- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1053 หาแนวร่วม
ตอนที่ 1053 หาแนวร่วม
ตอนที่ 1053 หาแนวร่วม
เค่อตั๋วล่ากลืนน้ำลายหันไปมองหมิวต้ะ และพูดอย่างกังวล
“หัวหน้าครับ คืนภูติจันทรุปราคาที่ว่านี่ ฟังดูเหมือนจะอันตรายมากเลยนะ”
“แกไม่เคยเห็นผีมายารึไง?”
หมิวต้ะถลึงตาใส่ พูดอย่างหัวเสีย
“อันตรายหรือไม่อันตราย แกไม่รู้รึไง?”
เค่อตั๋วล่าหดคอพูดอย่างเจื่อนๆ
“ก็อันตรายสิครับ วันนั้นบนเกาะคนตายไปตั้งเยอะ...”
เขานึกถึงตอนอยู่บนเกาะอวี้ ที่มีซากศพเกลื่อนกลาด แค่คิดขนหัวก็ลุกแล้ว
“แกนี่มันไม่เอาไหนจริงๆ”
หมิวต้ะตบหัวเค่อตั๋วล่าอย่างหัวเสีย
“...” เ
ค่อตั๋วล่าเม้มปาก รู้สึกหดหู่ไม่กล้าต่อปากต่อคำ
ต้าฉียิ้มอย่างสมน้ำหน้า หางตาก็เหลือบไปเห็นทางออกของตลาด มีร่างคุ้นตาร่างหนึ่งกำลังกอดถุงกระดาษเดินออกมา
เขารีบตบไหล่หัวหน้า พูดอย่างร้อนรน
“หัวหน้าครับ นั่นมันองค์หญิงของอาณาจักรไห่ถิง!!”
“ไหน?”
หมิวต้ะตื่นตัวขึ้นมาทันทีรีบหันขวับไปมองตามทิศที่ต้าฉีชี้
ไป๋สวงเพิ่งออกมาจากตลาด ในอ้อมแขนกอดถุงกระดาษใบใหญ่สองใบ ข้างในบรรจุผลไม้และคุกกี้ชิ้นเล็กของโปรด
“ยาวจัง”
เธอมองแถวที่ยาวเหยียด ในใจก็นึกดีใจที่ตัวเองมาก่อน
“หืม?”
ไป๋สวงหรี่ตามอง ก็เห็นพวกหมิวต้ะในแถวเช่นกัน
“ไอพวกน่ารำคาญ มานี่ก็ยังเจออีก”
เธอเบ้ปาก เดินมุ่งหน้ากลับไปยังทิศทางของเนินสูง
“ไป ขวางเธอไว้!!”
แววตาของหมิวต้ะสั่นไหว ตัดสินใจออกจากแถวทันที เขาก้าวฉับๆ ไปทางหญิงสาวผมสีม่วง
เค่อตั๋วล่าอุทานอย่างตกตะลึง
“เฮ้ยๆ เราอุตส่าห์ต่อแถวมาถึงนี่แล้ว นี่ก็ใกล้จะได้เข้าไปแล้วนะ!!”
เขามองแผ่นหลังของหัวหน้า แล้วหันไปมองทางเข้าตลาดที่อยู่ห่างไปไม่ถึงห้าเมตร
“น่ารำคาญจริงวุ้ย”
เค่อตั๋วล่ากัดฟันทั้งโกรธทั้งหงุดหงิด สุดท้ายก็หันหลังวิ่งตามหัวหน้าไป
“เดี๋ยว หยุดก่อน!!”
หมิวต้ะตะโกน เพียงสองสามก้าวก็แซงหน้าไป๋สวงแล้วไปขวางอยู่ตรงหน้า
“มีธุระอะไร?”
ดวงตาคู่สวยของไป๋สวงเย็นชาดุจน้ำแข็ง จ้องมองหมิวต้ะอย่างไม่ใยดี
หมิวต้ะไม่ใส่ใจคำพูดเย็นชาของไป๋สวง กลับยิ้มแยกเขี้ยวถาม
“เรามาร่วมมือกันไหม?”
ตึก ตึก ตึก
ต้าฉีและเค่อตั๋วล่าวิ่งตามมาทัน ล้อมไป๋สวงไว้ตรงกลาง
“ร่วมมือ?”
ดวงตาสีม่วงทองของไป๋สวงทอประกาย
เธอกอดถุงกระดาษในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น แสร้งทำเป็นสนใจ และถามกลับ
“ความร่วมมืออะไร?”
หมิวต้ะถามเสียงเบา
“ฉันต้องการคำตอบก่อน เธอคือองค์หญิงแห่งอาณาจักรไห่ถิงจริงๆ ใช่ไหม?”
“แน่นอน”
ไป๋สวงเชิดคางอย่างทะนงตน
หมิวต้ะเบ้ปาก พูดเสียงเข้ม
“เอาเถอะจะจริงหรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้ว สรุปก็คือเธอไม่ใช่คนของเมืองเต่าทมิฬแต่แรก”
“แล้วยังไง?”
ไป๋สวงเหลือบมองหมิวต้ะ
“ถ้าอย่างนั้นเราก็ร่วมมือกันได้สิ”
หมิวต้ะกอดอก
เขาพูดเสียงเบา
“ฉันมีวิธีที่จะกอบโกยความมั่งคั่งมหาศาลจากเมืองนี้ สนใจจะร่วมวงด้วยกันไหม?”
หัวใจของไป๋สวงสั่นไหว เอ่ยถามอย่างใคร่รู้:
“วิธีอะไร?”
“ง่ายมาก ซื้อถูกขายแพงกินส่วนต่าง”
หมิวต้ะกดเสียงต่ำ เริ่มเล่าแผนพ่อค้าคนกลางให้ไป๋สวงฟัง
“ฟังดูก็ไม่เลวนะ”
ไป๋สวงเลิกคิ้ว ต้องยอมรับว่าแผนของหมิวต้ะมีความเป็นไปได้
“เป็นไงล่ะ สนใจจะเอาด้วยไหม?”
หมิวต้ะยกมุมปาก มั่นใจมากว่าไป๋สวงจะตอบตกลง
ต้าฉีพูดอย่างภาคภูมิใจ
“ขอแค่เธอยอมร่วมมือ พวกเราจะพาเธอกลับอาณาจักรไห่ถิงแน่นอน”
หมิวต้ะทำหน้าเคร่งขรึม
“แต่มีข้อแม้ข้อหนึ่ง คือเธอห้ามนำเรื่องของอาณาจักรพวกเราไปบอกคนของเมืองเต่าทมิฬเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาโก่งราคาขึ้นมากะทันหัน”
“ฟังดูดีมาก...”
ไป๋สวงหุบรอยยิ้มบนใบหน้า และกล่าวเสียงเย็นชา
“แต่ฉันไม่เอาด้วยหรอก พวกแกไปเถอะ”
ในสายตาของเธอ สามคนนี้มีเจตนาไม่ดีแน่นอน ต้องมีแผนอื่นแอบแฝง
“ทำไมล่ะ?”
หมิวต้ะชะงัก ถามอย่างตกตะลึง
“นี่มันได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ทำไมถึงไม่เอาด้วย?”
“ประโยชน์ที่ได้มันไม่มากพอจะจูงใจฉัน”
ไป๋สวงโบกมือ ก้าวเท้าเตรียมจะจากไป
เธอเป็นถึงองค์หญิงแห่งอาณาจักรเมืองท่าเลยนะ เรื่องแค่นี้ทำไมต้องสนใจ
“เดี๋ยวก่อน พวกเราคุยเรื่องส่วนแบ่งกันได้”
หมิวต้ะรีบพูด
“ไม่สนใจ”
ไป๋สวงสะบัดผมยาวสีม่วง เดินจากไปอย่างสง่างาม
“หยุดเธอไว้!!”
หมิวต้ะตะโกนอย่างหัวเสีย
ต้าฉีและเค่อตั๋วล่าก้าวเท้ายาวๆ ไปข้างหน้า กลับมาล้อมไป๋สวงไว้ตรงกลางอีกครั้ง
“คิดจะเล่นไม้นี้หรอ?”
แววตาของไป๋สวงฉายแววเย็นเยียบ พลังธาตุน้ำรอบๆ พลันปั่นป่วน
หมิวต้ะแค่นเสียงเย็นชาข่มขู่
“เส้นทางเดินเรือข้ามทะเลหมอกมีเพียงพวกเราที่รู้ ถ้าเธอไม่ร่วมมือ ก็อย่าคิดที่จะได้กลับไปเลย!”
“ใช่แล้ว ถ้าไม่ร่วมมือก็อยู่ที่นี่ไปตลอดเถอะ”
เค่อตั๋วล่าข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“นี้..พวกแกข่มขู่ฉันงั้นหรือ?”
ไป๋สวงหรี่ตาสีม่วงทองลง จ้องมองพวกเขาทั้งสามอย่างเย็นชา
“ก็แค่พูดความจริง”
หมิวต้ะแสยะยิ้มอำมหิต
ไป๋สวงโกรธจนคันฟันเกือบจะทนไม่ไหวลงมืออัดสามคนตรงหน้า...
เธอสูดหายใจเข้าลึก เพื่อกลับมาสงบนิ่งดังเดิม และกล่าวอย่างทะนงตน
“ถ้างั้นฉันก็ไม่กลับ”
“หา??”
ทั้งสามคนชะงักไป นี่มันไม่เหมือนกับที่คิดเอาไว้เลยนี่?
“เธอจะไม่กลับไปจริงๆ แน่หรอ?”
หมิวต้ะตะโกนอย่างตกตะลึง
ไป๋สวงเผยแววตาดูแคลน กล่าวอย่างเย็นชา
“อืม ที่นี่ดีจะตาย ฉันไม่อยากกลับแล้ว”
แต่ในใจของเธอกำลังหัวเราะเยาะ สามคนตรงหน้านี้เหมือนตัวตลก ไม่รู้อะไรเลยด้วยซ้ำว่าเมืองเต่าทมิฬก็จะข้ามทะเลหมอกเหมือนกัน และคิดจะเอาเรื่องนี้มาข่มขู่เธอ?
ไป๋สวงรู้สึกโชคดีในใจ ถ้าหากมู่เหลียงไม่ได้บอกว่าหลังจากคืนภูติจันทรุปราคาจบลง เมืองเต่าทมิฬก็จะข้ามทะเลหมอก บางทีเธออาจจะตกลงรับข้อเสนอร่วมมือของหมิวต้ะไปแล้ว
ต้าฉีพูดอย่างร้อนรน
“ไม่กลับไป ไม่คิดถึงครอบครัวหรือไง?”
แววตาของไป๋สวงสั่นไหวเล็กน้อย นึกถึงท่านพ่อและท่านแม่ เธอนั้นคิดถึงทุกวัน
แต่สีหน้าของเธอกลับไม่แสดงอาการแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ
“ไม่คิด”
ไป๋สวงไม่พูดอะไรอีก หันหลังเตรียมจะจากไป
ต้าฉีโกรธจัด ยื่นมือไปคว้าไหล่ของไป๋สวงหวังจะรั้งเธอไว้
“กล้าแตะตัวฉันหรอ คิดว่าฉันจะไม่หักมือนายทิ้งรึไง?”
แววตาของไป๋สวงฉายแววสังหาร ปลดปล่อยกลิ่นอายของจอมเวทระดับเจ็ดออกมา
“จอมเวทระดับเจ็ด!!”
สีหน้าของต้าฉีเปลี่ยนไปทันที ตกใจจนถอยหลังกรูด
สีหน้าของหมิวต้ะก็เคร่งขรึมขึ้นมาเช่นกัน ไม่คาดคิดมาก่อนว่าไป๋สวงจะเป็นถึงจอมเวทระดับเจ็ด เขารับรู้ได้ทันทีว่าเรื่องนี้มันยุ่งยากแล้ว
“พวกคุณทำอะไรกัน?”
เสียงตะคอกดังมา เฉิงเหมาได้เดินย้อนกลับมาแถวนี้เห็นเข้าพอดี
เขาก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหาทั้งสี่คนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ด้านหลังยังตามมาด้วยสายตรวจลาดตระเวนอีกสี่นาย
แววตาสีม่วงทองของไป๋สวงสั่นไหว เก็บกลิ่นอายและพลังกลับไปสงบนิ่งอีกครั้ง ธาตุน้ำรอบๆ ตัวเธอก็สงบลง
“ในเมืองเต่าทมิฬห้ามต่อสู้ทะเลาะวิวาท ไม่รู้หรือไง?”
เฉิงเหมาถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
มุมตาของหมิวต้ะกระตุก ปฏิเสธเสียงแข็ง
“พวกเราไม่ได้คิดจะวิวาท”
“ไม่ได้จะวิวาท?”
เฉิงเหมาหรี่ตามอง ไปยังหญิงสาวผมสีม่วงและต้าฉี
“ไม่ครับ”
ต้าฉีและเค่อตั๋วล่ารีบส่ายหน้า ไม่อยากก่อเรื่องในเมืองเต่าทมิฬ
ไป๋สวงยกมุมปากขึ้นโบกมือ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับตำหนักล่ะ”
เฉิงเหมาชะงักไป ผู้หญิงผมสีม่วงคนนี้พักอยู่ที่ตำหนัก? ด้วยงั้นหรอ นั่นก็หมายความว่าเธอต้องรู้จักกับเจ้าเมืองน่ะสิ!
“ไปๆ พวกเราก็กลับกันเถอะ”
หมิวต้ะตบไหล่ต้าฉี หันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งสามคนเดินราวกับว่ากำลังหลบหนี