เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1049 กระต่ายในอ้อมกอด

ตอนที่ 1049 กระต่ายในอ้อมกอด

ตอนที่ 1049 กระต่ายในอ้อมกอด


ภายในตำหนักเนินสูง ปีกตำหนักที่ไป๋สวงพักอาศัยอยู่ชั่วคราว

“บัดซบเอ๊ย อยากจะอัดพวกมันสักตั้งจริงๆ!!”

ไป๋สวงกัดมุมผ้าห่มอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง ยกมือทุบผ้าห่มเพื่อระบายอารมณ์

เธอถูกสามคนนั่นยั่วโมโหแทบบ้า แต่เพราะเกรงใจมู่เหลียง ไม่อย่างงั้นคงคว่ำโต๊ะแล้วซัดพวกมันไปนานแล้ว

“อ๊าาาา???”

ไป๋สวงแทบคลั่ง เอนกายนอนหงายบนเตียง ดวงตาสีม่วงทองเหม่อลอยจ้องมองเพดาน

“จะทำยังไงดี?”

เธอพึมพำเสียงเบา

พวกหมิวต้ะคือโอกาสที่หาได้ยากยิ่งที่เธอจะได้กลับอาณาจักรไห่ถิง

เธออัดอั้นใจอย่างมาก หรือว่าเธอจะต้องยอมบากหน้า ลดศักดิ์ศรี ไปอ้อนวอนพวกหมิวต้ะให้พาเธอกลับไปยังอีกฟากหนึ่งของทะเลหมอกงั้นหรือ?

“น่าหงุดหงิดชะมัด???”

ดวงตาทั้งสองของไป๋สวงกลับมามีความแน่วแน่อีกครั้ง เธอพลิกตัวไปมาบนเตียงใหญ่ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด

“ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องเป็นห่วงมากแล้วแน่ๆ เลย ต้องกลับไปให้ได้!!”

เธอถอนหายใจยาว

ภายในใจเธอยังคงต่อสู้กันอย่างหนัก พอนึกถึงสีหน้าได้ใจของหมิวต้ะก็ยิ่งอัดอั้นตันใจ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ไป๋สวงผุดลุกขึ้นนั่ง สูดหายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้ง ดูเหมือนจะตัดสินใจแน่วแน่ได้แล้ว

“ไม่ไหว ฉันทำไม่ได้...”

หญิงสาวผมสีม่วงทิ้งตัวลงบนเตียงอีกครั้ง เอาหมอนอุดหน้าตัวเอง ต่อสู้กับความคิดในใจต่อไป

อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา

ไป๋สวงผลักประตูห้องออกอย่างสิ้นหวัง พลางถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่า เดินไปยังห้องทำงานของมู่เหลียง

เธอตัดสินใจได้แล้วว่าจะไปคุยกับสามคนนั่น หวังว่าพวกเขาจะยอมพาเธอกลับไป

ที่หน้าประตูห้องทำงาน ป๋าฟูหันมามองหญิงสาวผมสีม่วงที่กำลังเดินมา

เธอเอ่ยถามเสียงเบา

“คุณหนูไป๋สวง มาหาท่านมู่เหลียงเหรอคะ?”

“อืม เขาอยู่ไหม?”

ไป๋สวงถามอย่างหดหู่

“อยู่ค่ะ”

ป๋าฟูพยักหน้า

เธอหันกลับไป เคาะประตูห้องทำงานเบาๆ เพื่อขออนุญาต

“ท่านมู่เหลียง คุณหนูไป๋สวงมาขอพบค่ะ”

“ให้เธอเข้ามา”

เสียงอันอบอุ่นของมู่เหลียงดังขึ้น

“คุณหนู เชิญค่ะ”

ป๋าฟูผลักประตูห้องทำงานเบาๆ ขยับตัวให้หญิงสาวผมสีม่วงเดินเข้าไป

ตึก ตึก ตึก

ไป๋สวงปรับอารมณ์ก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงาน เห็นมู่เหลียงนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน มองเธออย่างไม่รีบร้อน

“คุณหนู มีธุระอะไรงั้นรึ?”

มู่เหลียงเอ่ยถามเรียบๆ

ไป๋สวงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ท่านมู่เหลียง ฉันอยากเจอคนสามคนนั้นในงานเลี้ยงเมื่อหัวค่ำหน่อย”

“ไม่ใช่ว่าเธอพูดเองงั้นหรอว่าพวกเขาเป็นนักต้มตุ๋น?”

มู่เหลียงเลิกคิ้วเล็กน้อย

ไป๋สวงกะพริบตาสีม่วงทองปริบๆ พูดอย่างงุนงง

“ก็ท่านมู่เหลียงบอกเองมิใช่หรือ ว่าพวกเขาไม่ได้โกหก?”

“...”

มู่เหลียงไปต่อไม่ถูกชั่วขณะ

ไป๋สวงทำหน้าจริงจัง

“ฉันอยากกลับบ้าน พวกเขาคือหนทางเดียวของฉันในตอนนี้”

“ด้วยนิสัยของคนสามคนนั้น เกรงว่าพวกเขาคงจะโขกสับเธอเป็นแน่”

มู่เหลียงใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ

เขาเอนหลังพิงพนัก กล่าวเสียงเรียบ

“อีกอย่าง สำหรับคุณหนูแล้ว นี่มันไม่ค่อยปลอดภัย”

ดวงตาสีม่วงทองของไป๋สวงเป็นประกาย ถามอย่างล้อเลียน

“ท่านมู่เหลียงกำลังเป็นห่วงฉันอยู่หรอ?”

“กล้าไม่เบา”

มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ

“ขออภัย”

ไป๋สวงหัวเราะเจื่อนๆ

มู่เหลียงยิ้มพลางกล่าวเสียงอบอุ่น

“ไม่จำเป็นต้องไปหาพวกเขาเลย รอให้คืนภูติจันทรุปราคาผ่านพ้นไปก่อน เมืองเต่าทมิฬก็จะข้ามทะเลหมอกเช่นกัน ถึงตอนนั้นอยากกลับก็ย่อมกลับไปได้”

“เอ๊ะๆ จริงเหรอคะ?”

ไป๋สวงเบิกตากว้าง เกือบจะอุทานเสียงหลง

“อืม”

มู่เหลียงพยักหน้า

ในแผนการของเขา ต้องวางรากฐานเส้นทางเดินไว้ก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดการติดต่อหลังจากที่จากไปแล้ว

รอจัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อย หลังจากคืนภูติจันทรุปราคาผ่านไป เมืองเต่าทมิฬก็จะข้ามทะเลหมอก

มุมปากของไป๋สวงยกสูงขึ้น โบกไม้โบกมือด้วยอารมณ์ที่ผ่อนคลายลง

“เยี่ยมไปเลย แบบนี้ก็ไม่ต้องไปอ้อนวอนไอ้พวกสารเลวสามตัวนั้นแล้ว!”

“เกลียดพวกเขาขนาดนั้นเลยหรอ?”

มู่เหลียงยิ้มบางๆ

“ใช่ ดูแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี”

ไป๋สวงพยักหน้าแรงๆ ไม่ปิดบังความรังเกียจของตนแม้แต่น้อย

มู่เหลียงยิ้มๆ หญิงสาวผมสีม่วงคนนี้ก็ถือว่าซื่อตรงต่อความรู้สึกดี

ไป๋สวงนึกอะไรขึ้นได้ พูดอย่างกังวล

“ท่านมู่เหลียง ท่านรู้หรอว่าจะไปทะเลหมอกอย่างไร?”

“เรื่องนั้นรู้ได้ไม่ยาก ฉันมีวิธี” มู่เหลียงยิ้มเรียบๆ

ต้าซูไปที่ชั้นหนึ่งของเนินสูงแล้ว ช้าสุดพรุ่งนี้ก็ได้ข้อมูลโดยละเอียด

“เช่นนั้นก็ดี ฉันเชื่อท่าน”

ไป๋สวงยิ้มกว้าง

มู่เหลียงกล่าวเสียงอ่อนโยน

“ดึกมากแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ”

“อื้อๆ ท่านมู่เหลียงก็พักผ่อนเร็วๆ นะคะ!!”

ไป๋สวงโบกมือยิ้มแย้ม หันหลังเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี

ประตูห้องทำงานถูกปิดลง ด้านนอกกลับสู่ความเงียบ

มู่เหลียงดึงกระดาษแผ่นหนึ่งมา นิ้วที่ถือดินสอเคาะลงบนแผ่นกระดาษเบาๆ

“ก่อนที่จะไปทวีปใหม่ ต้องพัฒนาเส้นทางเดินทางให้สมบูรณ์ก่อน...”

เขาพึมพำเสียงเบา

ฝั่งนี้อุตส่าห์ทุ่มเทสร้างรากฐานมาต้องนาน จะทอดทิ้งไปเพียงเพราะจะไปทวีปใหม่ไม่ได้ ต้องหาทางทำให้ฝั่งนี้สามารถเชื่อมต่อกับทวีปใหม่ให้ได้

สิ่งแรกที่มู่เหลียงนึกถึง ก็คือเครื่องขนส่ง

มีเพียงจำนวนเครื่องบินขนส่งที่มากพอเท่านั้น ถึงจะทำให้การติดต่อไม่ขาดหาย และสร้างผลึกสัตว์อสูรให้เขาได้อย่างต่อเนื่อง

“ตอนนี้เครื่องบินขนส่งยังมีน้อยเกินไป ต้องเร่งความเร็วในการสร้าง...”

มือที่เคาะอยู่ของมู่เหลียงชะงักงัน เขาตัดสินใจเพิ่มกำลังคนให้กับโรงต่อเครื่องบิน

เขาก้มหน้าก้มตาเขียนแผนงานทีละฉบับ

เวลาค่อยๆ ผ่านไป

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ประตูก็ถูกเคาะขึ้น

ก๊อก ก๊อก ก๊อก???

“มู่เหลียง ยุ่งอยู่ไหม?”

เสียงน่ารักไร้เดียงสาของมินโฮดังเข้ามา

มู่เหลียงเงยหน้าขึ้น บิดยืดร่างกาย กล่าวเสียงใส

“เข้ามาสิ”

ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิด สาวน้อยหูกระต่ายเดินเข้ามา ในมือถือถาดขนมและชาร้อน

“มู่เหลียง วันนี้คงจะยุ่งจนดึกอีกแล้วสินะ...”

มินโฮเดินมาข้างกายมู่เหลียง วางขนมและชาร้อนไว้ใกล้มือเขา

“เธอก็ยังไม่นอนเหมือนกัน”

มู่เหลียงยื่นมือไปอุ้มสาวน้อยหูกระต่ายขึ้นมา ให้เธอนั่งซุกอยู่ในอ้อมกอด

หูกระต่ายขนนุ่มปุยลู่ลง หน้าผากแนบชิดกับลำคอของมู่เหลียง

มินโฮพูดเสียงนุ่มนิ่ม

“ฉันไม่ง่วง พอรู้ว่ามู่เหลียงยังไม่นอน ก็เลยทำขนมมาให้”

“ฉันไม่เหนื่อยหรอก”

มู่เหลียงยิ้มบางๆ ยกมือขึ้นลูบหัวสาวน้อยหูกระต่าย

จมูกเล็กๆ ของมินโฮขยับ ดมกลิ่นกายของมู่เหลียง กลิ่นหอมสดชื่นมาก

ใบหน้างามแดงระเรื่อ พูดเสียงเบา

“กินอะไรสักหน่อยค่อยทำงานเถอะ”

“ได้”

มู่เหลียงวางดินสอลง หยิบขนมขึ้นมาชิมคำหนึ่ง

ขนมนุ่มละมุนในปาก ราวกับกำลังลิ้มรสมาร์ชแมลโลว์

การเคี้ยวของเขาชะงักไป ถามอย่างประหลาดใจ

“เพิ่งเรียนมาใหม่เหรอ?”

“อื้อๆ ใช้ไข่ขาวของไก่สามสีทำน่ะ ไม่รู้ว่าถูกต้องไหม”

มินโฮพยักหน้าอย่างว่าง่าย

ในตำราอาหารที่มู่เหลียงเขียนให้เธอ มีเขียนไว้ว่าไข่ขาวสามารถทำเค้กได้ เพียงแต่ต้องใช้แรงตีไข่ขาวให้ขึ้นฟูเท่านั้น

“อร่อยมาก”

มู่เหลียงเอ่ยชม

เขาตักเค้กชิ้นหนึ่งป้อนไปที่ริมฝีปากของสาวน้อยหูกระต่าย

อ้าม???

มินโฮอ้าปากงับส้อมผลึกแก้ว ลิ้มรสชาติของเค้ก

“ว้าว อร่อยจริงๆ ด้วย!”

ดวงตาสีฟ้าใสดุจน้ำใสของมินโฮเป็นประกาย ในใจแอบภูมิใจเล็กๆ

มู่เหลียงถามเสียงอบอุ่น

“เธอใช้เวลาทำนานแค่ไหนถึงสำเร็จ?”

“ก็ไม่นานเท่าไหร่ ไม่ถึงสามชั่วโมง”

มินโฮพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“เก่งมาก!!” มู่เหลียงชื่นชมในใจ

เรียนรู้ด้วยตัวเองสามชั่วโมงก็ทำเค้กได้ ต้องบอกว่าสาวน้อยหูกระต่ายมีพรสวรรค์จริงๆ

“มู่เหลียง กินเสร็จแล้วก็ทำงานต่อเถอะ ฉันอยู่ตรงนี้คงจะรบกวน”

มินโฮขยับตัวลุกขึ้น กำลังจะลงจากอ้อมกอดของมู่เหลียง

“ไม่เป็นไร เธอนอนตรงนี้แหละ ไม่รบกวนหรอก”

มู่เหลียงกระชับแขนให้แน่นขึ้น

“...ก็ได้”

ดวงตาของมินโฮโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว หลับตาลงอย่างพึงพอใจ ไม่รู้ว่าหลับจริงหรือแกล้งหลับ

มู่เหลียงก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของสาวน้อยหูกระต่ายเบาๆ แล้วทำงานต่ออย่างอารมณ์ดี

“ก่อนที่จะไปทวีปใหม่ ต้องหาทางสร้างเข็มทิศกับแผนที่เดินเรือออกมาให้ได้เสียก่อน”

ในหัวของมู่เหลียงเต็มไปด้วยความคิดเขานึกถึงเรื่องมากมายที่ยังไม่ได้ทำ

จบบทที่ ตอนที่ 1049 กระต่ายในอ้อมกอด

คัดลอกลิงก์แล้ว