เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 339 ผู้โดยสารโปรดทราบ (ฟรี)

ตอนที่ 339 ผู้โดยสารโปรดทราบ (ฟรี)

ตอนที่ 339 ผู้โดยสารโปรดทราบ (ฟรี)


(ตอนเดียวนะครับกลับมาแปลไม่ทัน ขออภัยด้วย)

ชาหลัวนั่งมองไปรอบๆ ก่อนที่จะถามขึ้นเบาๆ

“พี่ฮู่เตียน สายการบินจะอยู่ที่เมืองปักษากี่วันงั้นหรอ?”

“แค่วันเดียว”

ฮู่เตียนตอบด้วยน้ำเสียงไพเราะ

ก่อนที่จะใช้นิ้วของเธอม้วนผมเล่น และมองหาผมที่แตกปลายโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

หลังจากที่สายการบินเต่าทมิฬไปถึงเมืองปักษา มันจะพักอยู่ที่นั่นหนึ่งวัน และตรงกับมาเมืองเต่าทมิฬทันที

เหตุผลหลักที่ค้างหนึ่งวัน ก็เพื่อที่จะได้โฆษณาเมืองและดึงดูดพ่อค้าให้มาซื้อขายที่เมืองเต่าทมิฬ

แล้วในตอนนั้นเองที่ประตูด้านนอกโถงหงเฟ่ยก็เปิดขึ้น

มีพนักงานเดินเข้ามาและตะโกนขึ้น

“สายการบินเต่าทมิฬพร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว ผู้โดยสารโปรดเข้าแถวเพื่อตรวจตั๋วก่อนออกเดินทางอีกครั้ง”

“พี่ได้เวลาแล้ว”

แววตาของชาหลัวเป็นประกายและลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

“อื้มไปกันเถอะ”

ชาหน่าตอบเบาๆ

เขาถือกระเป๋าหนังสัตว์ขึ้นมาและเดินไปที่ประตู

“ฉันคงมาส่งได้แค่นี้ เดินไปตามทางที่คนประกาศแนะนำ ขอให้โชคดี”

ฮู่เตียนโบกมือให้เล็กน้อย ก่อนที่จะลุกและเดินจากไป

“คุณฮู่เตียนขอบคุณที่มาส่ง”

ชาหน่าตะโกนกล่าวขอบคุณ

“ด้วยความยินดี”

ฮู่เตียนเหลือบกลับมามองและตอบก่อนที่จะเดินส่ายหางออกไป

“เฮ่อ…”

ชาหน่าถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก พร้อมกับความกดดันที่หายไป

สองพี่น้องชาเดินไปถึงทางออกของโถงหงเฟ่ย และถูกพนักงานหยุดเอาไว้

“ขอดูตั๋วด้วยครับ”

พนักงานยิ้มให้และพูดขึ้น

“นี่”

ชาหลัวส่งตั๋วของเธอให้ทันที

พนักงานรับตั๋วมาก่อนที่จะประทับตราคำว่า ‘ตรวจสอบแล้ว’ ไว้ที่ด้านล่างของตั๋ว

ก่อนที่เขาจะส่งตั๋วคืนและพูดเบาๆ

“เชิญขึ้นได้เลยครับ หลังจากนี้เราจะออกเดินทางแล้ว”

“ค่ะ”

ชาหลัวยิ้มหวานให้

เธอเดินออกไปจากโถงหงเฟ่ย และเห็นอินทรีอัคคีขนาดใหญ่นอนก้มตัวอยู่

“ผู้โดยสารเชิญทางนี้เลยค่ะ”

ที่ใกล้ตัวอินทรีอัคคีมีพนักงานต้อนรับของสายการบินในเครื่องแบบยืนโบกมือเรียกอยู่

“ผู้โดยสารทั้งสอง ซื้อที่นั่งชั้นหนึ่งหรือสองค่ะ”

พนักงานถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ชั้นหนึ่ง”

ชาหลัวแสดงตั๋วของเธอให้พนักงานดู

เมื่อพนักงานเห็นก็ยิ้มให้ ก่อนที่จะผายมือบอกทางให้กับทั้งสอง

“ผู้โดยสารตามฉันมาเลยค่ะ”

เธอเดินขึ้นบันไดที่ทำมาจากผลึกแก้วที่ด้านหลังของอินทรีอัคคี และพาสองพี่ชาไปที่นั่งด้านหน้าของห้องโดยสาร

ชาหลัวมองดูรอบๆ ห้องโดยสารด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะในนี้มันทั้งกว้างและดูหรูหรากว่าที่คิด และทั้งห้องโดยสารทำมาจากผลึกแก้ว

พนักงานต้อนรับผายมือไปทางที่นั่งในส่วนของที่นั่งชั้นหนึ่งและพูดขึ้น

“ผู้โดยสารทั้งสองนี่คือส่วนของที่นั่งชั้นหนึ่ง บนตั๋วได้ระบุตัวเลขที่นั่งเอาไว้แล้วโปรดนั่งตามเลขที่นั่งได้เลย”

ชาหลัวดูตั๋วอีกครั้งและเห็นว่ามีเลข 2 เขียนอยู่ที่มุมบนซ้ายจริงๆ

“ที่นั่งหมายเลข 2…”

เธอมองไปก็เห็นที่นั่งริมหน้าต่างและมีป้ายเล็กๆ ติดกับที่นั่งเขียนเลข 2 เอาไว้ซึ่งเป็นแถวหน้าสุด

“ผู้โดยสายทั้งสองอย่าได้ลุกไปไหนขณะที่เสี่ยวหยูกำลังบินขึ้น อีกไม่ช้าพวกเราจะออกบินกันแล้ว”

พนักงานต้อนรับแนะนำด้วยรอยยิ้ม

“เข้าใจแล้ว”

ชาหลัวเก็บตั๋วและนั่งลงบนที่นั่งของเธอ มันเป็นเก้าอี้นั่งที่ใหญ่พอที่จะมีพื้นที่ให้ปีกของเธอ

ชาหน่านั่งลงและมองไปรอบๆ ห้องโดยสาร และเพราะห้องโดสารทำมาจากระจกทำให้พอที่จะเห็นด้านนอกได้

เวลาเดียวกันผู้โดยสารคนอื่นๆ ก็เริ่มออกมาจากโถงหงเฟ่ยแล้วถยอยกันขึ้นมาบนห้องโดยสารกันแล้ว

“หัวหน้า ฉันไม่ค่อยมั่นใจเลย”

ตาซื่ออุ้มถุงหนังสัตว์เอาไว้แน่น และเริ่มมีเหงื่อไหลออกมาเต็มหน้าผากของเขา

“เดินไป..อย่าคิดมาก”

หวาเอ่อกังเหลือบมองเล็กน้อย

ที่จริงเขาเองก็วิตกเหมือนกัน แต่ไม่กล้าที่จะแสดงออก เพราะมันจะเสียภาพลักษณ์ของเขาได้

พนักงานต้อนรับเดินเข้ามาในส่วนของพื้นที่นั่งชั้นสองและตะโกนขึ้น

“กรุณานั่งที่นั่งตามหมายเลขบนตั๋วด้วย

“ที่นั่ง?”

หวาเอ่อกังเอาตั๋วขึ้นมาดูและเห็นว่ามีเลข 15 เขียนอยู่ที่มุมบนซ้าย

และเขาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ และเห็นว่ามีที่นั่งหนึ่งมีเลข 15 ติดอยู่

“ตอนนี้เราจะออกเดินทางแล้ว กรุณานั่งลงกับที่ด้วย”

พนักงานต้อนรับกล่าวเตือนอีกครั้ง

ในห้องโดยสารชั้นสอง ทุกคนรีบหาที่นั่งของตัวเองอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินสิ่งนี้

ชาหลัวมองไปรอบๆ และหันมาคุยกับพี่ชายของเธอ

“พี่ชายดูเหมือนว่าตรงนี้จะมีแค่เรานะ”

“นั้นก็ดี…”

ชาหน่าพูดอย่างใจเย็น

ที่ลานกว้างเล็กๆ ด้านหน้าป้อมซานไห่หยู่เฟ่ยหยานในชุดเกราะหงส์เพลิงกำลังบอกลาแม่ของเธออยู่

“เดินทางระวังด้วย รักษาตัวเข้าใจไหม”

หยู่ฉินหลานกล่าวเตือน

“อื้ม”

หยู่เฟ่ยหยานทำหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยและพูดด้วยน้ำเสียงขี้เล่น

“แม่ หนูรู้แล้วหนูไม่ใช่เด็กสามขวบแล้วนะ”

“ในสายตาของฉันลูกก็ยังไม่ต่างจากเด็กสามขวบหรอก”

หยู่ฉินหลานยิ้มมุมปาก และดีดหน้าผากของลูกสาวเบาๆ

“อะไรแม่!”

หยู่เฟ่ยหยานทำจมูกย่นและพ่นลมหายใจที่ไม่พอใจออกมา

“จำสิ่งที่แม่พูดเอาไว้ให้ดี”

หยู่ฉินหลานดุลูกสาวด้วยรอยยิ้ม

มีแม่ที่ไหนบ้างไม่กังวลเมื่อลูกสาวจะต้องออกเดินทางไกล

“รู้แล้วหนูดูแลตัวเองได้”

หยู่เฟ่ยหยานเอามือขึ้นมากุมหน้าผากเอาไว้ และพยักหน้า

หยู่ฉินหลานคืนความสงบและสง่างามอีกครั้งก่อนที่จะใช้มือรวบผมของตัวเอง

และพูดเบาๆ

“อย่าไว้ใจคนแปลกหน้าเกินไป และระวังคนแปลกหน้าเอาไว้”

“เข้าใจแล้ว”

หยู่เฟ่ยหยานพยักหน้า

“งั้นก็ไปเถอะ”

หยู่ฉินหลานถอยออกไปก้าวหนึ่งและมองดูลูกสาว

“ไปก่อนนะแม่”

หยู่เฟ่ยหยานโบกมือให้ และตรงขึ้นไปบนเสี่ยวหยู่

“โถ่ๆ….”

หยู่ฉินหลานแอบถอนหายใจ พร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล

เธอได้แค่ปลอบใจตัวเองว่า ตราบใดที่หยู่เฟ่ยหยานสวมชุดเกราะหงเพลิงกับมีพัดอัคคีอยู่ หากไม่เผชิญหน้ากับผู้มีพลังขั้น 8 หรือสัตว์อสูรขั้น 8 ลูกสาวของเธอคงไม่เป็นอะไร

บนห้องโดยสาร

มีหน่วยคุ้มกันทั้งหมด 7 คนเข้าแถวกันอยู่และมองไปด้านหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง

หกคนเป็นมนุษย์มีพลังขั้น 1 มีหนึ่งคนเป็นผู้กลายพันธ์มีพลังขั้น 4

ผู้กลายพันธ์คนนี้เป็นลูกน้องเก่าของฮู่เตียนและได้รับการตรวจสอบภูมิหลังจากลี่เยว่แล้ว

หลังจากได้รับการยืนยันแล้วว่าปลอดภัย ผู้กลายพันธ์คนนี้จึงถูกรับเลือกให้เข้าสู่กองทัพอากาศและรับผิดชอบดูแลความปลอดภัยให้กับสายการบินร่วมกับหยู่เฟ่ยหยาน

หยู่เฟ่ยหยานไพล่มือไว้ด้านหลัง และถามด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“ทุกคนพร้อมรึยัง”

“พร้อม”

หน่วยคุ้มกันทั้ง 7 ตอบพร้อมกัน

“งั้นประจำตำแหน่ง และเตรียมออกเดินทางได้”

หยู่เฟ่ยหยานยกมือขึ้นและโบกมือออกคำสั่ง

“รับทราบ”

ทั้งหมดขานรับพร้อมกัน

ก่อนที่ทุกคนจะกระจายตัวไปตามตำแหน่งในห้องโดยสารและห้องสัมภาระตามความรับผิดชอบ

ภายในห้องโดยสาร

พนักงานต้อนรับทุกคนนั่งลงก่อนที่จะวางมือบนที่เท้าแขนและพูดขึ้น

“สายการบินกำลังจะออกตัวแล้ว โปรดนั่งให้มั่นคงบนที่นั่งของทุกคน”

หวาเอ่อกังเม้มปากเล็กน้อยและรู้สึกไม่สบายใจ

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาขึ้นมาบนหลังของสัตว์อสูรขั้น 7 ที่บินได้แบบนี้ มันต่างจากการขึ้นนกขนส่งอย่างมาก

ภายในห้องโดยสารหยู่เฟ่ยหยานหยิบส้อมเสียงออกมา มันทำมาจากผลึกแก้วและด้ามจับทำมาจากขนของอินทรีอัคคี

นี้คือยุทธภัณฑ์วิญญาณที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษโดยมู่เหลียง มันสามารถให้คำสั่งกับเสี่ยวหยูได้ แต่มีเพียงไม่กี่คำสั่งเช่น ออกตัว ขึ้น ลง ลงจอด

…..

แคร็ง  แค็ง

หยู่เฟ่ยหยานสั่นส้อมเสียงจนเกิดเสียงดังไปทั่วหน้าป้อมซานไห่

แคว้ก!!

ก่อนที่อินทรีอัคคีจะลืมตาขึ้นและ กางปีกอันใหญ่โตของมันออก และลุกขึ้นก่อนที่จะกระพือปีกทะยานสู่ท้องฟ้า พร้อมกับเสียงร้องที่ดังไปทั่ว

เพียงการกระพือปีกไม่กี่ครั้ง อินทรีอัคคีก็ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า

ในห้องโดยสาร ชาหลัวมองออกไปรอบๆ และเห็นทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นชั้นเมฆในที่สุด

“นุ่มมาก”

ชาหน่าเอ่ยปากชม

“ใช่มันออกตัวได้มั่นคงและนุ่มกว่านกขนส่งของเราอีก”

ชาหลัวพูดพร้อมกับแววตาที่เป็นประกาย

เธอไม่รู้ถึงกระแสลมที่รุนแรงปะทะร่างเลย นอกจากแรงสั่นสะเทือนเป็นบางครั้ง

สิบนาทีต่อมาหน่วยคุ้มกันก็เปิดประตูภายในห้องโดยสาร

พร้อมกับพนักงานต้อนรับที่ยืนขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด

“ตอนนี้ผู้โดยสารสามารถเคลื่อนไหวและเดินไปรอบๆ ได้แล้วค่ะ แต่โปรดคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย และอย่าได้ลุกจากที่นั่งนานเกินไป

“พี่เราลุกไปดูรอบๆ กัน”

ชาหลัวลุกขึ้น และเดินไปรอบๆ ด้วยท่าทางร่าเริง

ชาหน่ายิ้มก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆ แม้พวกเขาจะบินบนท้องฟ้าได้และเห็นท้องฟ้ามาหลายครั้ง แต่บนผืนฟ้าแห่งนี้ก็ยังทำให้เขาหลงไหลได้ทุกครั้ง

สองพี่น้องมองดูเมฆสีเทาที่เลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วนอกหน้าต่าง

“มันเร็วมาก”

ชาหลัวเปิดปากพูดขึ้นมาเล็กน้อย

ความเร็วของอินทรีอัคคีนั้นเร็วกว่านกขนส่งของเมืองปักษาหลายเท่า

ที่ห้องโดนสารชั้นสอง ผู้โดยสารคนอื่นๆ ก็เริ่มแสดงออกถึงความประหลาดใจ

คนที่ไม่แข็งแกร่งพอได้แต่นั่งคดตัว และไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วได้ และมีผู้โดยสารหลายคนที่เป็นเช่นนั้น

“ขาฉันไม่มีแรงเลย”

พ่อค้าบางคนพูดขึ้นและทำท่าเหมือนจะอาเจียน

เพราะอินทรีอัคคีไต่ระดับความสูงเร็วมาก และสูงยิ่งกว่านกขนส่ง ทำให้ความดันเปลี่ยนอย่างฉับพลันทำให้หลายคนตั้งตัวไม่ทัน

“ด้วยความเร็วขนาดนี้ เราจะไปถึงเมืองปักษาก่อนมืดแน่”

หวาเอ่อกังรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที และหันมองกลับไปที่ด้านหลังห้องโดยสาร

ผลไม้ของเขาอยู่ด้านหลังของห้องโดยสาร และเขาไม่อยากจะปล่อยทิ้งเอาไว้นานเกินไป

จบบทที่ ตอนที่ 339 ผู้โดยสารโปรดทราบ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว