เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 520 เปิดเผยช่างฝีมือระดับสูง (ฟรี)

ตอนที่ 520 เปิดเผยช่างฝีมือระดับสูง (ฟรี)

ตอนที่ 520 เปิดเผยช่างฝีมือระดับสูง (ฟรี)


ที่ประตูทางเข้าเนินสูง

ตุบๆ

ลั่วจามองขึ้นไปยังยอดต้นชาเขียวประกายที่ยิ่งใหญ่จนบดบังท้องฟ้า และเหนือต้นชาเขียวประกายก็มีโดมผลึกแก้วเป็นเหมือนท้องฟ้าครอบไว้อีกที

นี่คือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของเมืองเต่าทมิฬใช่ไหม?

ลั่วจาคิดในใจพร้อมกับมองอย่างสงสัย

ฮู่เเตียนพูดด้วยน้ำเสียงที่เร่งขึ้น

“มาเถอะ เดี๋ยวเจ้าเมืองจะไม่อยู่ตำหนัก”

ลั่วจาได้สติก็เดินตามฮู่เตียนไปเข้าสู่เนินสูง

“โปรดให้ความร่วมมือในการตรวจค้นด้วย”

หน่วยพิทักษ์เนินสูงสาวคนหนึ่งหยุดลั่วจาเอาไว้

ก่อนที่ลั่วจาจะถูกตรวจและผ่านเข้าไปได้

ด้านหลังกำแพงที่ปิดกั้นพื้นที่เนินสูงเอาไว้ มีต้นไม้เขียวขจีเต็มไปหมดซึ่งมากกว่าถนนการค้าหรือเขตเมืองชั้นใน

มันทำให้ลั่วจาตกตะลึงอีกครั้ง กับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า

สภาพแวดล้อมที่นี่ดูดีสุดๆ มีทั้งป่าไม้และแม่น้ำไหลผ่าน

“ตามมา”

ฮู่เตียนเดินนำไปที่ลิฟต์

แล้วตอนนั้นเองที่ความสนในของลั่วจาก็ถูกแผ่นลิฟต์ดึงดูด

“นี่มัน….

ริมฝีปากของเธออ้าออกเล็กน้อย เธอเห็นผลึกสัตว์อสูรที่ติดอยู่บนแผ่นลิฟต์ที่ข้างเท้าของเธอ ซึ่งทำให้เธอประหลาดใจ

“สิ่งนี้เป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูงใช่ไหม”

“ใช่”

ฮู่เตียนตอบ และมองลั่วจาเล็กน้อย

อีกฝ่ายสามารถระบุระดับของแผ่นลิฟต์ได้ทันที มีความเป็นไปได้ว่าลั่วจาจะเป็นช่างฝีมือระดับสูง

หึ่งๆ

แผ่นลิฟต์เริ่มลอยตัวขึ้น จากนั้นก็พาทั้งสามสาวขึ้นไป

“มันกำลังลอยขึ้น!”

ลั่วจาอุทานอย่างตกใจ

“พี่ลั่วจา ใจเย็นๆ”

หลี่เสี่ยวกู่ดึงแขนเสื้อลั่วจาเพื่อเรียกสติ

“.....”

หางตาของลั่วจากระตุก และยิ้มอย่างฝืนๆ เพื่อปกปิดความเขินอาย

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่เธอจะใจเย็นลง และเริ่มคิดว่าช่างฝีมือระดับสูงของเมืองเต่าทมิฬนั้นมีฝีมือมากๆ

เธอสงสัยว่าแผ่นที่เธอยืนอยู่มันทำงานยังไง และช่างฝีมือคนไหนกันที่สร้างของแปลกๆ แบบนี้ได้

สิบวินาทีต่อมา  ทั้งสามก็มาถึงชั้นบนสุดของเนินสูง และก้าวออกมาจากลิฟต์ช้าๆ

ลั่วจาหันกลับไปมองแผ่นลิฟต์ จากนั้นก็มองเห็นวิวทิวทัศของทั้งเมืองเต่าทมิฬ

“ทางนี้”

ฮู่เตียนเดินนำเข้าไปยังตำหนักอย่างสบายๆ

ลั่วจาเดินตามไปติดๆ พร้อมกับแววตาที่อยากรู้อยากเห็นไปทุกอย่าง

ตุบๆ

เมื่อเข้าไปในตำหนักทั้งสามก็ได้กลิ่นหอมแปลกๆ ลอยมา

“กลิ่นนี้มันเหมือนกับถั่วลิสง พวกเขายังบีบน้ำมันออกมาไม่หมดงั้นหรอ?”

ฮู่เตียนพูดเบาๆ

“คุณฮู่เตียน”

เว่ยหยูหลันเดินออกมาจากห้องทำงานของมู่เหลียงพร้อมกับถาดใส่ของว่าง

“มู่เหลียงอยู่ในห้องใช่ไหม”

ฮู่เตียนถามอย่างเป็นกันเอง

“ค่ะ”

เว่ยหยูหลันตอบ

“ขอบคุณ กลับไปทำงานต่อเถอะ”

ฮู่เตียนพูดอย่างใจดี

ก่อนที่เธอจะหยุดตรงหน้าประตูห้องทำงานและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไพเราะ

“มู่เหลียง ยุ่งอยู่ไหม”

“เข้ามา”

เสียงที่ดูอ่อนโยนตอบกลับมา

แววตาของลั่วจาดูประหลาดใจ เมื่อได้ยินเสียงที่ยังดูอ่อนเยาว์ของชายหนุ่ม

ก่อนที่เธอจะได้คิดอะไรมากกว่านี้ ฮู่เตียนก็เปิดประตูเข้าไปในห้องแล้ว

ปึง

ฮู่เตียนเดินเข้ามาก่อนที่จะหันมาพยักหน้าให้ลั่วจากับหลี่เสี่ยวกู่ให้ตามเข้ามา

ที่หลังโต๊ะมู่เหลียงเงยหน้ามองหญิงสาวทั้งสาม และเห็นทั้งหลี่เสี่ยวกู่กับลั่วจา

“ฮู่เตียนเรียกเหยาเอ๋อ”

มู่เหลียงพูดอย่างอ่อนโยน

“ได้”

ฮู่เตียนตอบพร้อมกับแแววตาที่เหมือนกำลังฉีกยิ้ม เธอเข้าใจสิ่งที่มู่เหลียงจะทำ

ก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากห้องทำงาน และไม่นานนัก

“ท่านมู่เหลียงได้พบกันอีกแล้ว”

“ยินดีที่ได้พบท่านเจ้าเมือง”

ลั่วจากับหลี่เสี่ยวกู่แสดงความเคารพต่อมู่เหลียง

สำหรับลั่วจาแล้วเธอไม่สามารถประมาทได้เลย ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าคือเจ้าเมืองเต่าทมิฬ ถึงจะดูหนุ่มอยู่ก็ตาม

“นั่งก่อน”

มู่เหลียงเชิญทั้งสองนั่งลง

“ค่ะ”

หลี่เสี่ยวกู่ตอบก่อนที่จะนั่งบนเก้าอี้ไม้ใกล้ๆ

ลั่วจาเองก็นั่งลงด้วยท่าทางที่สุภาพ

เว่ยหยูหลันเดินเข้ามาในห้องทำงาน พร้อมกับน้ำชาให้กับแขกทั้งสอง

ลั่วจามองชาประกายแสง  แต่ไม่กล้าที่จะแตะต้องมัน

สูด….

แต่หลี่เสี่ยวกู่กลับยกถ้วยชาขึ้นและสูดดมกลิ่นก่อนที่จะจิบดื่มอย่างเป็นธรรมชาติ

“อ้าา”

เธอถอนหายใจยาวด้วยความสบายใจ

“รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้ดื่มจริงๆ”

ใบหน้าของลั่วจานั้นกระตุกเล็กน้อย และคิดว่าหลี่เสี่ยวกู่ทำตัวสบายๆ   แบบนี้ต่อหน้ามู่เหลียงได้ยังไง

ตุบๆ

แล้วในตอนนั้นเองที่ฮู่เตียนได้พาเหยาเอ๋อเข้ามาในห้องทำงาน

ภายใต้คำแนะนำของฮู่เตียน เหยาเอ๋อพอจะทราบเรื่องมาเล็กน้อยแล้ว หลังจากเห็นมู่เหลียงเธอก็โค้งคำนับอย่างสุภาพ

แววตาของลั่วจาหรี่ลง และมองเหยาเอ๋อทำไมเจ้าเมืองถึงต้องเจาะจงเรียกสาวใช้ตัวน้อยคนนี้มาด้วย

มู่เหลียงถามขึ้น

“ให้เรียกคุณว่าอะไร”

“ลั่วจา”

ลั่วจาตอบเบาๆ

“อะแฮ่ม”

อยู่ๆ เหยาเอ๋อก็กระแอ่มออกมา

“โกหกไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยนะในการพบเจอกันครั้งแรก”

มู่เหลียงมองไปทางลั่วจาและพูดด้วยแววตาที่ดูจริงจัง

ร่างกายของลั่วจานั้นสั่นสะท้านเมื่อถูกสายตาของมู่เหลียงจ้องมอง เธอรู้สึกราวกับถูกมองทะลุทุกอย่าง

ฮู่เตียนมองลั่วจา ด้วยความประหลาดใจปรากฏว่าที่เธอบอกคือชื่อปลอม

“งั้นขออภัย ขอแนะนำตัวอีกครั้ง ฉันชื่อจาลั่ว”

จาลั่วพูดด้วยรอยยิ้มที่ดูนิ่งสงบ

เธอรู้สึกหวาดกลัวมู่เหลียงขึ้น เพราะเมื่อถูกมู่เหลียงมองราวกับไม่มีสิ่งใดปกปิดได้ แต่ทุกครั้งที่เธอมองมู่เหลียงราวกับร่างของเขาสูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เป็นหมื่นเมตร ซึ่งกดดันเธอจนแทบหายใจไม่ออก

“เอ๊…พี่ลั่วจาใช้ชื่อปลอมมาตลอดงั้นหรอ”

หลี่เสี่ยวกู่นัยน์ตาเบิกกว้างอย่างตกใจ

“ขอโทษด้วย มีเหตุผลหลายอย่างที่ฉันต้องปิดบังชื่อที่แท้จริง”

จาลั่วกล่าว

“งั้นหรอ…”

หลี่เสี่ยวกู่กระพริบตาและคิดว่าชื่อของเธอแค่สลับคำเท่านั้นเอง

“ลั่วจา จาลั่ว”

มู่เหลียงเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ ก่อนที่แววตาของเขาจะเป็นประกายและถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“คุณคืออดีตช่างฝีมือระดับสูงของเมืองแห่งอนาคตใช่ไหม”

“ท่านมู่เหลียง… รู้จักฉันด้วยงั้นหรอ”

จาลั่วมองมู่เหลียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และหรี่ตาลง

“ได้ยินมาจากสองพี่น้องอาหลี่ พวกเธอพูดถึงคุณบ่อยๆ”

มู่เหลียงตอบอย่างใจเย็น

“พี่น้องอาหลี่….หมายถึงอาหลี่เช่อกับอาหลี่ย่างั้นหรอ?”

รูม่านตาของจาลั่วเบิกกว้างขึ้น

ก่อนที่จะถามอย่างประหลาดใจ

“พวกเธออยู่ที่เมืองเต่าทมิฬด้วยงั้นหรอ”

“ใจเย็นๆ ถูกต้องแล้วพวกเธออยู่ที่นี่”

จาลั่วถอนหายใจ และพูดอย่างแผ่วเบา

“ขอบคุณสวรรค์ พวกเธอยังไม่ตาย”

ที่สองพี่น้องอาหลี่หลบหนีออกมาได้นั้นส่วนหนึ่งมาจากการช่วยเหลือของเธอ

มู่เหลียงนั่งตัวตรงและใช้นิ้วเคาะไปบนโต๊ะ

แววตาของเขาดูนิ่งสงบมากขึ้นและถามต่อ

“จาลั่ว ช่างฝีมือระดับสูงมีพลังในขั้น 8 ตอนนี้ไม่ได้เข้าร่วมกับใครใช่ไหม”

รูม่านตาของจาลั่วหดลง หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะและรู้สึกหวาดกลัวจนแทบอยากจะวิ่งหนี

ความรู้สึกที่ราวกับมองทะลุทุกอย่างมันทำให้เธอรู้สึกไม่ดี

เธอตอบด้วยน้ำเสียงแห้งๆ

“ใช่”

เหยาเอ่อเพียงกระพริบตาและไม่ส่งเสียงสัญญาณอะไรออกมา ซึ่งนั้นแปลว่าอีกฝ่ายไม่โกหก

“ที่แท้ก็มีพลังขั้น 8 มิน่าฉันถึงมองรัศมีพลังไม่ออก”

ฮู่เตียนเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมเธอถึงมองรัศมีพลังของจาลั่วไม่ได้ในตอนแรก

พลังของจาลั่วนั้นสูงกว่าเธอ หากเธอคิดจะใช้มนต์สะกดกับจาลั่วละก็ เธอคงจะเจ็บตัวแทน

จาลั่วดูสีหน้าเคร่งเครียดมากและมองไปทางมู่เหลียงอย่างระมัดระวัง

“ไม่ต้องกลัวไป พวกเราไม่ได้มีเจตนาร้าย”

ฮู่เตียนพูดเบาๆ

มันได้ทำให้แววตาของจาลั่วผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอคิดว่าจะเชื่อคำพูดนี้ได้มากน้อยแค่ไหน

มู่เหลียงเอียงหัวเล็กน้อย และะพูดเชิญชวนด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“คุณจาลั่ว ในเมื่อคุณไม่ได้ขึ้นกับใครแล้ว ไม่สนใจเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬงั้นหรอ”

“เข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬ…”

จาลั่วหรี่ตาลงและครุ่นคิด

“ใช่ เมืองของเราต้องการคนมากพรสวรรค์เช่นคุณ”

มู่เหลียงพยักหน้า

“หมายถึงช่างฝีมือระดับสูง?”

จาลั่วถามกลับ

“ใช่แล้ว”

มู่เหลียงพยักหน้า

จาลั่วหันมองฮู่เตียนและมองไปทางมู่เหลียงก่อนที่จะพูดขึ้น

“แต่ในเมืองเต่าทมิฬก็มีช่างฝีมือระดับสูงอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าการรับฉันเข้าเมืองจะไม่สร้างปัญหาให้ช่างฝีมือคนนั้นงั้นหรอ”

“ปกติฉันงานยุ่งตลอดเลยไม่มีเวลาไปคิดค้นวิจัยสร้างยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูง”

มู่เหลียงตอบอย่างสบายๆ

“เดี๋ยว….ท่านหมายความว่ายังไงกันแน่”

จาลั่วพูดขัดขึ้นพร้อมกับคิดตามคำพูดของมู่เหลียง

“มู่เหลียงเป็นช่างฝีมือระดับสูงคนนั้น”

ฮู่เตียนกระซิบเบาๆ

“นี้ท่านเป็นช่างฝีมือระดับสูงด้วยงั้นหรอ!”

จาลั่วอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ

“ใช่”

มู่เหลียงตอบ

แล้วจาลั่วก็ตระหนักได้ว่าในฐานะเจ้าเมืองเต่าทมิฬ คงมีหน้าที่ภาระหลายอย่างที่ต้องทำจนไม่มีเวลามาศึกษาวิจัยยุทธภัณฑ์วิญญาณแน่นอน

“พี่ลั่ว…พี่จาลั่วรับเถอะ”

แววตาของหลี่เสี่ยวกู่เป็นประกาย และมองจาลั่วด้วยความตื่นเต้น

“....”

สายตาของจาลั่วกระตุก และยื่นมือไปตบไหล่ของหลี่เสี่ยวกู่เบาๆ

“ด้วยความสามารถของคุณ หากเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬ ฉันจะให้เงินเดือน 2,000 ทมิฬต่อเดือน มีบ้านเดี่ยวเป็นของตัวเอง มีวันหยุด 8 วันต่อเดือน”

มู่เหลียงพูดอย่างใจเย็น

“2,000 ทมิฬ!”

แววตาของฮู่เตียนเบิกกว้างด้วยความตกใจ

ก่อนที่เธอจะเข้าใจได้ว่าจาลั่วมีพลังในขั้น 8 ไม่พอยังเป็นช่างฝีมือระดับสูงไม่แปลกที่จะได้ค่าตอบแทนสูงขนาดนี้

“พี่จาลั่ว!! ต้องสองพันทมิฬเลยนะเงินเดือนพี่”

หลี่เสี่ยวกู่พูดด้วยใบหน้าที่ดูอิจฉา

จาลั่วตกใจในตอนแรก ก่อนที่เธอจะตั้งสติได้

เธอยอมรับว่ามีหลายอย่างในเมืองเต่าทมิฬนั้นดึงดูดเธอมาก ทั้งค่าจ้างและสวัสดิการก็ยอดเยี่ยมจนยากที่จะไม่หลงไปกับข้อเสนอเหล่านี้

จาลั่วเงยหน้าขึ้น และพูดกับมู่เหลียงด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ฉันจะเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬ แต่ฉันขอพูดคุยเกี่ยวกับการวิจัยกับศึกษายุทธภัณฑ์วิญญาณกับท่าน”

เธออยากรู้ว่าแผ่นลิฟต์กับชุดเกราะหงส์เพลิงนั้นถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร

“ถ้าฉันว่าง ก็มาพูดคุยกับฉันได้ทุกเมื่อ”

มู่เหลียงยิ้มและพยักหน้า

“ท่านเจ้าเมือง ยุทธภัณฑ์ของฉันถูกเก็บอยู่ ได้โปรดให้ใครนำมาให้ฉันทีได้ไหม”

จาลั่วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อน และยิ้มบางๆ

“ได้….เมื่อยอมทำพันธะสัญญากับฉันแล้ว ฉันจะให้คนเอามาส่งไว้ที่บ้านให้”

มู่เหลียงตอบพร้อมกับยิ้มเล็กๆ

อีกฝ่ายยอมทุกอย่างแล้วนั้นแปลว่าเธอได้เข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬแล้ว

หลังจากนั้นมู่เหลียงก็แอบถอนหายใจ ในที่สุดเขาก็ไม่จำเป็นต้องมาสร้างยุทธภัณฑ์ระดับสูงเองแล้ว และมีเวลาไปทำอย่างอื่น

หลี่เสี่ยวกู่มองมู่เหลียงอย่างกระตือรือร้น และพูดอย่างแผ่วเบา

“ถ้างั้นฉันขออาศัยอยู่ที่เขตเมืองชั้นในได้ไหมค่ะ”

“เธอสามารถอยู่กับจาลั่วได้หากเธอยินยอม”

มู่เหลียงยิ้มและตอบ

“น้องหลี่มาอยู่กับพี่ก็ได้”

จาลั่วยิ้ม

“เย้ พี่จาลั่วใจดีที่สุด”

หลี่เสี่ยวกู่กระโดดขึ้นอย่างดีใจและเข้าไปกอดจาลั่วเอาไว้

“อย่าเสียมารยาท ท่านเจ้าเมืองยังอยู่ตรงนี้”

จาลั่วดุพร้อมกับรอยยิ้ม

“ฮู่เตียน พาทั้งสองไปยังที่พัก ให้พวกเธออาศัยอยู่ที่ชั้นเจ็ด”

มู่เหลียงกล่าวเบาๆ

ที่ชั้นเจ็ดเป็นพื้นที่ของโรงงานยุทธภัณฑ์วิญญาณ

“รับทราบ”

ฮู่เตียนตอบด้วยน้ำเสียงทรงเสน่ห์

หลังจากนั้นเธอก็มองไปยังจาลั่วกับหลี่เสี่ยวกู่

“ตามฉันมา”

“ท่านเจ้าเมืองพวกเราขอลา”

จาลั่วโค้งคำนับให้อย่างสุภาพ

“ท่านมู่เหลียง ไว้พบกันใหม่ค่ะ”

หลี่เสี่ยวกู่โค้งคำนับอย่างสุภาพและตามฮู่เตียนไปอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ ตอนที่ 520 เปิดเผยช่างฝีมือระดับสูง (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว