- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1097 อาการสาหัส
ตอนที่ 1097 อาการสาหัส
ตอนที่ 1097 อาการสาหัส
มู่เหลียงเหาะทะยานกลางเวหา มุ่งหน้าสู่เมืองชั้นใน
"สถานการณ์ดีกว่าที่คิดไว้"
เขาก้มมองสภาพบ้านเมืองเบื้องล่าง พึมพำกับตัวเอง
จากการกวาดสายตาสำรวจ ต้นไม้ใบหญ้าที่เขตชั้นนอกถูกผีมายาทำลายไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์
ก็เพราะเขตชั้นนอกกว้างใหญ่ขนาดนี้ ลำพังผีมายาคงไม่สามารถไถกลบพลิกหน้าดินได้ทั่วทุกตารางนิ้วหรอก
มู่เหลียงส่งกระแสจิตติดต่อหลิงเอ๋อตั้งใจจะให้เธอใช้อาณาเขตแสงดาว ช่วยฟื้นฟูสภาพต้นไม้ที่เสียหาย
"หือ?"
อยู่ๆ เขาขมวดคิ้ว สัมผัสได้ถึงความอ่อนแอของหลิงเอ๋อ
ดูเหมือนตอนนี้เธอจะยังใช้อาณาเขตแสงดาวไม่ไหว
มู่เหลียงเริ่มไม่วางใจ จึงเร่งความเร็วพุ่งตรงไปยังต้นไม้แห่งชีวิตทันที
เพียงชั่วอึดใจ เขาก็มาถึงสวนหลังตำหนักบนเนินที่สูง เขายื่นมือออกไปสัมผัสลำต้นของต้นไม้แห่งชีวิต
วินาทีถัดมา ภูติตัวน้อยที่ดูอ่อนแรงก็ปรากฏตัวขึ้น เธอนั่งแปะอยู่บนไหล่ของมู่เหลียง อย่างหมดสภาพ
"อี๊ยา..."
หลิงเอ๋อแก้มป่อง ส่งเสียงอ้อน
มู่เหลียงประคองร่างเล็กจิ๋วไว้ในอุ้งมือ ถามด้วยความเป็นห่วง
"ใช้พลังจนหมดแรงเลยเหรอ?"
"อี๊ยา..."
หลิงเอ๋อพยักหน้าหงึกๆ ปีกใสที่ด้านหลังลู่ตก
"ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวก็หายดี"
มู่เหลียงถอนหายใจโล่งอก แม้หลิงเอ๋อจะดูอ่อนเพลีย แต่ก็ไม่ได้อันตรายถึงชีวิต
เขายื่นมือออกไป รวบรวมขันธ์แห่งชีวิตเป็นกลุ่มก้อน ห่อหุ้มร่างของหลิงเอ๋อร์ไว้ ช่วยเร่งกระบวนการฟื้นฟู
"อี๊ยา..."
หลิงเอ๋อรู้สึกสดชื่นขึ้นทันตา ดวงตาสีเขียวมรกตกลับมามีประกายสดใส
"ไปพักเถอะ ลำบากเธอแย่เลย พักผ่อนให้เต็มที่นะ"
มู่เหลียงชูมือขึ้น ส่งหลิงเอ่อเข้าใกล้ลำต้นไม้
"รอหนูสามวันนะ"
หลิงเอ๋อร์พยักหน้าอย่างว่าง่าย หันกลับมามองด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะหายวับเข้าไปใน ต้นไม้แห่งชีวิต
"สามวันหรอ ไม่ต้องรีบหรอก..."
มู่เหลียงเอ่ยเสียงเบา
เขาเดินออกจากสวนหลังตำหนัก กลับเข้ามาภายในตำหนัก
ตึก ตึก ตึก...
"มู่เหลียง กลับมาแล้วจริงๆ ด้วย"
เสียงตื่นเต้นของหยู่ฉินหลานดังมาก่อนตัว
เธอวิ่งถลาเข้ามาจากหน้าตำหนัก ทิ้งมาดความสง่างามที่เคยมีจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความห่วงใยและความกังวล
"อืม เรียบร้อยแล้ว"
มู่เหลียงอ้าแขนรับร่างของหยู่ฉินหลาน เข้ามากอด
"มู่เหลียง..."
ร่างกายของหยู่ฉินหลานแข็งเกร็งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนคลายลง ซบหน้าลงกับอกกว้างของเขา
มู่เหลียงลูบหลังเธอเบาๆ แล้วค่อยๆ คลายอ้อมกอด
"คืนภูติจันทรุปราคาจบลงแล้ว ต่อไปก็แค่เก็บกวาดงานที่เหลือ อีกไม่นาน เมืองเต่าทมิฬก็จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ"
"จบแล้วจริงๆ หรอ?"
หยู่ฉินหลานยิ้มทั้งน้ำตา
"ใช่ พระจันทร์โลหิตหายไปแล้ว"
มู่เหลียงพยักหน้ายืนยัน
หยู่ฉินหลานอ้าปากค้าง ถอนหายใจด้วยความโล่งอกปนเหลือเชื่อ
"ดีจัง รู้สึกเหมือนฝันไปเลย..."
"ผมบอกแล้วไง มีฉันอยู่ทั้งคน เมืองเต่าทมิฬไม่เป็นอะไรหรอก"
มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ ใช้นิ้วดีดหน้าผากเนียนของเธอ
"อื้ม"
หยู่ฉินหลานค้อนวงเล็กๆ ใส่เขาอย่างน่ารัก
"เอาล่ะ เริ่มจัดแจงงานเก็บกวาดได้เลย รีบกำจัดศพผีมายาออกไปให้เร็วที่สุด"
มู่เหลียงยิ้มบางๆ
หยู่ฉินหลานพยักหน้า กลับมาวางมาดสง่างามดังเดิม
"เดี๋ยวฉันจัดการเอง มู่เหลียงไปพักผ่อนเถอะ"
"ฉันยังไหว ยังไม่ต้องพักหรอก"
มู่เหลียงส่ายหน้า
หยู่ฉินหลานขมวดคิ้วสวย ถามด้วยความเป็นห่วง
"แต่หน้าดูซีดๆ นะ ไม่เป็นไรแน่นะ?"
"ไม่เป็นไรจริงๆ แค่ใช้พลังไปเยอะหน่อย แต่ไม่มีผลกระทบอะไรหรอก"
มู่เหลียงส่ายหน้า ยืนยันเสียงใส
"วางใจเถอะ"
"ก็ได้... แต่ถ้าไม่ไหวต้องรีบไปพักนะ ห้ามฝืนเด็ดขาด มีฉันอยู่ทั้งคน งานที่เหลือฉันจัดการได้"
หยู่ฉินหลานกำชับเสียงเข้ม
"ตกลง งานเก็บกวาดฝากด้วยนะ"
มู่เหลียงยิ้มขำ
"มู่เหลียงก็ไปพักเถอะ"
หยู่ฉินหลานพูดพลางขยับจัดคอเสื้อให้เขา
มู่เหลียงส่ายหน้าอธิบายว่า
"พวกเสี่ยวหยู่บาดเจ็บนะ ต้องไปดูอาการพวกมันหน่อย"
"อ้าวเหรอ งั้นรีบไปเถอะ"
หยู่ฉินหลานตกใจ
"อืม ฉันสั่งสัตว์อสูรตะกละไว้แล้ว มันจะช่วยกำจัดศพผีมายาในเมืองให้"
มู่เหลียงกล่าวเสียงนุ่ม
"รอให้มั่นใจว่าในเมืองไม่มีผีมายาหลงเหลือแล้ว ค่อยให้ชาวเมืองออกมาช่วยซ่อมแซมเมืองนะ"
"ตกลงค่ะ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"
หยู่ฉินหลานยิ้มมุมปาก
เธอวางแผนไว้ว่า หลังจากกวาดล้างพื้นที่เสร็จ จะให้ชาวเมืองออกมาดูสภาพเมืองชั้นใน เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเมือง และเพิ่มความศรัทธาที่มีต่อมู่เหลียง และกองกำลังป้องกันเมืองให้มากขึ้น
"ตามนั้นเลย"
มู่เหลียงพยักหน้า หันหลังเดินออกไปนอกตำหนัก
คลื่นผีมายาถล่มเมืองต่อเนื่องสี่วัน สัตว์อสูรและพืชวิญญาณของเขาก็ยืนหยัดต่อสู้มาตลอดสี่วัน หลายตัวได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
มู่เหลียงเหาะไปยังเขตชั้นนอก เขาไปหาเสี่ยวหยู่ (อินทรีอัคคี) เป็นตัวแรก มันหมอบอยู่ที่ลานกว้างในเขตชั้นนอก พื้นดินรอบๆ รัศมีหลายพันเมตรถูกเผาจนไหม้เกรียม
แกว้ก….
เสี่ยวหยู่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผู้เป็นนาย จึงเงยหน้าขึ้นส่งเสียงร้องอย่างอ่อนแรง
"ลำบากแกแล้วนะ"
มู่เหลียงร่อนลงข้างศีรษะของอินทรีอัคคี ตรวจดูอาการบาดเจ็บ
อินทรีอัคคีบาดเจ็บหนักเอาการ ขนที่ปีกหลุดร่วงไปเป็นแถบจนเห็นกระดูกขาวโพลน บาดแผลยังมีรอยไหม้เกรียมให้เห็น
แกว้ก….
อินทรีอัคคีเอาหัวมาถูไถตัวมู่เหลียงเบาๆ เหมือนเด็กอ้อน
"เด็กดี เดี๋ยวก็หาย"
มู่เหลียงลูบจะเลยปากของมันอย่างอ่อนโยน
เขาป้อนแต้มวิวัฒนาการให้มันหนึ่งแสนแต้ม เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนความเหนื่อยยากตลอดหลายวันที่ผ่านมา
มู่เหลียงยื่นมืออีกข้างออกไป รวบรวมขันธ์แห่งชีวิตโปะลงไปที่บาดแผลฉกรรจ์บนตัวอินทรีอัคคี
เมื่อขันธ์แห่งชีวิตสัมผัสบาดแผล เนื้อเยื่อส่วนที่ไหม้เกรียมก็หลุดลอกออก เนื้อเยื่อใหม่เริ่มงอกขึ้นมาปกคลุมกระดูกด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เพียงสิบกว่าวินาที เนื้อที่หายไปก็กลับมาเต็มสมบูรณ์ แถมยังมีขนอ่อนงอกขึ้นมาด้วย อีกไม่นานคงกลายเป็นขนแข็งที่สมบูรณ์ดังเดิม
อินทรีอัคคีขยับปีก ดูเหมือนสภาพจิตใจจะดีขึ้นมาก มันเอาหัวมาถูไถมู่เหลียงอย่างรักใคร่อีกครั้ง
มู่เหลียงตบตัวมันเบาๆ โบกมือยิ้ม
"ไปพักผ่อนเถอะ"
แกว้กก
อินทรีอัคคีกระพือปีกแรงๆ ทะยานขึ้นฟ้า บินวนรอบศีรษะมู่เหลียงหนึ่งรอบ ก่อนจะมุ่งหน้ากลับไปพักผ่อนที่ยอดต้นไม้แห่งชีวิต
มู่เหลียงไม่รอช้า สัมผัสตำแหน่งของมังกรวาลาแล้วรีบเหาะไปหาทันที
เมื่อเขาพบมังกรวาลา มันกำลังแช่ตัวอยู่ในน้ำครึ่งตัว อาการบาดเจ็บสาหัสกว่าอินทรีอัคคีเสียอีก ที่คอมีแผลเหวอะหวะน่ากลัว เกือบจะถูกผีมายาฉีกร่างขาดเป็นสองท่อน
มู่เหลียงตกใจแทบแย่ รีบใช้พลังควบคุมแรงโน้มถ่วงยกตัวมังกรวาลาขึ้นมา
เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด เขาจงใจสร้างแท่นเมฆหมอกนุ่มๆ ให้มันนอนหมอบ
โฮก โฮก...
มังกรวาลา ลืมตาข้างหนึ่งส่งเสียงคำรามแหบแห้งในลำคอ
"มีฉันอยู่ทั้งคน ไม่ตายง่ายๆ หรอก"
มู่เหลียงทำหน้าดุ แต่ก็ป้อนแต้มวิวัฒนาการให้มันหนึ่งแสนแต้มเช่นกัน ก่อนจะลงมือรักษา
การรักษาครั้งนี้กินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง กว่าบาดแผลของมังกรวาลาจะฟื้นฟูได้เกือบสมบูรณ์
โฮก โฮก...
มังกรวาลาลุกขึ้นยืน กระพือปีกทดสอบสภาพร่างกาย
มู่เหลียง ถอนหายใจโล่งอก ยิ้มบางๆ
"หายดีแล้วนะ"
มังกรวาลาดูตื่นเต้นดีใจ แลบลิ้นยักษ์ออกมาทำท่าจะเลีย มู่เหลียง
"พอเลย รีบกลับไปพักซะ"
มู่เหลียงหางตากระตุก รีบกระโดดหลบ เขาไม่อยากตัวเหนียวเหนอะหนะตอนนี้
โฮก!
มังกรวาลาคำรามลั่นฟ้า มองมู่เหลียงด้วยสายตาเสียดาย ก่อนจะกระพือปีกบินจากไป