เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 136 หนังสือของลี่ลี่(ฟรี)

ตอนที่ 136 หนังสือของลี่ลี่(ฟรี)

ตอนที่ 136 หนังสือของลี่ลี่(ฟรี)


(ตอนเดียวนะครับวันนี้ แปลไม่ทันติดงานที่ออฟฟิตต้องขออภัยช่วงนี้ด้วย ไม่สามารถลงได้ต่อเนื่อง)

ป้อมเทียนเหมินนั้นอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 5 เมตร แต่ทางเข้านั้นยังไม่ถูกสร้างขึ้น

มู่เหลียงเลยใช้พลังของตัวเอง สร้างช่องขนาดใหญ่ 4 เมตรใต้ป้อมเทียนเหมิงขึ้นมา และสร้างบันไดหินยื่นลงไปที่พื้นดิน

แต่หากว่าเต่าทมิฬลุกขึ้นป้อมเทียนเหมินจะยกสูงขึ้นไปหลายสิบเมตร แต่หากว่าเต่าทมิฬนอนอยู่มันจะสูงจากพื้นเพียง 5 เมตรเท่านั้น

มู่เหลียงเดินลงมาถึงพื้นเป็นคนแรก และหันกลับขึ้นไปมองดูเต่าทมิฬ

หากเป็นคนธรรมดาทั่วไปมาเห็นคงคิดว่านี้เป็นเพียงแค่ภูเขาแน่นอน

ก่อนที่ทั้งกลุ่มจะออกเดินทางเข้าไปในป่ารกร้างอยู่ครึ่งชั่วโมง

“แยกกันไปสองกลุ่ม และช่วยกันล่า”

มู่เหลียงบอกทหารของเขา

“หากเจอสิ่งผิดปกติหรืออันตรายใดก็ตาม ให้รีบส่งสัญญาณทันที”

“รับทราบ”

เว่ยกังกับซานหยางนำกำลังของตัวเองแยกออกไปสองกลุ่ม

“พวกเราก็ไปเถอะ เริ่มจากเก็บไม้ก่อน”

มู่เหลียงต้องการที่จะเก็บไม้ด้วยตัวเอง

การจะปล่อยให้ทหารมานั่งขนไม้ที่ละคนมันจะเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์

เว้นแต่ว่าวันหนึ่งมู่เหลียงจะมีคนมากพอที่จะตั้งหน่วยพิเศษขึ้นมาอีกหน่วยได้

“มาเดี๋ยวฉันช่วย”

ลี่ลี่ยกเลิกการล่องหน

เธอมั่นใจในพละกำลังของเธออย่างมากในการยกของหนักๆ

“อย่าได้สร้างปัญหาเลย”

ลี่เยว่คว้าแขนของลี่ลี่เอาไว้ ก่อนที่เธอจะทันลงมือทำอะไร

ลี่ลี่มองด้วยใบหน้าที่บูดบึ้งและพูดอย่างรำคาณ

“ทำไมต้องเป็นฉันทีสร้างปัญหาด้วย?”

“ก็มองดูด้วยตาของตัวเองสิ”

ลี่เยว่ตอบกลับไปพร้อมกับชี้นิ้วไปด้านหน้า

“มองอะไร?”

ลี่ลี่ก็หันมองไปทางที่ลี่เยว่ชี้

ทันทีที่ลี่ลี่เห็นปากเล็กๆ ของเธอก็ถึงกับอ้ากว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นเส้นใยแมงมุมนับพันเส้นปลิวว่อนไปหมด

มู่เหลียงพ่นใยออกมาและพันรอบต้นไม้เอาไว้ก่อนที่จะปล่อยมันลงกับพื้น

“ศิลาโลก:หนักเบา 20 ขั้น”

แล้วตอนนั้นเองก็มีคลื่นสะท้อนขึ้นมาจากพื้นดิน และทำให้ต้นไม้ที่ตายแล้วกระดอนขึ้นมาจากพื้น โดยมีใยแมงมุมพันเอาไว้เหมือนกับลูกโป่งสวรรค์

ภายใต้พลังหนักเบา 20 ขั้น ต้นไม้พวกนี้ก็ลอยขึ้นมาราวกับไร้น้ำหนัก ก่อนที่จะถูกกองเป็นพะเนินเทินทึก

“เข้าใจรึยังว่า ที่ว่าสร้างปัญหาคืออะไร เพราะเมื่อกี้มู่เหลียงกำลังจะดึงต้นไม้ออกมาจากพื้น”

ลี่เยว่ยิ้มและเอามือขึ้นมาตบไหล่ลี่ลี่อย่างเป็นกันเอง

ในตอนที่เธออยู่ในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ เธอเคยเห็นมู่เหลียงทำแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งในโรงเพาะชำของผู้อาวุโสใหญ่

“ขะ–เขา เขาเป็นผู้ตื่นขั้น 7 แน่ๆ”

ลี่ลี่พูดอย่างตะกุกตะกัก

“ใช่”

ลี่เยว่ตอบพร้อมกับหรี่ตาของเธอลง

ครั้งหนึ่งลี่เยว่เคยเห็นชายผู้มีพลังขั้น 6 มาแล้ว แต่เธอไม่เคยเห็นผู้มีพลังขั้น 7 ใช้พลังจริงๆ ออกมาเลย สักครั้ง ดังนั้นจึงยากมากที่จะเทียบได้ว่าพลังของมู่เหลียงคือขั้น 7 จริงๆ หรือเปล่า

แต่ที่แน่ๆ ผู้ตื่นขั้น 6 ไม่มีทางทำอะไรแบบที่มู่เหลียงทำได้แน่

“เอาจริงงั้นหรอ นี้ฉันกำลังยืนมองผู้มีพลังขั้น 7 อยู่งั้นหรอ”

ลี่ลี่พูดด้วยความตื่นเต้นอย่างมาก

“คิดว่าพลังของเขาก่อนหน้านี้คือทั้งหมดแล้ว”

ก่อนที่ลี่เยว่จะถามด้วยความรู้สึกตะขิดตะขวงใจ

“นี้ลี่ลี่ไม่คิดว่ามู่เหลียงเป็นผู้ตื่นขั้น 7 ตั้งแต่แรกบ้างเลยหรอ?”

“ก็นั่น…..”

ลี่ลี่หน้าแดงขึ้นมาด้วยความเขินอายกับความคิดของเธอ

ในวันที่มู่เหลียงปรับปรุงเมืองทั้งเมือง เธอนั้นกำลังเสียขวัญกับภาพที่เห็น จนคิดอะไรไม่ออก

“รู้แล้วๆ”

ลี่เยว่เห็นว่าลี่ลี่กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง ด้วยท่าทางรู้สึกผิด ทำให้เธอรู้ทันทีว่าลี่ลี่จะพูดอะไร และหยุดเอาไว้ก่อน

วันนั้นเองเธอก็ตกใจไม่ใช่น้อย แต่ก็พอที่จะเรียกสติกลับมาได้ เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

“มันเกิดอะไรขึ้น”

เว่ยกังกับซานหยางที่พึ่งแยกทางไปได้ไม่นานก็รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติและสังเกตเห็นสิ่งนี้ได้

พวกเขาตื่นตกใจอย่างมากกับภาพของต้นไม้ที่ลอยอยู่ในอากาศ

“มันมาจากจุดที่ท่านเจ้าเมืองอยู่”

หนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น

เว่ยกังและซานหยางนั้นหันไปก็เห็นกองต้นไม้ กองเป็นพะเนินอยู่ในพื้นที่โล่ง

“รีบออกไปล่าสัตว์กันเถอะ”

เว่ยกังพูดอย่างจำใจ

“ไม่งั้น พวกสัตว์จะหนีไปหมด หากท่านเจ้าเมืองลงมือทำอะไรอีก”

ทางซานหยางเองก็คิดเช่นเดียวกัน ทั้งคู่ต้องรีบล่าสัตว์เพื่อสร้างผลงานให้มู่เหลียงเห็น

“ตามฉันมา”

เว่ยกังมุ่งหน้าไปทางขวาของป่า

“เร็วตามข้ามา”

ส่วนซายหยางไปทางซ้ายของป่า

มู่เหลียงสัมผัสได้ถึงทั้งสองที่แยกกันไปคนละทาง ก่อนที่จะพูดอย่างสบายๆ

“อีกสองสามกองก็เสร็จแล้ว”

ด้วยวิธีกการนี้ทำให้การเก็บรวบรวมไม้ได้ในเวลาอันสั้น

ไม่กี่นาทีต่อมา ก็มีกองต้นไม้ที่ตายแล้วสี่กองตั้งอยู่ในที่โล่ง

“รออยู่นี่ก่อน เดี๋ยวฉันจะเอาทั้งหมดกลับขึ้นไปบนเมือง”

มู่เหลียงต้องการเอาไม้ขึ้นไปเก็บก่อน และเขาจะกลับลงมาล่าสัตว์อีกที

“เข้าใจแล้ว”

สองสาวขานรับอย่างเชื่อฟัง

พวกเธอทั้งสองแทบไม่ได้ช่วยอะไรมู่เหลียงเลย ได้แต่ยืนมองดูภาพอันน่าอัศจรรย์อย่างตื่นเต้น

“เอ้าล่ะ ขึ้นไปแล้วนะ”

มู่เหลียงกระทืบเท้าไปหนึ่งครั้ง

ก่อนที่พื้นจะไหวจนเกิดเป็นคลื่น เหมือนกับน้ำก่อนที่กองไม้ทั้งหมดจะไหลมารวมกัน และพุ่งตามตัวมู่เหลียงขึ้นไปด้านบน

“นี้มันเกินไปแล้ว”

ลี่ลี่มองมู่เหลียงหายไปในพริบตาจากที่ไกลๆ

เธอหยิบม้วนหนังออกมาจดบันทึกอีกครั้ง วันนี้เป็นวันที่เธอโชคดีอย่างมาก ที่ได้เห็นอะไรน่าอัศจรรย์มากมายไปหมด ได้เห็นผู้มีพลังขั้น 7 และวิธีการถอนไม้ที่น่าทึ่ง เพียงการสะบัดนิ้วครั้งเดียวก็ถอนต้นไม้ออกจากดินได้ทั้งหมด

ลี่ลี่เขียนแต่งเติมอยู่พักหน่อยก่อนที่จะสรุปทุกอย่างได้

“ที่เธอเขียนลงไปมันอาจจะเกินจริงไปก็ได้นะ”

ลี่เยว่มองดูลี่ลี่ด้วยท่าทางแปลกๆ

แต่ก็ไม่ได้เกินจริง เพราะยังไม่เคยมีใครเห็นพลังของผู้ตื่นขั้น 7 มาก่อน

ลี่ลี่เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็เก็บม้วนหนังสัตว์ก่อนที่จะพูดออกมา

“ไม่หรอก ฉันไม่เขียนลงไปทั้งหมด เวลาที่มีคนมาเห็นกับตาจริงๆ มันจะได้ดูน่าทึ่งมากกว่านี้”

“งั้นหรอ?”

ลี่เยว่ถามด้วยความประหลาดใจ

“ใช่ เพราะงั้นเรื่องราวการผจญภัยถึงสนุกยังไงล่ะ”

ลี่ลี่เอามือเท้าเอว ก่อนที่จะพูดอย่างภูมิใจ

“นักผจญภัยที่มีชื่อเสียง พวกเขามักจะไม่เขียนเรื่องราวเอาไว้ทั้งหมด แต่จะเขียนไว้เป็นปริศนาให้คนมาค้นหา หรือทิ้งข้อความลับเอาไว้ให้คนมาตามหาความจริง”

“งั้นหรอ ฉันเริ่มจะสนใจเรื่องที่เธอพูดแล้วสิ”

เสียงของมู่เหลียงดังขึ้นก่อนที่ร่างของเขาจะร่อนลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าลี่ลี่

มู่เหลียงใช้พลังควบคุมน้ำหนักทำให้เขาสามารถร่อนลงมาจากกระดองของเต่าทมิฬได้อย่างรวดเร็ว

“เอ๋!?”

ลี่ลี่ถึงกับตกใจ และเสียภาพลักษณ์ของความมั่นใจเมื่อครู่ไปทันที และไปหลบอยู่หลังลี่เยว่ พร้อมกับแอบมองมู่เหลียงด้วยความสนใจ

“ลี่ลี่ กำลังเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวผจญภัยน่ะ”

ลี่เยว่พูดขึ้นอย่างสบายๆ

“การผจญภัยที่ไหน มันต้องเรียกว่าเป้าหมายสูงสุดของนักผจญภัย”

ลี่ลี่ลูบไปบนหน้าอกเพื่อระงับความตกใจ ระหว่างที่พูด

แต่แววตาของเธอเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ดูมีชีวิตชีวาอย่างมาก ก่อนที่จะพูดราวกับคลั่งไคล้ในสิ่งนี้

“นักผจญภัยทุกคนล้วนตามหาสิ่งที่น่าอัศจรรย์อย่างโลกใต้พิภพในตำนาน ป่าหลังความตาย ตำนานป่ากลางทะเลทราย ตามหามังกร หรือค้นพบต้นไม้แห่งชีวิตในตำนาน…”

“เอาหล่ะๆ พอก่อน”

มู่เหลียงขัดจังหวะการพูดของลี่ลี่

เธอเล่นพูดเป้าหมายของนักผจญภัยเกินครึ่งโหลได้ในเวลาแป๊บเดียว แต่ละเรื่องนั้นก็ดูไม่น่ามีมูลความจริงเลยด้วยซ้ำ

“ยังมีอีกนะ อย่างเรื่องยักษ์สูงสิบเมตร..”

ลี่ลี่ยังไม่หยุด และพูดอย่างสนุกปาก

“มีพวกยักษ์ที่มีหัวเป็นสัตว์อสูร พวกนี้ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่นักผจญภัยออกตามหา”

“แล้วสิ่งที่เธอพูดมามีหลักฐานที่มารึป่าว? หรือแค่คำบอกเล่า”

มู่เหลียงรู้สึกว่าเรื่องพวกนี้ไม่ต่างจากนิทานหลอกเด็ก

“ไม่ ฉันอ่านจากหนังสือบันทึกการผจญภัย”

ลี่ลี่ดูกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูกเมื่อโดนตั้งคำถาม

เธออยู่ในเมืองเซิงหยางมานาน และชอบอ่านบันทึกเรื่องราวการเดินทางของนักผจญภัยเพื่อฆ่าเวลา

บันทึกเหล่านั้นได้ไปจุดประกายความฝัน และไฟแห่งการเดินทางให้กับเธอ

“หนังสือ? พวกมันสามารถหาซื้อได้ในเมืองเซิงหยางงั้นหรอ?”

แววตาของมู่เหลียงดูมีประกายขึ้นมาทันที

เขาอยากเห็นสิ่งที่เรียกว่าหนังสือในโลกแห่งนี้มานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสสักที

และเขาก็ลืมตรวจสอบเรื่องนี้ตอนอยู่ในเมืองสิบขั้น เพราะเขาเองก็รีบเหมือนกัน

เพราะอาจจะมีหนังสือหรือบันทึกอะไรสักอย่างเกี่ยวกับโลกแห่งนี้อยู่ก็ได้

“ไม่การจะซื้อหนังสือนั้นยากมาก มีเพียงตำหนักของเจ้าเมืองเท่านั้นที่มีหนังสือ”

ลี่ลี่ส่ายหัว

“แต่ก็พอมีที่ซื้อขายได้”

ลี่เยว่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“แต่ต้องเอาหนังสือไปแลกหนังสือ”

“อย่างั้นหรอ”

มู่เหลียงพยักหน้าฟังอย่างสนใจ

เขาได้เรียนรู้ว่าหนังสือที่เขียนขึ้นมาสามารถเอาไปแลกกับหนังสือของผู้อื่นได้

“ไม่ต้องคิดมาก รอจนกว่าฉันจะเขียนเรื่องราวการผจญภัยเสร็จ”

ลี่ลี่พูดเบาๆ

“และตอนนั้นฉันจะคัดลอกทำหนังสือหลายเล่มออกมา”

ในโลกนี้หนังสือหากไม่ถูกนำมาคัดลอกก็ถูกขโมยหรือปล้นเอาไปถึงจะมีได้

ในสายตาของคนบางคนหนังสือมีค่ามากกว่าเนื้อสัตว์เป็นแสนชิ้น

นักเขียนที่มีชื่อเสียง มักจะไปตามเมืองใหญ่

เพื่อจะได้อาศัยอ่านบันทึกการผจญภัย และขายหนังสือของตัวเอง

“คัดลอกมันช้าไป”

มู่เหลียงส่ายหัว

การคัดลอกต้องเขียนทุกคำ หนังสือเล่มหนึ่งไม่สามารถคัดลอกได้ในเวลาวันเดียว

แต่มันได้ทำให้มู่เหลียงได้ความคิดใหม่ๆ หนังสืออาจจะเป็นแหล่งรายได้ของเขาอีกทาง

นิยายจอมยุทธ เรื่องเล่าพื้นบ้าน เรื่องซุบซิบของสาวๆ ที่ไม่เคยมีใครรู้

“แต่หากมีหลายคนช่วยกันก็สามารถคัดลอกได้ในวันเดียว”

ลี่ลี่เสนอความคิดที่ดูฉลาดเล็กน้อย

เธอคิดวิธีการนี้มานานแล้ว และขอให้ลี่เยว่กับโหย่วเฟ่ยช่วยเธอ

“การเขียนมันช้าไป”

มู่เหลียงพูดอย่างใจเย็น

“อีกสองสามวันเราก็จะถึงเมืองเซิงหยางแล้ว เรื่องราวผจญภัยของเธอคงเขียนเสร็จไม่ทัน”

“แต่…แต่ฉันเขียนมันจบแน่ในเวลาครึ่งปี และนั้นก็เร็วที่สุดแล้ว”

ลี่ลี่ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

“ในเวลานั้นเราค่อยไปเมืองใหญ่อื่นแล้ว แลกเปลี่ยนหนังสือก็ได้”

เธอสามารถเขียนเรื่องราวผจญภัยได้หนึ่งวันต่อหนึ่งหน้า และยังต้องมีเวลาขัดเกลาอีกอย่างน้อยก็ใช้เวลาสักหนึ่งปีถึงจะเสร็จสมบูรณ์ดี

“เอาเถอะ ค่อยว่ากัน ไปล่าสัตว์กันก่อน”

มู่เหลียงเดินนำหน้าออกไปพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

หนึ่งปีต่อจากนี้เขาอาจจะสร้างเครื่องพิมพ์แบบง่ายๆ ขึ้นมาแล้วก็ได้

“อะไร!! นี้ไม่เชื่อฉันเลยหรอ!”

ลี่ลี่เอาหัวมุดไปบนหน้าอกของลี่เยว่ด้วยท่าทางไม่พอใจ และกระทืบเท้าเล็กๆ ของเธอสองสามครั้ง

“ไม่เอาน่า มู่เหลียงเขาอาจจะมีความคิดอะไรอยู่ก็ได้”

ลี่เยว่ลูบหัวของลี่ลี่เบาๆ

“ฉันมั่นใจว่ามันจะเสร็จภายในหนึ่งปี! ไม่สิ ครึ่งปีด้วย!!”

ลี่ลี่พูดอย่างมั่นใจ คืนนี้เธอจะรีบกลับไปแต่งหนังสือเพิ่ม

เธอจะเขียนเรื่องราวผจญภัยให้เร็วที่สุด จนทำหนังสือได้สองสามเล่ม และจะทำให้มู่เหลียงตกใจหงายหลังให้จงได้

“จ้ะๆ”

ลี่เยว่มองลี่ลี่พร้อมกับตบหัวเธอเบาๆ สองสามครั้ง

จบบทที่ ตอนที่ 136 หนังสือของลี่ลี่(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว