เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1095 ชนะแล้ว

ตอนที่ 1095 ชนะแล้ว

ตอนที่ 1095 ชนะแล้ว


เหนือป้อมซานไห่ มู่เหลียงยังคงต่อสู้พัวพันอยู่กับผีมายาขั้นสิบเอ็ด

"แข็งแกร่งกว่าที่คิดไว้นิดหน่อยแฮะ"

แววตาของมู่เหลียงเย็นยะเยือก มือไม้ไม่ได้หยุดพัก สายฟ้าสีม่วงพันรอบกำปั้นระดมชกใส่ผีมายาขั้นสิบเอ็ด

ผีมายาขั้นสิบเอ็ดนั้นแข็งแกร่งมากหนังหนาเนื้อหยาบ แม้จะโดนหมัดของมู่เหลียงเข้าไปเต็มๆ ก็ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

"ทรงพลังมาก!"

บนกำแพงเมือง ฮู่เตียนสีหน้าเคร่งเครียดจ้องมองเงาร่างมหึมากลางเวหา

บนท้องฟ้า มู่เหลียงและผีมายาขั้นสิบเอ็ดต่อสู้กันมากว่าสิบนาทีแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ

ลี่เยว่สะบัดข้อมือไปมา เพราะการง้างสายธนูยิงต่อเนื่องเป็นเวลานานทำให้ตอนนี้ข้อมือของเธอปวดร้าวไปหมด

เธอเหลือบมองท้องฟ้า กล่าวเสียงเรียบ

" มู่เหลียงไม่ได้ตกเป็นรอง น่าจะไม่เป็นไรหรอก"

"ฉันไม่ได้ห่วงว่ามู่เหลียงจะแพ้ แต่ยิ่งยืดเยื้อเวลานานเท่าไหร่ก็ยิ่งยุ่งยาก"

ฮู่เตียนพูดพลางมองไปยังเขตชั้นนอกด้านหลัง

ในจุดที่ ม่านหมอกของดอกหมอกครอบคลุมไปไม่ถึง มีผีมายาจำนวนไม่น้อยหลุดรอดเข้าไปแล้ว แต่ทุกคนบนกำแพงเมืองต่างปลีกตัวไปไหนไม่ได้ ได้แต่หวังว่าสัตว์อสูรในเมืองจะสกัดกั้นและสังหารพวกมันได้

"มีหลุมหลบภัยอยู่ อันตรายน่าจะไม่มาก แต่พวกต้นไม้ใบหญ้าในเมือง..."

นัยน์ตาสีเงินของลี่เยว่ไหววูบ แม้พูดไม่จบประโยค แต่ทุกคนก็เข้าใจความหมายดี

ที่ใดที่ผีมายาผ่านไป สิ่งมีชีวิตในที่นั้นล้วนถูกทำลายสิ้น

"บ้าเอ๊ย ฆ่ามันให้หมด"

ต้าอ้านคำรามด้วยความโกรธ

ปัง ปัง ปัง...

ยักษ์ทรายกวาดฝ่ามือตบผีมายาตายเป็นเบือ

คลื่นผีมายาในตอนนี้ ไม่ได้น่ากลัวเหมือนตอนเริ่มต้นแล้ว อาจเป็นเพราะจำนวนที่ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว

ด้วยฝีมือของมู่เหลียงและเต่าเทมิฬน้อย ผีมายาระลอกนี้กว่าแปดส่วนล้วนถูกกำจัดด้วยน้ำมือของพวกเขา

โฮก โฮก โฮก...

เต่าทมิฬน้อยแหงนหน้าคำรามลั่นฟ้า รอยแยกมหึมากลางทะเลไกลออกไปเริ่มค่อยๆ ปิดตัวลง พร้อมกันนั้นแรงโน้มถ่วงรอบกายของมันก็พุ่งสูงขึ้นเป็นเส้นตรง

วิ้ง...

เต่าทมิฬน้อยควบคุมแรงโน้มถ่วง ทำให้ผีมายาที่ลอยอยู่กลางอากาศร่วงหล่นลงมาราวกับนกปีกหัก ดิ่งพสุธาลงสู่พื้น

ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ!!

ผีมายาแต่ละตัวร่วงกระแทกพื้น ถูกแรงโน้มถ่วงกดทับจนติดแน่นกับพื้นดิน แม้แต่จะลุกขึ้นยืนยังทำไม่ได้ นี่คือพลังอันน่าสะพรึงกลัวของเต่าทมิฬน้อยขั้นสิบเอ็ด

กลางเวหาเหลือเพียง ผีมายาขั้นสิบเอ็ดและมู่เหลียงเท่านั้น

"โอกาสมาแล้ว ซ้ำมันให้ตาย"

หยางปิงเอ่ยเสียงเย็น

"เล็งไปที่หัว"

ต้าอ้านรีบสั่งการ

"ฆ่า!!"

กองกำลังป้องกันเมืองตะโกนก้อง กวัดแกว่งมีดกระดูกและหอก พุ่งเข้าใส่เหล่าผีมายาที่ถูกแรงโน้มถ่วงกดทับจนขยับไม่ได้

กลางอากาศ มู่เหลียงมองเห็นสถานการณ์เบื้องล่าง

"ดี ฉันหมดอารมณ์จะเล่นกับแกแล้ว"

เขาหันกลับมามองผีมายาขั้นสิบเอ็ด มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย

การที่เต่าทมิฬน้อยต้องควบคุมแรงโน้มถ่วงในวงกว้างขนาดนี้ ย่อมยืนระยะได้ไม่นานนัก เขาต้องรีบจบศึกนี้ให้เร็วที่สุด

กรร...

ผีมายาขั้นสิบเอ็ดดูเหมือนจะเข้าใจคำพูดของมู่เหลียง มันรู้สึกเหมือนโดนดูถูกจึงยิ่งโกรธเกรี้ยวขึ้นไปอีก

มันคำรามลั่น อ้าปากเตรียมจะพ่นลมหายใจพิฆาตออกมา

มู่เหลียงลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีดำแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวครามอีกครั้ง รูม่านตาแยกออกเป็นสามแฉก ราวกับดอกบัวเขียวพันกลีบที่กำลังบานสะพรั่งสามดอก

"เนตรไตรศิลา"

สิ้นเสียงอันเยือกเย็น การเคลื่อนไหวของผีมายาขั้นสิบเอ็ดก็ชะงักค้าง ผิวหนังปรากฏลวดลายของหินขึ้นมาทันที

"ใยแมงมุมพันเงา"

มู่เหลียงเชิดคางขึ้น ผสานสองความสามารถเข้าด้วยกัน ทำให้ผีมายาขั้นสิบเอ็ดสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ

ผีมายาขั้นสิบเอ็ดดิ้นรน พยายามจะสลัดให้หลุดจากพันธนาการ

มู่เหลียงฉวยโอกาสประชิดตัว วางมือเบาๆ ลงบนร่างของผีมายาแล้วระเบิดพลังบิดเบือนแรงโน้มถ่วงอย่างเต็มพิกัด

กร๊อบ...

มิติโดยรอบราวกับผืนผ้าที่ถูกมือที่มองไม่เห็นขยุ้มจนยับย่น รอยบิดเบี้ยวของมิติปรากฏขึ้นเป็นริ้วๆ ครอบคลุมพื้นที่เกือบหนึ่งกิโลเมตร

และผีมายาขั้นสิบเอ็ดที่อยู่ใจกลางของการบิดเบือนนั้น ร่างกายของมันก็เริ่มบิดเบี้ยวผิดรูปไปตามมิติ

โพละ...

เสียงแตกหักดังขึ้นหลายครั้ง ร่างของผีมายาขั้นสิบเอ็ดระเบิดออก เศษซากกระจัดกระจายไปทั่วทิศราวกับดอกไม้สวรรค์โปรยปราย

แรงโน้มถ่วงบิดเบือนถึงขีดสุด พื้นที่เบื้องหน้ามู่เหลียงถูกบิดเป็นเกลียวจนแทบจะมองเห็นรอยแยกของมิติ

ฟู่...

มู่เหลียงผ่อนลมหายใจ ยื่นมือออกไปคว้าศีรษะของผีมายาขั้นสิบเอ็ด ไอความเย็นแผ่ออกจากฝ่ามือแช่แข็งศีรษะของมันแล้วเก็บเข้าสู่มิติเก็บของ

เพียงแค่คิด มิติเบื้องหน้าก็กลับคืนสู่สภาวะปกติ

"เรียบร้อย"

มู่เหลียง เป่าปากเบาๆ

ครืน!!

เสียงกึกก้องดังขึ้น ยักษ์ทรายเริ่มสลายตัว กลับกลายเป็นกระแสธารทรายไหลทะลักลงสู่รอยแยกยักษ์ที่กำลังปิดตัวลงอย่างช้าๆ

สิ้นเสียงดังกัมปนาท รอยแยกขนาดมหึมาบนผิวน้ำก็หายไป น้ำทะเลกลับมาสมานกันดังเดิม

"จบแล้วเหรอ?"

บูเว่ยเอ๋อร่างกายเซถลา น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม

"ยังหรอก ยังมีผีมายาในเมืองที่ต้องจัดการ"

เป่ยเหลียนยกมือตบไหล่บูเว่ยเอ๋อเบาๆ

"ดูนั่นสิ พระจันทร์โลหิตกำลังจะหายไปแล้ว"

ใครบางคนตะโกนขึ้น เรียกความสนใจจากทุกคน

ทุกคนต่างเงยหน้ามองท้องฟ้า พระจันทร์โลหิตดวงโตกำลังลอยสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพที่เห็นดูเหมือนพระจันทร์กำลังเล็กลง

"สีแดงจางลงแล้ว"

ฮู่เตียนเอ่ยเสียงเบา

พระจันทร์โลหิตดวงมหึมากำลังเคลื่อนตัวจากไป สีแดงฉานก็กำลังจางหาย โลกใบนี้กำลังกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ผืนน้ำที่บ้าคลั่งค่อยๆ สงบลง ไม่มีผีมายาปรากฏตัวออกมาอีก

"คืนภูติจันทรุปราคาจบลงแล้วเหรอ?"

ลี่เยว่พูดพลางถอดหมวกเกราะออก ปล่อยผมยาวสีเงินสยายลงมา

"น่าจะใช่นะ..."

ลี่ลี่ตอบอย่างไม่มั่นใจ

พระจันทร์โลหิตค่อยๆ เลือนหายไป แต่นั่นไม่ได้ยืนยันว่าผีมายาจะไม่โผล่ออกมาอีก

ผู้อาวุโสหนึ่งแห่งดินแดนเขียวขจี เอ่ยเสียงแหบพร่า

"เมื่อพระจันทร์โลหิตหายไป ผีมายาจะอ่อนแอลง และเข้าสู่สภาวะจำศีล พวกมันจะกลับลงไปใต้ดิน รอคอยการมาเยือนของพระจันทร์โลหิตครั้งต่อไป"

"ใช่แล้ว คืนภูติจันทรุปราคาจบลงแล้ว"

เป่ยเหลียน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าดูเหม่อลอย รู้สึกเหมือนฝันไป

คืนภูติจันทรุปราคาครั้งนี้ ดูจะไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ

คืนภูติจันทรุปราคาในอดีต มักลงเอยด้วยเมืองแตกและผู้คนล้มตาย แต่ครั้งนี้... เมืองเต่าทมิฬ เป็นฝ่ายชนะ

"อย่ามัวยืนบื้อ รอให้จัดการผีมายาในเมืองหมดก่อน ค่อยพักผ่อนกันให้เต็มที่"

เสียงอันสดใสของมู่เหลียงดังขึ้นเหนือศีรษะทุกคน

"ต้าอ้านเธอเฝ้าป้อมซานไห่ไว้ ส่วนคนอื่นๆ ตามฉันเข้าไปฆ่า ผีมายาในเมือง"

ฉินยูได้สติเป็นคนแรกรีบออกคำสั่งทันที

"รับทราบ!!"

กองกำลังป้องกันเมืองขานรับเสียงดังด้วยความฮึกเหิม กระชับอาวุธและหน้าไม้ พุ่งตัวเข้าสู่เขตชั้นใน

"ฉันจะบินไปช่วยชี้เป้าให้"

หยู่เฟ่ยหยานกางปีกบินขึ้นฟ้า มองหาตำแหน่งของผีมายาจากมุมสูง

"ฉันไปด้วย"

ซิไป๋ฉียิ้มร่า แปลงร่างเป็นค้างคาวแวมไพร์ไล่ตามไป

ต้าอ้านถอนหายใจโล่งอก มองดูซากศพที่เกลื่อนกลาด ความรู้สึกเหม่อลอยเข้าครอบงำชั่วขณะ ความเหนื่อยล้าถาโถมไปทั่วร่าง แต่จิตใจกลับรู้สึกปลอดโปร่งอย่างประหลาด

"ชนะแล้วสินะ เมืองเต่าทมิฬ ชนะแล้ว..."

เธอฉีกยิ้มกว้าง อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

ต้าอ้านเรียกสติกลับมา มองดูศพบนกำแพงเมืองและใต้กำแพงเมือง ซึ่งส่วนหนึ่งคือร่างของทหารกองกำลังป้องกันเมือง

เธอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ขอบตาแดงก่ำ ตะโกนเสียงแหบแห้ง

"เว่ยกัง พาคนไปตรวจนับยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต"

"ครับ"

เว่ยกังรับคำด้วยจิตใจที่หนักอึ้ง

เขานำทหารกองกำลังป้องกันเมืองที่ยังพอมีแรง เริ่มเคลียร์พื้นที่สนามรบ ความสูญเสียของกองกำลังป้องกันเมืองในครั้งนี้... นับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว

จบบทที่ ตอนที่ 1095 ชนะแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว