูดพลางลุกขึ้นยืน ก้าวเดินออกไปข้างนอก
หยู่ฉินหลานกระพริบตาสีฟ้าครามปริบๆ ในเมื่อมู่เหลียงบอกว่าไม่ใช่เรื่องร้ายแรง งั้นก็คงไม่มีอะไรต้องกังวล
มู่เหลียงออกจากตำหนัก เหาะทะยานขึ้นฟ้ามุ่งหน้าสู่เขตชั้นนอก ตรงไปยังตำแหน่งที่สัตว์อสูรตะกละอยู่
...
ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ของเขตชั้นนอกกลับสว่างไสว นี่คือผลงานของแมลงเต่าทองเพื่ออำนวยความสะดวกให้กองกำลังป้องกันเมืองในการเก็บกวาดผีมายา
ณ ลานโล่งแห่งหนึ่ง สัตว์อสูรตะกละหมอบอยู่กับพื้น ส่งเสียงคำรามเป็นระยะ
หลังจากจัดการซากศพผีมายาในเมืองชั้นในเสร็จ มันก็มาช่วยงานต่อที่เมืองชั้นนอก
"สัตว์ศักดิ์สิทธิ์เป็นอะไรไป?"
ทหารกองกำลังป้องกันเมืองเริ่มซุบซิบกันด้วยความกังวล
"ดูท่าทาง... เหมือนจะกิน... อิ่มเกินไปหรือเปล่า?"
ใครบางคนตั้งข้อสังเกตอย่างไม่มั่นใจ
"เออแฮะ เหมือนกินอิ่มเกินไปจริงๆ ด้วย"
พวกคนที่มุงรอบๆ ต่างสงสัยปนกังวล กลัวว่าสัตว์อสูรตะกละจะเป็นอะไรไป
มู่เหลียงร่อนลงมาจากฟากฟ้า ปรากฏตัวตรงหน้าอสูรตะกละ
"ท่านเจ้าเมือง!!"
ทหารกองกำลังป้องกันเมืองเห็นมู่เหลียงมาถึง ก็รีบทำความเคารพ
"อืม"
มู่เหลียงพยักหน้ารับ
"ท่านเจ้าเมืองมาแล้ว คงไม่เป็นไรแล้วล่ะ"
"ใช่ๆ เดี๋ยวท่านเจ้าเมืองก็จัดการได้..."
ทหารต่างกระซิบกระซาบ แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โฮก โฮก โฮก...
อสูรตะกละเห็นเจ้านายมาก็ส่งเสียงร้องอย่างหมดแรง เหมือนจะอ้อนแต่ฟังดูน่าสงสารพิลึก
"เอาล่ะๆ เดี๋ยวช่วยย่อยให้นะ"
มู่เหลียงยิ้มขำ รวบรวมขันธ์แห่งชีวิตเป็นกลุ่มก้อนปาใส่ร่างของอสูรตะกละ
โฮก...
อสูรตะกละหรี่ตาลง ส่งเสียงครางอย่างสบายตัว
หลังจากดูดซับขันธ์แห่งชีวิตเข้าไป กลิ่นอายพลังของมันก็เริ่มพุ่งสูงขึ้น มีสัญญาณของการเลื่อนระดับ
มู่เหลียงตาเป็นประกายตะโกนสั่งการ
"ทุกคน ถอยออกไปหนึ่งกิโลเมตร"
"รับทราบ!!"
ทหารกองกำลังป้องกันเมืองขานรับพร้อมเพรียง หันหลังวิ่งถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากทหารผละออกไปได้ไม่นาน ร่างกายของอสูรตะกละก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น
อสูรตะกละระดับแปดเดิมมีความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเมตร แต่เมื่อกลิ่นอายพลังพุ่งสูงขึ้น ร่างกายของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
กลิ่นอายพลังของอสูรตะกละไต่ระดับขึ้นสู่ขั้นเก้า และค่อยๆ เสถียรในที่สุด
พร้อมกันนั้น ร่างกายของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นจนมีความสูงถึงสามร้อยหกสิบเมตร กลายเป็นยักษ์ปักหลั่นอย่างแท้จริง
โฮก โฮก โฮก...
อสูรตะกละก้มหัวลงมาอยากจะคลอเคลียกับมู่เหลียง
"ฮ่าๆๆ แกตัวใหญ่เกินไปแล้ว ฉันลูบหัวแกเฉยๆ ก็พอนะ"
มู่เหลียงหัวเราะเสียงใส
เขายื่นมือไปขยี้ขนบนหัวของอสูรตะกละ แล้วตบหัวมันเบาๆ เป็นการปลอบประโลม
โฮก...
อสูรตะกละส่งเสียงร้องอย่างพึงพอใจ
"เอาล่ะ กินต่อเถอะ"
มู่เหลียงส่งกระแสจิตสั่งการให้มันช่วยจัดการซากศพผีมายาต่อไป
อสูรตะกละพยักหน้า หันหลังกลับแล้วอ้าปากกว้างดูดกลืนซากศพผีมายาโดยรอบเข้าไปในปากมหึมา
อสูรตะกละหลังเลื่อนระดับ พื้นที่มิติภายในร่างกายขยายใหญ่ขึ้นสิบเท่า สามารถกลืนกินผีมายาได้มากขึ้น
กองกำลังป้องกันเมืองกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง ร่วมมือกับมดงานขนย้ายซากศพผีมายามาจากทั่วสารทิศ
มู่เหลียงส่งจิตเปิดหน้าต่างสถานะคุณสมบัติทั้งสี่มิติของตนขึ้นมาดู
ผู้ฝึก: มู่เหลียง
พละกำลัง: 4382.20
ความเร็ว: 4394.00
ถึกทน: 4397.90
ปราณ: 4395.60
อายุขัย: 24 ปี / 41,930 ปี
มู่เหลียงเพ่งความสนใจไปที่ช่องความสามารถ เมื่อเห็นว่าความสามารถของอสูรตะกละกลายเป็นระดับเก้าแล้ว เขาถึงมั่นใจว่ามันวิวัฒนาการแล้วจริงๆ แถมยังไม่ต้องใช้แต้มวิวัฒน์เลยด้วย
"แค่กินก็แข็งแกร่งขึ้นได้เหรอ?"
เขาทำหน้าแปลกใจ
เขาลองตรวจสอบพื้นที่มิติภายในร่างกาย พบว่าขนาดขยายจากสองแสนลูกบาศก์เมตรเพิ่มขึ้นเป็นสองล้านลูกบาศก์เมตร
"โอ้โห!!"
มู่เหลียงเบิกตากว้างอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา พื้นที่เก็บของในตัวเขาตอนนี้ ใส่แผ่นดินผืนเล็กๆ เข้าไปได้ทั้งผืนเลยมั้ง
เขาเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่า ต่อให้ไม่ใช้แต้มวิวัฒนาการกับสัตว์อสูร แต่ถ้าสัตว์อสูรแข็งแกร่งขึ้นเอง ตัวเขาเองก็จะแข็งแกร่งขึ้นด้วย และความสามารถที่ได้รับมาก็จะวิวัฒนาการตามไปด้วย
"ประหยัดแต้มวิวัฒน์ไปได้เยอะเลยแฮะ"
มู่เหลียงยิ้มมุมปาก
การวิวัฒนาการสัตว์อสูรระดับแปดไปเป็นระดับเก้า ต้องใช้แต้มวิวัฒน์ถึงหนึ่งร้อยล้านแต้ม
มู่เหลียงมองดูช่องแต้มวิวัฒนาการตัวเลขเก้าหลักนั่นทำให้เขายิ้มออก
แต้มวิวัฒน์กว่าเก้าพันล้านแต้ม ส่วนหนึ่งได้มาจากการเปลี่ยนผลึกสัตว์อสูรที่บูเว่ยเอ๋อนำมาให้
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บูเว่ยเอ๋อให้คนนำถุงผลึกสัตว์อสูรหลายถุงมาส่งที่ตำหนัก เพื่อแสดงความขอบคุณที่ มู่เหลียงรับผู้คนจากเมืองเป่ยไห่เข้าเมือง
"เมื่อไหร่จะเก็บครบหนึ่งแสนล้านแต้มนะ"
มู่เหลียงลอบถอนหายใจ หนทางยังอีกยาวไกล
เขามองดูอสูรตะกละที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย กลืนกินซากศพผีมายาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
"ยังเด็กอยู่จริงๆ นั่นแหละ"
มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ แล้วหันหลังเดินออกจากเมืองชั้นนอก