เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1089 เปี่ยมไปด้วยความหวังต่อชีวิตในอนาคต

ตอนที่ 1089 เปี่ยมไปด้วยความหวังต่อชีวิตในอนาคต

ตอนที่ 1089 เปี่ยมไปด้วยความหวังต่อชีวิตในอนาคต


ณ เขตชั้นนอกของเมืองเต่าทมิฬ มีหลุมหลบภัยใต้ดินทั้งหมดห้าแห่ง กระจายอยู่ใต้ดินของเมืองรองทั้งสี่เมือง และแห่งที่ห้าตั้งอยู่ใต้เขตการค้า

คนของดินแดนเขียวขจี และผู้รอดชีวิตจากเมืองเป่ยไห่ ถูกจัดสรรให้พักอาศัยอยู่ในหลุมหลบภัยใต้ดินของเมืองรองหมายเลขสอง

ผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้คือไห่ตี๋ ผู้ดูแลเมืองรองหมายเลขสอง

เนื่องจากสามผู้อาวุโสแห่งดินแดนเขียวขจีและบูเว่ยเอ๋อต่างไปช่วยรบที่ป้อมซานไห่กันหมด ภาระการจัดสรรที่พักจึงตกเป็นของไห่ตี๋โดยปริยาย

อีกเหตุผลหนึ่งคือ เมืองรองหมายเลขสองอยู่ใกล้กับจุดจอดของดินแดนเขียวขจีมากที่สุด การขนย้ายผู้บาดเจ็บจึงทำได้สะดวกกว่า

ตึก ตึก ตึก...

ไห่ตี๋พร้อมด้วยผู้ช่วยสองคนเดินผ่านประตูอุโมงค์ที่มีความหนากว่าสองเมตร ก้าวลงบันไดมุ่งสู่ชั้นใต้ดิน

สุดปลายบันไดคือประตูแก้วผลึกบานมหึมา ซึ่งขณะนี้เปิดกว้างอยู่ โดยมีกองกำลังป้องกันเมืองสองนายยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู

"ท่านไห่ตี๋!"

ทหารยามยกมือทำความเคารพแบบทหาร

"อืม"

ไห่ตี๋รับคำสั้นๆ ก้าวเท้าเดินผ่านประตูหนาหนักเข้าไปในหลุมหลบภัยใต้ดิน

ภายในหลุมหลบภัย ชาวเมืองจากเมืองเป่ยไห่ถูกจัดให้อยู่รวมกันที่มุมด้านทิศเหนือ

ส่วนคนจากดินแดนเขียวขจี ถูกจัดให้อยู่ทางมุมด้านทิศตะวันตก รอจนกว่าคลื่นผีมายาจะสิ้นสุดลง พวกเขาถึงจะจากไป

"แค่ก แค่ก... ที่นี่ดีจริงๆ"

ภายในเต็นท์หนังสัตว์ขนาดใหญ่หลังหนึ่ง มีเสียงคนไอโขลกสลับกับเสียงถอนหายใจชื่นชม

คนในเต็นท์ล้วนเป็นผู้รอดชีวิตจากเมืองเป่ยไห่ ที่ได้รับโอสถรักษาอาการบาดเจ็บแล้ว และกำลังพักฟื้นร่างกาย

บาดแผลตามร่างกายของพวกเขาดีขึ้นมาก สีหน้าดูสดใสกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด

ภายในเต็นท์ ชายร่างใหญ่ที่มีผ้าพันแผลพันรอบตัวฉีกยิ้มกว้างกล่าวว่า

"เจ้าเมืองเต่าทมิฬเป็นคนดีจริงๆ รับพวกเราไว้ แถมยังรักษาอาการบาดเจ็บให้ด้วย"

"นั่นสิ แถมยังให้น้ำและอาหารอีก เป็นคนดีประเสริฐแท้"

ผู้บาดเจ็บอีกคนกล่าวด้วยขอบตาแดงก่ำด้วยความซาบซึ้ง

"อยู่ที่นี่ปลอดภัยมาก ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกผีมายาฆ่าตาย"

"ต่อไปนี้พวกเราก็เป็นคนของเมืองเต่าทมิฬแล้วสินะ..."

เหล่าชายฉกรรจ์ในเต็นท์ต่างพากันพูดคุยอย่างออกรส เปี่ยมไปด้วยความหวังต่อชีวิตในอนาคต

อีกด้านหนึ่ง ภายในเต็นท์หนังสัตว์อีกหลัง บรรยากาศกลับไม่สงบสุขนัก ผู้บาดเจ็บที่เป็นหญิงต่างพากันร้องไห้สะอึกสะอื้น คิดถึงครอบครัว และหวาดกลัวต่อคลื่นผีมายา

"หนูคิดถึงพ่อกับแม่..."

ที่มุมหนึ่งของเต็นท์ เด็กสาววัยสิบสามปีนั่งกอดเข่า ร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำ

"เสี่ยวจื่อ อย่าร้องไห้เลยนะ ร้องไปมากกว่านี้เดี๋ยวตาจะบอดเอา"

หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเข้ามาปลอบโยน

เด็กสาวคนนี้ชื่อเสี่ยวจื่อ พ่อและแม่ของเธอตายภายใต้คมเล็บของผีมายา ส่วนเธอรอดมาได้เพราะพลังผู้ตื่นของตัวเอง

"หนู... หนูหยุดไม่ได้..."

เสี่ยวจื่อกัดริมฝีปากล่าง น้ำตายิ่งไหลพรากหนักกว่าเดิม

"เฮ้อ... เด็กน่าสงสาร เหลือตัวคนเดียวซะแล้ว"

เหล่าหญิงสาวต่างพากันถอนหายใจ

มีคนพูดปลอบว่า

"เดี๋ยวอะไรๆ ก็ดีขึ้นเอง ได้ยินท่านเจ้าเมืองบอกว่า เมืองเต่าทมิฬจะจัดหาบ้านและงานให้พวกเรา ชีวิตต้องดีกว่าตอนอยู่เมืองเป่ยไห่แน่ๆ"

"จริงเหรอ?"

"จะเป็นไปได้หรอ เจ้าเมืองเต่าทมิฬจะใจดีขนาดนั้นเลยเชียว?"

พวกผู้หญิงต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา มีทั้งคนเชื่อและคนสงสัย

ฟึ่บ...

ทันใดนั้น ม่านประตูเต็นท์ก็ถูกเปิดออกไห่ตี๋เดินนำผู้ช่วยเข้ามา

การปรากฏตัวของไห่ตี๋ ทำให้ภายในเต็นท์เงียบกริบลงทันตา

"อยู่ที่นี่ชินกันหรือยังคะ?"

เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"ชินแล้วค่ะ ที่นี่ดีมากเลย"

คนใจกล้ารีบตอบรับ

แม้หลุมหลบภัยจะอยู่ใต้ดิน แต่คุณภาพอากาศกลับไม่ได้ด้อยไปกว่าบนพื้นดินเลย ต้องขอบคุณรากของ ต้นไม้แห่งชีวิต

รากฝอยของต้นไม้แห่งชีวิต แผ่ขยายไปทั่วหลังของเต่าทมิฬ ส่วนหนึ่งของรากชอนไชผ่านใต้หลุมหลบภัย ช่วยฟอกอากาศภายในและลำเลียงอากาศบริสุทธิ์เข้ามา

ไห่ตี๋พยักหน้าช้าๆ กล่าวเสียงใส

"ดีแล้ว เดี๋ยวช่วงค่ำจะมีคนนำอาหารและน้ำมาเพิ่ม ถ้าไม่พอให้แจ้งได้เลยนะ"

"ได้ค่ะ..."

เหล่าผู้หญิงพยักหน้ารัวๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ

"บาดแผลเป็นยังไงบ้าง? มีใครอาการทรุดลงบ้างไหม?"

ไห่ตี๋ถามไถ่อาการบาดเจ็บต่อ

"ไม่ค่ะ แผลเริ่มดีขึ้นแล้ว ขอบคุณท่านที่เป็นห่วง"

"ฉันเริ่มเดินได้แล้ว อีกสักวันสองวันน่าจะหายดี"

ผู้คนในเต็นท์ต่างแย่งกันตอบ คำขอบคุณพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย

ไห่ตี๋ตั้งใจฟัง พยักหน้าตอบรับเป็นระยะ

เสี่ยวจื่อเงยหน้าขึ้น ถามโพลงขึ้นมาว่า

"ท่านคะ หาศพพ่อกับแม่หนูเจอไหมคะ?"

ไห่ตี๋มองเด็กสาวผมม่วงที่น้ำตานองหน้า แล้วถอนหายใจในใจ

ตามที่เธอรู้มา ตอนที่บูเว่ยเอ๋อออกจากเมืองเป่ยไห่เธอได้สั่งเผาศพชาวเมืองและผีมายาทั้งหมดไปแล้ว

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ร่างของพ่อแม่เด็กสาวคงกลายเป็นเถ้าถ่านไปหมดแล้ว

ไห่ตี๋ส่ายหน้า

"คงหาไม่เจอแล้วล่ะ"

"......งั้นหรอคะ"

เสี่ยวจื่อกัดริมฝีปากล่าง ก้มหน้าลงเหม่อลอยต่อไป

"เสี่ยวจื่อ ทำใจเถอะนะ ชีวิตยังต้องเดินต่อไป"

"ใช่…ขอแค่หนูมีความสุข เติบโตอย่างปลอดภัย พ่อกับแม่หนูต้องดีใจแน่นอน"

พวกผู้หญิงช่วยกันปลอบโยนเด็กสาว แต่ยิ่งพูดยิ่งทำให้เด็กสาวร้องไห้หนักกว่าเดิม

ไห่ตี๋เองก็จนปัญญา ได้แต่หวังให้เด็กสาวทำใจได้ด้วยตัวเอง

เธอหันหลังเดินออกจากเต็นท์ไปดูเต็นท์อื่นต่อ

ทั้งสามคนเดินตรวจเยี่ยมเต็นท์อื่นๆ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบจนครบถ้วน กินเวลาไปกว่าสองชั่วโมง

ตอนที่ไห่ตี๋ออกจากหลุมหลบภัย ใบหน้ายังคงเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกทอดถอนใจ ใครตาไม่บอดก็คงดูออกว่าเมืองเต่าทมิฬดีแค่ไหน

ผู้ช่วยสาวถามด้วยความอยากรู้

"ท่านไห่ตี๋คะ ต่อไปพวกเราต้องรับพวกเขามาอยู่ที่เมืองรองของเราทั้งหมดเลยหรอคะ?"

"คงจะกระจายกันไปอยู่ตามเมืองรองทั้งสี่เมืองนั่นแหละ"

ไห่ตี๋ตอบส่งๆ

หยู่ฉินหลานเคยบอกไว้ว่า คนจากกลุ่มอำนาจเดียวกันไม่ควรให้อยู่รวมกันทั้งหมด เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาได้ง่าย

ผู้ช่วยสาวอีกคนถามเสียงใส

"มีเด็กกำพร้าอยู่ด้วย จะต้องส่งไปที่สถานสงเคราะห์ในเมืองชั้นในไหมคะ?"

ไห่ตี๋ขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนส่ายหน้า

"ไม่ต้องส่งไปเมืองชั้นในหรอก ฉันกะว่าจะเปิดสถานสงเคราะห์ที่เมืองรองของเราด้วย เพื่อรับเลี้ยงเด็กพวกนี้"

"งั้นเรื่องนี้ต้องแจ้งท่านเลขาก่อนนะคะ"

ผู้ช่วยสาวพยักหน้า

"อืม รอให้คลื่นผีมายาจบลงก่อนค่อยว่ากัน"

ไห่ตี๋ตอบอย่างใจลอย

เธอนึกถึงเด็กสาวผมสีม่วงในหลุมหลบภัย จำได้ว่าหยู่ฉินหลานเคยเปรยว่าต้องการรับสมัครสาวใช้เพิ่มในตำหนักเมืองชั้นใน โดยต้องการคนที่ประวัติขาวสะอาดและที่มาที่ไปชัดเจน

เขตในมีตำหนักสองแห่ง ห้องสื่อสารต้องมีคนประจำการทุกวัน สาวใช้ต้องคอยดูแลความเป็นอยู่ของมู่เหลียง และคนอื่นๆ ทำความสะอาด ดูแลสวน วิ่งส่งข่าว ฯลฯ สาวใช้ที่มีอยู่ตอนนี้เริ่มทำไม่ทันแล้ว

ไห่ตี๋พึมพำกับตัวเอง

"เด็กคนนั้นน่าจะเหมาะนะ"

ผู้ช่วยสาวสองคนสบตากัน ไม่เข้าใจว่าไห่ตี๋หมายถึงอะไร แต่ก็ฉลาดพอที่จะไม่เซ้าซี้ถาม

ครืน!!

จู่ๆ พื้นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามของ เต่าทมิฬน้อยดังสนั่นก้องหู

"เกิดอะไรขึ้นคะ?"

ผู้ช่วยสาวร้องเสียงหลง กวาดตามองรอบๆ อย่างตื่นตระหนก

"ดูนั่นสิ ผีมายาเพียบเลย!!"

ผู้ช่วยสาวอีกคนชี้ไปที่ท้องฟ้าสีเลือดพร้อมอุทานลั่น

ไห่ตี๋รีบหันไปมองท้องฟ้า ด้านทิศไกลโพ้นเต็มไปด้วยฝูงผีมายานับแสนตัว พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รีบหันกลับมาสั่งการเสียงเครียด

"เร็วเข้า แจ้งทุกคนที่ยังอยู่บนพื้นดินให้รีบลงไปในหลุมหลบภัยเดี๋ยวนี้"

"รับทราบ!!"

ผู้ช่วยสาวหน้าเครียด รีบวิ่งแยกย้ายกันไป

ในยามนี้ พระจันทร์โลหิตบนท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีม่วงคล้ำ นี่คือสัญญาณเตือนว่าค่ำคืนแห่งจันทรุปราคากำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 1089 เปี่ยมไปด้วยความหวังต่อชีวิตในอนาคต

คัดลอกลิงก์แล้ว