เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 224 ส่งมอบอาวุธ(ฟรี)

ตอนที่ 224 ส่งมอบอาวุธ(ฟรี)

ตอนที่ 224 ส่งมอบอาวุธ(ฟรี)


(งดสองวันนะครับออกต่างจังหวัดครับ)

เช้าของวันใหม่

ตูม!!

เต่าทมิฬกำลังก้าวเดินไปข้างหน้า และเปลี่ยนทุกย่างก้าวของมันให้ราบเป็นหน้ากอง

มันใช้พลังเปลี่ยนเส้นทางข้างหน้าให้กลายเป็นถนน

ในเวลานี้ที่เมืองเต่าทมิฬ

ที่ชั้นสองของปราการซานไห่ เป็นพื้นที่พักอาศัยของทหารที่ประจำที่อยู่ที่นี่

และช่วงที่ฟ้าใกล้จะสว่างเต็มที่

ปัง!!

เสียงประตูที่ถูกเปิดออกอย่างรุนแรงดังขึ้น

วันนี้เว่ยกังเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยก่อนสิบนาที และเข้าไปดูพื้นที่พักด้วยสีหน้าเย็นชา

เสียงเปิดประตูเสียงดังทำให้ทหารที่หลับอยู่ตื่นขึ้น

ในหอพักของปราการซานไห่นั้นจะมีเตียงเรียงกันเป็นแถวและเว้นห่างกันอย่างเป็นระเบียบหากทหารลุกตื่นขึ้นมาก็พร้อมยืนตรงข้างเตียงได้เลย

ที่อีกฝั่งของหอพักจะเป็นพื้นที่ห้องน้ำและห้องซักล้าง มีอ่างล้างหน้าแถวยาวพร้อมกับของใช้ส่วนตัวเช่นแปรงสีฟันของทหารวางอยู่บนชั้นหน้าอ่างล้างหน้า

แปรงสีฟันเองเป็นสิ่งที่มู่เหลียงสร้างขึ้น มันทำมาจากขนของสัตว์และใยของแมงมุม

ยาสีฟันถูกทำขึ้นมาจากผงถ่านซึ่งมันใช้ทำความสะอาดฟันได้เหมือนกัน

“นี้มันเป็นเวลาอะไรแล้ว ทำไมยังถึงนอนกันอยู่อีก!”

เว่ยกังตะโกนเสียงดัง ด้วยใบหน้าที่ขึงขัง ทำให้ทหารที่ยังง่วงนอนอยู่ถึงกับสะดุ้งตื่นออกจากภวังทันที

เว่ยกังมองไปรอบๆ และพูดอย่างเคร่งขรึม

“ให้เวลาทุกคนครึ่งกองไฟ ทำความสะอาดทุกอย่างให้เรียบร้อย หากฉันเจออะไรไม่เข้าตา ตารางการฝึกตอนเช้าจะเพิ่มเป็นสองเท่า!”

“รับทราบ!”

ทุกคนในห้องตอบที่ละคนและไม่พร้อมเพรียงกัน

“พวกแกไม่ได้กินมื้อเช้ากันมารึไง! ตอบยังกับพวกปวกเปียก!!”

นั้นก็ถูกต้องทุกคนยังไม่ได้กินมื้อเช้าเลยด้วยซ้ำ

“รับทราบ!!”

ครั้งนี้ทุกคนตอบอย่างพร้อมเพรีนงกันทันที

“ดี ค่อยดูมีพลังขึ้นมาหน่อย”

เว่ยกังหันหลังแล้วเดินออกไปด้วยสีหน้าขึงขัง

ทันทีที่เขาก้าวขาออกไป ทุกคนในหอพักก็เรียบจัดแจ้งเก็บกวาดทุกอย่างทันที

“เร็ว!! รีบจัดเตียงแล้วแต่งตัว!”

“เวรเอ๊ย! ฉันปูผ้าที่นอนไม่เก่งด้วย แบบนี้ซวยแน่!”

“นี้แกพูดเล่นรึไง อยู่มาต้องหลายังแล้วยังทำไม่เป็นอีก!”

ทั่วทั่งหอพักเกิดความวุ่นวายขึ้น สำหรับทหารเก่าที่มีประสบการณ์แล้วก็จัดการทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วและเสร็จเป็นกลุ่มแรกๆ

บ้างคนเริ่มที่จะมาล้างหน้าแปรงฟันแล้ว การแปรงฟันเริ่มจากเอาผงถ่านมาผสมกับน้ำเล็กน้อยก่อนที่จะใช้แปรงจุ่มลงไป แค่นี้ก็จะแปรงฟันได้แล้ว

พวกเขาแยกเขี้ยวและแปรงฟันอย่างรวดเร็ว จนฟันของพวกเขาดำสนิท

“นี้ แบบนี้มันจะทำให้ฟันสะอาดได้จริงงั้นหรอ”

ทหารใหม่ที่พึ่งมาประจำการรู้สึกสับสน

“ได้อยู่แล้ว  หลังแปรงฟันด้วยผงถ่านพวกนี้ฉันรู้สึกเลยว่าปากของฉันสะอาดขึ้น”

“ใช่มันดีมาก อย่างน้อยเสียงของฉันมันก็ไม่แย่เท่าเมื่อก่อน”

“ฮะๆๆ”

พื้นที่อ่างล้างหน้า มีเสียงของผู้คนหยอกล้อกัน

“หยุดเล่นกันได้แล้ว ฉันไม่อยากให้ตารางฝึกตอนเช้าเพิ่มขึ้น”

ชายสูงวัยมากประสบการณ์พูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

สิบนาทีต่อมาเว่ยกังเดินเข้ามาในหอพักอีกครั้ง

เขาตะโกนด้วยสีหน้าจริงจัง

“ทุกคนจัดแถว”

พรึบ!!

เมื่อได้ยินเสียง ทุกคนยืนตรงหน้าเตียงของตัวเอง

เว่ยกังเริ่มสำรวจดูเตียงแต่ละคนอย่างละเอียด

และเขามีหยุดชะงักไปเล็กน้อยมองไปยังเตียงนอนหนึ่ง

พร้อมกับชี้ไปที่ผ้าปูที่นอน

“ใครนอนเตียงนี้!”

“ผมครับ”

เจ้าของเตียงก้าวออกมาอย่างกล้าหาญ

“ฉันเคยสอนวิธีการปูผ้าไปแล้วใช่รึป่าว!”

เว่ยกังถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“ครับ”

เจ้าของเตียงได้แต่ตอบอย่างขมขื่น

เว่ยกังมองและหรี่ตาลงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำลง

“แล้วแบบนี้หมายความว่าไง…”

“มันยากเกินไป ผมยังไม่เข้าใจดีครับ…”

เจ้าของเตียงพยายามอธิบาย

“ยากเกินไป?”

สีหน้าของเว่ยกังถึงกับมืดครึ้มลง และตวาดออกมา

“แค่พับผ้ามันยากมาก!! แบบนี้คงไปคาดหวังให้ต่อสู้กับใครหน้าไหนไม่ได้แล้ว แบบนี้ใครจะปกป้องดูแลครอบครัวของแกที่อยู่ในเมืองได้!”

เจ้าของเตียงถึงกับคอหด

“ยืดตัวตรง! ทหารควรมีวินัยและปฏิบัติตัวให้สมกับเป็นชาตินักรบ!”

เว่ยกังขมวดคิ้วแน่น ก่อนที่จะเหลือบมองไปที่ทุกคนในห้อง พร้อมกับพูดเสียงดัง

“ทุกคนเป็นหน้าเป็นตาของเมืองเต่าทมิฬ ทำตัวปวกเปียกแบบนี้จะทำให้ศัตรูกลัวได้ยังไง!”

คำพูดเหล่านี้ได้สั่นสะเทือนไปถึงหัวใจของทหารทุกคนในหอพัก พวกเขาหลับตาและคิดภาพตาม

“หากว่าพวกแกคิดว่าที่นี่อยู่แล้วลำบาก ก็บอกฉันคนนี้มาซะ ฉันจะอนุญาตให้ออกจากกองทัพไปเอง”

เว่ยกังพูดพร้อมกับเหลือบมองไปยังทุกคนด้วยสายตาที่ไม่แยแส

“อย่าลืมว่า ชีวิตเป็นอยู่ตอนนี้มีได้เพราะอะไร”

ทหารทุกคนถึงกับชะงักไป

หลังจากเข้าร่วมกับกองทัพของเมืองเต่าทมิฬ พวกเขาก็ได้กินอาหารวันละ 3 มื้อ ได้กินผักสีเขียวที่ครั้งหนึ่งพวกเขาได้แต่ฝันใฝ่ว่าจะกินให้ได้สักวัน

ทุกคนรู้สึกทราบซึ้งในบุณคุณของมู่เหลียงอย่างมาก มันได้เพิ่มความรู้สึกทนงตนในการเป็นทหารของเมืองเต่าทมิฬมากขึ้นไปอีก

“ตอนนี้ ทุกคนไปรวมตัวกันที่สนามฝึกได้แล้ว ตารางฝึกตอนเช้าของวันนี้จะถูกเพิ่มเป็นสองเท่า!”

คำพูดของเว่ยกังดังก้องเข้าไปในโสตประสาทหูทุกคน

“รับทราบ!”

ทุกคนตอบอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่มีท่าทางไม่พอใจออกมาเลย

เว่ยกังเคยกล่าวเอาไว้ว่าผิดหนึ่งคน ต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมด

สิ่งนี้ช่วยทำให้ต่างคนต่างดูแลกัน ไม่ให้ทำเรื่องผิดพลาด

ห้านาทีต่อมา ทหารแห่งป้อมซานไห่ก็มารวมตัวกันที่สนามฝึก

สถานที่ฝึกนั้นอยู่เส้นทางหลักของเมืองชั้นนอก ซึ่งเป็นสนามฝึกประจำของกองทหาร

รูปแบบการฝึกตอนเช้านั้นง่ายๆ มีแค่วิดพื้นแบบเพิ่มน้ำหนัง ซิทอัพแบบถ่วงน้ำหนัก กระโดดตบแบบถ่วงน้ำหนัก

จะให้เข้าใจว่าเพิ่มน้ำหนักยังไง อย่างวิดพื้นจะมีแผ่นหินขนาดใหญ่วางอยู่บนหลังเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้มากขึ้นไปอีก

น้ำหนักจะมากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคน

“ในเมื่อมากันครบแล้ว เริ่มฝึกตอนเช้าได้”

เว่ยกังออกคำสั่งเสียงดังสนั่น

ฮึบ!! ฮา!!

ทุกคนเริ่มแบกหินขึ้นมาบนร่างกาย และเริ่มออกกำลังกาย

“ในที่สุด ก็เริ่มจะดูเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น”

เว่ยกังบ่นออกมาอย่างแผ่วเบา

จากนั้นก็มีทหารจากหน่วยอื่นวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างรีบร้อน

“แม่ทัพเว่ยกัง ท่านเจ้าเมืองเรียกไปพบ”

“เข้าใจแล้ว”

เว่ยกังพยักหน้าตอบทันที

ก่อนที่เขาจะวิ่งขึ้นไปบนเนินสูง และผ่านด่านตรวจก่อนเข้าตำหนักเจ้าเมือง

เว่ยกังที่มาถึงประตูห้องทำงาน ก็จัดแจ้งเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเคาะประตู

“เข้ามา”

แอ๊ด!

หลังจากได้ยินเสียงตอบรับ เว่ยกังก็ผลักประตูเข้าไปทันที

มู่เหลียงกำลังเล่นเกล็ดสีม่วงอยู่ในมือ ซึ่งมันถูกถอดมาจากเสี่ยวจื่อ

เกล็ดสีม่วงพวกนี้มีพลังงานสายฟ้าไหลอยู่ และมู่เหลียงกำลังคิดว่าจะใช้สิ่งนี้ทำอะไรดี

เกราะสายฟ้างั้นหรอ หรือว่าจะทำแบตสำรอง

“ท่านเจ้าเมือง เรียกกระผมมาพบงั้นหรอครับ”

เว่ยกังกล่าวทักอย่างสุภาพ

“ตอนนี้เราใกล้ถึงเมืองปักษาแล้ว ฉันเองมีอาวุธใหม่ที่จะส่งให้กับกองทัพ”

มู่เหลียงวางเกล็ดสีม่วงลง และมองไปทางเว่ยกัง

“แม่ทัพเว่ยกังจงรับผิดชอบนำอาวุธจากโรงงานผลิตทางการทหารไปแจกจ่ายให้กับกองทัพทั้งสองที่เหลือด้วย”

นัยน์ตาของเว่ยกังฉายเป็นประกาย

“รับทราบ”

“มันคือหน้าไม้มันมีทั้งหมด 24 อัน แบ่งให้กับทุกกองทัพเท่าๆ กัน จะได้ทัพละ 8 อัน”

มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับผลักกองเอกสารให้เว่ยกัง และพูดอย่างใจเย็น

“นี้คือเอกสารรับอาวุธกับวิธีการใช้อาวุธ จงศึกษามันอย่างดี”

“รับทราบ”

เว่ยกันขานรับ

เขาหยิบเอกสารที่น่าจะเป็นคู่มือการใช้อาวุธขึ้นมาและอ่านทุกคำอย่างละเอียด

มู่เหลียงวางมือเท้ากับโต๊ะ และพูดต่อ

“ยังไงก็ตาม หลังจากที่ทหารได้รับหน้าไม้ไปแล้ว ให้พวกเขาฝึกการยิงแบบเป็นชุดยิงด้วย”

“รับทราบ”

เว่ยกังตอบด้วยความรู้สึกตื่นเต้น

“ไปได้แล้ว”

มู่เหลียงโบกมือ และหันมาสนใจเกล็ดสีม่วงต่อ

“งั้นขอตัวท่านเจ้าเมือง”

เว่ยกังทำความเคารพก่อนที่จะหันหลังเดินออกไปจากห้องทำงาน กลับไปที่สนามฝึกอีกครั้ง

“จะทำยังไงถึงจะถอดเกล็ดของเสี่ยวจื่อออกมาได้อีกนะ”

มู่เหลียงพูดกับตัวเองเบาๆ

……

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

เว่ยกังมาที่โรงงานทางการทหาร พร้อมกับใบคำสั่งรับเบิกอาวุธจากมู่เหลียง

เมื่อผ่านการตรวจสอบเรียบร้อบแล้ว เจ้าหน้าที่ทำการส่งมอบหน้าไม้ให้แล้วก็จากไปโดยไม่สนใจอะไรเว่ยกังอีกเลย

เว่ยกังกับไปที่ป้อมซานไห่ด้วยอารมณ์ที่รู้สึกอธิบายยากหลังจากเจอการกระทำเช่นนั้น

เขาเรียกเกาเฉากับซานหยางมาพบ

“นี้คืออาวุธประจำการใหม่ของกองทัพ หน้าไม้ทั้งหมด 24 อัน”

ซานหยางกับเกาเฉาหยิบหน้าไม้ขึ้นมาและสำรวจมันด้วยความตื่นเต้น

“พวกมันเป็นอาวุธวิญญาณทั้งหมดเลย และเป็นระดับต่ำ”

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเว่ยกัง

“นี่มันมากเกินไปรึป่าว ที่จะให้อาวุธแบบนี้กับทุกคน”

ซานหยางตื่นเต้นมาก ทุกครั้งที่เขาสัมผัสไปบนหน้าไม้ เขารู้ได้เลยว่ามันมีมูลค่าหลายผลึกสัตว์อสูร

แต่น่าเสียดายที่เขาเป็นคนของเมืองเต่าทมิฬแล้ว ความคิดที่จะขโมยเอาไปขายนั้นได้หายไป ไม่งั้นศพเขาคงไม่สวยแน่

“เลิกคิดอะไรไร้สาระซะ”

เว่ยกังพูดเตือนสติ

“.....”

ซานหยางถึงกับเอามือขึ้นมาเกาหน้าเล็กน้อยด้วยความเขินอาย ที่เผลอปล่อยนิสัยเก่าออกมา

“นี่คือระเบียดและขั้นตอนการใช้อาวุธจากเจ้าเมือง อ่านมันและจดจำให้ขึ้นใจ”

เว่ยกังส่งกระดาษเอกสารให้กับทั้งสองคน

“ข้อ 1 หากไม่มีคำสั่งให้ใช้หน้าไม้ ห้ามนำออกมาใช้ทั้งสามป้อมปราการ”

“ข้อ 2 หากจงใจทำลายอาวุธ หรือรวมไปถึงลูกศร ลูกดอกหน้าไม้ และเครื่องแบบจะถูกจำคุก”

“ข้อ 3 ห้ามทำการนำอาวุธที่อยู่ในการควบคุมออกไปภายนอกเด็ดขาด ใครฝ่าฝืนโทษประหารชีวิต”

“ข้อ 4….”

เกาเฉาและซานหยานอ่านทุกข้ออย่างตั้งใจ และอ่านซ้ำทวนอย่างละเอียด

เว่ยกังเลยพูดขึ้น

“แต่ละกองทัพจะได้หน้าไม้ 8 อัน พวกนายเอาไปเก็บไว้กับกองทัพตัวเองได้ และอย่าลืมจัดหาเวลาฝึกซ้อมใช้อาวุธให้กับทหารในกองทัพด้วย”

“เข้าใจแล้ว”

ซานหยานกับเกาเฉาตอบรับทันที และเตรียมที่จะสั่งให้คนของกองทัพตัวเองมาขนหน้าไม้กลับ

“จำเอาไว้ว่า เมื่อออกเวรทุกครั้งหน้าไม้ต้องถูกส่งกลับคืนคลังแสง”

เว่ยกังย้ำเตือนอีกครั้ง เพราะนี้เป็นสิ่งที่ต้องระวังให้ดี

ป้อมปราการทั้งสาม ต่างมีคลังแสงของตัวเองที่เก็บอาวุธ

เช่น ดาบ หน้าไม้ และลูกดอกหน้าไม้

ทหารที่ประจำการที่อยู่ในป้อมจะมีการเปลี่ยนกะเวรทุกสี่ชั่วโมง

เมื่อมีการเปลี่ยนกะเวร ทหารจะต้องคืนอาวุธให้กับคลังแสงทุกครั้ง และเมื่อใครมารับต่อจะต้องระบุตัวตนพร้อมกับลงทะเบียนเบิกอาวุธด้วย

เพื่อแน่ใจว่าของที่เบิกไปจะมีคนดูแล และไม่เสียหาย

“เข้าใจแล้ว”

ซานหยางกับเกาเฉาตอบรับอีกครั้ง

พวกเขาพาคนของตัวเองมาขนของกลับไปยังป้อมปราการที่ตัวเองดูแล และพร้อมที่จะฝึกใช้งานอาวุธนี้ต่อไป

จบบทที่ ตอนที่ 224 ส่งมอบอาวุธ(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว