- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1099 นี่มันใช่ปัญหาที่เพศสภาพซะที่ไหนล่ะ?
ตอนที่ 1099 นี่มันใช่ปัญหาที่เพศสภาพซะที่ไหนล่ะ?
ตอนที่ 1099 นี่มันใช่ปัญหาที่เพศสภาพซะที่ไหนล่ะ?
ตึก ตึก ตึก...
มิโนวิ่งย้อนกลับขึ้นบันไดมาสู่พื้นดิน มองดูสภาพท้องถนนและลานจัตุรัสเล็กที่เต็มไปด้วยความเละเทะ นางชะงักงันไปชั่วขณะ
ฝีเท้าของนางช้าลง ริมฝีปากสีชมพูเผยอค้าง ดวงตาสีฟ้าครามกวาดมองไปรอบๆ ใบหน้าค่อยๆ ซีดเผือดลง
"ดีจังเลย ในที่สุดก็ได้ออกมา..."
เสียงโห่ร้องยินดีของชาวเมืองที่ตามหลังสาวน้อยหูต่ายมาพลันขาดห้วง ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอันแหลมแสบแก้วหู
"กรี๊ดดด!!"
ชาวเมืองกลุ่มแรกที่โผล่พ้นดินออกมาต่างพากันกรีดร้องด้วยความตกใจ ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
ภาพซากศพของผีมายา กระแทกตาพวกเขาอย่างจัง ผู้ใหญ่รีบเอามือปิดตาเด็กๆ ไว้
"ช่วยด้วย ผีมายาเต็มไปหมดเลย!!"
เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่ว คนขวัญอ่อนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น
"ไอ้ตัวพวกนี้คือ... ผีมายางั้นเหรอ?"
ชาวเมืองที่ใจกล้าหน่อยเอ่ยถามเสียงสั่น
ในเมืองเต่าทมิฬ มีคนจำนวนมากที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของผีมายามาก่อน เพราะพวกเขาได้รับการปกป้องดูแลมาอย่างดีตั้งแต่เกิด
ตึก ตึก ตึก...
"ไม่ต้องตกใจไป ผีมายาพวกนี้ตายหมดแล้ว มันทำอันตรายพวกคุณไม่ได้หรอกค่ะ"
หยู่ฉินหลานเดินเข้ามาหา พร้อมด้วยเฉิงเหมาและเจ้าหน้าสายตรวจที่เดินตามหลังมา
"ท่านเลขา!!"
ชาวเมืองได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจโล่งอก รีบทำความเคารพทักทายหยู่ฉินหลาน
"ท่านเลขาครับ เมืองเต่าทมิฬถูกผีมายาตีแตกหรอครับ?"
ชาวเมืองคนหนึ่งถามด้วยความนอบน้อมปนกังวล
"ผีมายาบุกเข้ามาในเมืองจริง แต่ว่า..."
หยู่ฉินหลานพยักหน้ารับ
ชาวเมืองเบิกตากว้าง เสียงอุทานดังอื้ออึง ฝูงชนเริ่มส่งเสียงจอแจด้วยความตื่นตระหนก
"เงียบก่อน! …ถึงผีมายาจะเข้ามาในเมืองได้ แต่พวกมันก็ถูกสังหารจนหมดสิ้นแล้ว"
หยู่ฉินหลานอธิบายอย่างใจเย็น
"ค่อยยังชั่ว นึกว่าจะตายซะแล้ว"
ชาวเมืองถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าเริ่มมีรอยยิ้ม
สีหน้าของหยู่ฉินหลานจริงจังขึ้น เธอกล่าวเน้นทีละคำ
"การที่พวกคุณมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย ล้วนแลกมาด้วยการที่ท่านเจ้าเมืองและกองกำลังป้องกันเมืองยอมเอาชีวิตเข้าแลก ต่อสู้กับผีมายาตลอดสี่วันสี่คืนโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอน หวังว่าทุกคนจะเห็นคุณค่าของชีวิตที่สงบสุขในตอนนี้"
ฝูงชนเงียบกริบลงทันที ใบหน้าของทุกคนฉายแววซาบซึ้งใจ หลายคนอ้าปากค้าง คำพูดจุกอยู่ที่คอหอยพูดไม่ออก
"ท่านเลขา..."
เมื่อเห็นว่าบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว หยู่ฉินหลานจึงโบกมือบอกให้ทุกคนแยกย้าย
"เอาล่ะ กลับบ้านกันได้แล้วค่ะ เดี๋ยวจะมีคนมาจัดการเก็บกวาดซากผีมายาพวกนี้เอง"
"ท่านเลขา ผมอยากช่วย!"
ทันใดนั้น ชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบต้นๆ ก็ชูมือขึ้นตะโกนออกมาจากฝูงชน
หยู่ฉินหลานชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองชายหนุ่มที่เดินก้าวออกมา
"เมื่อกี้ พูดว่าอะไรนะ?"
หยู่ฉินหลานถามด้วยท่าทีสง่างาม
ชายหนุ่มตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
"ท่านเลขาครับ ผมอยากช่วยเก็บกวาดซากผีมายาพวกนี้ อยากจะช่วยแบ่งเบาภาระบ้างครับ"
หยู่ฉินหลานแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าอนุญาต
"ได้"
"ท่านเลขาธิ ฉันก็จะช่วยด้วยค่ะ"
หญิงวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกว่าเดินออกมาอีกคน
ชาวเมืองคนอื่นๆ เริ่มมีสีหน้าลังเล เหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง
"ผมก็อยากช่วย..."
"ฉันด้วย..."
ผู้คนจำนวนมากทยอยเดินออกมาจากกลุ่ม ยกมือแสดงเจตจำนงต่อหยู่ฉินหลาน
แววตาของหยู่ฉินหลานอ่อนโยนลง เธอพยักหน้า
"ตกลง งั้นฟังคำสั่งจากเฉิงเหมา ให้เขาจัดแจงงานให้"
"รับทราบ!!"
ชาวเมืองขานรับเสียงดัง
หยู่ฉินหลานอารมณ์ดีขึ้นมาก เธอหันหลังเดินกลับไปยังเนินสูงภายใต้สายตาชื่นชมของชาวเมือง
หลังจากเธอจากไป เฉิงเหมาก็เริ่มสั่งการเจ้าสายตรวจ แบ่งชาวเมืองจิตอาสาออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อไปช่วยเก็บกวาดซาก ผีมายา ในเมือง
"ดีจริงๆ..."
เฉิงเหมายิ้มด้วยความปลื้มใจ
"พ่อคะ!!"
เสียงใสแจ๋วของเฉิงเซียวดังขึ้น
"ลูก!"
เฉิงเหมาหยุดมือ มองปราดเดียวก็เห็นภรรยาและลูกสาวในฝูงชน
"พี่ไม่เป็นไรนะ ดีจังเลย" อวี๋จือขอบตาแดงระเรื่อ หัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายได้รับการปลดปล่อยเสียที
"ไม่เป็นไร สบายมากวางใจเถอะ"
เฉิงเหมาฉีกยิ้มกว้าง
เขาโบกมือไล่
"รีบกลับบ้านกันไปก่อน มีงานที่พี่ยังต้องทำงานต่อ"
แม้คืนภูติจันทรุปราคาจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ในเมืองยังมีเรื่องให้จัดการอีกเป็นภูเขาเลากา สายตรวจคงต้องทำงานไม่ได้หยุดหย่อนไปอีกสักสองสามวัน
"ค่ะ"
อวี๋จือพยักหน้าอย่างว่าง่าย
เธอจูงมือเฉิงเซียวเดินอ้อมซากศพผีมายาร่างยักษ์ มุ่งหน้าไปยังถนนหลัก3
"แม่ หนูอยากช่วยพ่อด้วย"
เฉิงเซียวหยุดเดิน กระตุกมือแม่
อวี๋จือหยุดเดิน มองลูกสาวด้วยความตกใจ
"ลูกไม่กลัวผีมายาหรอ?"
"ผีมายาตายหมดแล้ว ไม่เห็นต้องกลัวเลย"
เฉิงเซียวตอบเสียงเบาพยายามซ่อนความกลัวในใจ
แม้ผีมายาจะตายแล้ว แต่คนธรรมดาอย่างเธอจะไม่กลัวได้ยังไงไหว
อวี๋จื่อถอนหายใจยาว ลูบหัวลูกสาวแล้วพูดเสียงอ่อนโยน
"ลูกแม่ ตั้งใจเรียนหนังสือนะลูก โตขึ้นจะได้ตอบแทน เมืองเต่าทมิฬได้"
เฉิงเซียวพยักหน้าหงึกๆ ทำหน้าจริงจัง
"อื้อ หนูโตขึ้นจะเป็นคนเก่งแบบท่านเจ้าเมืองให้ได้เลย"
"อันนั้นน่าจะยากหน่อยนะลูก"
อวี๋จื่อแซวทีเล่นทีจริง
"นั่นสินะ ท่านเจ้าเมืองเป็นผู้ชาย หนูคงเป็นแบบนั้นไม่ได้..."
เฉิงเซียวพึมพำกับตัวเอง สีหน้าจริงจังราวกับกำลังถกปัญหาโลกแตก
"......"
อวี๋จื่อมุมปากกระตุก นี่มันใช่ปัญหาที่เพศสภาพซะที่ไหนล่ะ?
"งั้นหนูจะเป็นแบบท่านเลขาก็ได้ โตขึ้นหนูจะบริหารเมืองเต่าทมิฬ"
ดวงตาของเฉิงเซียวเป็นประกาย วางเป้าหมายชีวิตใหม่ทันที
"......"
อวี๋จื่อขยับปากอยากจะบอกลูกสาวว่าให้มองโลกแห่งความจริงหน่อย
แต่พอคิดอีกที การมีเป้าหมายสูงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย จะได้เป็นแรงผลักดันให้ลูกสาวขยันพัฒนาตัวเอง
เฉิงเซียวกระตุกมือแม่เบาๆ อีกครั้ง พูดเสียงใส
"แม่คะ เราไปช่วยงานกันเถอะ หนูเห็นคุณครูเยี่ยก็ไปช่วยด้วย"
อวี๋จื่อเงยหน้ามองตาม ก็เห็นร่างที่คุ้นเคยอยู่ไกลๆ จริงๆ
ไม่ไกลนักเยี่ยลี่ยี่ถลกแขนเสื้อขึ้น กำลังช่วยคนอีกสองคนแบกศพผีมายา มุ่งหน้าไปยังลานจัตุรัสเล็ก
"พี่ซูเอ๋อ!"
หางตาของเธอเหลือบไปเห็นคนรู้จักอีกคน
ซูเอ๋ออยู่ห่างจากเยี่ยลี่ยี่ไปไม่ไกล กำลังช่วยตำรวจแบกศพผีมายาเช่นกัน
อวี๋จื่อนึกถึงเกาเฉาสามีของซูเอ๋อ ตอนนี้เขาน่าจะยังประจำการอยู่ที่ประตูเมืองเทียนเหมินคลื่นผีมายา บุกมา ประตูเมืองเทียนเหมินถือเป็นด่านหน้า ความอันตรายย่อมสูงลิบลิ่ว
เธอมองซูเอ๋อที่มีสีหน้ามุ่งมั่น ทั้งที่ในใจคงจะเป็นห่วงสามีแทบขาดใจ แต่ก็ยังออกมาช่วยเก็บกวาดศพผีมายา
"แม่คะ?"
เฉิงเซียวเอียงคอ กระตุกแขนเสื้อแม่อีกครั้ง
"ไปกันเถอะ เราไปช่วยพวกเขากัน"
อวี๋จื่อได้สติถลกแขนเสื้อขึ้นเตรียมลุย
ขนาดซูเอ๋อยังช่วย แล้วเธอจะมีเหตุผลอะไรมาปฏิเสธ?
คนแบบอวี๋จื่อมีไม่น้อยเลย เมื่อเห็นคนรอบข้างทำความดี ก็ได้รับแรงบันดาลใจให้ทำตาม เริ่มทยอยกันเข้ามาช่วยเหลือ
เมืองชั้นในเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อยๆ ชาวเมืองจำนวนมากเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน ทำให้เมืองชั้นในค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพเดิม
โฮก...
สัตว์อสูรตะกละ รออยู่ที่ลานจัตุรัสเมืองชั้นใน คอยให้ชาวเมืองขนศพผีมายามาให้ แล้วมันก็รับหน้าที่กลืนลงท้องไป
ชาวเมืองก็ไม่ได้หวาดกลัวอสูรตะกละต่างมองมันเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองเต่าทมิฬ ด้วยความเคารพยำเกรงเสียมากกว่า
เมื่อศพผีมายากองรวมกันที่ลานจัตุรัสมากพอ สายตรวจก็จะกันชาวเมืองให้ออกไปอยู่ในระยะปลอดภัย
โฮก...
พอชาวเมืองถอยไปแล้ว อสูรตะกละก็จะอ้าปากกว้างฮุบศพผีมายาลงท้องไปในคำเดียว
โชคดีที่กระเพาะของอสูรตะกละมีพื้นที่มหาศาล การกลืนผีมายาทั้งหมดในเมืองชั้นในลงไปจึงไม่ใช่ปัญหา