- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1083 เมืองเป่ยไห่แตก
ตอนที่ 1083 เมืองเป่ยไห่แตก
ตอนที่ 1083 เมืองเป่ยไห่แตก
แพขนตางอนยาวของหยู่ฉินหลานสั่นไหว ดวงตาสีฟ้าครามเบิกกว้างขึ้น
"เมืองเป่ยไห่ถูกผีมายาตีแตกแล้ว!?"
เว่ยหยูหลันตีหน้าจริงจัง
"ใช่ค่ะ ตายกันเยอะมาก เหลือรอดแค่สามพันกว่าคน ส่วนใหญ่บาดเจ็บกันทั้งนั้น ไม่หนักก็เบา"
"ทั้งดินแดนเขียวขจีและเมืองเป่ยไห่ ไม่มียารักษาอาการบาดเจ็บเหลือแล้ว อยากขอให้เราช่วยรับพวกเขาไว้..."
สาวใช้ตัวน้อยถ่ายทอดคำพูดของเป่ยเหลียน ครบถ้วนทุกกระบวนความ
"คนตายเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ!!"
หยู่ฉินหลานชะงักไป ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง
เธอรู้สึกจุกแน่นในอก เกิดความรู้สึกสังเวชใจเหมือนเห็นเพื่อนร่วมชะตากรรมต้องจบสิ้นลง
เพิ่งไปเยือนเมืองเป่ยไห่ มาเมื่อไม่นานนี้เอง แม้จะไม่รุ่งเรืองเท่าเมืองเต่าทมิฬ แต่ก็แข็งแกร่งกว่าเมืองส่วนใหญ่ ไม่คิดเลยว่าผ่านไปแค่ห้าสิบกว่าวัน เมืองเป่ยไห่จะล่มสลายเสียแล้ว
"......"
แววตาของหยู่ฉินหลานไหววูบ ขมวดคิ้วเรียวสวยอย่างใช้ความคิด เดินไปเดินมาอยู่ในโถงตำหนัก
เว่ยหยูหลันเอ่ยเสียงอ่อย
"ท่านฉินหลานคะ ดินแดนเขียวขจีพาคนจากเมืองเป่ยไห่เดินทางมาแล้ว น่าจะถึงพรุ่งนี้..."
หยู่ฉินหลานชะงักฝีเท้า เงยหน้าขึ้นกล่าว
"เรื่องนี้ต้องบอกมู่เหลียง ต้องให้เขาอนุญาตก่อน"
"งั้นหนูติดต่อไปที่ป้อมซานไห่เลยนะคะ?"
เว่ยหยูหลัน ขอคำสั่ง
หยู่ฉินหลานพยักหน้า กำชับว่า
"ตรวจสอบสถานการณ์เขตชั้นนอกก่อนนะ ถ้าไม่มีผีมายาบุก ก็ตามท่านมู่เหลียงกลับมาสักก่อน"
"รับทราบค่ะ!"
เว่ยหยูหลัน พยักหน้าอย่างว่าง่าย รีบเดินจ้ำไปทางห้องสื่อสาร
วันนี้มู่เหลียงไม่ได้พกแมลงเสียงสะท้อนติดตัว จะติดต่อเขาต้องผ่านห้องสื่อสารที่ป้อมซานไห่เท่านั้น
ณ ป้อมซานไห่ เขตชั้นนอก บนกำแพงเมืองสูงตระหง่าน มู่เหลียงกำลังฟังรายงานจากต้าอ้าน
"ท่านเจ้าเมือง ยารักษาของป้อมซานไห่ใกล้หมดแล้วค่ะ"
ต้าอ้านรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ผ่านศึกหนักมาหลายรอบ ทหารยามบาดเจ็บกันระนาว ยารักษาจึงถูกใช้ไปอย่างมหาศาล
"เดี๋ยวจะมีชุดใหม่ส่งมาให้"
มู่เหลียงพยักหน้ารับรู้
ก่อนคลื่นผีมายาจะมาถึง โรงงานยาได้เร่งผลิตทั้งวันทั้งคืน จ้างคนงานเพิ่มเพียบ เพื่อให้มั่นใจว่าทหารยามที่บาดเจ็บจะมียาใช้
"เยี่ยมเลย!"
ต้าอ้านยิ้มออก ถ้ามียารักษาทหารที่เจ็บหนักส่วนใหญ่ก็รอดตายได้
เธอถอนหายใจโล่งอก มองดูทหารยามที่นั่งพักพิงกำแพงเมือง แล้วภาวนาในใจ ขอให้ผีมายาระลอกต่อไปมาช้าหน่อยเถอะ ให้พวกเขาได้พักอีกสักนิด
มู่เหลียงกล่าวเรียบๆ
"แจ้งฉินยูไปแล้ว เธอจะพาทหารใหม่มาช่วย"
ในค่ายทหารยังมีทหารใหม่จำนวนมาก เดิมทีเขาตั้งใจจะให้ฉินยูพาทหารใหม่มาจัดการผีมายาที่หลุดเข้ามาในเมือง แต่ดูเหมือนตอนนี้จะไม่จำเป็นแล้ว เพราะผีมายาข้ามกำแพงเมืองเข้ามาไม่ได้เลย
ทหารใหม่ต้องผ่านการชุบตัวด้วยเลือดและเหงื่อถึงจะกลายเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งได้
"เข้าใจแล้วค่ะ..."
ต้าอ้านพยักหน้าอย่างรู้ทัน เข้าใจว่ามู่เหลียงอยากฝึกทหารอีกแล้ว
ทหารใหม่ที่ฉินยูคุมยังไม่เคยผ่านสนามรบจริง
เทียบกันแล้ว ทหารที่ประจำการสามป้อมปราการหลัก ผ่านการเปลี่ยนแปลงจนแกร่งกล้า เจอผีมายาก็ไม่ถอย มีแต่จะยิ่งสู้ยิ่งดุ
ตึก ตึก ตึก...
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมา เจ้าหน้าที่สื่อสารของป้อมซานไห่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
เขาทำความเคารพมู่เหลียง แล้วยื่นกระดาษในมือให้
"ท่านเจ้าเมือง มีข่าวจากเนินสูงครับ"
มู่เหลียงรับมาอ่าน กวาดสายตาแวบเดียวก็เก็บรายละเอียดครบ
"เมืองเป่ยไห่แตกแล้ว!"
เขาขมวดคิ้ว อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
ลี่เยว่และลี่ลี่ต่างตกตะลึง
ฮู่เตียนที่ยืนอยู่ข้างๆ หางจิ้งจอกแปดหางหยุดแกว่งไกว อุทานออกมาว่า
"กะทันหันขนาดนี้เลย..."
มู่เหลียงส่งกระดาษให้สาวจิ้งจอก แล้วกล่าวเสียงเข้ม
"ดินแดนเขียวขจีกำลังพาผู้รอดชีวิตจากเมืองเป่ยไห่มาที่เมืองเต่าทมิฬ"
ฮู่เตียนอ่านข้อความแล้วขมวดคิ้ว เงยหน้ามองพร้อมเปรยว่า
"สามพันกว่าคน เมืองรองทั้งสี่น่าจะรับไหว..."
"เดี๋ยวขอกลับไปเนินสูงหน่อย มีอะไรให้รีบแจ้งทันที"
มู่เหลียงสั่งเสียงเรียบ
"ไปเถอะ ตรงนี้ฉันดูให้เอง"
ฮู่เตียนพยักหน้ารับ
มู่เหลียงไม่รอช้า ทะยานขึ้นฟ้าใช้ความเร็วระดับ เร่งความเร็ว 8 เท่า มุ่งหน้าสู่เมืองชั้นใน
เมืองเต่าทมิฬ กำลังขาดแคลนคนการที่คนจากเมืองเป่ยไห่มาพึ่งใบบุญ ถ้าคิดดีๆ ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ กลับเป็นเรื่องดีเสียอีก
ไม่กี่นาทีต่อมา มู่เหลียงก็ร่อนลงจอดที่ตำหนักบนพื้นที่สูง
หยู่ฉินหลานและสาวใช้ตัวน้อยรออยู่ที่หน้าประตูตำหนัด พอเห็นมู่เหลียงก็รีบเข้าไปหา
"มู่เหลียง สถานการณ์ที่เขตชั้นนอกเป็นยังไงบ้าง?"
หยู่ฉินหลานถามด้วยความเป็นห่วง
"ตอนนี้ยังไม่มีผีมายาบุก พอได้พักหายใจบ้าง"
มู่เหลียงตอบปากเปล่า แต่มือกลับคว้ามือหยู่ฉินหลานจูงเดินไปทางห้องทำงาน
หยู่ฉินหลานเบิกตากว้างเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มใบหูแดงระเรื่อ
เว่ยหยูหลันกระพริบตาปริบๆ ชะลอฝีเท้าเดินตามหลังทั้งคู่ไป พอมู่เหลียงกับหยู่ฉินหลานเข้าห้องทำงานไปแล้ว เธอก็ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู
ในห้องทำงาน มู่เหลียงนั่งลงบนบัลลังก์ดึงหยู่ฉินหลาน เข้ามากอดเต็มรัก
หยู่ฉินหลานหน้าแดงซ่าน แต่ก็ยังวกเข้าเรื่องงาน
"มู่เหลียงเรื่องเมืองเป่ยไห่ ทราบแล้วใช่ไหม?"
"อืม แล้วเธอคิดว่าไง?"
มู่เหลียงก้มมองเรือนผมสีฟ้าคราม ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ
หยู่ฉินหลานพลิกตัวหันมา คล้องแขนรอบคอมู่เหลียงประสานมือไว้ที่ท้ายทอยเขา
เธอตอบอย่างสง่างาม
"มู่เหลียงแค่สามพันกว่าคนเอง เมืองเต่าทมิฬมีที่ให้พวกเขาอยู่เหลือเฟือ แถมไม่ใช่เรื่องแย่ด้วย จะยิ่งทำให้ เมืองเต่าทมิฬแข็งแกร่งขึ้นอีก"
มู่เหลียงจ้องมองเธอด้วยแววตายิ้มแย้ม ใจตรงกันเป๊ะ
หยู่ฉินหลานกระพริบตาสีฟ้าครามปริบๆ
"ฟังฉันอยู่หรือเปล่าเนี่ย?"
"ฟังอยู่สิ"
มู่เหลียงยิ้มไปขำไป
เขากระชับอ้อมกอดพูดเสียงนุ่ม
"เราคิดเหมือนกันเลย"
บูเว่ยเอ๋อเป็นผู้ตื่นขั้นแปด แค่ข้อนี้ข้อเดียวก็คุ้มค่าที่จะรับไว้แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เมืองเป่ยไห่ยังมีช่างฝีมือดีมากมายที่ทำชุดเกราะได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เมืองเต่าทมิฬต้องการพอดี
หยู่ฉินหลานยิ้มหวานขึ้น กล่าวอย่างไพเราะ
"งั้นฉันจะไปจัดการให้ ตอนมาถึงก็ให้พักที่เขตชั้นนอกไปก่อน พอคลื่นผีมายาผ่านไปค่อยย้ายไปเมืองรอง"
"อืม เตรียมยาและอาหารไว้ให้พร้อมด้วย"
มู่เหลียงกำชับเพิ่ม
"รู้แล้ว วางใจได้เลย"
หยู่ฉินหลานพยักหน้า
"อืม งานผ่านมือเธอฉันก็วางใจ"
มู่เหลียงยิ้ม
หยู่ฉินหลานก้มมองหน้ามู่เหลียง เอ่ยเสียงหวาน
"ดูเหนื่อยๆ นะ จะนอนพักสักหน่อยไหม?"
มู่เหลียงส่ายหน้า
"ไม่ล่ะ เดี๋ยวคงต้องกลับไปที่ป้อมซานไห่"
ไม่มีใครรู้ว่าผีมายาระลอกต่อไปจะมาเมื่อไหร่ อาจจะวินาทีหน้าก็ได้ จะประมาทไม่ได้
หยู่ฉินหลาน มองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง ขยับตัวจะนวดไหล่ให้
"อยู่นิ่งๆ ให้กอดสักพักก็พอ"
มู่เหลียงยิ้มบางๆ กระชับวงแขนกอดเธอแน่นขึ้น
"......อือ"
หยู่ฉินหลานแววตาไหววูบ อยู่นิ่งๆ ตามคำขอ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น
เสียงเว่ยหยูหลันดังเข้ามา
"ท่านมู่เหลียงคะ ป้อมซานไห่แจ้งมาว่าผีมายาบุกอีกแล้วค่ะ..."
"นั่นไง ต้องไปแล้ว"
มู่เหลียงถอนหายใจยิ้มๆ จำใจต้องคลายอ้อมกอด
"ยุ่งแค่ไม่กี่วันนี้แหละ"
หยู่ฉินหลานก็จนใจเช่นกัน
เธอลุกขึ้นยืน จัดปกเสื้อให้ มู่เหลียง
"รอฉันกลับมานะ"
มู่เหลียงก้มลงจูบหน้าผากเธอเบาๆ แล้วเดินออกจากห้องไป
"อื้ม"
หยู่ฉินหลาน ยู่ปากเหมือนเด็กสาว มองตามหลังเขาไปด้วยความรู้สึกว่างเปล่า