เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1067 เขาคงทำได้แค่มาเก็บศพพวกเราแล้วล่ะ

ตอนที่ 1067 เขาคงทำได้แค่มาเก็บศพพวกเราแล้วล่ะ

ตอนที่ 1067 เขาคงทำได้แค่มาเก็บศพพวกเราแล้วล่ะ


ทหารอากาศอีกสามสิบห้านาย กำลังมุ่งหน้าต่อไปตามทิศทางที่เข็มทิศชี้

ซิไป๋ฉีเงยหน้ามองท้องฟ้า แสงจันทร์สีเลือดแดงจนน่าขนลุก

เธอกลืนน้ำลาย หันไปถามเสียงสั่น

“เฟ่ยหยาน ท้องฟ้ามันยิ่งแดงขึ้นเรื่อยๆ นะ พวกเรายังจะไปต่ออีกเหรอ?”

“กลัวรึ?”

ดวงตาสีแดงก่ำของหยู่เฟ่ยหยานหรี่ลงเล็กน้อย ขยับเข้าไปใกล้สาวน้อยแวมไพร์อย่างยียวน ยื่นมือไปจิ้มแก้มของนาง

“ไร้สาระ! ไม่มีทางย่ะ!!”

ซิไป๋ฉีทำหน้าบึ้งตึง ปฏิเสธเสียงแข็ง

หยู่เฟ่ยหยานเหล่ตามองหยอกล้อ

“จะกลัวก็เป็นเรื่องปกติน่า ไม่ต้องตื่นเต้น”

“ข้าไม่ได้ตื่นเต้น”

แววตาของซิไป๋ฉีล่อกแล่ก แสร้งทำเป็นใจเย็น

“จ้าๆ ไม่ได้ตื่นเต้น”

หยู่เฟ่ยหยานกอดอก ดวงตาสีแดงคู่สวยมองตรงไปข้างหน้า สังเกตความเคลื่อนไหวรอบด้าน

“ฮึ่ม… ก็ไม่ได้กลัวจริงๆ นิ”

ซิไป๋ฉีขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

หึ่ง หึ่ง หึ่ง

พวกเธอนั่งอยู่บนหลังของผึ้งงาน การเดินทางครั้งนี้ไม่มีอินทรีอัคคีตามมาด้วย จึงต้องเรียกใช้ผึ้งงานระดับแปดหนึ่งตัว

ผึ้งงานระดับแปดมีขนาดตัวใหญ่มาก สามารถบรรทุกคนบินได้ถึงสิบคน

ซิไป๋ฉีกับหยู่เฟ่ยหยานนั่งอยู่ด้านหน้า ด้านหลังคือสามนักวาดแผนที่

พวกเขากำลังใช้เข็มทิศกำหนดทิศทาง วาดแผนที่เดินเรือลงบนแผ่นหนังสัตว์

ซิไป๋ฉีพูดขึ้นมาทันที

“ไม่รู้ว่าป่านนี้เมืองเต่าทมิฬเป็นยังไงบ้าง?”

“มีมู่เหลียงอยู่ ไม่เป็นไรหรอก”

หยู่เฟ่ยหยานกล่าวอย่างน่ารักไร้เดียงสา

เสียงของซิไป๋ฉีสั่นเทาเล็กน้อย พูดอย่างร้อนรน

“ฉันว่าตอนนี้พวกเราห่วงตัวเองก่อนดีกว่า”

“ว่าไงนะ?”

หยู่เฟ่ยหยานเลิกคิ้วเรียว

เธอยกมุมปากขึ้น พูดหยอกล้ออย่างเย้าแหย่

“คิกคิก ยอมรับแล้วสินะว่ากลัว”

“ไม่ได้ล้อเล่นนะ เธอดูข้างหน้านั่นสิ”

ซิไป๋ฉีพูดอย่างโมโห

เธอยื่นมือไปจับศีรษะของสาวผมแดง หันไปทางด้านซ้าย

หยู่เฟ่ยหยานเบิกตาสีแดงกว้าง มองเห็นจุดดำเล็กๆ จำนวนมากปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้าไกลๆ กำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว

“ผีมายา!!”

เธออุทานเสียงหลง นั่งไม่ติดอีกต่อไป ผุดลุกขึ้นยืน

ซิไป๋ฉีถามเสียงร้อนรน

“ทีนี้จะทำยังไง? ถอย?”

หยู่เฟ่ยหยานส่ายหน้า เหลือบมองทหารอากาศที่อยู่ด้านหลัง กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“ไม่ทันแล้ว พวกเราอาจจะหนีรอด แต่พวกเขาหนีไม่รอด”

ซิไป๋ฉีมีรองเท้าวิ่งเร็ว สามารถพาหยู่เฟ่ยหยานหนีการไล่ล่าของผีมายาได้อย่างง่ายดาย แต่กองทัพอากาศทำไม่ได้

แม้ว่าผึ้งงานระดับหกจะบินได้เร็ว แต่ก็ไม่เร็วไปกว่าผีมายาระดับสูง

เมื่อคำนวณจากความเร็วที่จุดดำขยายใหญ่ขึ้น ฝูงผีมายาที่บินมานั้น มีผีมายาระดับเจ็ดหรืออาจจะระดับแปดรวมอยู่ด้วย

“แล้วจะทำยังไงล่ะ?”

หัวใจของซิไป๋ฉีเต้นเร็วขึ้น รู้สึกสับสนทำอะไรไม่ถูก

“อย่าเพิ่งลน”

หยู่เฟ่ยหยานยกมือขึ้นเขกหัวกบาลของซิไป่ฉี

เธอพูดตำหนิอย่างหัวเสีย

“เธอคือแม่ทัพ ถ้าเธอยังลนลาน แล้วพวกทหารจะทำยังไง?”

ซิไป๋ฉีเบะปาก กุมหัวที่เจ็บแปลบ ไม่พูดอะไร

หยู่เฟ่ยหยานหันกลับไป ตะโกนเสียงดัง

“ทุกคน หยุดเคลื่อนที่”

“รับทราบ!”

เหล่าทหารอากาศขานรับ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวในใจของพวกเขาอย่างชัดเจน

หึ่ง หึ่ง หึ่ง

ฝูงผึ้งงานกระพือปีกอย่างกระสับกระส่าย สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผีมายา

หยู่เฟ่ยหยานเผชิญวิกฤตอย่างใจเย็น หยิบกล่องไม้ออกมาใบหนึ่ง นำไข่มุกสีเทาเม็ดหนึ่งออกมาใส่เข้าปาก

“ไข่มุกเสริมพลัง?”

ซิไป๋ฉีชะงักไป

“วางใจเถอะ พวกเราจะปลอดภัย”

หยู่เฟ่ยหยานพูดพลางยกมือขึ้น ใช้พลังที่ไข่มุกมอบให้

วินาทีต่อมา มวลเมฆหมอกมหาศาลก็ควบแน่นปรากฏขึ้น ปกคลุมผืนน้ำใต้ฝูงผึ้งงาน ห่อหุ้มผึ้งงานและทหารอากาศทั้งหมดไว้ภายใน

หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ หยู่เฟ่ยหยานก็หยิบไข่มุกกึ่งโปร่งแสงอีกเม็ดหนึ่งออกมา กลืนลงไปโดยไม่ลังเล

“ผลึกแก้ว จงปรากฏ”

หยู่เฟ่ยหยานตวาดเสียงกังวาน

แสงสีผลึกแก้ววาบผ่าน มวลผลึกแก้วมหาศาลปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า โดยอาศัยแท่นเมฆหมอกเป็นฐาน ผลึกแก้วควบแน่นกลายเป็นลูกแก้วทรงกลมขนาดมหึมา ห่อหุ้มทุกคนไว้ภายใน

“หนาอีก!”

หยู่เฟ่ยหยานกัดฟัน ทำให้ผลึกแก้วยิ่งหนาขึ้น

“ผีมายามาแล้ว!!”

นักวาดแผนที่คนหนึ่งตะโกนอย่างหวาดผวา

ซิไป๋ฉีหันไปมอง ผีมายาที่บินมาถึงด้านหน้าแล้ว เหลือระยะห่างไม่ถึงร้อยเมตร

พวกผีมายาคำรามลั่น พุ่งเข้าหาผลึกแก้วขนาดยักษ์

“เรียบร้อย”

หยู่เฟ่ยหยานทิ้งตัวนั่งลงราวกับหมดแรง พลังของไข่มุกมอบพลังหมดลงพอดี

แท่นเมฆหมอกลอยอยู่เหนือผิวน้ำยี่สิบเมตร รองรับลูกแก้วผลึกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางร้อยเมตรไว้

ความหนาของลูกแก้วผลึก หนาถึงสองเมตรอย่างน่าเหลือเชื่อ หนาเสียยิ่งกว่าม่านพลังผลึกแก้วของป้อมเทียนเหมินเสียอีก

ปัง!!

ผีมายาตัวแรกพุ่งเข้าชนลูกแก้วผลึกอย่างจัง ก็พบว่าผลึกแก้วมีผิวลื่นมันจึงเหยียบย่ำไม่ได้

“อ๊าาา!!”

สามนักวาดแผนที่กรีดร้องออกมา หลับตาปี๋ด้วยความกลัว

เหล่าทหารอากาศเตรียมพร้อมต่อต้าน กุมหน้าไม้กลในมือไว้แน่น ลูกธนูระเบิดทั้งหมดถูกขึ้นสายไว้แล้ว

ผีมายาจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ พุ่งเข้ามาใกล้ ชนลูกแก้วผลึกดังไม่หยุด

หัวใจที่เต้นระรัวของหยู่เฟ่ยหยานค่อยๆ สงบลง ถอนหายใจอย่างโล่งอก:

“ปลอดภัยชั่วคราวแล้ว”

ซิไป๋ฉีเผยแววตาชื่นชม และเอ่ยชม

“เฟ่ยหยาน เธอคิดวิธีนี้ได้ยังไง?”

“ก็แค่ขยับสมองหน่อย ก็คิดออกแล้ว”

หยู่เฟ่ยหยานยิ้มแยกเขี้ยว

ซิไป๋ฉีชะงักไป กะพริบตาสีทองปริบๆ ชั่วขณะหนึ่งยังตามไม่ทัน

นี่นางกำลังเหน็บแนมว่าเธอไม่มีสมองอยู่หรือเปล่า?

หยู่เฟ่ยหยานมองออกไปนอกลูกแก้วผลึก ผีมายาจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ กองทับถมกัน กำลังทำลายลูกแก้วผลึก แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลนัก

เมื่อถูกผีมายาโจมตี ลูกแก้วผลึกก็เริ่มสั่นไหวไปมา

“มันจะไม่พังใช่ไหม?”

นักวาดแผนที่คนหนึ่งถามอย่างประหม่า

หยู่เฟ่ยหยานส่ายหน้า ตอบอย่างใจเย็น

“ในระยะเวลาสั้นๆ นี้ ไม่พังหรอก”

ผลึกแก้วที่หนาถึงสองเมตร ใช่ว่าจะทำลายก็ทำลายได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่?

“ทุกคน พักก่อน และอยู่ในตำแหน่งเดิม”

หยู่เฟ่ยหยานออกคำสั่ง

“รับทราบ!!”

ฝูงผึ้งงานร่อนลงจอด บินมาครึ่งค่อนวัน ในที่สุดก็ได้พักเสียที

“เฟ่ยหยาน ต้องติดต่อเนินสูงไหม?”

ซิไป๋ฉีกระซิบถาม

“รออีกหน่อย ถ้าพวกผีมายามันไปแล้ว ก็ไม่ต้องรบกวนมู่เหลียงหรอก”

หยู่เฟ่ยหยานส่ายหน้า

เธอมองดูผีมายานอกลูกแก้วผลึก ในใจภาวนาให้พวกมันรู้ถึงความยากที่จะทำลายผลึกแก้วนี้ และเลิกเสียเวลาอยู่ที่นี่

ซิไป๋ฉีเม้มริมฝีปากสีชมพู รู้สึกปวดหัว

“แต่ดูท่าทางพวกมันแล้ว ไม่เหมือนจะไปง่ายๆ เลย”

ผีมายายิ่งมายิ่งเยอะ จนบดบังลูกแก้วผลึกไว้จนมิด

ทุกคนที่อยู่ภายในลูกแก้วผลึกมองไม่เห็นแสงจันทร์สีเลือดอีกต่อไป ได้ยินเพียงเสียงอันแสบแก้วหู นั่นคือเสียงที่ผีมายากำลังขูดขีดผลึกแก้ว

หยู่เฟ่ยหยานหยิบด้วงโคมไฟออกมา ขับไล่ความมืดออกไปส่วนหนึ่ง

ลูกแก้วผลึกสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมที่จะร่วงหล่นจากแท่นเมฆหมอกได้ทุกเมื่อ

“เอื๊อก...”

ซิไป๋ฉีกลืนน้ำลาย พูดเสียงสั่น

“เฟ่ยหยาน ฉันว่าตอนนี้ถ้ายังไม่ติดต่อมู่เหลียงอีก ช้าไปกว่านี้ เขาคงทำได้แค่มาเก็บศพพวกเราแล้วล่ะ”

เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่ารังเกียจ กลิ่นอายนี้คุ้นเคยมาก เป็นกลิ่นอายเฉพาะตัวของผีมายาขั้นแปด

ปัง!!

ลูกแก้วผลึกสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งขึ้น มีผีมายาระดับสูงกำลังโจมตี

“ฉันจะติดต่อเนินสูงเดี๋ยวนี้”

หัวใจของหยู่เฟ่ยหยานสั่นสะท้าน รีบหยิบแมลงเสียงสะท้อนออกมา

จบบทที่ ตอนที่ 1067 เขาคงทำได้แค่มาเก็บศพพวกเราแล้วล่ะ

คัดลอกลิงก์แล้ว