เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 288 รสชาติที่น่าสงสัย (ฟรี)

ตอนที่ 288 รสชาติที่น่าสงสัย (ฟรี)

ตอนที่ 288 รสชาติที่น่าสงสัย (ฟรี)


(ตอนเดียวครับวันนี้ ติดงานที่ออฟฟิตครับ)

หนี่จี๋ชาถือแก้วน้ำด้วยความลังเลและไม่กล้าที่จะกิน

เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็สบตาเข้ากับสายตาที่กำลังคาดหวังของมินโฮ

เธอเองก็ไม่อยากทำให้มินโฮเสียใจ เธอนำหลอดเข้าปากและค่อยๆ ดูดน้ำขึ้นมา

ของเหลวสีเขียวอ่อนไหลขึ้นมาตามหลอด เมื่อสัมผัสกับลิ้นรสชาติแรกที่เจอเลยคือความขม และกลิ่นเฉพาะของผัก

หนี่จี๋ชาคิ้วขมวด ก่อนที่รสอันเป็นเอกลักษณ์ของชาประกายแสงจะออกมา ช่วยลดความขมของผัก

และตามมาด้วยรสหวานของน้ำผึ้ง ทั้งสามรสผสมผสานอยู่ในปากตลอดเวลา

มินโฮถามอย่างคาดหวัง

“เป็นไงบ้าง”

“รสชาติมันซับซ้อนมาก ทั้งขมหวาน แต่ก็อร่อย”

หนี่จี๋ชาจิบไปอึกใหญ่ ก่อนที่จะลองกินดูอีกครั้ง

มินโฮยิ้มไปพยักหน้าไป

“ถ้าออกมาดีก็ดีแล้ว”

“ชานมไข่มุกได้แล้วค่ะ”

เว่ยหยูหลันพูดขึ้น

“ของฉันๆ”

อามันรีบลุกขึ้นไปรับแก้วน้ำของเธอ พร้อมกับมองดูแก้วน้ำและหลอดแก้วด้วยความสงสัย

“แก้วกับหลอดนี้สามารถเอากลับไปได้ด้วยใช่ไหม”

“ค่ะ”

เว่ยหยูหลันพยักหน้าเบาๆ

ราคาของชานมไข่มุกอยู่ที่ 3 ผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสุดยอด ส่วนแก้วน้ำกับหลอดแก้วนั้นก็ไม่แพงอะไรในเมืองเต่าทมิฬ

“ฮิๆ ฉันจะได้เอากลับบ้านด้วย”

แววตาของอามันเป็นประกาย

เธอเปิดปากขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะเอาหลอดเข้าปากและเริ่มดูด

ชานมเย็นๆ ได้ไหลลงไปในคอของเธอ กลิ่นหอมจางๆ ก็ตีขึ้นจมูกมาพร้อมกับความหวานมันที่เต็มอยู่ในช่องปาก

“กลิ่นนี้มัน…”

แววตาของอามันลุกโชน และพูดอย่างหลงไหล

“รสหวานมันกำลังดี อร่อยมาก”

เธอเลียริมฝีปากและเริ่มดูดชานมอีกครั้ง พร้อมกับดูดไข่มุกเข้าไปด้วย

อามันเริ่มเคี้ยวไข่มุกที่เหนียวหนึบ และยังมีรสหวานอ่อนๆ อีกด้วย

“น้ำมะเขือเทศเย็นได้แล้วค่ะ”

เว่ยหยูหลันพูดขึ้นมาอีกครั้ง

อาชิงได้ยินก็รีบเดินเข้าไปรับแก้วน้ำทันที

น้ำมะเขือเทศนั้นทำมาจากการนำน้ำชาผสมกับน้ำมะเขือเทศ

อาชิงมองดูแก้วเครื่องดื่มอย่างถี่ถ้วน เธอเห็นของเหลวสีแดงอ่อนๆ และมีมะเขือเทศหั่นเป็นแว่นสองแผ่นลอยอยู่

อาชิงค่อยๆ จิบน้ำมะเขือเทศ รสชาติแรกที่เธอรู้สึกคือความหวานอมเปรี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ของมะเขือเทศ และกลิ่นที่ขึ้นมาติดที่ปลายจมูก อีกทั้งกลิ่นของชาเองก็กระจายอยู่ทั่วปาก

เธอรีบถามอย่างสงสัยทันที

“นี้น้ำมะเขือเทศราคาเท่าไหร่งั้นหรอ”

“ราคาเท่ากับชานมไข่มุกค่ะ 3 ผลึกสัตว์อสูนชั้นต้นระดับสุดยอด”

เว่ยหยูหลันตอบอย่างสุภาพ

“ผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสุดยอด 3 ก้อนงั้นหรอ”

อาชิงฟังพร้อมกับเปิดริมฝีปากขึ้นมาเล็กน้อย

เธอตั้งใจว่าเดือนหนึ่งจะดื่มสิ่งนี้สักสองสามครั้ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเธอจะมีรายได้มากพอมาซื้อรึป่าว

“มันอร่อยมาก รสชาติก็ดี”

อามันทำตาพริมพร้อมกับดูดชานมไข่มุกอย่างเอร็ดอร่อย

มินโฮถอนหายใจโล่งอก จากนั้นก็เอื้อมมือไปเปิดก็อกน้ำในซิงล้างจาน และมีน้ำใสๆ ไหลออกมา

การติดตั้งระบบประปาภายในเมืองเต่าทมิฬนั้นใกล้จะเสร็จแล้ว มีเพียงไม่กี่จุดเท่านั้นที่น้ำยังไปไม่ถึง

ถนนเส้นหลักรอบเมืองน้ำประปาได้เข้าถึงแล้ว ทุกอาคารบ้านเรือนได้ติดตั้งก็อกน้ำ และไม่จำเป็นต้องมาเข้าแถวตักน้ำอีก

“ท่านมินโฮ พวกเราไปก่อนนะคะ”

หนี่จี๋ชาพูดเบาๆ

“แล้วกลับมากินอีกนะ”

หูของมินโฮกระดิกไปมาราวกับดีใจ และโบกมือให้กับทั้งสามอย่างออกหน้าออกตา

“ค่ะ…ฉันจะพยายามกลับมา”

มุมปากของหนี่จี๋ชาถึงกับกระตุกเมื่อได้ยิน

เธอก็อยากจะมาที่นี่บ่อยๆ แต่คงจ่ายราคาน้ำไม่ไหว

“ท่านมินโฮ ไปแล้วนะ”

อามันโบกมือให้และพูดอย่างสุภาพ

ทั้งสามออกจากร้านน้ำหวานเย็นพร้อมกับแก้วน้ำคนละใบในมือ ถึงน้ำจะหมดและเหลือเพียงน้ำแข็งแล้วก็ตาม แต่ทั้งสามก็ตัดสินใจจะไม่ทิ้งแก้วน้ำนี้

“เราจะไปไหนกันต่อดี”

อามันถามอย่างไร้เดียงสา

“ไปเดินซื้อของกัน”

หนี่จี๋ชาเขย่ายแก้วของเธอเล็กน้อย จนหลอดแก้วกระทบกับแก้วน้ำไปมาจนเกิดเสียง

“แต่เราไม่มีผลึกสัตว์อสูร เราจะไปซื้อได้ยังไง”

อามันพูดอย่างเขินอาย

“จริงด้วย…”

หนี่จี๋ชาชะงักไปเล็กน้อย และหยุดเดิน

“ตอนนี้พวกเราไม่มีเงินเลย”

อาชิงพูดความจริงออกมา

“....”

หนี่จี๋ชาเม้มปาก และมองไปทางสองสาว

“งั้นเรากลับกันไหม?”

“อืม กลับกันเถอะ”

อาชิงพยักหน้าเห็นด้วย

อามันเองก็พยักหน้าเห็นด้วยเหมือนกัน

“ไปโรงอาหารกันเถอะ กินมื้อเที่ยงใช้แต้มสะสมเพียงนิดเดียวก็อิ่มแล้ว”

“เมื่อไหร่ที่แต้มสะสมเปลี่ยนเป็นธนบัตรแล้ว เราจะซื้อของในถนนการค้าเท่าที่ต้องการ”

หนี่จี๋ชาถอนหายใจ

เธอจำสิ่งที่ลี่เยว่บอกไว้ก่อนหน้านี้ได้ว่าธนบัตรสามารถใช้จ่ายในถนนการค้าได้

ทั้งสามเดินชมถนนการค้า ก่อนที่จะกลับเข้าไปในเขตเมืองอยู่อาศัย

…..

ที่ตำหนักเจ้าเมือง มู่เหลียงกำลังวาดแผนภาพของชุดป้องกันแรงกระแทกสำหรับโหย่วเฟ่ยอยู่

ก็อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องทดลองดังขึ้นก่อนที่จะถูกเปิดออก หยู่ฉินหลานเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าอันสง่างาม

“มู่เหลียง เรื่องบ่อบำบัดน้ำเสียได้ถูกขุดสร้างเรียบร้อยแล้ว”

หยู่ฉินหลานกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานๆ

“ขอบคุณนะ ที่ช่วยเหลือฉันตลอด”

มู่เหลียงเงยหน้าขึ้นมามองและพูดอย่างอ่อนโยน

“ก็ไม่ได้ลำบากอะไร”

หยู่ฉินหลานส่ายหัว และยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากก่อนที่จะพูดต่อ

“ตอนนี้คนงานเริ่มทำปุ๋ยสำหรับดินตามที่มู่เหลียงสั่งแล้ว ถ้าว่างเมื่อไรก็ไปดูได้”

“เข้าใจแล้ว”

มู่เหลียงตอบตกลงก่อนที่จะจูงมือหยู่ฉินหลานมานั่งลงข้างๆ

การทำแบบนี้ทำให้ใบหน้าที่งดงามของหยู่ฉินหลานถึงกับแดงขึ้นมา

“มีอีกเรื่องหนึ่ง ฉันกำลังคิดที่จะเปิดธนาคารขึ้น และต้องการคนดูแล”

มู่เหลียงพูดอย่างนุ่มนวล

ก่อนที่จะหยิบเอกสารออกมาจากลิ้นชัก เป็นรูปภาพแบบแปลนและบันทึกข้อความหลายอย่างซึ่งเขียนเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงานของธนาคาร

“ธนาคาร?”

หยู่ฉินหลานเลิกคิ้วขึ้น ก่อนที่จะหยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน

“ใช่”

มู่เหลียงตอบและให้เวลาหยู่ฉินหลานอ่านให้จบ

ในเมื่ออีกไม่นานจะเริ่มทำการเปลี่ยนแปลงระบบการเงินแล้ว ก็ควรที่จะเปิดธนาคารด้วยซึ่งทั้งสองอย่างเกี่ยวข้องกันอย่างมาก

ห้านาทีต่อมา

หยู่ฉินหลานเงยหน้าขึ้น และถามอย่างสงสัย

“แล้วอยากจะเปิดธนาคารที่ไหน”

มู่เหลียงตอบอย่างสบายๆ

“ก่อนเปิดช่วยไปติดประกาศที่ลานกลางเมืองก่อน ส่วนสถานที่เอาเป็นข้างหน่วยสายตรวจ”

“เข้าใจแล้ว ปล่อยให้เรื่องพวกนี้ฉันจัดการเอง”

หยู่ฉินหลานพยักหน้าอย่างจริงจัง

เธอชอบงานแบบนี้มาก มันดูสนุกและน่าสนใจมากกว่างานของเธอในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์

“ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ มาถามฉันได้ตลอดเวลาเลยนะ”

มู่เหลียงตบไปบนหลังมือของหยู่ฉินหลานอย่างอ่อนโยน

“ฉันรู้แล้ว”

หยู่ฉินหลานตอบด้วยน้ำเสียงดูขุ่นเคืองเล็กน้อย

เธอยืนขึ้นพร้อมกับเสยผมของเธอก่อนที่จะพูดเสียงดังฟังชัด

“งั้นฉันกลับไปทำงานก่อน”

“อืม ว่าแต่เฟ่ยหยานหายไปไหน เธอรู้บ้างไหม?”

จู่ๆ มู่เหลียงก็ถามขึ้น

ในสองวันมานี้ หยู่เฟ่ยหยานไม่มากินข้าวที่ห้องอาหารเลย

“ฉันว่าคงกำลังท่องจำกฏหมายข้อบังคับในการบินอยู่”

หยู่ฉินหลานตอบพร้อมกับนัยน์ตาที่ฉายออกถึงรอยยิ้ม

หยู่เฟ่ยหยานนั้นพยายามอย่างหนักมาสองวันแล้วในการท่องจำ ทั้งยังเข้าร่วมฝึกฝนกับสายการบินด้วย

การฝึกของเธอคือการบินคุ้มกัน และสนับสนุนหน่วยรักษาความปลอดภัยของสายการบินที่ได้รับการคัดเลือกมา

มู่เหลียงเองไม่รู้ว่าจะขำหรือสงสารเธอดี เพราะกลัวว่าหากถามความคืบหน้าของเธอจะทำให้เธอยิ่งเครียดมากขึ้นไปกว่าเดิมรึป่าว

หยู่ฉินหลานยิ้มก่อนที่จะเดินจากไป

สิบนาทีต่อมา

มู่เหลียงก็ลุกขึ้น และออกไปจากห้องทดลอง และตรงดิ่งไปที่พื้นที่โรงงานยุทธภัณฑ์วิญญาณที่ชั้นสี่ของเนินสูง

ในโรงงานอาหลี่ย่ากับอาหลี่เช่อกำลังสร้างยุทธภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่

“พี่สาว ฉันคิดว่าถ้าเชื่อมเส้นเลือดสองฝั่งเข้ากับเกล็ดงูเหมัน มันน่าจะทำให้ลูกดอกที่ยิงออกจากหน้าไม้มีพลังของไอเย็นด้วย”

อาหลี่ย่าพูดขึ้นอย่างจริงจัง

“มันไม่ง่ายขนาดนั้นนะสิ ตอนนี้เราทำได้แค่ทำให้หน้าไม้มีคุณสมบัติของไอเย็นเท่านั้น”

อาหลี่เช่อส่ายหัว

“ถึงทำแบบนั้นก็ทำให้ลูกดอกที่ยิงออกไปไม่มีพลังของไอเย็นอยู่ดี”

“....นั้นสินะ”

อาหลี่ย่าเม้มริมฝีปากล่างของเธอ และคิดหาหนทางอื่นในการทำหน้าไม้ที่ยิงออกไปแล้วมีพลังของไอเย็น

นี่คืองานที่มู่เหลียงมอบให้ทั้งสองงคน เพื่อที่จะปรับปรุงหน้าไม้ให้ทรงอนุภาพมากขึ้น

เพราะแบบนี้มู่เหลียงจึงได้ส่งขนของอินทรีอัคคี เกล็ดของปลาอัญมณี เกล็ดของงูเหมัน และชิ้นส่วนของสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ส่งงมาที่นี่ด้วย

“งั้นก็ทำแบบนี้สิ ตรงช่องใส่ลูกดอกเราก็ติดเกล็ดงูเหมันลงไป ตอนที่หน้าไม้ขึ้นสายลูกดอกก็จะเชื่อมเส้นเลือดด้วย”

อาหลี่เช่อคิดอะไรขึ้นมาได้และพูดขึ้น

“ถ้าทำแบบนั้นลูกดอกที่ยิงออกไปจะได้พลังของไอเย็นด้วย!”

“น่าจะเป็นไปได้ลองดูกันเถอะ”

อาหลี่ย่าพูดด้วยแววตาที่เป็นประกาย และแทบรอไม่ไหวที่จะทดลอง

ทั้งสองหมกมุ่นกับงานของตัวเองมาก จนไม่รู้ว่าโลกภายนอกเป็นเช่นไร และไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้มีคนเดินเข้ามาด้านหลัง

“อะแฮ่ม!”

มู่เหลียงกระแอ่มในลำคอเพื่อบอกทั้งสอง

“ห่ะ?”

อาหลี่เช่อถึงกับตกใจผวา และมองมู่เหลียงด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้าง

“ท่าน ท่านมู่เหลียง ทำไมถึงได้มาเงียบๆ แบบนี้ละคะ ท่าน”

อาหลี่ย่าพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ

มู่เหลียงยิ้มเล็กน้อยและพูดขอโทษอย่างขี้เล่น

“ขอโทษด้วยแล้วกัน ที่ทำให้ตกใจ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

อาหลี่เช่อตอบทันที เมื่อนึกได้ว่าเขาคนนี้คือเจ้าเมือง

“เป็นไงบางคืบหน้าบ้างไหม”

มู่เหลียงมองไปยังหน้าไม้ที่อยู่บนโต๊ะ

“พึ่งจะคิดวิธีการปรับแต่งใหม่ได้ ตอนนี้กำลังจะเริ่มทดลองดูค่ะ”

อาหลี่ย่าตอบอย่างเป็นกันเอง

เธอไม่ค่อยเกร็งเมื่ออยู่ต่อหน้ามู่เหลียง แต่กลับเป็นความรู้สึกที่อยากรู้อยากเห็นวิชาจากคนผู้นี้มากกว่า เพราะเธอไม่เคยเจอช่างยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูงที่อายุน้อยเท่านี้มาก่อน

“ไหนลองบอกวิธีนั้นมาสิ”

“คือเราจะทำแบบนี้กับหน้าไม้….”

อาหลี่เช่อพูดอธิบายขึ้นแทน

มู่เหลียงตั้งใจฟังอยู่เงียบๆ ก่อนที่จะพูดขึ้น

“มันก็น่าจะเป็นไปได้  การทดสอบเป็นเรื่องสำคัญ”

มู่เหลียงฟังก่อนที่จะแนะนำอะไรเล็กน้อย และถามต่อ

“ถ้างั้นฉันมีอะไรอยากจะถามหน่อย ฉันอยากจะทำชุดที่ทำไว้ป้องกันแรงกระแทกกับระเบิดโดยที่จะใช้ใยแมงมุมแบบพิเศษ พวกเธอมีอะไรจะเสนอแนะเพิ่มไหม?”

มู่เหลียงยื่นมือออกมาก่อนที่จะพ่นใยแมงมุมลงบนโต๊ะ

แววตาของอาหลี่ยาเบิกกว้าง และคิดว่านี้เป็นพลังผู้ตื่นแบบไหนกัน

“ท่านมู่เหลียง ท่านต้องการทำเสื้อกันแรงกระแทกระดับไหน”

อาหลี่เช่อถามเบาๆ

“กลางไม่ก็สูงเลย”

มู่เหลียงตอบอย่างไม่รีบร้อน

“หนาและหนักแน่น กันแรงระเบิดได้และไฟได้”

เขายื่นแบบร่างของชุดป้องกันแรงกระแทกให้ พร้อมกับส่วนสูงกับขนาดตัวของโหย่วเฟ่ย

ข้อมูลพวกนี้ลี่เยว่แอบไปวัดตัวโหย่วเฟ่ยมาตอนที่โหย่วเฟ่ยหลับ

อาหลี่เช่อดูแบบร่างอย่างละเอียด

อาหลี่ย่าเข้าไปดูข้างๆ พี่สาวของเธอ

ห้าถึงหกนาทีต่อมา

อาหลี่เช่อเงยหน้าขึ้นและพูด

“ท่านเจ้าเมือง ผ้าที่ทำจากใยแมงมุมหากนำไปผสมกับขนขงแกะเขาแปดเหลี่ยม จะสร้างชุดที่ท่านเจ้าเมืองต้องการได้”

ขนของแกะเขาแปดเหลี่ยมมีคุณสมบัติในการสะท้อนแรง และรักษาสภาพอีกทั้งยังเพิ่มแรงสะท้อนกลับไปสองเท่า

“ฉันก็คิดแบบนั้น ขนของแกะเขาแปดเหลี่ยมนั้นเข้ากันได้ดีกับใยแมงมุม มีควาามเป็นไปได้ที่จะสำเร็จ”

อาหลี่ย่าพยักหน้าเห็นด้วย

“เอาล่ะ งั้นฉฉันไม่รบกวนพวกเธอแล้ว”

มู่เหลียงพูดอย่างสบายๆ

“ค่ะ”

อาหลี่เช่อพยักหน้าอย่างจริงจัง และกลับไปทำงานที่ตัวเองทำค้างต่อ

ทั้งสองพี่น้องเริ่มตกอยู่ในโลกส่วนตัวอีกครั้ง และไม่รู้ตัวเลยว่ามู่เหลียงยังคงยืนมองอยู่และยังไม่จากไปไหน

มู่เหลียงมองดูสองพี่น้องอยู่อีกสักพัก ก่อนที่เขาจะจากไปอย่างเงียบๆ เพราะไม่ต้องการรบกวนสองพี่น้องทำงาน

จบบทที่ ตอนที่ 288 รสชาติที่น่าสงสัย (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว