เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 จดหมายถึงพี่สาว

ตอนที่ 21 จดหมายถึงพี่สาว

ตอนที่ 21 จดหมายถึงพี่สาว


มินโฮออกมาทำอาหารเช้าอย่างพิถีพิถัน และเดินไปมาในห้องโถงใหญ่เพื่อจัดเตรียมอาหาร ก่อนจะตะโกนเรียกมู่เหลียง

ส่วนมู่เหลียงกำลังตัดไม้ทำฟืนด้วยมีดสนามของเขา และยังเหลาไม้เป็นแผ่นกระดานอีกสองอัน

“มู่เหลียง!! อาหารเช้าเสร็จแล้ว!”

มินโฮส่งเสียงเรียกมู่เหลียงด้วยน้ำเสียงที่สดใส

ก่อนจะเดินออกมาตามมู่เหลียง และเห็นว่ามู่เหลียงกำลังทำอะไรบางอย่างจึงถามขึ้น

“คิดจะทำอะไรอีกแล้วหล่ะ”

“กระดานวาดรูป”

มู่เหลียงตอบพร้อมกับหยุดมือ

ก่อนที่จะปัดเศษไม้บนตัวออก และลุกขึ้น

“หลังกินอาหารเช้าแล้ว ฉันจะไปที่ค่ายอีกรอบ”

ก่อนหน้านี้มู่เหลียงได้ส่งกระแสจิตไปบอกเต่าทมิฬแล้วว่าให้มันเดินทางไปยังค่าย

“ไปที่ค่ายทำไมอีกหล่ะ? ก็ไหนบอกว่าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว”

มินโฮกระพริบตาสองสามครั้งก่อนจะถามด้วยความสงสัย

“เราไม่ควรตามสายโจรพวกนั้นไปงั้นหรอ?”

“มินโฮไม่อยากจะทำเครื่องหมายหรือทิ้งข้อความอะไรทิ้งไว้ให้พี่สาวเลยงั้นหรอ?”

มู่เหลียงพูดขึ้นระหว่างที่เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับมินโฮ

และไปนั่งลงข้างๆ กองไฟและถามต่อไปว่า

“ถ้าเกิดว่า พี่สาวของมินโฮกลับมาที่ค่าย เพื่อมาหามินโฮหล่ะจะทำยังไง?”

มินโฮนั้นยังอ่อนต่อโลกเกินไป มู่เหลียงเองต้องสอนอะไรให้มินโฮอีกหลายอย่าง

“ก็จริงนะ”

มินโฮพยักหน้าเห็นด้วยหงึกๆ

มินโฮเองก็ต้องการที่จะตามหาพี่สาวเหมือนกัน แต่เธอไม่รู้ว่าพี่สาวของเธอจะกลับมาเมื่อไหร่ หากวันหนึ่งพี่สาวของเธอกลับมาแล้วจะทำเช่นไร?

“ลองคิดดูแล้วกันว่าจะทิ้งอะไรเป็นข้อความเอาไว้บอกพี่สาวของเธอ”

มู่เหลียงชำเลืองมองหม้อเหล็ก ที่ครั้งหนึ่งคิดว่าเด็กสาวคงเอามันไปแลกเปลี่ยนแล้ว

“ขอคิดดูก่อนแล้วกัน”

มินโฮตอบกลับ มู่เหลียงนั้นเข้าใจมินโฮได้ทันทีจากการอ่านสีหน้าของเธอ

มินโฮเดินมาเติมน้ำซุปใส่ชามก่อนจะยื่นให้มู่เหลียง และพูดอย่างอ่อนใจ

“ตอนนี้น้ำเหลือไม่มากแล้ว เราคงอยู่ได้อีกสองสามวัน หากไม่หาน้ำเพิ่ม”

เด็กสาวรู้ว่ามู่เหลียงนั้นทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืน วันนี้เธอจึงตั้งใจปรุงซุปมากเป็นพิเศษ

แต่อาหารเช้าของวันนี้คือเนื้อกิ้งก่าแห้งย่างผสมน้ำซุป

มู่เหลียงรับมาพร้อมกับพูดอย่างไม่ทุกร้อนอะไร

“ทุกอย่างย่อมมีทางออกเสมอ”

“ก็หวังว่ามู่เหลียงจะหาเจอแล้วกัน!”

มินโฮพูดพร้อมกับกลอกตาอย่างช่วยไม่ได้

มินโฮเองก็ตักน้ำซุปก่อนจะมานั่งลงข้างๆ กองไฟและกินอย่างใจลอย

เธอกินจนจะหมดแล้วแต่ยังไม่รู้เลยว่าจะทิ้งจดหมายหรือข้อความอะไรไว้ให้พี่สาวของเธอดี

มินโฮกระพริบตาสีฟ้าของเธอสองสามครั้ง และหันหน้าไปขอความช่วยเหลือ

“มู่เหลียง…มู่เหลียงคิดว่าฉันจะฝากข้อความแบบไหนให้พี่สาวดีหละ”

แล้วเช่นเดียวกันมู่เหลียงนั้นก็คิดเรื่องนี้เอาไว้แล้ว

“มินโฮกับพี่สาวเคยสัญญาอะไรกันไว้ไหม หรือความฝันในอนาคตที่รู้กันแค่สองคน”

“หรือสัญญาอะไรก่อนที่พี่สาวของเธอจะไป และบอกมินโฮเอาไว้”

แล้วตอนนั้นเองร่องรอยความเศร้าก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าและแววตาของมินโฮ

ตั้งแต่รู้ว่าค่ายจะถูกโจมตีมินโฮก็รู้ดีว่าสัญญาที่ให้ไว้กับพี่สาวคงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว

“หรือมีรหัสลับอะไรที่รู้กันแค่สองคน”

มู่เหลียงพยายามแนะนำเพิ่มเติมอีกครั้ง

“รหัสลับ?? มันเหมือนกับประโยค ลับเอาไว้ยืนยันตัวไหม?”

อยู่ๆ แววตาของมินโฮก็เป็นประกายขึ้นมา

“พวกเธอใช้คำพูดอะไรกัน?”

มู่เหลียงเกิดสงสัยว่ารหัสลับของทั้งสองคืออะไร

แล้วความทรงจำหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของมินโฮ ก่อนที่จะพูดขึ้น

“เวลาที่จะเข้ากระท่อมเราต้องเอ่ยถามกันก่อน ของฉันคือหูกระต่ายยาว ของพี่สาวฉันเป็นหูแมวสั้น”

เด็กผู้หญิงสองคนเคยใช้รหัสนี้เพื่อยืนยันตัวตนเวลาออกไปนอกบ้าน

ตั้งแต่พี่สาวของเธอออกไปล่ากิ้งก่า ด้วยความเป็นห่วงว่าน้องสาวอยู่บ้านคนเดียวแล้วจะตกอยู่ในอันตราย หรือไปเปิดประตูให้คนร้ายเข้ามาในบ้านได้ พวกเธอทั้งสองจึงตั้งประโยคลับไว้ยืนยันตัวตนกัน

“งั้นมินโฮก็เขียนข้อความหรือวาดรูปที่สื่อถึงประโยคนี้ ทิ้งไว้ให้พี่สาว แน่นอนว่าพี่สาวของเธอจะต้องรู้”

มู่เหลียงวางชามซุปลงก่อนที่จะเอาผ้ามาตัดออกเป็นแผ่น

ไม่มีทางที่เด็กสาวคนนี้จะรู้เรื่องตัวหนังสืออยู่แล้ว

มู่เหลียงเองมาโลกนี้ได้แปดเก้าวันได้แล้ว เขายังไม่รู้เลยว่าที่โลกนี้ใช้ภาษาตัวอักษรอะไรกัน

เขาไม่เคยเห็นตัวอักษรหรือตัวหนังสือจากที่ไหนเขียนไว้เลย แต่ที่แน่ๆ คือคนเหล่านี้ใช้ภาษาจีนสื่อสารกัน

“แบบนั้นมันเปลืองไปไหมอะ”

มินโฮมองผ้าสีขาวที่ถูกตัดขาดอย่างเสียดาย

“ข้อความที่จะส่งให้พี่สาวของมินโฮสำคัญกว่า”

มู่เหลียงโบกมือราวกับว่าของแค่นี้เล็กน้อยมาก

เขาเอาผ้ากางออกและขึงกับกระดานที่เขาพึ่งทำเสร็ต และใช้ถ่านเป็นตัวดินสอ

มินโฮมองดูอย่างตั้งใจ

“จะวาดหรือเขียนอะไรก็ได้ ที่ต้องการจะสื่อกับพี่สาวเลย”

มู่เหลียงส่งถ่านหินให้ และไปดูว่าขึงผ้าแน่นรึยัง

“แล้วต้องเขียนยังไง”

มินโฮเอาถ่านหินขึ้นมาแล้วทำท่ามึนงง

“ก็วาดอะไรก็ได้ลงบนผ้าผืนนี้ เป็นโครงร่างหรือลักษณะที่จะสื่อ”

มู่เหลียงพยายามสอนมินโฮ

เขาเอาเศษผ้าที่เหลือมาขึงและเอาถ่านเริ่มขีดเขียนวาดลงไป

“อ่อ!!”

มินโฮนั้นเข้าใจทันที แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มวาดยังไง

มู่เหลียงระหว่างนั้นเลือบไปเห็นค่ายอยู่ไม่ไกล เขาจึงสั่งให้เต่าทมิฬหยุดเดิน

เขาหันไปมองเด็กสาวอีกครั้งที่ตอนนี้หูกระต่ายของเธอนั้นพับขึ้นพับลงดูสับสนไปหมด ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม

“มินโฮ ก็วาดหูกระต่ายของตัวเองสิ และก็แทนตัวพี่สาวด้วยหูแมวก็ได้”

“จริงสิ!”

มินโฮถึงกับรู้แจ้ง และเริ่มวาดภาพลงไปบนผ้าทันที

มู่เหลียงขึงกระดานเข้ากับผ้าอีกผืน และขึ้นไปนั่งบนหัวของเต่าทมิฬและมองออกไปยังค่าย

ขูด ขูด…ขูด

ถ่านสีดำค่อยๆ ขีดลากเป็นเส้น และกลายเป็นเค้าโครงของค่ายแห่งนี้ สภาพแวดล้อมของค่าย

มู่เหลียงใช้เวลากว่าสองชั่วโมงเพื่อวาดภาพค่ายแห่งนี้ และตั้งชื่อว่า บ้านเกิด

“เสร็จล่ะ”

มู่เหลียงเขียนคำว่า บ้านเกิด ลงไปในมุมล่างขวาของภาพ

เขาวางถ่านลง และเดินกลับไปหาเด็กสาวที่กำลังวาดภาพอย่างขะมักเขม้น และมองผ่านหัวของมินโฮไปมองยังภาพที่เธอวาด

“......”

มุมปากของมู่เหลียงกระตุกเล็กน้อย ก่อนที่เขาพยายามจะกลั้นขำเอาไว้

เด็กสาวคนนี้มีจิตวิญญาณของจิตรกรอย่างแท้จริง ราวกับเรียนมาจากโรงเรียนสอนเขียนภาพแอ๊บสแตร็กต์

ภาพที่เห็นคือคนที่มีหูกระต่ายยาว ปาดเบี้ยวและยิ้มโชวฟันทุกซี่

และมีภาพของคนที่มีหูแมว ขายาว แต่ตากลมโต

พร้อมกับภาพเต่ายักษ์ และภาพวาดของผู้ชายที่มีรอยยิ้มกว้างอยู่บนหลังเต่า

และมีบ้านที่รูปร่างเหมือนบ้านลังเก่าของเธอ

ทั้งหมดนี้คือภาพวาดของเด็กน้อยคนนี้

ฝีมือการวาดภาพของมินโฮนั้นเทียบได้กับเด็กอนุบาลที่โลกเดิมของเขา

“ในที่สุดก็เสร็จสักที!”

มินโฮปาดเหงื่อที่แก้มอย่างมีความสุข และมีรอยดำของถ่านติดไปด้วย แต่ก็ปรากฏรอยยิ้มน้อยๆ ขึ้นมาพร้อมกัน

“มินโฮ…ช่วยอธิบายทีได้ไหมว่าภาพพวกนี้สื่ออะไร”

มู่เหลียงพูดด้วยรอยยิ้มฝืนๆ

“ได้เลยไม่มีปัญหา”

มินโฮพูดด้วยความมั่นใจ

และชี้ไปยังตัวละครในภาพวาด พร้อมอธิบายอย่างจริงจัง

“ฉันไม่ได้อยู่ที่บ้านเดิมแล้ว และได้ออกเดินทางไปกับมู่เหลียงเพื่อตามหาพี่สาวแทน ถ้าพี่สาวกลับมาเจอ ให้ไปหาฉันได้ที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์”

“ดูเหมือนจะสื่อสารครบถ้วนดีนะ”

หลังจากที่ฟังมินโฮอธิบาย และมองไปยังภาพวาดอีกครั้งเขาแทบจะหาจุดเชื่อมโยงไม่ได้เลย

แต่ช่างมันเถอะ มู่เหลียงคิดว่ายังไงพี่สาวของเธอคงไม่กลับมาอีกแล้ว

เหตุผลที่มู่เหลียงต้องการทำแบบนี้ก็เพื่อให้เธอได้ระลึกถึงพี่สาวของเธอ

อันที่จริงมันโหดร้ายมากสี่ปีที่พี่สาวของมินโฮจากไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย

“ใช่ ฉันมั่นใจเลยว่าพี่สาวจะเข้าใจสิ่งนี้!”

มินโฮชูภาพวาดขึ้นด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

“ที่นี้เราจะเอาภาพวาดนี้ไปเก็บไว้ในกล่องไม้ และฝังมันไว้ในกระท่อมหลังเก่าของเธอกัน”

มู่เหลียงระหว่างที่พูดมุมปากของเขาก็กระตุกเล็กน้อย

และบ่นภายในใจ

ถ้าพี่สาวของเธอกลับมาจริงๆ ต่อให้เธอเป็นพระเจ้าก็คงไม่มีทางเข้าใจหรอก

มู่เหลียงมีความคิดที่จะเก็บภาพวาดนี้เอาไว้ ซึ่งมันเป็นความทรงจำที่เลวร้ายของมินโฮ

“ได้เลย!”

มินโฮรีบวิ่งไปหากล่องไม้มาด้วยสีหน้ามีความสุข

จบบทที่ ตอนที่ 21 จดหมายถึงพี่สาว

คัดลอกลิงก์แล้ว