- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1061 จันทร์สีเลือดปรากฏโฉม
ตอนที่ 1061 จันทร์สีเลือดปรากฏโฉม
ตอนที่ 1061 จันทร์สีเลือดปรากฏโฉม
ยามเช้าตรู่
ภายในย่านการค้าเขตนอกเมือง คนตีระฆังปีนขึ้นไปบนหอระฆัง
เขาเงี่ยหูฟังเสียงการเดินของนาฬิกาลูกตุ้ม นี่คือสิ่งที่ต้องทำทุกวัน
แต๊ก แต๊ก แต๊ก
ด้านหน้าของหอระฆัง เข็มนาฬิกาลูกตุ้มกระโดดไปทีละช่อง ส่งเสียง แต๊ก ดังเป็นจังหวะ
แกร๊ก!!
เข็มนาฬิกาเดินมาถึงเลข 12 เสียงก็พลันเปลี่ยนไป เข็มชั่วโมงหยุดลงที่เลข 7
“เจ็ดนาฬิกาแล้ว”
คนตีระฆังตื่นตัวทันที ดึงเชือกขึ้นเพื่อตีระฆัง
เสียงระฆังอันกังวานดังขึ้น ดังกังวานต่อเนื่องเจ็ดครั้ง
ในยามนี้ย่านการค้าเงียบสงัด พนักงานทุกคนถอนตัวออกไปแล้ว บนถนนว่างเปล่าไร้ผู้คน มีเพียงภายในหอสามดวงดาวเท่านั้นที่ยังมีคนอาศัยอยู่
บนกำแพงเมือง ต้าอ้านและเหล่ากองกำลังป้องกันเมืองเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่
บนยอดกำแพงเมืองอันกว้างขวาง ริมยอดกำแพงกองกำลังป้องกันเมืองยืนประจำตำแหน่งห่างกันห้าก้าว
ปืนใหญ่ทั้งหมดเตรียมพร้อม กระสุนปืนใหญ่ที่บรรจุในหีบกองอยู่ข้างๆ
บริเวณกลางกำแพงเมือง กองกำลังป้องกันเมืองนับพันนายถือหน้าไม้ด้านหลังสะพายกระบอกธนู ภายในบรรจุลูกธนูหน้าไม้ไว้จนเต็ม
วันนี้คือวันที่คืนภูติจันทรุปราคาปะทุ เมืองเต่าทมิฬได้เข้าสู่สภาวะเตรียมพร้อมรบระดับหนึ่งแล้ว
ต้าอ้านเงี่ยหูฟังเสียงระฆัง ตอนนี้เจ็ดนาฬิกาแล้ว แต่ท้องฟ้ากลับยังคงเป็นสีแดงคล้ำ ทำให้รู้สึกอึดอัดอย่างมาก
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า หมู่เมฆสีแดงคล้ำม้วนตัวปั่นป่วน ต่อเนื่องมาตลอดทั้งคืน
“ไม่รู้ว่าท่านฉินยู ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่?”
ต้าอ้านพึมพำเสียงเบา
กำลังแปดส่วนของทหารในค่ายทหารล้วนขึ้นไปประจำการบนกำแพงเมืองแล้ว ส่วนอีกสองส่วนที่เหลือและกองทหารม้าก็เตรียมพร้อมตื่นตัว ป้องกันไม่ให้ผีมายาบุกทะลวงแนวป้องกันเข้ามาในเมืองได้
ภายในหอสามดวงดาวดาว หมิวต้ะ เค่อตั๋วล่าและต้าฉี เพิ่งจะตื่นนอน เตรียมลงไปเดินเล่นข้างล่าง
พวกเขาเดินทางกลับมาย่านการค้าตั้งแต่เมื่อวานนี้ ก็เพื่อความสะดวกในการจัดซื้อสินค้า เตรียมตัวกลับ
เค่อตั๋วล่าพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“หัวหน้าครับ วันนี้ต้องซื้อของให้ครบทั้งหมดเลยนะ”
“อืม ต้องซื้อเยอะๆ หน่อย”
หมิวต้ะพยักหน้า
ทั้งสามคนเดินลงไปชั้นล่าง ขณะที่กำลังจะผ่านโถงต้อนรับ ก็ถูกเสี่ยวเพ่ยขวางไว้
“จะไปไหนค่ะ?”
เสี่ยวเพ่ยลุกขึ้นยืนจากหลังเคาน์เตอร์ เอ่ยถาม
ต้าฉีเหลือบมองนางแวบหนึ่ง พูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ก็ต้องออกไปหาอะไรกินน่ะสิ”
“คืนภูติจันทรุปราคากำลังจะมาแล้ว ยังจะออกไปอีกหรอ?”
เสี่ยวเพ่ยท้าวสะเอว เบิกตาคู่สวยกว้างอย่างตกตะลึง
“คืนภูติจันทรุปราคาจะมาก็มาสิ คนเราก็ต้องกินไม่ใช่รึไง”
เค่อตั๋วล่าพูดอย่างไม่แยแส
เสี่ยวเพ่ยทำสีหน้าเคร่งขรึม พูดเกลี้ยกล่อม
“ข้างนอกมันอันตรายเกินไปแล้ว อย่าออกไปเลยจะดีกว่า”
“วางใจเถอะ พวกเรามีฝีมือ ไม่เป็นอะไรหรอก”
หมิวต้ะเบ้ปากอย่างไม่ใส่ใจ ก้าวเท้าเดินออกไปข้างนอกต่อ
“นั่นสิ ไม่ต้องมายุ่งกับพวกเราหรอก”
ต้าฉีโบกมืออย่างรำคาญ
“เฮอะ ไม่รู้จักกลัวตาย หวังดีเตือนแล้วยังมารำคาญอีก”
เสี่ยวเพ่ยโกรธจนคันฟัน
เธอมองส่งทั้งสามคนเดินออกจากหอสามดวงดาว หายลับไปจากสายตา
“ข้างนอกร้านปิดหมดทุกร้าน จะไปหาอะไรกินได้ก็แปลกแล้ว”
เสี่ยวเพ่ยเหลือบตามองบน
นอกหอสามดวงดาว ทั้งสามคนของหมิวต้ะยืนงงเป็นไก่ตาแตก ทำไมบนถนนไม่มีคนเลยแม้แต่คนเดียว?
เค่อตั๋วล่ากวาดตามองไปรอบๆ พูดเสียงอ่อย
“หัวหน้าครับ สถานการณ์ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีเลย ร้านค้าปิดหมดเลย”
ต้าฉีพูดอย่างหัวเสีย
“แปลกประหลาดชะมัด ผีมายายังไม่ทันโผล่มาเลย ทำไมปิดร้านกันหมดแล้ว?”
“รู้อย่างนี้พักที่เขตในเมืองต่อก็ดีแล้ว”
เค่อตั๋วล่าเริ่มรู้สึกเสียดาย
หมิวต้ะถลึงตาใส่ทั้งสองคน พูดอย่างหัวเสีย
“อย่าพูดมากดิ ไปดูข้างหน้ากัน”
ต้าฉีเบ้ปาก กอดอกแล้วก้าวเท้าเดินนำไป
ทั้งสามคนเดินวนรอบย่านการค้าหนึ่งรอบ นอกจากกองกำลังป้องกันเมืองที่เข้าเวรยามบนกำแพงแล้ว ก็ไม่เห็นผู้คนอื่นใดอีกเลย
“หัวหน้าครับ พวกเราควรจะกลับกันหรือยัง?”
เค่อตั๋วล่ากลืนน้ำลาย ถนนที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน ให้ความรู้สึกน่าขนลุก
“ไม่กลับ พวกเราจะออกไปดูข้างนอก”
หมิวต้ะส่ายหน้า มองไปยังทิศทางของป้อมซานไห่
เค่อตั๋วล่ามองไปยังกองกำลังป้องกันเมืองที่เข้าเวรยามอยู่ป้อมซานไห่ พูดเสียงเบา
“พวกเขาจะยอมให้พวกเราออกไปเหรอ?”
“แกก็ไปลองดูสิ”
หมิวต้ะพยักพเยิดคาง
“ไม่เอา”
เค่อตั๋วล่าปฏิเสธตามสัญชาตญาณ ถอยหลังไปสองก้าว
“ถ้าไม่ไป ฉันจะอัดแก”
หมิวต้ะยกกำปั้นขึ้นมาขู่
“...ไปก็ได้”
เค่อตั๋วล่าหน้าทะมึน
เขาเดินไปข้างหน้าอย่างหงุดหงิด ในใจก็แอบสบถด่าหมิวต้ะ
เมื่อมาถึงหน้าป้อมซานไห่ ก็ถูกกองกำลังป้องกันเมืองขวางไว้ตามคาด
กองกำลังป้องกันเมืองทำหน้าเคร่งขรึม
“ห้ามผ่าน คืนภูติจันทรุปราคายังไม่จบ ห้ามผู้ใดผ่านเข้าออกเด็ดขาด”
“ทำไมล่ะ?”
หมิวต้ะถามอย่างสงสัย
กองกำลังป้องกันเมืองเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง พูดเสียงเข้ม
“ก็เพื่อความปลอดภัยของพวกท่านเองยังไงล่ะ ถ้าออกไปแล้ว จะกลับเข้ามาไม่ได้อีก”
“อ้าว เข้ามาไม่ได้อีกแล้วหรอ งั้นไม่ออกไปแล้ว”
เค่อตั๋วล่าพูดอย่างเจื่อนๆ หันหลังรีบเดินกลับไปทันที
“ว่ายังไงบ้าง?”
หมิวต้ะรีบถาม
เค่อตั๋วล่าทำหน้าจริงจัง
“พวกเขาบอกว่าถ้าออกไปแล้วจะกลับเข้ามาไม่ได้อีก”
“ถ้างั้นก็ช่างเถอะ ของยังซื้อไม่ครบเลย ตอนนี้ออกไปไม่ได้”
หมิวต้ะถ่มน้ำลาย
“งั้นกลับ?”
เค่อตั๋วล่ากะพริบตาปริบๆ
“กลับเถอะ”
หมิวต้ะพยักหน้า
ต้าฉีถามขึ้นมาทันที
“เค่อตั๋วล่า ทำไมสีหน้านายยิ่งดูยิ่งซีด?”
“คงเป็นเพราะโรคผีมายาที่นางนั้นพูดถึงนั่นแหละ”
เค่อตั๋วล่าหน้าซีดเผือด เขาเปิดเสื้อขึ้นดูบาดแผล รอยสักสีแดงก่ำยิ่งเข้มขึ้น
หมิวต้ะพูดเสียงเข้ม
“ทนอีกหน่อย รอกลับไปก็รักษาหายแล้ว”
“ก็คงต้องทำอย่างนั้น”
เค่อตั๋วล่าถอนหายใจ ปล่อยชายเสื้อลง
ทั้งสามคนเดินกลับไปยังหอสามดวงดาว
มีลมพัดผ่าน หมู่เมฆที่ม้วนตัวปั่นป่วนบนท้องฟ้าพลันหยุดนิ่งไปสองสามวินาที ดึงดูดความสนใจของผู้คน
วินาทีต่อมา หมู่เมฆก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นสีแดงฉานดุจโลหิต
แสงจันทร์สีเลือดสาดส่องทะลุผ่านหมู่เมฆ ปกคลุมลงมาโดยสมบูรณ์
โลกใบนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด ทั้งบ้านเรือน, ถนน, กำแพงเมือง ล้วนเป็นเช่นนี้ ไกลสุดลูกหูลูกตากลับกลายเป็นสีแดงฉานไปหมด
บนกำแพงเมือง สีหน้าของต้าอ้านเคร่งขรึม ราวกับเบื้องหน้าถูกบดบังด้วยม่านสีเลือด
เธอมองไปยังผืนทะเล ราวกับกำลังมองเห็นทะเลโลหิต
“จันทร์สีเลือดปรากฏแล้ว”
หัวใจของต้าอ้านเต้นเร็วขึ้น มือกุมด้ามดาบยาวที่เอวไว้แน่น
กองกำลังป้องกันเมืองส่งเสียงฮือฮา มีเสียงอุทานดังขึ้น
ต้าอ้านหันกลับไปตวาดเสียงเย็นชา
“ทุกคน ตั้งสติกันให้ดี และหุบปากซะ”
“ครับ!”
เหล่ากองกำลังป้องกันเมืองสะดุ้งตื่นตัว ต่างยืดอกตรง
ไกลออกไป ผิวน้ำปั่นป่วน มีผีมายาจำนวนมากพุ่งทะลุผิวน้ำขึ้นมา
พวกมันกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะพบเข้ากับเต่าเกราะหิน จึงเปลี่ยนทิศทางมุ่งตรงมายังเต่าเกราะหินทันที
เว่ยกังลดกล้องส่องทางไกลลง หันไปพูด
“ท่านผู้บัญชาการต้าอ้าน ผีมายามาแล้วครับ”
“ตีกลองศึก”
ต้าอ้านตะโกนเสียงดังลั่น
“ครับ”
เว่ยกังยกมือทำวันทยหัตถ์ หันหลังวิ่งไปยังกลองศึก
ตึง ตึง ตึง
เสียงกลองศึกถูกตีดังขึ้น เสียงกลองที่รวดเร็วเร่งเร้าทำให้กองกำลังป้องกันเมืองทุกคนตื่นตัว จิตวิญญาณการต่อสู้ถูกปลุกเร้าขึ้นมา
ภายในย่านการค้า ทั้งสามคนของหมิวต้ะได้ยินเสียงกลอง หัวใจก็พลันเต้นระรัวตามไปด้วย
“จันทร์สีเลือดปรากฏแล้ว!!”
ต้าฉีเบิกตากว้าง อัตราการหายใจถี่กระชั้นขึ้นมาก
“หัวหน้าครับ พวกเรารีบกลับกันเถอะ”
เค่อตั๋วล่าพูดเสียงสั่น
“ไป”
หมิวต้ะกัดฟันโบกมือ หันหลังเร่งฝีเท้าวิ่งตรงไปยังหอสามดวงดาว