เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 บ้านเคลื่อนที่

ตอนที่ 8 บ้านเคลื่อนที่

ตอนที่ 8 บ้านเคลื่อนที่


“มินโฮ ระหว่างกิ้งก่าตัวนี้กับเจ้าเต่าทมิฬเธอมีความคิดเห็นอย่างไรกับพวกมัน?”

มู่เหลียงถามขึ้นพร้อมกับหันไปมองมินโฮ

“เต่าทมิฬ?”

มินโฮชะงักไปนิดนึง ก่อนที่จะนึกได้ว่ามันคือชื่อเต่าที่มู่เหลียงฝึก

ก่อนที่นางจะก้มหน้าและครุ่นคิดอะไรสักอย่างและพูดขึ้นอย่างมั่นใจ

“หากดูจากขนาดแล้วเจ้ากิ้งก่าน่าจะเก่งกว่า!”

มู่เหลียงพยักหน้าเห็นด้วย ขนาดของเจ้าเต่าทมิฬมันใหญ่โตเกินไปจริงๆ

และมีข้อเสียอีกหลายอย่างทั้ง เชื่องช้า และเทอะทะไม่มีความคล่องตัว

แต่ความสามารถหนามหินของมันก็พอจะทดแทนข้อเสียเหล่านี้ได้

“มู่เหลี่ยง ฉันขอปีนขึ้นไปบนตัวมันได้ไหม?”

มินโฮกระพริบตาหลายครั้ง พร้อมกับจ้องมองมู่เหลียงอย่างกระตือรือร้น

“ได้สิ!”

มู่เหลียงยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบกลับไป

มู่เหลียงสั่งให้เต่าทมิฬใช้หนามหินสร้างบันไดให้พวกเขาขึ้นไปบนหลังของมัน

แอ๊!!

เต่าทมิฬร้องออกมาอีกครั้ง ก่อนที่หินบนกระดองของมันจะหดลง และให้ทั้งสองขึ้นไปบนหลังของมันได้

“ว้าว เจ้าเต่าทมิฬ เจ้าเข้าใจที่เราพูดด้วยงั้นหรอ!”

สายตาของมินโฮนั้นดูเป็นประกาย และดูสนอกสนใจเต่าทมิฬมากขึ้นไปอีก ก่อนจะเดินขึ้นบันไดหินไป

บนหลังของเต่าทมิฬเป็นลานกว้างๆ วงกลม ประมาน 7 - 8 เมตร

และที่รอบๆ ขอบกระดองของมันก็เป็นหินยกสูง 1 เมตร กลายเป็นรั้วโดยธรรมชาติ

“เต่าน้อยแกใส่ใจจริงๆ”

แอ๊!!

เต่าทมิฬร้องออกมาตอบรับคำชมของมู่เหลียงอย่างมีความสุข

“เจ้าเต่าทมิฬน้อยมันฉลาดจริงๆ”

มินโฮปีนขึ้นไปบนหลังเต่าทมิฬ และมองลงไปยังบันใดหินที่เดินชึ้นมาและเห็นว่าบันไดกำลังหดกลับเข้าไปในพื้น

เด็กสาวมองไปรอบๆ หลังเต่าที่ดูแบนและเป็นลานโล่งๆ

มินโฮจึงพูดขึ้นอย่างติดตลกว่า

“มู่เหลียง ไม่คิดบ้างหรอว่า เราสามารถสร้างบ้านบนหลังของเต่าทมิฬน้อยได้!”

“นั้นสิ…สิ่งนี้ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เสียด้วย”

มู่เหลียงได้แรงบันดาลใจจากคำพูดเล่นของมินโฮทันที และความคิดนี้เข้าท่ามาก

สุดท้ายเขาเองก็ต้องมีสัตว์อสูรที่ฝึกเลี้ยงมากขึ้นในอนาคต มันคงไม่เหมาะที่จะไปอาศัยอยู่ชุมชนอื่น

และไม่มีทางที่จะอาศัยนอนตากลมห่มฟ้าของโลกที่พังพินาศแบบนี้ได้ด้วย

แต่หากมีเต่าทมิฬ และมันยังเติบโตต่อไปได้เรื่อยๆ ขนาดของมันย่อมใหญ่โตตามไปด้วยอย่างแน่นอน

และบนหลังของเต่าทมิฬนั้นพอจะปรับแต่งเป็นที่อยู่อาศัยได้

มินโฮเองก็มองมู่เหลี่ยงที่กำลังใช้ความคิดอยู่ และถามขึ้นเบาๆ ว่า

“นี้ไม่ใช่ว่ามู่เหลี่ยงคิดจะสร้างบ้านบนหลังเต่าทมิฬจริงๆ ใช่ไหม?”

“ตอนนี้ยัง แต่อนาคตไม่แน่”

มู่เหลียงเมื่อได้ยินคำถามก็ได้สติกลับมา และยิ้มออกมาเล็กน้อย

“แต่อย่างน้อยๆ ก็พอที่จะสร้างเพิงไม้เล็กๆ ชั่วคราวได้!”

“นี้ๆ อนาคตเราจะมีบ้านอยู่บนหลังเต่านี้จริงๆ งั้นหรอ?”

มินโฮถามต่อด้วยความตื่นเต้น

“แล้วมินโฮรู้สึกยังไงกับการที่จะมีบ้านเคลื่อนที่ได้ละ?”

มู่เหลียงยกมือขึ้นจับคางแล้วพูดต่อ

“แต่ยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อนตอนนี้”

มินโฮกระโดดไปกระโดดมาด้วยความดีใจ และดูเหมือนว่าจะตั้งหน้าตั้งตารอเลยทีเดียว

“ถ้าถึงตอนนั้น พวกเราจะเดินทางไปที่ไหนก็ได้ โดยมีบ้านเคลื่อนที่ ความรู้สึกเหมือนนักล่านักสำรวจเลย!”

มินโฮคิดว่าการเดินทางอาจจะช่วยทำให้เธอตามหาพี่สาวของเธอได้

“มู่เหลียง ถ้าเราก่อกองไฟบนหลังของเต่าทมิฬ มันจะไม่ร้อนงั้นหรอ?”

“ไม่หรอก กระดองของมันเป็นหินมันกันไฟกันร้อนได้”

“มู่เหลียง หากเราขนของมาเยอะ เต่าทมิฬจะรับน้ำหนักไหวไหม ฉันกลัวมันหนัก..”

“ฉันว่าต่อให้ขึ้นมาอีกสักร้อยคนเต่าทมิฬก็ยังเดินได้สบายๆ!”

มู่เหลียงพิงตัวกับรั้วหิน และดูเด็กสาววางแผนต่างๆ นาๆ ในการเตรียมตัวมาอยู่บนหลังเต่า

เขานั้นรู้สึกได้เลยว่าชีวิตของเขามีชีวิตชีวามากขึ้นตั้งแต่รู้จักกับมินโฮ

มินโฮอยู่ๆ ก็ตะโกนขึ้นอย่างฉุนเฉียว

“มู่เหลี่ยง กลับค่ายก่อน!! ฉันจะกลับไปเอาเพิงไม้!”

“เข้าใจแล้วไม่ต้องกังวลไปหรอก”

มู่เหลี่ยงสายหัวพร้อมกับอมยิ้ม

“อย่าตื่นเต้นจนลืมเรื่องโจรด้วยล่ะ”

“อะ!! จริงด้วย….เกือบลืมไปแล้วเชียว”

มินโฮแลบลิ้นออกมานิดนึงและพูดออกมาอย่างเขินอาย

เด็กน้อยเดินมาหามู่เหลียง และใช้มือเล็กๆ ของเธอจับชายเสื้อของชายหนุ่ม ก่อนที่จะพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา

“แต่ถ้ามันเสี่ยงเกินไป….เราก็ออกเดินทางกันวันพรุ่งนี้เลยก็ได้นะ”

แม้ว่ามินโฮจะเป็นเด็กใจดีก็ตาม แต่เวลานี้เธอกลับแสดงความเห็นแก่ตัวออกมา และไม่สนใจคนในค่ายของเธอ

มินโฮไม่ต้องการให้มู่เหลียงนั้นเสี่ยงอันตราย เธอกลัวว่าจะสูญเสียความหวังที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ของเธอ

“ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอก”

มู่เหลี่ยงตอบกลับไป ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีก้อนเมฆสีเทาบดบังแสงอาทิตย์

แล้วก่อนที่เมฆนั้นจะพัดผ่านไป ทำให้แสงส่องลงบนหน้าของมู่เหลี่ยงอีกครั้ง

มู่เหลี่ยงแค่ไปเตือนคนในค่ายเท่านั้น ถ้าหากว่าทุกคนไม่เชื่อเขา

อีกสองวันเขาจะออกเดินทางไปพร้อมกับมินโฮ

โลกนี้ เขาไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี และสนใจคนอื่น หากแสดงความเมตตาแล้วไม่รับก็ปล่อยไปตามทางของเขา

“ว่าแต่..มินโฮเธอไม่มีคนในค่ายที่สนิทและผูกพันบ้างเลยหรอ”

“อย่างเพื่อนอะไรแบบเนี้ย”

มู่เหลี่ยงไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับมินโฮเลยจึงถามขึ้น

“มีกลุ่มคนไม่กี่คนที่จับกิ้งก่าตัวเล็กแบบฉัน และก็พอจะเป็นมิตรกันอยู่”

ก่อนที่มินโฮจะมองไปอีกทางและพูดขึ้นอย่างเซงๆ

“แต่ฉันเลือกจะปลีกตัวเองอยู่คนเดียว”

“ก็เรียกว่าเพื่อนได้สินะ”

มู่เหลี่ยงถามต่อ

“ก็อาจจะใช่…..น่าจะใช่…”

แววตาของมินโฮดูเลื่อนลอยเล็กน้อย ก่อนที่จะเกาแก้มอย่างเขินๆ

มินโฮนึกถึงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ออกไปล่ากิ้งก่ากับเธออยู่บ่อยๆ แต่มักจะจับได้ไม่เท่าเธอ และบางทีเขาก็พยายามจะขโมยกิ้งก่าของเธออีกด้วย

แต่ผลลัพธ์ก็พอจะคาดเดาได้เด็กสาวเป็นผู้กลายพันธ์ ด้วยพลังที่มีเธอได้ทำร้ายพวกเขาจนบาดเจ็บร้องไห้กลับไป และเด็กสาวเองก็ปล้นกิ้งก่าจากพวกเขาหลายครั้ง

หลังจากนั้นมาคนเหล่านี้ก็ไม่กล้าเข้าใกล้มินโฮอีกเลย

“มันก็ดูไม่เหมือนเพื่อนเท่าไร”

การแสดงออกของมินโฮทำให้มู่เหลียงพอจะเข้าใจได้ว่ามันเกิดเรื่องยากลำบากอะไรขึ้นแน่

นอกจากนี้เขายังเห็นแล้วว่าก่อนหน้านี้เด็กสาวใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบากขนาดไหน

และเขาคงเป็นเพื่อนคนแรกของเธอ

จบบทที่ ตอนที่ 8 บ้านเคลื่อนที่

คัดลอกลิงก์แล้ว