เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 100 ยาเสริมพลัง (ฟรี)

ตอนที่ 100 ยาเสริมพลัง (ฟรี)

ตอนที่ 100 ยาเสริมพลัง (ฟรี)


(ตอนเดียวนะครับ แปลไม่ทัน อย่างที่แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ช่วงนี้งานที่ทำประจำเยอะมากครับ)

ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งวัน ก่อนที่จะถึงเมืองสิบขั้น

และยิ่งใกล้ถึงมากเท่าไร เมืองเต่าทมิฬเองก็เริ่มวุ่นวายมากขึ้น

เวลานี้มู่เหลียงกำลังวาดลวดลายธงประจำเมืองของเขาอยู่ ซึ่งต่อไปมันจะเป็นสัญลักษณ์เมืองของเขา

ในห้องโถงมีผ้าสีดำขนาดใหญ่ปูอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับมู่เหลียงที่กำลังลงมือขีดเขียนลงบนผ้า

“นายไม่คิดจะวาดรูปงั้นหรอ?”

หยู่ฉินหลานมองไปยังตัวอักษรสองตัวที่เธอไม่รู้จักบนผืนผ้าสีดำนี้

เธอคิดว่าการใช้รูปภาพจะจดจำได้ง่ายกว่า และเช่นเดียวกันหากวาดออกมาน่าเกรงขามมันก็ยิ่งส่งผลกับชื่อเสียงเมือง

“แค่นี้ก็พอแล้ว”

มู่เหลียงส่ายหัว ตัวอักษรที่เขาเขียนลงไปคือคำว่า ซวนหวู่ (เต่าทมิฬ)

ธงสีดำก็จะยิ่งสื่อถึงเต่าทมิฬมากขึ้น

ในอนาคตเมืองเต่าทมิฬจะเติบโตยิ่งกว่านี้ และทรงอำนาจขึ้นเมื่อวันนั้นมาถึงธงผืนนี้จะโบกสะบัดอยู่ทั่วเมือง

“เดี๋ยว ฉันสั่งให้คนไปติดธงนี้ให้”

หยู่ฉินหลานนั้นลุกขึ้นพร้อมกับพับผืนธงก่อนที่จะเดินออกไป

ระหว่างนั้นเว่ยหยูหลันก็พุ่งเข้ามาในห้องจนเกือบจะชนกับหยู่ฉินหลาน

เด็กน้อยรีบก้มหัวขอโทษด้วยท่าทางหวาดกลัว

“ระวังตัวหน่อยเด็กน้อย วันหน้าวันหลังก็อย่าได้วิ่งพร้วดๆ ในจุดอับสายตาเข้าใจไหม”

หยู่ฉินหลานตบลงไปบนหัวของเว่ยหยูหลันเบาๆ

“เจ้าค่ะ”

เด็กน้อยขานรับ ก่อนที่จะมองดูหยูฉินหลานเดินจากไป

“เกิดอะไรขึ้นทำไมดูรีบร้อน”

มู่เหลียงถามขึ้นอย่างใจเย็น

“คุณโหย่วเฟ่ยได้ฝากให้หยูหลันมาบอกกับนายท่านว่าตอนนี้ยาเสริมพลังชุดแรกทำสำเร็จแล้ว”

“ยอดเยี่ยม ในที่สุดยาเสริมกำลังก็เสร็จสมบูรณ์สักที”

มู่เหลียงแสยะยิ้ม ก่อนที่จะลุกขึ้น มุ่งหน้าไปห้องวิจัยของโหย่วเฟ่ย

เขายังขาดกำลังคน และมีเพียง 20 คนเท่านั้นที่พอจะเรียกว่าเป็นกองกำลังของเขาได้

หากว่ายาพวกนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับคนในเมืองของเขาได้จะเป็นเรื่องดี เพราะจะพึ่งพาแต่ทีมนักล่าไม่ได้

ยังต้องมีหน่วยงานและกองกำลังอื่นอีก ในอนาคตหากเมืองใหญ่ขึ้น มู่เหลียงคงไม่สามารถส่งกิ้งก่าสามสีของเขาเข้ามาจับกุมใครในเมืองได้

สุดท้ายแล้ว การให้มนุษย์ปกครองกันเองจะดีที่สุด และให้สัตว์อสูรเป็นแนวหน้าสำหรับป้องกันเมือง

“กลิ่นอะไรเนี้ย?!”

มู่เหลียงเมื่อมาถึงห้องวิจัยจมูกของเขาก็ได้กลิ่นที่ไม่ค่อยพึงประสงค์เท่าไร และยากที่จะอธิบาย

เขาผลักประตูเข้าไปในห้องวิจัยก็เห็นว่า ห้องวิจัยนั้นรกเอามากๆ เต็มไปด้วยภาชนะรูปร่างต่างๆ ที่ทำมาจากดินเผาเต็มไปหมด

“มาแล้วงั้นหรอ!”

โหย่วเฟ่ยมุดโผล่ขึ้นมาจากใต้โต๊ะ เผยให้เห็นผมสีทองของเธอเท่านั้น

“เธอไปทำอะไรใต้โต๊ะ? แล้วนี้ได้อาบน้ำบ้างไหม?”

มู่เหลียงถามพร้อมกับมองดูชุดของโหย่วเฟ่ยที่ยังเหมือนเดิมกับเมื่อสองสามวันที่แล้ว

ที่เนินสูงไม่ได้ขาดแคลนน้ำแม้แต่นิดเดียว และสามารถอาบน้ำได้วันละสองสามรอบด้วยซ้ำ

“ทำไมต้องอาบน้ำ มันเสียเวลาวิจัย”

โหย่วเฟ่ยโบกมือปฎิเสธ พร้อมกับมืออีกข้างที่ถือหม้อดินเผาเอาไว้

“พักบ้างก็ดีนะ”

มู่เหลียงก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับช่วยโหย่วเฟ่ยถือหม้อดินเผา และดึงตัวเธอขึ้นมาจากใต้โต๊ะ

“อ้ะ!”

โหย่วเฟ่ยนั้นหน้าแดงขึ้นมาทันที

แววตาของเธอดูไร้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในตอนที่มู่เหลียงคว้าแขนของเธอเอาไว้

“นี่คือยาเสริมพลังงั้นหรอ?”

มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับมองไปยังของเหลวสีเขียวที่อยู่ในหม้อดินเผา

“ใช่ มันเป็นยาเสริมพลังขั้นสูงระดับหนึ่ง หลังจากเอาสมุนไพร และพืชผักในสวนมาทำตามสูตร ปรากฏว่าผลของยานี้แรงกว่ายาปกติถึงสองเท่า!”

เมื่อถึงเวลาอธิบายตัวยาโหย่วเฟ่ยนั้นพูดได้คล่องแคล่วดูเป็นธรรมชาติมาก

“หม้อยานี้สามารถแบ่งให้ได้กี่คน”

มู่เหลียงถามต่อ พร้อมกับลองชั่งน้ำหนักหม้อในมือ

“ก็น่าจะได้สักสิบคน”

โหย่วเฟ่ยตอบทันที

“สิบคนงั้นหรอ ก็ไม่เลวเลย”

มู่เหลียงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ และตอบอย่างอารมณ์ดี

“การทำยาเสริมพลังพวกนี้ยากไหม”

ในจำนวนเท่านี้การจะเสริมรากฐานให้เมืองเต่าทมิฬนั้นถือว่าน้อยอยู่

“ก็ไม่ได้ยากอะไร ขอเพียงแค่มีของครบ”

โหย่วเฟ่ยเอียงหัวเล็กน้อยราวกับคิดอะไรอยู่ และพูดต่อ

“หากมีของพอ น่าจะทำยาได้ร้อยชุดต่อวัน”

สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร สูตรยาก็มีอยู่แล้ว การสร้างเองก็ไม่ใช่เรื่องยาก

“งั้นฉันจะขยายแปลงเพราะปลูกให้ใหญ่ขึ้น”

มู่เหลียงแสยะยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะถามอย่างสนใจ

“แล้วยาเสริมพลังระดับสองสามารถทำได้รึยัง?”

หากว่าวันหนึ่งสามารถผลิตยาเสริมพลังระดับ 1 ได้ร้อยชุด มันก็พอที่จะปรับเปลี่ยนพื้นฐานความแข็งแกร่งของคนทั้งเมืองได้ แต่นั้นก็แค่ในเวลาสั้นๆ เท่านั้น

“ระดับสอง….อาจจะต้องใช้เวลาอีกสองสามวัน ฉันเจอจุดที่เหมือนๆ กันในการทำยาพวกนี้แล้ว ไม่นานก็คงทำสำเร็จ”

“งั้นก็ดีแล้ว แต่ฉันว่าโหย่วเฟ่ยควรพักบ้างนะ ไม่เหนือยบ้างหรอ”

มู่เหลียงสังเกตเห็นว่าโหย่วเฟ่ยนั้นเหมือนกำลังฝืนตัวเองอยู่ และคงทนได้อีกไม่นาน

“ไม่…ตั้งแต่ได้รับน้ำตานางฟ้า อาการของฉันก็ดีขึ้นมากเลย”

โหย่วเฟ่ยกำหมัดแน่น เธอรู้สึกว่าตัวเองยังสามารถทนอยู่แบบนี้ได้อีกสิบวัน

โหย่วเฟ่ยได้รับน้ำตานางฟ้าเมื่อสี่วันก่อน เมื่อเธอได้ดื่มน้ำตานางฟ้าแล้ว โหย่วเฟ่ยรู้สึกราวกับเกิดใหม่ และไม่รู้สึกง่วงนอนอีกเลย

“พักก่อนพรุ่งนี้ค่อยทำงานวิจัยต่อก็ได้”

มู่เหลียงยังคงพยายามเกลี้ยกล่อมให้หญิงสาวพัก

“มะ…ม่าย….ห้าววว”

โหย่วเฟ่ยตอบปฏิเสธแต่ร่างกายของเธอกลับแสดงออกถึงความง่วงนอน และต้องการพัก ก่อนที่เธอจะไม่ทนอีกต่อไป และฟุบลงไปนอนกับโต๊ะทำงานของเธอ

ตอนนี้งานชิ้นแรกของเธอเสร็จสิ้นแล้ว และความตื่นเต้นจากการสร้างยาเสริมพลังสำเร็จก็ได้หายไป ทำให้ความเหนื่อยล้าและความง่วงนอนเข้าถาโถมเธอทันที

“ฉันว่า…ฉันนอนสักแป๊บแล้วกัน….”

โหย่วเฟ่ยพูดขึ้นก่อนจะนิ่งเงียบไป

“คงจะถึงขีดจำกัดแล้วสินะ”

มู่เหลียงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ และมองไปยังรอยคล้ำใต้ดวงตาของโหย่วเฟ่ย

เขาวางหม้อยา และเข้าไปอุ้มโหย่วเฟ่ยด้วยท่าองค์หญิง และพาไปยังเตียงนอนของเธอ

“ดูเหมือนว่าเธอไม่ค่อยจะใช้เตียงนอนเลยด้วยซ้ำ”

มู่เหลียงมองไปยังเตียงนอนที่ดูสะอาดมาก

ต่างจากห้องวิจัยของโหย่วเฟ่ยที่รกรุงรังไปหมด จากการคาดเดาของเขา มองว่าโหย่วเฟ่ยนั้นมานอนที่เตียงไม่ถึงสามครั้งด้วยซ้ำ

“งื้มม… . .”

โหย่วเฟ่ยแจ็บปากสองสามครั้ง

พร้อมกับกอดผ้านวมและถูไปมากับหน้าของเธอ

ราวกับกำลังฝันดีอยู่

“ดูจากท่าทางแล้วคงจะฝันดี”

มู่เหลียงพูดขึ้น พร้อมกับห่มผ้านวมให้โหย่วเฟ่ย และเดินจากไป

เขามาหยิบหม้อยาและมองไปยังสภาพห้องวิจัย แม้จะดูรกมากก็จริง แต่เขาก็ไม่อยากให้ใครเข้ามาทำความสะอาด เพราะมันอาจจะไปวุ่นวายกับของที่โหย่วเฟ่ยวางเตรียมไว้ก็ได้

“สงสัยต้องมองหาผู้ช่วยให้เธอสักคน”

มู่เหลียงเดินถือหม้อยาออกมาพร้อมกับบ่นพึมพำ

สำหรับผู้มีความสามารถแบบโหย่วเฟ่ย ควรปล่อยให้เธอได้คิดค้นและศึกษาตำรายาอย่างเดียว ส่วนงานอื่นๆ ให้ผู้ช่วยจัดการจะดีกว่า

“ช่างมันไปก่อนแล้วกัน เอาไว้ถามโหย่วเฟ่ยอีกทีว่าต้องการผู้ช่วยไหม”

มู่เหลียงไม่กล้าที่จะตัดสินใจแทนโหย่วเฟ่ย เพราะกลัวว่ามันจะทำให้เธออึดอัด

และเขาไม่ลืมว่าโหย่วเฟ่ยนั้นติดเชื้อโรคผีมายา และเป็นที่หวาดกลัวของผู้คน

ไม่งั้นหากว่าสิ่งที่ปิดบังใบหน้าของเธอหลุดออก มันจะสร้างความลำบากให้กับเธอได้

มู่เหลียงเดินกลับมายังบ้านพร้อมกับหม้อยาในมือ เมื่อมาถึงเขาเห็นว่ามินโฮกับเว่ยหยูหลันกำลังคัดลายมือกันอยู่

หลายวันที่ผ่านมา มีเพียงมินโฮกับเว่ยหยูหลันเท่านั้นที่ได้เรียนรู้จนอ่านออกได้

“มู่เหลียงถืออะไรอยู่?”

มินโฮได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็เลยเงยหน้าขึ้นเห็นว่ามู่เหลียงกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับหม้อในมือ

“นี้คือยาเสริมพลัง พวกเธอสองคนลองดูสิ”

มู่เหลียงเอาหม้อดินเผาวางตรงหน้าเด็กสาวทั้งสอง

“กินได้เลยงั้นหรอ?”

แววตาของมินโฮดูเป็นประกายและสนใจอย่างมาก และมองไปยังของเหลวที่อยู่ภายในหม้อ

“เอาสิ กินเลยมันแบ่งกินได้สิบครั้ง”

มู่เหลียงอยากรู้อยู่แล้วว่าผลของยาเสริมพลังนั้นเป็นยังไง และมันจะส่งผลกับเขาด้วยหรือไม่

“ได้เลย”

มินโฮตอบอย่างตื่นเต้น และวิ่งไปเอาถ้วยดินเผามา

เมื่อไม่นานมานี้ สิ่งประดิษฐ์เครื่องดินเผานั้นดีขึ้น เนื่องจากหยู่เฟ่ยหยานนั้นเริ่มพัฒทนาทักษะมากขึ้น จนทำให้มีเครื่องปั้นดินเผาคุณภาพสูงออกมามากขึ้นเรื่อยๆ และถูกใช้ในคฤหาสน์เจ้าเมือง

จบบทที่ ตอนที่ 100 ยาเสริมพลัง (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว