เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 ฝูงหมาป่าจันทรา

ตอนที่ 23 ฝูงหมาป่าจันทรา

ตอนที่ 23 ฝูงหมาป่าจันทรา


ค่ำคืนได้มาถึง

ก็อก ก็อก ก็อก

มู่เหลียงเคาะประตูห้องมินโฮ

“มินโฮ ได้เวลามื้อเย็นแล้วนะ”

มู่เหลียงยืนอยู่หน้าประตู พร้อมกับน้ำเสียงที่จริงจัง

“เด็กสาวอายุสิบสี่อย่างมินโฮคงถึงวัยต่อต้านแล้วสินะ”

ประตูที่ทำมาจากไม้นั้นแทบไม่กั้นเสียงที่มู่เหลียงพูดเลย มันรอดผ่านเข้าไปหลังประตูทั้งหมด

ตึบ!

ประตูถูกดึงเปิดออกอย่างรวดเร็ว

มินโฮยืนอยู่ตรงประตูด้วยสีหน้าที่แดงระเรื่อ

“ฉันไม่ได้ต่อต้านนะ”

“จ้า จ้า ไม่ต่อต้านก็ไม่ต่อต้าน”

มู่เหลียงพูดขึ้นราวกับตัวเองเป็นพ่อที่มีลูกสาว

เขายิ้มก่อนที่จะตีหน้าผากของเด็กสาวเบาๆ และพูดขึ้นว่า

“มา…กินข้าวเย็นกัน”

“อ้ะ?!”

มินโฮนัยน์ตาเบิกกว้างทันที เมื่อมองไปยังห้องโถง เพราะตอนนี้มันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ในตอนนี้ที่ห้องโถงนั้นมีโต๊ะสีเหลี่ยมยกสูง และมีเก้าอี้ไม้สี่ตัว

และบนโต๊ะนั้นก็มีหม้อเหล็กวางอยู่ พร้อมกับชามที่มีไม้เสียบเนื้อเอาไว้

“เอ้าตกใจอะไร? ไปกินข้าว”

มู่เหลียงเดินไปที่โต๊ะพร้อมกับกวักมือเรียกด้วยท่าทีสบายๆ

“นี้…ตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา มู่เหลียงเป็นคนสร้างของทั้งหมดนี้เลยหรอ”

มินโฮเดินมานั่งบนเก้าอี้และสำรวจมันพร้อมกับพูดขึ้น

สัมผัสที่เธอลูบกับโต๊ะนั้นมันเรียบมากจนเธอแปลกใจ

“ก็ทำแบบลวกๆ แหละ ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เมื่อกี้ก็พึ่งจะสร้างอ่างน้ำเสร็จ”

มู่เหลียงตักน้ำซุปให้มินโฮพร้อมกับตอบด้วยท่าทีที่ราวกับเป็นเรื่องปกติ

“เราคงไม่คิดจะนั่งกินข้าวข้างกองไฟกันตลอดไปหรอกจริงไหม?”

“เดี๋ยว…เมื่อกี้บอกว่าอ่างน้ำหรอ?”

มินโฮตกใจแทบกัดลิ้นตัวเองเมื่อได้ยินสิ่งที่มู่เหลียงพูด

“ใช่ ก็เราต้องมีอะไรไว้รองน้ำไม่ใช่หรอ ฉันก็เลยสร้างอ่างน้ำขึ้นมา”

แล้วมู่เหลียงก็ชี้ไปที่มุมห้อง ที่มีอ่างน้ำขนาดใหญ่สูงประมาณเอวมู่เหลียงได้

ด้วยพละกำลังที่มีในตอนนี้มันง่ายมากที่จะทำงานช่างฝีมือจากไม้

เมื่อก่อนมู่เหลียงนั้นต้องตัดแกะไม้ที่ละน้อยๆ แต่ตอนนี้เขาแค่ฟันมีดลงไปไม้ก็แทบไม่ต่างจากก่อนเนยแข็ง

“แล้วมันเก็บน้ำได้แค่ไหน”

มินโฮถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น จนเลิกสนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะวิ่งไปดูอ่างน้ำอันนั้น

“มันก็พอที่จะเก็บน้ำไว้ใช้พอสำหรับเด็กอย่างมินโฮสัก 10 คนได้”

มินโฮเมื่อได้ยินก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ

“แล้วจะเอาน้ำมาจากไหนมากมายขนาดนั้น!”

“ก็รอจนกว่าฝนจะตกสิ”

มู่เหลียงตอบด้วยน้ำเสียงขี้เล่น

สำหรับน้ำกินแค่ไปเอามาจากฐานของพวกโจรเคราโลหิตก็พอ เพราะในเมื่อพวกมันตั้งฐานที่อยู่กันได้แปลว่าฐานของมันต้องมีแหล่งน้ำหรือเก็บน้ำเอาไว้

“แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรฝนจะตกลงมาอีก นี้ก็ไม่ตกมาเจ็ดวันได้แล้ว”

มินโฮกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง และเริ่มนึกถึงเรื่องกลิ่นตัวขึ้นมาได้ ทำให้เธอไม่อยากจะกินน้ำซุปของโปรดของเธอเลยด้วยซ้ำ

มู่เหลียงหยิบเนื้อเสียบไม้ย่างมากินอย่างเอร็ดอร่อย

“รีบกินเข้าตอนที่มันยังร้อนๆ อยู่  เดียวพอกินเสร็จแล้วฉันมีอะไรให้ดูอีก”

“แล้วนี้มันอะไร?”

มินโฮถามขึ้นอีกครั้งด้วยความสงสัย

“กินแล้ว…เดี๋ยวก็รู้เอง”

มู่เหลียงตอบก่อนที่จะมองไปยังชามของเด็กสาว

“ได้งั้นจะกินมันเดี๋ยวนี้แหละ!”

มินโฮถือเนื้อย่างขึ้นมาในขณะที่อีกมือถือชามซุปเอาไว้

ไม่ถึงสิบนาที เด็กสาวก็กินทุกอย่างหมด

“อ้าา…สบายท้องจัง….เอ้าหล่ะฉันกินเสร็จแล้วว่าไงต่อ!”

มินโฮเลียปากเล็กน้อยก่อนที่จะใช้สายตาใสซื่อของเธอมองมายังมู่เหลียง

ตอนนี้มินโฮนั้นเหมือนเด็กน้อยตัวเล็กๆ ที่กำลังรอดูว่าพ่อของเธอจะทำอะไรให้เธอแปลกใจ

มู่เหลียงเอากระดานไม้วาดรูปออกมา เป็นกระดานไม้ที่มีภาพวาดที่ชื่อ บ้านเกิด ของเขา

มู่เหลียงพูดขึ้น

“อย่าได้สัมผัสภาพนี้ตรงๆ นะ เพราะเดี๋ยวผงถ่านมันจะลอกออก”

“รู้แล้วน่า”

มินโฮรับกระดานไม้มาอย่างสนใจและพลิกดูหลายมุม

เมื่อได้เห็นชัดๆ แววตาของเธอก็เป็นประกาย ก่อนที่ปากของเธอจะอ้ากว้างขึ้น

ภาพนี้เป็นสิ่งที่เธอคุ้นเคย เป็นฉากที่เธอเคยเห็น และส่งผลกระทบกับความรู้สึกของมินโฮทันที

“งดงาม…มันงดงามจริงๆ”

จมูกของมินโฮเริ่มมีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อย พร้อมกับสายตาที่พร่ามัว

“ชื่อของภาพวาดนี้คือ บ้านเกิด…”

มู่เหลียงพูดขึ้น และลูบหัวของมินโฮเบาๆ

ก่อนที่เขาจะออกไปจากห้องโถง ไปยังลานบ้าน และมองออกไปยังวิวทิวทัศอันมืดมิดของดินแดนที่แห้งแร้ง มันมืดมากจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วของตัวเอง

เวลานี้มู่เหลียงไม่ได้ต้องการดูวิว เขาต้องการรับลม เพราะคิดอะไรมากมายอยู่ในหัว

เขาคิดว่าโชคดีจริงๆ ที่ข้ามโลกมาแล้วได้เจอกับเด็กสาวคนนี้ และคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่เขามาถึง

และเขาก็คิดถึงความรู้สึกของมินโฮที่เชื่อใจเขาอย่างมาก แม้จะเจอกันแค่เจ็ดวันก็ตาม และยินดีที่จะออกเดินทางไปกับเขา

-ที่มู่เหลียงวาดภาพนี้ออกมาเพื่อเก็บรวบรวมความทรงจำดีๆ -ที่มีต่อค่ายให้กับมินโฮเพื่อระลึกถึง บ้านเกิด

บรู๊วววววว

ในค่ำคืนที่ควรเงียบสงบกับมีเสียงของหมาป่าเห่าหอนขึ้น

มันได้ทำลายความรู้สึกซาบซึ้งนี้ของมู่เหลียง

เขาเดินไปมองยังจุดที่เกิดเสียง และเห็นจุดสีขาวจำนวนหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ไกลๆ มันเป็นจุดขาวที่วางอยู่บนอะไรสักอย่างที่สีดำ และกำลังเคลื่อนที่อยู่

“มู่เหลียง!! กลับเข้ามาเร็ว!!”

เสียงแหบแห้งของเด็กสาวที่พึ่งร้องไห้ตะโกนขึ้น

มินโฮยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับโบกมือเรียกมู่เหลียงอย่างแรง

“อะไร…เกิดอะไรขึ้น?!”

มู่เหลียงเดินเข้าไปหาด้วยความสงสัย และเห็นว่าตาของมินโฮนั้นแดง

“เข้ามาก่อนข้างนอกมันอันตราย”

มินโฮรีบดึงแขนมู่เหลียงให้เข้าบ้าน และปิดประตูทันที

ก่อนที่มินโฮจะรีบเดินไปที่กองไฟ และเอาท่อนฟืนออก ทำให้ไฟมอดลง

“แฮ้ก…แฮ้ก..แฮ้ก…”

มินโฮหายใจเบาๆ แต่ถี่ขึ้น

“นี้เป็นอะไรไป หรือเพราะเสียงหมาหอนเมื่อกี้?”

มู่เหลียงเข้าไปดูอาการและพูดอย่างเป็นห่วง

“หมาป่าจันทรา…..พวกมันเป็นฝูงสัตว์อสูรที่อันตรายมาก”

มินโฮสูดน้ำมูกเล็กน้อย

เธอนั้นประทับใจกับภาพวาดของมู่เหลียงมากจนร้องไห้ออกมา แต่ตอนนี้อารมณ์ซาบซึ้งมันได้หายไป

เพราะควาามกลัวต่อหมาป่าจันทรา

“มินโฮ…ลืมอะไรรึป่าว? พวกเราก็มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเป็นพวกเหมือนกัน”

มู่เหลียงกระทืบเท้าหนึ่งที ก่อนที่จะหัวเราะในลำคอ

แอ๊!!!!

เต่าทมิฬคำรามขึ้น ราวกับส่งเสียงเตือนทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวมัน

บรู๊ว!!!

ไกลออกไปจุดที่มืดมิดก็มีเสียงของหมาป่าเห่าหอนกลับมา ก่อนที่เสียงจะห่างออกไปเรื่อยๆ

“พวกมันไปแล้ว”

มินโฮกระพริบตาหลายครั้งด้วยความประหลาดใจ หูกระต่ายของเธอนั้นจากที่หุบลงก็ค่อยๆ กลับขึ้นมาตั้งตรงอีกครั้ง

“ใช่มันไปแล้ว”

มู่เหลียงตอบ ที่จริงเขานั้นสื่อสารกับสัตว์อสูรของตัวเองบ่อยมาก จนเขาพอจะเข้าใจเสียงคำรามเมื่อครู่ว่าหมายถึงอะไร

หากแปลเป็นภาษาคนก็คือ เต่าทมิฬได้ขู่พวกหมาป่าจันทราให้ออกไปจากอาณาเขตของมัน

ทางหมาป่าจันทราเองก็ไม่ยอมแพ้ และตอบกลับมาว่า เดี๋ยวเราจะได้เจอดีกัน

“รอดแล้ว”

มินโฮเดินไปก่อกองไฟขึ้นมาอีกครั้ง

เธอนั้งนิ่งราวกับคนเสียขวัญไปพักหนึ่ง และอยู่ๆ ก็นั่งคิดว่าตัวเองนั้นลืมอะไรไป

“จริงสิ…มินโฮแล้วภาพวาดของฉันไปไหนแล้ว”

มู่เหลียงถามขึ้น ในขณะที่สีหน้าของมินโฮนั้นซีดลงทันที และมองไปรอบๆ อย่างตื่นตระหนก ก่อนที่จะโล่งใจเมื่อเห็นภาพวาดวางอยู่บนโต๊ะ

เมื่อครู่เด็กสาวนั้นเป็นห่วงมู่เหลียงเกินไปจน ทิ้งกระดานภาพวาดทันที และรีบไปหามู่เหลียง

มินโฮเดินไปหยิบรูปภาพมาและถามขึ้น

“มู่เหลียง….มีวิธีเก็บรักษาภาพนี้เอาไว้ให้อยู่นานๆ ไหม”

“ก็แค่แขวนไว้ในห้องนอนของมินโฮก็พอแล้ว”

มู่เหลียงตอบด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น

“งั้นมาช่วยฉันทำที่แขวนหน่อย”

มินโฮถือภาพวาดอย่างระมัดระวังด้วยมือทั้งสองข้าง

“ได้เดี๋ยวฉันช่วยเอง”

มู่เหลียงมองไปยังภาพวาด และรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ภาพวาดนี้ได้กลายเป็นของล้ำค่าของมินโฮไปแล้ว

มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้เมื่อมู่เหลียงมองเห็นภาพกับเด็กสาวนี้

จบบทที่ ตอนที่ 23 ฝูงหมาป่าจันทรา

คัดลอกลิงก์แล้ว