เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1055 แข็งแกร่งขนาดนี้เลย?

ตอนที่ 1055 แข็งแกร่งขนาดนี้เลย?

ตอนที่ 1055 แข็งแกร่งขนาดนี้เลย?


ยามเช้าตรู่

ภายในเมืองรองสี่ อาคารหลังหนึ่งใกล้ใจกลางเมือง ลุ่ยเหยียนหาววอดค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งจากบนเตียง

“ไม่ได้นอนหลับสบายแบบนี้มานานแล้ว”

เธอเม้มริมฝีปากสีแดงสด พลิกตัวลงจากเตียง สวมรองเท้าแล้วเดินไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ

ลุ่ยเหยียนเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองรองสี่ได้สองวันแล้ว

ภายในสองวันนี้ เธอได้ทำความเข้าใจเมืองเต่าทมิฬในเบื้องต้น

ยิ่งทำความเข้าใจ ก็ยิ่งรู้สึกยำเกรงต่อเมืองเต่าทมิฬ และในขณะเดียวกันก็ยิ่งสงสัยใคร่รู้ว่าเจ้าเมืองเต่าทมิฬนั้นเป็นคนเช่นไร

หลังจากลุ่ยเหยียนล้างหน้าล้างตาเสร็จ ก็หากินอะไรง่ายๆ แล้วผลักประตูเดินจากไป

เธออยากลองเข้าไปดูในเขตในเมือง ได้ยินมาว่าที่นั่นคือสถานที่ที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของเมืองเต่าทมิฬ และเจ้าเมืองเต่าทมิฬก็อาศัยอยู่ที่นั่นด้วย

“ยังไงก็ต้องไปหางานทำอีก...”

ลุ่ยเหยียนหันกลับไปมองประตูห้อง

แม้ว่าที่พักอาศัยนี้จะให้อยู่แบบไม่ต้องเสียอะไรแต่นั้นก็แค่ชั่วคราว แต่ถ้าไม่ทำงาน ในอนาคตก็จะไม่มีแหล่งรายได้

ผลึกสัตว์อสูรที่เธอมีติดตัวอยู่บ้าง สักวันก็ต้องใช้จนหมด

ลุ่ยเหยียนเพิ่งเดินออกมาได้ไม่นาน ก็ถูกร่างที่คุ้นตาหลายร่างขวางทางไว้

คนที่ขวางอยู่หน้าหญิงสาวผมสีเขียว พวกเขาล้วนเป็นชาวเกาะอวี้ ในยามนี้สีหน้าของทุกคนซีดขาวน่ากลัว

“ท่านเจ้าเกาะ ช่วยข้าด้วย!!”

สตรีผู้หนึ่งร้องไห้ขอความช่วยเหลือ พลางร้องไห้ไปพลางดึงทึ้งคอเสื้อ เผยให้เห็นรอยสักสีแดงก่ำอันน่าสะพรึงกลัว

“ท่านเจ้าเกาะ พวกเรากำลังจะตาย โรคผีมายากำลังจะกำเริบ ช่วยพวกเราด้วย!”

ชายวัยกลางคนที่อายุล่วงเลยวัยกลางคนไปแล้ว ก้มโค้งลง ทั้งร้องไห้ฟูมฟายน้ำมูกน้ำตาไหลพราก

“ท่านเจ้าเกาะ ช่วยพวกเราด้วย...”

หัวใจของลุ่ยเหยียนสั่นสะท้าน พูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“ไม่หรอก พวกท่านเพิ่งจะติดเชื้อได้ไม่นาน อย่างน้อยที่สุดก็ยังมีเวลาอีกสามเดือนกว่าอาการจะกำเริบ อย่าเพิ่งขวัญเสียกันไปเอง”

เธอเข้าใจดีว่าคนเหล่านี้แค่กำลังหวาดกลัว เมื่อวันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ความตายก็ยิ่งคืบคลานเข้ามา ทำให้พวกเขาหวาดผวาอย่างยิ่ง

“ท่านเจ้าเกาะ เวลาสามเดือนมันเร็วนะ พวกเราไม่อยากตาย”

หญิงสาวคนหนึ่งวิงวอนด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา

“ฉันยังมีลูกสามขวบที่ต้องเลี้ยง ฉันอยากมีชีวิตอยู่ต่อ”

สตรีอีกคนหนึ่งอ้อนวอนเช่นกัน

แววตาของลุ่ยเหยียนสั่นไหว สูดหายใจเข้าลึกๆ พยักหน้าแล้วพูดว่า

“เข้าใจแล้ว ฉันจะลองคิดหาทางดู...”

เหล่าชาวเกาะพากันกล่าวขอบคุณ ในแววตาเต็มไปด้วยความหวัง

“ท่านเจ้าเกาะ พวกเราฝากความหวังไว้ที่ท่านแล้ว”

จิตใจของลุ่ยเหยียนหนักอึ้ง เธอเอ่ยลาเหล่าชาวเกาะ แล้วเดินมุ่งหน้าออกไปยังนอกเมืองรอง

“จะรักษาโรคผีมายาได้ยังไงกัน... จะไปหาน้ำตานางฟ้าได้จากที่ไหน?”

เธอรู้สึกสับสนมืดแปดด้าน

โดยไม่รู้ตัวลุ่ยเหยียนก็เดินมาถึงนอกเมืองรอง และเห็นรถม้าสาธารณะมาจอดเทียบที่ป้ายจอดรถ เป็นรถม้าที่มุ่งหน้าไปยังเขตในเมือง

“ไปเขตเมืองชั้นในดูก่อนแล้วกัน ถ้าได้พบเจ้าเมืองก็คงจะดี”

ลุ่ยเหยียนตัดสินใจแน่วแน่ รีบก้าวเท้าไปยังรถม้า

เธอหยิบเงินหนึ่งเหรียนที่เป็นเงินสกุลเมืองเต่าทมิฬที่แลกมา เรียนแบบผู้โดยสารคนอื่นๆ หยอดลงในกล่องหยอดเหรียญ

หลังจากขึ้นมาบนห้องโดยสาร เธอก็หาที่นั่งริมหน้าต่าง

สิบนาทีต่อมา สารถีสะบัดบังเหียน ทำให้รถม้าวิ่งไปอย่างรวดเร็วบนถนนสายหลักของเมืองรอง มุ่งหน้าสู่ถนนสายหลักที่ทอดไปยังเขตเมือง

“พวกแก พรุ่งนี้ก็อย่าออกมาเพ่นพ่านไปไหนล่ะ อยู่บ้านเฉยๆ ซะ”

สารถีเอ่ยกำชับโดยไม่หันกลับมามอง

“อ้าว ทำไมล่ะ?”

มีผู้โดยสารคนหนึ่งถามอย่างสงสัย

“โง่รึไง อีกสองวันคืนภูติจันทรุปราคาก็กำลังจะมาถึงแล้ว อยู่บ้านนั่นแหละปลอดภัยที่สุด”

สารถีตะโกนตอบอย่างไม่ใส่ใจ

สิ้นเสียงของสารถี ภายในห้องโดยสารก็ระเบิดเสียงอุทานดังลั่น

“อะไรนะ คืนภูติจันทรุปราคาจะเกิดแล้ว!?”

“ตายจริง ฉันไม่น่าออกมาเลย ฉันจะกลับบ้าน”

เสียงอุทานดังขึ้นไม่ขาดสาย

สีหน้าของลุ่ยเหยียนก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ไม่คาดคิดว่าคืนภูติจันทรุปราคาจะมาถึงเร็วขนาดนี้

“ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์กันรึไง?”

สารถีเหลือบมองผู้โดยสารในห้องโดยสาร ตะโกนเสียงดัง

“อย่ามัวแต่ประหยัดแค่เหรียญเดียวเลยเถอะ หนังสือพิมพ์น่ะต้องอ่านบ่อยๆ มีเรื่องราวมากมายเขียนไว้บนนั้น”

“แค่ไม่ได้อ่านมาสองวันเอง ต่อไปคงต้องซื้อทุกฉบับแล้ว!”

“ฉันด้วย...”

เหล่าผู้โดยสารต่างพากันคร่ำครวญ แต่ส่วนใหญ่แล้วคือความหวาดกลัว คืนภูติจันทรุปราคาจะมาแล้ว จะทำอย่างไรดี?

สารถียิ้มแยกเขี้ยว พูดต่อ

“แต่ไม่ต้องกลัวไปหรอก ใต้ดินเมืองรองมีหลุมหลบภัยอยู่ เข้าไปหลบข้างในก็จะปลอดภัยแล้ว”

“นั่นสินะ ท่านเจ้าเมืองสร้างหลุมหลบภัยไว้ ก็เพื่อให้พวกเราใช้หลบภัยนี่นา”

ผู้โดยสารคนหนึ่งถอนหายใจโล่งอก และดูผ่อนคลายลง

ลุ่ยเหยียนเอ่ยถามอย่างใคร่รู้

“หลุมหลบภัยแข็งแรงมากเลยหรอคะ?”

สารถีมองหญิงสาวผมสีเขียวแวบหนึ่ง พูดอย่างหนักแน่น

“เพิ่งมาถึงเมืองเต่าทมิฬสินะ?”

“เอ๊ะ ท่านรู้ได้ยังไง?”

ลุ่ยเหยียนเบิกตาสีเทากว้าง

“ดูจากเสื้อผ้าที่ใส่ก็รู้แล้ว”

สารถีสะบัดบังเหียน ให้อสูรแปดเขี้ยวลากรถม้าเข้าสู่ถนนสายหลักของเขตนอกเมือง

และเขาพูดต่อ

“มีแต่คนที่เพิ่งมาถึงเมืองเต่าทมิฬเท่านั้นแหละที่ยังใส่ชุดหนังสัตว์ คนที่อยู่มานานแล้ว เขาซื้อชุดผ้าด้ายใส่กันหมด”

เมืองเต่าทมิฬในตอนนี้ ราคาผ้าไม่ได้สูงมากนัก ประชาชนทั่วไปก็พอจะซื้อหามาใส่ได้

เพราะอย่างไรเสีย ชุดหนังสัตว์ที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป สวมใส่ไม่สบายเท่าชุดผ้าอยู่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น อากาศแบบนี้ ถ้ายังใส่ชุดหนังสัตว์อีก มีหวังอบจนเหงื่อท่วมตัว

“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง...”

ลุ่ยเหยียนมองไปยังผู้โดยสารคนอื่นๆ ในห้องโดยสาร ก็สวมชุดผ้ากันจริงๆ ด้วย

“แม่หนูเอ๊ย หลุมหลบภัยของเมืองเต่าทมิฬน่ะหนาตึ้บ โครงสร้างหลักสร้างจากผลึก สามารถต้านทานการโจมตีของผีมายาขั้นแปดได้เลยนะ”

สารถีกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

ดวงตาสีเทาของลุ่ยเหยียนเป็นประกาย อุทานอย่างตกตะลึง

“แข็งขนาดนั้นเลย!!”

สารถีเผยแววตาชื่นชม

“แน่นอนอยู่แล้ว ท่านเจ้าเมืองเป็นคนสร้างด้วยตัวเอง จะเป็นของห่วยๆ ได้ยังไง?”

“ไม่ต้องห่วงหรอกเท่านี้คืนภูติจันทรุปราคามาก็ไม่กลัวอีกแล้ว อีกอย่างพวกเรามีสัตว์อสูรพิทักษ์เมืองตั้งมากมาย ต้านไหวอยู่แล้ว”

“นั่นสิ พวกเรายังมีกองกำลังป้องกันเมืองอีก”

เหล่าผู้โดยสารต่างก็ใจชื้นขึ้น บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่คลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว

ลุ่ยเหยียนอ้าปากค้างไม่รู้จะพูดอะไรดี คนพวกนี้ช่างมองโลกในแง่ดีกันเหลือเกิน!

เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เอ่ยปากถาม

“จริงสิคะ ฉันอยากรู้ว่าจะรักษาโรคผีมายาได้ยังไง?”

“รักษาโรคผีมายาน่ะเหรอ…เจ้าคงต้องไปหาท่านเจ้าเมืองนั่นแหละ”

สารถีพูดเสียงทื่อๆ

ลุ่ยเหยียนตื่นตัวขึ้นมาทันที ถามย้ำ

“ท่านเจ้าเมืองมีวิธีรักษางั้นเหรอคะ?”

สารถีส่ายหน้า

“ก็ไม่แน่ใจหรอก แต่ก่อนหน้านี้ในหนังสือพิมพ์มีเขียนไว้ กำลังทดลองยาลับสำหรับรักษาโรคผีมายาอยู่ ไม่รู้ว่าสำเร็จหรือยัง”

“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง...”

ดวงตาคู่สวยของลุ่ยเหยียนหม่นแสงลง แต่ก็ยังมีความหวังผุดขึ้นมา

ในใจเธอได้แต่ภาวนา ขอให้เมืองเต่าทมิฬวิจัยยาลับได้สำเร็จแล้ว

ลุ่ยเหยียนถามต่อ

“แล้วจะไปพบท่านเจ้าเมืองได้อย่างไรคะ?”

“ท่านเจ้าเมืองน่ะ ท่านไม่ใช่ว่าอยากจะพบก็พบได้ง่ายๆ หรอกนะ”

สารถีสะบัดบังเหียน ให้อสูรแปดเขี้ยววิ่งเร็วยิ่งขึ้น

“แล้วจะทำยังไงดีล่ะคะ?”

ริมฝีปากของลุ่ยเหยียนสั่นระริก เผยสีหน้ากระวนกระวาย

สารถีคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ

“ถ้าเจ้ามีธุระด่วนจริงๆ ก็ลองไปหาที่ว่าการเมืองก่อน ไปหาท่านเลขา ท่านเลขาได้เจอท่านเจ้าเมืองทุกวัน”

“ค่ะ”

ลุ่ยเหยียนพยักหน้า จดจำไว้ในใจ

สารถีกำชับอีกครั้ง

“แต่ห้ามไปที่เนินสูงตามลำพังเด็ดขาดนะ คนแปลกหน้าที่เข้าใกล้แถวนั้น ถ้าไม่ระวัง อาจจะถูกหน่วยพิทักษ์เนินสูงจับไปสอบสวนได้”

“เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณท่านมาก”

ลุ่ยเหยียนกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ

จบบทที่ ตอนที่ 1055 แข็งแกร่งขนาดนี้เลย?

คัดลอกลิงก์แล้ว