เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1073 ทำไมต้องพูดไปซะทุกเรื่อง?

ตอนที่ 1073 ทำไมต้องพูดไปซะทุกเรื่อง?

ตอนที่ 1073 ทำไมต้องพูดไปซะทุกเรื่อง?


ลี่ลี่วิ่งเข้าไปหาด้วยสีหน้าดีใจ ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ซิไป๋ฉี เฟ่ยหยาน พวกเธอไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”

ซิไป๋ฉีโบกมือ พูดจาหยอกล้อตัวเอง

“เฮ้อ โชคดีที่ท่านมู่เหลียงมาเร็ว ไม่อย่างนั้นพวกเราคงถูกผีมายากินจนไม่เหลือซากแล้ว”

“ใช่ ตอนนั้นซิไป๋ฉีกลัวจนร้องไห้ แถมยังตดไม่หยุดด้วย!”

หยู่เฟ่ยหยานพูดหยอกล้ออย่างไม่ไว้หน้า

“อ๊าาา!”

ร่างกายของซิไป๋ฉีสั่นสะท้าน ใบหน้างามแดงก่ำกรีดร้อง

“อย่ามาพูดจามั่วๆ แบบนี้นะ ฉันเปล่าซะหน่อย”

“พวกนักวาดแผนที่ก็เป็นพยานได้”

หยู่เฟ่ยหยานหัวเราะคิกคัก

“เธอตดจริงๆ หรอ?”

ไป๋สวงยกมือปิดปากกลั้นขำ ทำเอาสาวน้อยแวมไพร์แทบคลั่ง

ซิไป๋ฉีพูดอย่างโมโห

“ยัยบ้า ทำไมต้องพูดทุกเรื่องด้วย?”

“คิกคิก ก็ใครใช้ให้เธอตดเหม็นใส่ล่ะ”

หยู่เฟ่ยหยานเชิดคาง ทำท่าทางว่าฉันนะเจ้าคิดเจ้าแค้นนะ

ลี่ลี่และคนอื่นๆ ต่างหัวเราะจนท้องแข็ง ทำเอาสาวน้อยแวมไพร์อยากจะมุดดินหนี

“เอาล่ะ ช่วงที่ฉันออกไป มีผีมายามาบุกเมืองอีกไหม?”

มู่เหลียงเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน

“ไม่มีค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี” ลี่เยว่พูดเสียงเบา

ฮู่เตียนทำหน้าจริงจัง

“แต่ว่ามีอีกเรื่องหนึ่ง มู่เหลียงกลับมาได้จังหวะพอดี”

“เรื่องอะไร?”

มู่เหลียงเลิกคิ้วเล็กน้อย

“เมืองเฟิงเฉิงกับคลังกลางถูกผีมายาล้อมโจมตีอยู่ น่าจะต้านอยู่ได้อีกไม่นาน”

ฮู่เตียนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“แล้วจินเฟิงล่ะ?”

มู่เหลียงขมวดคิ้ว

สตรีหางจิ้งจอกจึงได้แต่เล่าคำพูดของเว่ยกังซ้ำอีกครั้ง เมืองเฟิงเฉิงเองก็ยากที่จะเอาตัวรอด คิดจะไปช่วยคลังกลางก็คงเกินกำลัง

“อย่างนี้นี่เอง...”

มู่เหลียงก้มหน้าครุ่นคิด

เขานึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ รีบหลับตาลง ใช้จิตสื่อสารกับร่างแยกไม้ที่อยู่ไกลถึงป่าหว่านกู่

ในตอนนี้ ร่างแยกไม้ของมู่เหลียงในป่าหว่านกู่ เพิ่งออกจากคลังกลางได้ไม่นาน ก็เจอกับผีมายากลุ่มใหม่ พอจัดการเสร็จก็กำลังคิดจะไปดูที่เมืองหว่านกู่

เท้าที่กำลังจะก้าวบินชะงักงัน เขาก้มหน้าลงรับคำสั่งจากร่างจริง

“ไปเมืองเฟิงเฉิง... ไปจากทางคลังกลางน่าจะสะดวกกว่า...”

ร่างแยกไม้ของมู่เหลียงพึมพำกับตัวเอง

เขาเปลี่ยนทิศทาง มุ่งหน้าไปยังเมืองปักษาด้วยความเร็วสูงสุด

“เมี๊ยว”

อสูรหมอกขนลุกชันไปทั้งตัว ความเร็วของร่างแยกไม้ของมู่เหลียงเร็วเกินไป ทำให้มันปรับตัวไม่ทันเล็กน้อย

ร่างแยกไม้ของมู่เหลียงก้มหน้ามองมันแวบหนึ่ง ใช้จิตควบคุมสายลมให้แหวกออกไปสองข้าง ลดภาระให้กับอสูรหมอก

ไม่นานนัก เขาก็กลับมาถึงคลังกลางของเมืองปักษา

ตอนที่ชาเค่อฟู่และคนอื่นๆ ออกมาต้อนรับ ต่างก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงและสงสัย เพิ่งจะจากไปทำไมก็กลับมาอีกแล้ว?

“ท่านมู่เหลียง มีเรื่องอะไรหลงลืมที่จะสั่งการหรอครับ?”

ชาเค่อฟู่เอ่ยถามอย่างนอบน้อม

“ไม่มี ไม่ต้องสนใจ ไปทำงานเถอะ”

ร่างแยกไม้ของมู่เหลียงโบกมือ เดินตรงไปยังเขตหวงห้าม

ชาเค่อฟู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังคงก้าวเท้าตามไป เผื่อว่ามู่เหลียงจะมีอะไรสั่งการ

ร่างแยกไม้ของมู่เหลียงมาถึงหน้าประตูเขตหวงห้ามพยักพเยิดคาง

“เปิดประตู”

“ครับ”

ทหารยามพิทักษ์โค้งคำนับ หันไปเปิดประตูบานหนัก

ร่างแยกไม้ของมู่เหลียงก้าวเท้าเข้าไป ด้วงโคมไฟที่เกาะอยู่บนต้นชาประกายแสงขั้นแปดต่างส่องสว่างขึ้นมา ทำให้ทั่วทั้งเขตหวงห้ามสว่างไสว

ซู่ ซู่ ซู่

ใต้ต้นชาเขียวประกาย คือแหล่งน้ำของคลังกลาง ปลาอัญมณีโผล่หัวขึ้นมา

ร่างแยกไม้ของมู่เหลียงเหลือบมองมันแวบหนึ่ง ก้าวเท้าเดินไปยังต้นชา

เขามาถึงใต้ต้นไม้ ยื่นมือไปแตะลำต้น ร่างกายค่อยๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง

ซู่ ซู่ ซู่

ต้นชาเขียวประกายสั่นไหวเล็กน้อย อาณาเขตประกายแสงแผ่ขยายออกไป ใต้ต้นไม้ ผิวหนังของร่างแยกไม้ของมู่เหลียงเปลี่ยนเป็นลายเปลือกไม้ เส้นผมงอกใบไม้ออกมา ร่างกายกำลังเปลี่ยนสภาพเป็นต้นไม้

สิบกว่าวินาทีต่อมา เขาก็กลายเป็นต้นไม้ใหญ่สูงห้าเมตร

แสงสีเขียววาบผ่าน ต้นไม้ใหญ่ก็เริ่มหดเล็กลง กิ่งก้านและใบไม้ทั้งหมดหดกลับเข้าไป หลายนาทีต่อมา ก็กลายเป็นจุดแสงสีเขียวจุดหนึ่งหายลับไปใต้ต้นไม้

นอกเขตหวงห้าม ชาเค่อฟู่เบิกตากว้าง มองดูร่างแยกไม้ของมู่เหลียงค่อยๆ กลายเป็นต้นไม้ เกาะติดอยู่ข้างต้นชาประกายแสง จากนั้นก็หดเล็กลงจนมองไม่เห็นด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองทัน

“นี่มัน?”

เขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง มู่เหลียงหายไปไหน?

ในขณะเดียวกัน ณ คลังกลางที่อยู่ไกลออกไปในเมืองเฟิงเฉิง ภายในเขตหวงห้ามที่เหมือนกัน ต้นชาดเขียวประกายขั้นแปดที่เหมือนกัน

ในตอนนี้ ต้นชากำลังส่องสว่าง อาณาเขตแสงดาวถูกแผ่ออกไป

ณ ใต้ต้นไม้ จุดแสงสีเขียวจุดหนึ่งปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า พอแตะถึงพื้นก็เริ่มหยั่งรากแตกหน่อ หน่ออ่อนสีเขียวเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า...

ด้านนอกคลังกลาง ฝูงผีมายากำลังบุกโจมตีเมืองเฟิงเฉิงอย่างบ้าคลั่ง

บนกำแพงเมือง จินเฟิงผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายได้รับบาดเจ็บ

คู่ต่อสู้ของนางคือผีมายาขั้นแปดสองตัว และยังเป็นหัวหน้าของผีมายากลุ่มนี้ด้วย

“บัดซบเอ๊ย นี่คือเคราะห์กรรมที่ฉันต้องรับงั้นหรอ??”

ดวงตาทั้งสองของจินเฟิ่งแดงก่ำ

เธอนึกถึงตอนที่เคยทำนายดวงชะตาของตัวเอง ได้รับคำทำนายว่าจะต้องเผชิญเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ แต่จะมีบุรุษผู้หนึ่งมาช่วยนางคลี่คลาย

“บุรุษผู้นั้นจะปรากฏตัวเมื่อไหร่กัน”

ในใจของจินเฟิ่งเต็มไปด้วยความร้อนรน

ผีมายาขั้นแปดคำรามลั่น แขนที่ถูกจินเฟิ่งฟันขาดไปงอกกลับขึ้นมาใหม่ โจมตีเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง

จินเฟิงถ่มน้ำลาย ขมับเต้นตุบๆ สัญชาตญาณบอกนางว่าให้หลบไปทางซ้าย

นางใช้เท้าถีบพื้น ร่างกายพุ่งไปทางซ้าย

วินาทีต่อมา ตำแหน่งที่นางเคยยืนอยู่ก็ถูกผีมายาขั้นแปดอีกตัวทุบจนแหลกละเอียด

ในใจของจินเฟิงรู้สึกโชคดี นี่คือพรสวรรค์ที่มาพร้อมกับพลังผู้ตื่นของเธอ เธอสามารถล่วงรู้อันตรายได้ และนี่ก็คือเหตุผลที่นางยังรอดชีวิตอยู่ได้ภายใต้การโจมตีของผีมายาขั้นแปดสองตัว

เธอเหลือบมองสถานการณ์บนกำแพงเมือง ผีมายาระดับต่ำบางส่วนบุกเข้าไปในเมืองได้แล้ว กำลังไล่ฆ่าประชาชนที่ยังกล้าออกมาเดินบนถนน

กำแพงเมืองของเมืองเฟิงเฉิงพังทลายยับเยิน ทหารยามล้มตายบาดเจ็บสาหัส อีกไม่นานคงจะต้านไม่ไหว

“จบสิ้นแล้วหรอ?”

จินเฟิงคำรามเสียงต่ำอย่างไม่พอใจ  หางตาเหลือบไปมองคลังกลางที่อยู่ไม่ไกล

เธอนึกถึงมู่เหลียงขึ้นมาอีกครั้ง เขายังติดค้างนางอยู่เรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้ทำ

การโจมตีของผีมายาดุเดือดขึ้น จินเฟิงล่าถอยอย่างต่อเนื่อง ต่อให้สามารถล่วงรู้อันตรายได้ ก็ไม่อาจทนรับการโจมตีอย่างต่อเนื่องยาวนานจากผีมายาขั้นแปดสองตัวได้

ปฏิกิริยาของเธอช้าลง บริเวณเอวถูกกรงเล็บแหลมคมของผีมายาฉีกกระชาก เลือดสดสาดกระเซ็นเต็มพื้น

“แค่กๆ บัดซบเอ๊ย”

ร่างกายของจินเฟิงโซซัดโซเซ

ในใจเธอนึกโชคดี ที่ได้แลกเปลี่ยนยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูงสายป้องกันกับมู่เหลียงมา ไม่งั้นเมื่อครู่คงถูกผีมายาขั้นแปดข่วนทีเดียวตายไปแล้ว

ผีมายาขั้นแปดคำรามลั่น ราวกับกำลังเยาะเย้ยจินเฟิงว่าไม่เจียมตัว

แค่กๆ!!

จินเฟิงไอเอาเลือดสดออกมาจำนวนมาก ดวงตาสีทองแต่เดิมแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

เธอกรีดร้องอย่างสิ้นหวัง

“มู่เหลียง ช่วยเมืองเฟิงเฉิงด้วยเถอะ”

พูดจบเธอก็รู้สึกเสียใจ ตอนนี้เป็นเวลาที่คืนภูติจันทรุปราคาเกิดขึ้น มู่เหลียงควรจะบัญชาการอยู่ที่เมืองเต่าทมิฬ จะมาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร

“ได้ยินแล้ว”

น้ำเสียงเรียบเฉยดังขึ้น

ภายในคลังกลาง ใต้ต้นชาเขียวประกาย ต้นไม้ใหญ่ที่งอกขึ้นมาเริ่มแปรสภาพ กลับคืนร่างเป็นร่างแยกไม้ของมู่เหลียงอีกครั้ง

เขาใช้ความสามารถของร่างแยกไม้ เคลื่อนย้ายไปมาระหว่างกิ่งก้านของต้นไม้แห่งชีวิตได้

จบบทที่ ตอนที่ 1073 ทำไมต้องพูดไปซะทุกเรื่อง?

คัดลอกลิงก์แล้ว