- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1057 ค่าตอบแทนคือต้องแต่งงานกับมู่เหลียง
ตอนที่ 1057 ค่าตอบแทนคือต้องแต่งงานกับมู่เหลียง
ตอนที่ 1057 ค่าตอบแทนคือต้องแต่งงานกับมู่เหลียง
หยู่ฉินหลานนั่งตัวตรงพูดอย่างประหลาดใจ
“เธอติดเชื้อผีมายางั้นหรือ?”
ลุ่ยเหยียนรีบโบกมือ
“ไม่ใช่ฉันค่ะ แต่เป็นคนของฉันที่มาจากเกาะอวี๋”
หยู่ฉินหลานพยักหน้าช้าๆ ถาม
“มีกี่คน?”
“มีอยู่ยี่สิบสามคนค่ะ”
หัวใจของลุ่ยเหยียนเต้นเร็วขึ้น ท่านเลขาถามแบบนี้ หรือว่าจะมีวิธีรักษา?
“เมืองเต่าทมิฬในตอนนี้ ยังไม่มียาที่รักษาโรคผีมายาให้หายขาดได้”
หยู่ฉินหลานส่ายหน้า
แม้ว่าน้ำตานางฟ้าระดับสิบจะสามารถรักษาโรคผีมายาได้ แต่จำนวนของมันมีน้อยเกินไปจริงๆ เมื่อเทียบกับการเอามารักษาแล้ว มันยังมีประโยชน์อย่างอื่นที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น
อีกอย่าง หากไม่มีผลงาน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับน้ำตานางฟ้าระดับสูงอันล้ำค่าเช่นนี้
“...รักษาไม่ได้หรอคะ?”
ลุ่ยเหยียนอ้าปากค้าง สีหน้าสิ้นหวัง
หยู่ฉินหลานลุกขึ้นยืน กล่าวอย่างไพเราะ
“อย่าเพิ่งหมดหวังไป แม้ว่าจะรักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่มียาที่ใช้ยับยั้งการติดเชื้อผีมายาอยู่”
“ยับยั้ง?” ลุ่ยเหยียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเทาคู่สวยมีประกายความหวังขึ้นมาเล็กน้อย
หยู่ฉินหลานพยักหน้า กล่าวเรียบๆ
“ใช่แล้ว หลังจากกินยายับยั้งเข้าไป ก็สามารถยืดอายุออกไปได้อีกหลายปี จะได้มีเวลารอจนกว่ายาที่รักษาให้หายขาดวิจัยสำเร็จ”
ลุ่ยเหยียนถอนหายใจ
“นี่ก็ถือเป็นวิธีแก้ในช่วงที่อับจนหนทางแล้ว”
“การมีชีวิตรอดคือสิ่งสำคัญที่สุด”
หยู่ฉินหลานกล่าวเสียงสงบนิ่ง
ลุ่ยเหยียนปรับทัศนคติ พยักหน้าเห็นด้วย
“นั่นสินะคะ มีชีวิตอยู่ต่ออีกหลายปีก็ยังดี”
หยู่ฉินหลานกล่าวอย่างสง่างาม
“ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ ตามฉันไปที่เนินสูง ยารักษามีเพียงเจ้าเมืองเท่านั้นที่มี”
“ค่ะ”
ลุ่ยเหยียนรีบลุกขึ้นยืน เดินตามหยู่ฉินหลานออกจากที่ว่าการ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองคนก็เดินเข้ามาในเนินสูง ขึ้นลิฟต์ขนส่งมุ่งหน้าไปยังชั้นแปด
ในลิฟต์ขนส่ง ลุ่ยเหยียนถูกสภาพแวดล้อมของพื้นที่สูงดึงดูดความสนใจ
ในใจเธอยังรู้สึกประหม่าเล็กน้อย อีกเดี๋ยวก็จะได้พบกับเจ้าเมืองเต่าทมิฬผู้เลื่องชื่อแล้ว หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
หลายวันที่อาศัยอยู่ในเมืองเต่าทมิฬ เธอได้ยินตำนานเกี่ยวกับเจ้าเมืองเต่าทมิฬมามากมาย ในใจก็สงสัยใคร่รู้มาตลอดว่าเขาเป็นคนเช่นไรกันแน่
ลิฟต์ขนส่งหยุดลงที่ชั้นแปด หยู่ฉินหลานก้าวเท้าเดินออกไป หญิงสาวผมสีเขียวรีบก้าวตาม
ลุ่ยเหยียนมองสำรวจตำหนัก ความสนใจทั้งหมดถูกลวดลายแกะสลักมังกรและหงส์บนนั้นดึงดูดไป
หยู่ฉินหลานเดินเข้าไปในตำหนัก เห็นสาวใช้น้อยกำลังถูพื้นอยู่
เธอเอ่ยถามเสียงใส
“เหยาเอ๋อ มู่เหลียงอยู่ที่ไหน?”
“ท่านฉินหลาน!”
เหยาเอ๋อหยุดมือ กล่าวอย่างว่าง่าย
“ท่านมู่เหลียงอยู่ที่ห้องทดลองค่ะ”
“อีกแล้วเหรอ ทำอะไรอยู่?”
หยู่ฉินหลานเอียงคอถาม
เหยาเอ๋อกล่าวอย่างน่ารักไร้เดียงสา
“เหมือนว่ากำลังสร้างยุทธภัณฑ์วิญญาณที่ใช้ขับไล่หมอกควันน่ะค่ะ รายละเอียดฉันเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน”
หยู่ฉินหลานกำชับ
“เข้าใจแล้ว เจ้าพาคุณลุ่ยเหยียนไปที่ห้องรับรองที ฉันจะไปหามู่เหลียงเอง”
“ค่ะ”
เหยาเอ๋อพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย วางไม้ถูพื้นลง ถอดผ้ากันเปื้อนที่สวมอยู่ออก
เธอผายมือเป็นสัญญาณ
“คุณลุ่ยเหยียน เชิญตามมาค่ะ”
“ค่ะ”
ลุ่ยเหยียนละสายตาจากการมองสำรวจ เดินตามสาวใช้น้อยไปยังห้องรับรอง
หยู่ฉินหลานมาถึงหน้าห้องทำงาน ด้านในมีเสียงปึงปังดังออกมา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก???
หยู่ฉินหลานยกมือเคาะประตูห้องทำงาน
“มู่เหลียง เข้าไปนะ”
“ฉินหลานเหรอ เข้ามาสิ”
มู่เหลียงขานรับ
ในห้องทดลอง มู่เหลียงกำลังขุดคุ้ยหาของอยู่ในกองวัสดุจากสัตว์อสูร
หยู่ฉินหลานเดินเข้ามาในห้องทำงาน เอ่ยถามอย่างสงสัย
“มู่เหลียง ทำอะไรอยู่?”
“หากวัสดุจากสัตว์อสูรที่เหมาะสมน่ะ”
มู่เหลียงขานรับเสียงอ่อนโยน
หยู่ฉินหลานคาดเดา
“ได้ยินมาจากเหยาเอ๋อบอกว่า นายจะทำของที่ใช้ขับไล่หมอกควันงั้นหรอ หรือว่านี้กำลังเตรียมตัวจะไปทะเลหมอก?”
“อืม ฉลาดมาก”
มู่เหลียงยิ้มบางๆ
ในบันทึกคำให้การของหมิวต้ะ ทัศนวิสัยในทะเลหมอกนั้นต่ำมาก มองเห็นได้เพียงไม่กี่เมตร พอถึงตอนกลางคืนยิ่งมืดจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง นี่มันอันตรายมาก
“ยุทธภัณฑ์วิญญาณที่ไล่หมอกควัน จะทำได้จริงๆ หรอ?”
หยู่ฉินหลานกะพริบตาสีฟ้าใสดุจน้ำทะเล
“ไม่ลองดูแล้วจะรู้ได้ยังไง?”
มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ
เขาตบมือ พูดเสียงเบา
“มาหาฉันมีธุระอะไรรึ?”
“ลุ่ยเหยียนอยากพบ เธอมีปัญหาเรื่องโรคผีมายาน่ะ”
หยู่ฉินหลานกล่าวอย่างสง่างาม
“ลุ่ยเหยียน เจ้าเกาะอวี้….เธอติดเชื้อผีมายาเหรอ?”
มู่เหลียงถามอย่างประหลาดใจ
“เปล่า แต่เป็นชาวเกาะของเธอ”
หยู่ฉินหลานส่ายหน้า
เธอลดเสียงลง พูดต่อ
“บอกเธอไปแล้วว่า ตอนนี้เมืองเต่าทมิฬยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด มีแค่ยายับยั้ง”
“อืม น้ำตานางฟ้าระดับสิบมีน้อยเกินไป ต้องใช้ในยามจำเป็นจริงๆ”
มู่เหลียงพยักหน้าช้าๆ
เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน ต้องเก็บไว้ให้คนของตัวเองบ้าง
โหย่วเฟ่ยได้ใช้แร่โลหิตครามปรับปรุงยาลับที่รักษาโรคผีมายาทำให้ผู้ติดเชื้อมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกสี่ปี
แร่โลหิตคราม คือสิ่งที่ตกผลึกจากสารคัดหลั่งของหนอนโลหิตคราม และก็คือแนวปะการังสีน้ำเงินที่อยู่ใต้เกาะผีเสื้อ นั่นเอง
หยู่ฉินหลานถาม
“ฉันก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ตอนนี้เธอรออยู่ที่ห้องรับรอง จะไปพบไหม?”
“อืม ไปพบหน่อยแล้วกัน”
มู่เหลียงตบมือ พับแขนเสื้อที่ม้วนขึ้นลง
“เดี๋ยวก่อน”
หยู่ฉินหลานเอ่ยห้าม
“มีอะไรรึ?”
เท้าที่กำลังจะก้าวเดินของมู่เหลียงชะงักงัน
หยู่ฉินหลานเดินเข้ามา ยื่นมือไปจัดผมให้มู่เหลียงเบาๆ พูดเสียงอ่อนโยน
“บนผมมีอะไรติดอยู่”
“ยังมีอีกไหม?”
มู่เหลียงฉวยโอกาสรวบหยู่ฉินหลานเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน
“ไม่มีแล้ว”
ขนตายาวงามของหยู่ฉินหลานสั่นระริก
เธอเหลือบตามองบนใส่มู่เหลียง พูดอย่างเขินอาย
“ลุ่ยเหยียนยังรออยู่”
“ก็ได้”
มู่เหลียงเผยแววเสียดาย คลายอ้อมแขนออก
หยู่ฉินหลานยื่นมือไปจัดปกเสื้อของมู่เหลียงให้เรียบร้อย เอ่ยถามอย่างสง่างาม
“จริงสิ ฉันเตรียมจะให้เธอไปเป็นผู้ดูแลเมืองรอง คิดว่ายังไง?”
“อืม เธอตัดสินใจได้เลย”
มู่เหลียงตอบส่งๆ
“ได้”
มุมปากของหยู่ฉินหลานยกสูงขึ้น สัมผัสได้ถึงความไว้วางใจที่มู่เหลียงมีให้ อารมณ์ก็พลันเบิกบานเป็นพิเศษ
ทั้งสองคนเดินออกจากห้องทำงาน มายังห้องรับรอง
ลุ่ยเหยียนกำลังดื่มชาประกายแสง นั่งตัวตรงแน่ว
ตึก ตึก ตึก???
พอได้ยินเสียงฝีเท้า เธอก็หันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ
แวบแรกที่เห็น เธอก็เห็นมู่เหลียง และถูกเขาดึงดูดอย่างล้ำลึก ในใจมั่นใจทันทีว่าเขาคือเจ้าเมืองเต่าทมิฬ
หยู่ฉินหลานยกมุมปากขึ้น ยิ้มอย่างขี้เล่น
“เจ้าเมืองของพวกเราหล่อใช่ไหมล่ะ ทำเอาคุณลุ่ยเหยียนถึงกับตะลึงจนละสายตาไม่ได้”
ใบหน้างามของลุ่ยเหยียนแดงก่ำขึ้นมาทันที ดวงตาสีเทาหลุกหลิก รีบหลบสายตาไปทางอื่น
เธอลุกขึ้นยืนทันที คำนับมู่เหลียงอย่างนอบน้อม
“ท่านเจ้าเมือง สวัสดีค่ะ!!”
“อืม นั่งเถอะ”
มู่เหลียงผายมือเป็นสัญญาณ
ลุ่ยเหยียนนั่งลงอย่างประหม่า แอบชำเลืองมองมู่เหลียงเล็กน้อย
“ได้ยินว่าเธอต้องการยาลับที่รักษาโรคผีมายา”
มู่เหลียงเอ่ยถามเสียงราบเรียบ
ลุ่ยเหยียนพยักหน้าแรงๆ
“ใช่ค่ะ”
“ยาน่ะมี และก็พอจะให้ได้”
มู่เหลียงปรือตาขึ้นพูดเสียงสงบนิ่ง
“จริงเหรอคะ!?”
ลุ่ยเหยียนตื่นตัวขึ้นมาทันที
เธอยกมือขึ้นเท้าโต๊ะ จ้องมองมู่เหลียงตาเป็นมัน
“แต่ค่าตอบแทนคือต้องแต่งงานกับมู่เหลียง”
หยู่ฉินหลานยิ้มพลางพูดล้อเลียน
“เอ๊ะ?”
สีหน้าของลุ่ยเหยียนเหวอไป ชะงักค้างไปชั่วขณะ
มู่เหลียงทั้งขำทั้งจนปัญญา หันไปถลึงตาใส่หยู่ฉินหลาน
“คิกคิกคิก???”
ดวงตาสีฟ้าใสดุจน้ำทะเลของหยู่ฉินหลานเปื้อนยิ้ม หัวเราะแย้มดุจสาวแรกแย้มสดใส
“อย่าจริงจังไป เธอแค่ล้อเล่นน่ะ”